All posts by Shanya

ตามรอยพ่อฯ ปี 9 คืนสู่ลุ่มน้ำป่าสัก จัดกิจกรรมเอามื้อที่ จ.นครราชสีมา

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) จัดกิจกรรมเอามื้อ ณ จังหวัดนครราชสีมา ลุ่มน้ำป่าสัก เดินหน้าภารกิจถ่ายทอดองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่ปีที่ 9 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยลงมือทำเกษตรแบบโคก หนอง นา ตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คืนสมดุลให้กับระบบนิเวศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร อันเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำหรับการรับมือกับวิกฤตต่างๆ ของมนุษย์ได้อีกด้วย โดยวางมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น

“โคก หนอง นา” ฝ่าวิกฤตสิ่งแวดล้อม
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ให้โลกพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการทำเกษตรแบบโคก หนอง นา ตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น นับเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ เพราะในโคก หนอง นา จะมีป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งจะเป็น ตัวสร้างสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ นำมาสู่ความหลากหลายทางชีวภาพหรือ biodiversity จากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ทั้งในน้ำ ใต้ดิน บนดิน หรือในป่า อันไม่เพียงช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน แต่ยังช่วยให้มีอาหาร การกินสมบูรณ์ เกิดความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของสหประชาชาติในการขจัดความอดอยาก (zero hunger) อีกด้วย การทำเกษตรแบบโคก หนอง นา จึงเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และ ช่วยโลกไปพร้อมๆ กัน”

นอกจากนั้น การทำเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นยังช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนของภาคการเกษตร ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า “จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ระบุว่าภาคการเกษตรมีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูง ส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ก๊าซมีเทนเกิดมากใน การทำเกษตรเชิงเดี่ยว หรือเลี้ยงสัตว์ประเภทเดียวที่เป็นฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่และใช้ยาปฏิชีวนะ ก็จะทำให้กระบวนการย่อยสลายเกิดก๊าซมีเทนขึ้น ไม่ว่าจะในลำไส้ของสัตว์หรือมูลสัตว์ที่ถ่ายทิ้งออกมา แม้แต่กระบวนการหมักของฟางกิ่งไม้ใบไม้ที่มีสารเคมีอยู่ด้วย ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการใช้น้ำสมุนไพรรสจืดเพื่อกระตุ้นกลไกการทำงานของจุลินทรีย์ให้สามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดก๊าซมีเทน ในทางตรงกันข้ามกลับกระตุ้นให้เกิดออกซิเจนขึ้นมาด้วยซ้ำ”

ตามรอยพ่อฯ ปี 9 คืนสู่ลุ่มน้ำป่าสัก
ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงแนวคิดหลักและรายละเอียดกิจกรรมว่า “ครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมเอามื้อครั้งแรกของโครงการ ‘ตามรอยพ่อฯ’ ปี 9 หลังจากที่ได้ชะลอการจัดกิจกรรมออนกราวด์ถึงกว่า 1 ปีเต็ม ซึ่งเป็นผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมา โครงการ ‘ตามรอยพ่อ’ ได้เดินหน้าเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน’ ผ่านกิจกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของโครงการทั้งเว็บไซต์และ เฟซ บุ๊ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปวิดีโอ ‘คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ’ ที่ให้ความรู้พื้นฐานแก่ผู้สนใจลงมือทำการเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนั้นเรายังช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในแคมเปญ ‘รวมพลังสู้โควิด-19’ โดยทำงานร่วมกับศูนย์ช่วยโควิด-19 ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติรวม 19 แห่งทั่วประเทศ จัดคาราวานแจกตะกร้าปันสุข ชุดต้มและน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า และกล่องกรีนบ็อกซ์ (Home Isolation Green Box) ชุดดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาตัวที่บ้านไปเป็นจำนวนมาก ไปยัง 252 พื้นที่ทั่วประเทศ”

นายอาทิตย์ กล่าวถึงกิจกรรมเอามื้อ ณ จังหวัดนครราชสีมา ในครั้งนี้ว่า “โครงการตามรอยพ่อฯ ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 9 ซึ่งเป็นปีสรุปผลความสำเร็จของโครงการ เราจึงกลับมาจัดกิจกรรมในพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการตามรอยพ่อฯ เมื่อ 9 ปีที่แล้วอีกครั้ง โดยเลือกพื้นที่เสงี่ยมคำกสิกรรมวิถีของคุณสุณิตา เหวนอก ซึ่งเป็นหนึ่งใน คนต้นแบบ ‘คนหัวไวใจสู้’ ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ผู้มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่ของตนเองตามแนวทางศาสตร์พระราชาเพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรในพื้นที่และคนรุ่นลูกหลาน รวมถึงแปลงพื้นที่ของตนเองเป็น 1 ใน 19 ศูนย์ช่วยโควิด-19 ในแคมเปญรวมพลังสู้โควิด-19 เราจึงมาจัดกิจกรรมเอามื้อในพื้นที่ของคุณสุณิตา เพื่อแสดงความขอบคุณในความมุ่งมั่นและความเสียสละ”

นายบุญล้อม เต้าแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนล้อมศรีรินทร์ กล่าวเสริมข้อมูลพื้นที่ว่า “นครราชสีมาหรือโคราชเป็นจังหวัดใหญ่ในภาคอีสาน มีพื้นที่ป่าเขาและพื้นที่เกษตรจำนวนมาก ทางทิศตะวันตกเชื่อมกับจังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งรวมลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่ม คือ ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี และทางทิศตะวันตกมีพื้นที่บางส่วนที่ไหลไปลงใน ลุ่มน้ำป่าสัก เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรมากมีความต้องการน้ำสูง ประกอบกับมีภัยแล้งบ่อยครั้ง โครงการจึงนำเสนอพื้นที่ของคุณสุณิตา เหวนอก เป็นพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในโคราช เพราะได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การนำศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปลงมือปฏิบัตินั้น สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใด ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย หรือภัยจากโรคระบาด เสงี่ยมคำกสิกรรมวิถีของคุณสุณิตาก็ผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างดี นอกจากจะสามารถพึ่งตนเองได้แล้ว ยังส่งต่อความช่วยเหลือไปยังเพื่อนมนุษย์ในสังคมในชุมชนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ตามรอยพ่อฯ ด้วยหัวใจ
ด้าน นางสาวสุณิตา เหวนอก (นวล) เจ้าของพื้นที่ เสงี่ยมคำกสิกรรมวิถี ขนาด 6 ไร่ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัวกลาง ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา กล่าวว่า “นวลเป็นคนโคราชโดยกำเนิด พี่น้อง 4 คนเป็นลูกคนที่ 2 ครอบครัวเป็นเกษตรกรที่ทำงานหนัก มีแต่หนี้สิน เมื่อจบ ป.6 ก็ทำสวนทำนากับที่บ้าน พออายุ 16-17 ปี พ่อแม่ให้ไปทำงานโรงงานจึงแอบเรียน กศน. โดยทำงานส่งตัวเองเรียนและส่งเงินให้ที่บ้านด้วย จึงต้องทำงานหนักมากทำทั้งโรงงานเย็บผ้า โรงงานของเล่น ฯลฯ ในที่สุดก็เรียนจนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏโคราช พออายุ 29 ปี สอบติดราชการและเรียนต่อจนจบนิติศาสตร์ มหาวิธรรมศาสตร์ หลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน อายุ 30 กว่าทำงานเป็นนิติกรที่รังสิตปัจจุบันย้ายมาที่ อ.จักราช จุดเปลี่ยนคือหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ได้ดูรายการสารคดีโทรทัศน์ ‘แสงจากพ่อสู่ความยั่งยืน’ ทุกคืน ทำให้เกิดคำถามกับตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ จนมีโอกาสพบ อ.เข้ม (ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ) ซึ่งได้ชวนให้มาเป็นจิตอาสาช่วยโครงการท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ แล้วจึงไปอบรมการทำเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาทั้งที่ศูนย์ภูมิรักษ์ฯ อบรมออกแบบโคก หนอง นา โมเดลที่วัดหนองสองห้อง อบรมที่ศูนย์คืนป่าสัก แล้วตัดสินใจลงมือทำบนที่ดินแปลงนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยของครอบครัว เพราะทำเองรู้ว่าเราใส่อะไรลงไป โดยปลูกพืชต่างๆ เช่น กล้วย ละมุด อ้อยพันธุ์สุพรรณ 50 ถั่วลิสง เป็นต้น”

นางสาวสุณิตา กล่าวถึงความสุขที่ได้จากการตามรอยศาสตร์พระราชาว่า “มีความสุขมาก ช่วงแรกที่ลงมือทำแม่ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมมาดู เพราะเสียดายที่ดิน แต่พอปีนี้ สิ่งที่เราทำเริ่มผลิดอกออกผล แม่ก็เข้ามาดูเกือบทุกวันรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่เดินตามรอยพ่อ แม้จะต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมาก แต่ก็คุ้มค่าที่ทำให้ครอบครัวยอมรับได้ และยังสร้างความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น สร้างความมั่นคงปลอดภัยทางอาหารให้ครอบครัว อีกทั้งยังภูมิใจที่เป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนทำตามด้วย โดยหลังจากนี้อยากทำสวนสมุนไพรเพิ่มในพื้นที่เพื่อดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว”

กิจกรรมเอามื้อในครั้งนี้ประกอบด้วยการทำแปลงปลูกผักอินทรีย์ ขุดปรับคลองไส้ไก่รอบแปลงนาและหนองน้ำ ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ห่มฟาง ใส่ปุ๋ยแห้งปุ๋ยน้ำ ทำเครื่องกรองน้ำถัง 200 ลิตร ทำเครื่องสูบน้ำพลังงานโซล่าเซล แปรรูปผลผลิต อาทิ สบู่ฟักข้าว แชมพูดอกอัญชัน กล้วยหมัก ชาตะไคร้ ไข่เค็ม โดยดำเนินมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น อาทิ การควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนต้องแสดงผลยืนยันการตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ก่อนร่วมงานไม่เกิน 72 ชั่วโมง รวมถึงเอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ร่วมกิจกรรม เป็นต้น

ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

อยุธยา จัดแถลงข่าว “มหกรรมท่องเที่ยววิถีชุมชน ยลรุกขมรดกของแผ่นดิน วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง”

มุ่งหวังให้สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของกลุ่ม 6 จังหวัดภาคกลางตอนบนให้เป็นที่รู้จัก

เย็นวันนี้ (28 ธันวาคม 64) เวลา 17:30 น. ที่บริเวณวัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ (นาค-คะ-มาด) ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการแถลงข่าว “กิจกรรมมหกรรมท่องเที่ยววิถีชุมชน ยลรุกขมรดกของแผ่นดิน วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง” พร้อมด้วย นางจุรีพร ขันตี วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางวันทนีย์ มีแสง วัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง นางวรรณทิพย์ กิจดี ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นางอรปรียา เชื่อมทอง ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี ร่วมแถลงข่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน สร้างรายได้แก่ประชาชน และยกระดับการท่องเที่ยววิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา/ป่าสัก โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติจาก 6 จังหวัด และผู้สื่อข่าว ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมแถลงข่าวในครั้งนี้

กิจกรรมมหกรรมท่องเที่ยววิถีชุมชน ยลรุกขมรดกของแผ่นดิน วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี สร้างความสามารถในการแข่งขัน ฟื้นฟูและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ชุมชนและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยตามมาตรฐานการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และด้านการส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม โดยการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ และการดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนอย่างสร้างสรรค์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วยอัตลักษณ์และวิถีวัฒนธรรมไทย ตลอดจนเป็นการต่อยอดโครงการต้นไม้ที่ทรงคุณค่า “รุกขมรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้ดำเนินการสืบค้น และรวบรวมข้อมูลต้นไม้ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น เช่น กลุ่มต้นพุทราโบราณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต้นยางนาคู่ ชุมชนบางเจ้าฉ่า จังหวัดอ่างทอง ต้นจันหลายแผ่นดิน พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้อีกด้วย

ด้านนางจุรีพร ขันตี กล่าวว่า กิจกรรมในงานประกอบไปด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่
การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยววิถีชุมชน นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในกลุ่ม 6 จังหวัด รวม 18 แห่ง กิจกรรม Kick off มหกรรมท่องเที่ยววิถีชุมชน ในวันที่ 1-2 มกราคม 2565 ณ ลานหน้าวิหารพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กิจกรรม Road show มหกรรมท่องเที่ยววิถีชุมชน ยลรุกขมรดกของแผ่นดิน วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง ใน 2 ภูมิภาค ภาคเหนือที่เซนทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ต และภาคใต้ที่เซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อมุ่งหวังประชาสัมพันธ์ให้สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของกลุ่ม 6 จังหวัดภาคกลางตอนบนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

เชฟเมย์ เปิดตัว “น้ำพริกส็อก” ส่งต่อความอร่อยเมนูพื้นบ้านของภาคเหนือที่มีคุณภาพ

น้ำพริกส็อก เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเชฟเมย์เลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ ต่อยอดนวัตกรรมน้ำพริกเมืองเหนือ สู่ตลาดโลก

“น้ำพริกส็อก” คำว่า ‘ส็อก’ มาจากภาษาเหนือโบราณ เป็นลักษณะของการเอาสากไปโขลกลงไปเบาๆ วัตถุดิบที่อยู่ในครก จังหวะที่โขลกจะมีเสียงดังแบบ
ส็อกๆ เชฟเมย์-พัทธนันท์ ธงทอง เล่าถึงที่มา ของการรังสรรค์เมนูใหม่จาก
น้ำพริกส็อก ที่ร้านอาหาร Maze Dining ไฟน์ไดนิ่ง ก่อนหน้านี้เชฟเป็นเจ้าของร้านอาหาร Monkey’s kitchen ที่จังหวัดเชียงใหม่ น้ำพริกส็อก สูตรเด็ดจากคุณป้า มีตำนานนานกว่า 50 ปี ต่อยอดนวัตกรรมการผลิต สืบสานเมนูพื้นบ้านอาหารภาคเหนือ สู่ตลาดโลก เมื่อเอ่ยถึง น้ำพริกส็อก ถือว่าเป็นเมนูพื้นบ้านคู่ครัวของภาคเหนือจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ละบ้านต้องมีติดครัวส่งมอบความอร่อยจากเมนูเชฟ สู่อาหารพร้อมรับประทาน จนนำมาสู่แรงบันดาลใจในการต่อยอดนวัตกรรมการผลิต จากครอบครัว สู่ตลาดในวงกว้างพิถีพิถันการปรุงแต่ง ส่งต่อให้หลายคนได้ลิ้มลอง น้ำพริกส็อกของเมืองเหนือ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้กับคนไทยในทุกภาคได้รู้จัก และต่อยอดนวัตกรรมการผลิตและจัดจำหน่ายเพื่อสืบสานวัฒนธรรมด้านอาหารของภาคเหนือ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป

เชฟเมย์-พัทธนันท์ ธงทอง รองแชมป์ Top Chef Thailand ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเชฟมากว่าสิบปี ได้นำแรงบันดาลใจจากพ่อแม่ ที่เป็นชาวเชียงใหม่ ที่ทำน้ำพริกส็อก ให้รับประทานทุกวันเมื่อกลับมาถึงบ้าน จนเป็นเมนูโปรดของเธอ
เชฟเมย์ ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดังในการรังสรรค์เมนูต่างๆ ให้ผู้คนได้ลิ้มลอง วันนี้เลยต้องการนำประสบการณ์ความเป็นเชฟมืออาชีพ มาต่อยอดเพื่อตอบแทนบ้านเกิด โดยการทำ น้ำพริกส็อก ที่รับประทานมาตั้งแต่เด็กด้วยฝีมือ
พ่อแม่ คุณป้า มานานกว่า 50 ปี ให้ผู้คนทุกภาคได้ลิ้มลอง ทำให้ได้เมนูที่มีเอกลักษณ์ นำมาเป็นวัตถุดิบลงไปในมื้ออาหารอาหารทุกจานของเชฟเมย์ก็ยังคงละเอียดอ่อน ใส่ใจ และนึกถึงคนกินอยู่เสมอ เพราะลูกค้าไม่ได้เห็นเธอทำอาหารในครัวแต่จะทำอย่างไรให้สัมผัสถึงจิตใจของคนกินได้

เชฟเมย์ บอกว่า น้ำพริกส็อก ส่งมอบทางเลือกของรสชาติขนานแท้เสมือนปรุงเองตั้งแต่ต้น รสชาติพิเศษและเนื้อข้นกำลังดีสำหรับอาหารแต่ละจาน สามารถปรุงได้อย่างสะดวกจะคลุกข้าวร้อนรับประทานได้ และยังสามารถดัดแปลงปรุงเมนูต่างๆ ซึ่งแต่งเป็นเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย อาทิเช่น ไข่เจียวปู จิ้มน้ำพริกส็อก,หมูสามชั้นทอดน้ำพริกส็อก, ข้าวผัดน้ำพริกส็อกปลาเค็ม, เส้นฟูซิลลี่ผัดน้ำพริกส็อกกุ้งสด, ทาร์ตเป็ดตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศสซอสน้ำพริกส็อก, สลัดเบคอนอบเมเปิ้ล น้ำสลัดน้ำพริกส็อกมะนาวเหลืองและน้ำมันมะกอก,แกงกิมจิน้ำพริกส็อกเต้าหู้อ่อน, แซนด์วิชเนื้อวากิวทงคัทสึน้ำพริกส็อกมาโย,ไก่อบน้ำพริกส็อกและซอสโยเกิร์ต, Chocolate ไส้แยมราสป์เบอรี่-น้ำพริกส็อกจากความตั้งใจนั้นกลายมาเป็นแรงบันดาลใจ เชฟเมย์ รังสรรค์น้ำพริกส็อก ที่คัดสรรค์วัตถุดับจากเมืองเหนือแท้ๆ มาเป็นส่วนผสม เชฟเป็นผู้รังสรรค์ผลงานและมีความคิดสร้างสรรค์อย่างน้ำพริกตาแดง มะเขือเทศสองสายพันธุ์ สายพันธุ์ลูกใหญ่ และลูกเล็ก มาปรุงแต่งด้วยพริก กระเทียม โดยไม่มีการปรุงแต่งด้วยสารเคมี ทุกขั้นตอนทำด้วยมือ รสชาติกลมกล่อม ตรงตามสูตรต้นตำหรับ รสขาติดั้งเดิมตามแบบ “น้ำพริก
ส็อก” ของชาวเหนือแท้ๆโดยเมนูจากสุดยอดน้ำพริกส็อก ทำให้ได้เมนูสุดยอดแห่งความอร่อยที่เราได้มีโอกาสชิมในวันนี้ได้แก่……ไข่เจียวปูจิ้มน้ำพริกส็อก

ไข่เจียวปูจิ้มน้ำพริกส็อก

หมูสามชั้นทอดน้ำพริกส็อก

ไข่เจียวปูจิ้มน้ำพริกส็อก

ข้าวผัดน้ำพริกส็อกปลาเค็ม

เส้นฟูซิลลี่ผัดน้ำพริกส็อกกุ้งสด

ทาร์ตเป็ดตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศสซอสน้ำพริกส็อก

สลัดเบคอนอบเมเปิ้ลน้ำสลัดน้ำพริกส็อกมะนาวเหลืองและน้ำมันมะกอก

แกงกิมจิน้ำพริกส็อกเต้าหู้อ่อน

แซนด์วิชเนื้อวากิวทงคัทสึน้ำพริกส็อกมาโย

ไก่อบน้ำพริกส็อกและซอสโยเกิร์ต

Chocolate ใส้แยมราสป์เบอรี่น้ำพริกส็อก

วันนี้ เชฟเมย์ เปิดตัว “น้ำพริกส็อก” อย่างเป็นทางการเพื่อส่งต่อความอร่อยเมนูพื้นบ้านของภาคเหนือที่มีคุณภาพ โดยเชฟเมย์ มีความตั้งใจจริงที่พิถีพิถันปรุงแต่งสู่ตลาดทั่วประเทศพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศในอนาคตท่านใดอยากลิ้มลอง “น้ำพริกส็อก “ฝีมือ”เชฟเมย์” กระปุกละ 160 บาท

สั่งซื้อได้ Facebook/chefmaysgourmet หรือ ไลน์แอด @chefmaysgourmet

Maze Dining
Phone number : 061-549-9500
Facebook : https://www.facebook.com/mazedining

Line : @mazedining
Instagram : https://www.instagram.com/mazedining/

ที่สุดของ บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเตาถ่านเนื้อ ร้าน เบสท์บีฟ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

ไม่ต้องมีเนื้อคู่เพราะชอบอยู่กับเนื้อย่าง กินอิ่มพุงกางกินจุใจกันกว่า 50 เมนู เลือกให้ฟิน..กินให้อร่อย เอาจริงสายเนื้อไม่ควรพลาด และเป็นร้านยอดนิยมมากวันนี้เราอยู่ที่ ร้าน เบสท์บีฟสุขุมวิท กินแบบไม่อั้น!! บุฟเฟ่ต์สเต็กเนื้อสุดคุ้มเอาใจทั้งคนรักเนื้อและซีฟู้ด เพราะนอกจากจะได้กิน บุฟเฟ่ต์เนื้อแบบไม่อั้นแล้ว ส่วนใครที่ไม่ถูกปากกับเนื้อวัว เค้าก็มีทั้งเนื้อหมู คูโรบูตะพอร์คชอปนุ่มๆ ติดมันนิดๆ คือดีและยังมีเมนูอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้ง อาหารทะเล กุ้ง ปู หอย ด้วยรูปแบบความอร่อย 3 สไตล์ กะทะร้อนและจิ้มจุ่มหม้อไฟ และย่างตะแกรงเตาถ่าย พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดรสจัดจ้าน 3 รูปแบบ เสริฟ 2 ชั่วโมงเต็มๆ แบบไม่อั้น ด้วยราคาที่เป็นมิตร อาหารคุณภาพดีมาก สั่งได้ไม่อั้น เพื่อนๆ สายบุฟเฟ่ต์ต้องเลิฟ สายเนื้อ สายกุ้งแม่น้ำ บอกเลยว่า
ฟินมากที่สุด

ร้านปิ้งย่างบรรยากาศสบายๆ มีเมนูเด็ดจากเนื้อวัวและบุฟเฟ่ต์ในพื้นที่กว้างและมาดูกันว่าเนื้อส่วนไหนอร่อยที่สุด! เลือกกินเนื้อให้อร่อยทั้งที ก็ต้องเลือกกันสักหน่อย อย่ารอช้าตามร้าน เบสท์บีฟสุขุมวิท เนื้อเน้นๆ มีทั้งเนื้อริบอาย เนื้อบริสเก็ต เนื้อใบพาย เนื้อสันนอก ลิ้นวัว ร้าน Buffet ขนาดใหญ่ แต่ทางร้านเลือกให้บริการลูกค้าแบบ Full Service ทางร้านมีพนักงานคอยให้บริการช่วยเสริฟอาหารและเครื่องดื่มให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าไม่ต้องตักอาหารเองเหมือนกับร้าน Buffet ทั่วไป จนทำให้ร้าน เบสท์บีฟ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทางร้านยังได้คัดเลือกเนื้อคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมจากต่างประเทศ ย่างตามความสุกที่เราต้องการ เรียกว่าประสบการณ์ปิ้งย่างเนื้อระดับพรีเมี่ยม ซึ่งรับรองได้ว่า อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ และอุ่นใจในเรื่องราคา ได้ที่ร้าน เบสท์บีฟ ทุกสาขา #ฟินเว่อร์ถ่ายแทบไม่ทัน กินรัวๆ ตามมาชมด้วยกันเลย

มาถึงที่นี่ต้องลองนื้อวัว แต่มาดูกันว่าเนื้อวัวส่วนไหนบ้างอร่อยฟินเว่อร์ที่สุด! เลือกทานเนื้อให้อร่อยควรเลือกกินส่วนไหน เลือกเนื้อส่วนที่ใช่ เลือกอร่อยกับเนื้อส่วนที่ชอบรู้แล้วลุย รออะไรสั่งเลย

เนื้อเสือร้องไห้ (Brisket)
เป็นเนื้อที่อยู่ส่วนอกของวัว ติดมันเยอะเป็นส่วนที่นุ่มน้อยแต่อร่อย เหมาะสำหรับย่าง หรือสไลด์บางย่างกับเนยหอม ๆ เพิ่มรสชาติให้ดียิ่งขึ้น

เนื้อลูกมะพร้าว (Knuckle)
เป็นเนื้อที่อยู่ตรงช่วงโคนขาหลังบริเวณสะโพก ซึ่งมีก้อนใหญ่คล้ายกับลูกมะพร้าว และที่สำคัญเนื้อในส่วนนี้ยังมีความนุ่มพอสมควร และมีมันน้อยมาก เหมาะกับคนที่เน้นโปรตีนทานแบบเนื้อล้วน ๆ

เนื้อน่องลาย (Shank)
เนื้อท่อนขาซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีความหนึบของเอ็น ผสมผสานเข้ากันได้ดีกับเนื้อและไขมัน อยู่ภายในตัวเอง ทำให้เคี้ยวมัน จนหยุดไม่อยู่

เนื้อหนอก (Hamp)
เนื้อส่วนที่นูนออกมาจากหลังของวัว เป็นเนื้อส่วนที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว เนื้อจึงนุ่มมาก มีไขมันค่อนข้างมากมีสีอ่อนกว่าส่วนอื่น

เนื้อสันคอ (Chuck)
เป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันเเทรกสวย มีคอลลาเจนที่หลอมละลายเร็วเมื่อโดนความร้อน มีรสชาติเข้มข้น เเต่ก็เป็นเนื้อที่มีเนื้อเยื่อพังผืด ไม่ควรย่างจนสุกเกินไป

เนื้อใบพาย (Chuck eye)
เนื้อส่วนกลางระหว่างสันคอกับท้องเนื้อส่วนนี้ค่อนข้างนุ่ม เพราะมีไขมันแทรก เป็นชิ้นส่วนยอดนิยม และหายากในวัว 1 ตัว มีไม่เกิน10กก. เมื่อแล่ออกมาแล้วเหมือนกับใบพาย มีเอ็นตรงกลางรสชาติอร่อยมาก

ลิ้นเนื้อ (Ox’s Tongue)
เนื้อส่วนของไขมันทำให้มีความนุ่มอร่อย การทานแบบย่าง พอย่างเสร็จก็บีบมะนาวลงไปแล้วทาน ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย

เพราะทุกส่วนของเนื้อวัวก็มีความอร่อยที่แตกต่างกันไปตามกรรมวิธี และการหมักปรุงรสให้อร่อยเลย สำคัญสุด!! อยู่ตรงที่สายพันธ์ เกรดดีรสชาติดีตาม เช่นเดียวกับ BEST BEEFที่คัดสรรเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง

มาถึงที่นี่ต้องลองไฮไลท์อย่าง A La cart สันในออสเตรเลีย Australian Tenderloin /
ริบอายออสเตรเลีย Australian Ribeye

แต่ละเมนูบอกเลยว่าคุ้มมากมากินกุ้งแม่น้ำผ่าก็คุ้มแล้ว เนื้อเน้นๆ มีทั้งเนื้อริบอาย เนื้อบริสเก็ต เนื้อใบพาย เนื้อสันนอก ลิ้นวัวพันธุ์ดีมีคุณภาพ #ฟินเว่อร์

ลุยต่อกับนอกจากนี้ยังมี ข้าวหน้าเนื้อ เมนูกินเล่น ซุป สลัด เฟรน์ฟราย์ นักเก็ต และไอติม เป็นของหวานสุดฟิน

  • บุฟเฟต์ราคา 299 บาท (ยังไม่รวมเครื่องดื่ม)
  • บุฟเฟต์ราคา 369 บาท (น้ำเปล่า+น้ำแข็ง+น้ำอัดลม+ชามะนาว)
  • บุฟเฟต์ราคา 499 บาท (บุฟเฟต์อาหาร+เครื่องดื่ม)
  • เด็กต่ำกว่า 100 ซม. ทานฟรี
  • ถ้าเกิน 100 ซม.อายุต่ำกว่ลา 120 ซม. ราคา 159 บาท(แบบไม่รวมเครื่องดื่ม) และราคา 179 บาท(แบบรวมเครื่องดื่ม)
  • ถ้าเกิน 120 ซม. เป็นราคาปกติ
  • บุฟเฟต์แบบรวมเบียร์ อนุญาติให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และสตรีที่มีครรภ์ สามารถเลือกทานแบบราคา 369 บาท
  • ในส่วนของบุฟเฟต์ให้เวลาในการสั่งอาหารและเครื่องดื่มภายใน 2 ชม. เมื่อครบเวลาแล้วสามารถนั่งทานต่อได้จนกว่าอาหารจะหมด

ใครไม่สะดวกมีเมนูซื้อกลับบ้าน Take Home ด้วยนะ ส่วนเราสั่งทานที่นี่กันเลย กับเมนูกุ้งดอง แซลมอนดอง และหอยนางรมราคาพิเศษสุด….สดอร่อยเหมือนทานที่ร้านเลย

เราอยู่ที่ สาขาสุขุมวิท ระหว่างปากซอย 48/2 และ 48/3 อยู่ก่อนถึงสะพานพระโขนง ใกล้ๆ แยกไฟแดงอ่อนนุช ห่างจาก BTS สถานีอ่อนนุช เพียง 300 เมตร
Tel: 091-626-9894
Parking: มีที่จอดรถ 60 คัน
Map: https://goo.gl/maps/WwvKr9qx5kcQAnkK6

สาขาศรีนครินทร์ Tel: 097-245-1818
Parking: มีที่จอดรถ 100 คัน
Map: https://goo.gl/maps/XmYsc6GCdvqNRqbU8

สาขาบางแค Tel: 097-245-8051
Parking: มีที่จอดรถ 200 คัน
Map: https://goo.gl/maps/8TM3r6SSBURrfevQ9

สาขาเกษตรนวมินทร์ Tel: 062-296-6262
Parking: มีที่จอดรถ 200 คัน
Map: https://goo.gl/maps/DgLb4okNWFKFcu8K9

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น
BESTBEEF : เบสท์บีฟสุขุมวิท
LINE : https://lin.ee/juv4Dix
Instagram : https://www.instagram.com/bestbeef_sukhumvit
Website : https://bestbeefrestaurant.com

#BestBeef #Sukhumvit #Srinakarin #BangKhae #KasetNawamin #BarBQinBangkok #บุฟเฟ่ต์
#ร้านเนื้อย่างโคขุน #สวรรค์ของคนรักเนื้อ #เบสท์บีฟ #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี #ปิ้งย่าง #bestbarbq #bestintown

The 6th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6ลิ้มรสต้นตำรับความอร่อยสไตล์อิตาลี ใจกลางกรุงเทพฯ

เริ่มต้นแล้ว! สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 “The 6th Italian Cuisine Week” กลับมาแล้ว สำหรับ เทศกาลอาหารอิตาเลียนสุดยิ่งใหญแห่งปี ที่พร้อมให้ทุกคนได้มาลิ้มรสความอร่อยของอาหาร อิตาเลียนอันเลื่องชื่ออีกครั้ง โดย สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (ITA Italian Trade Agency) ได้จัดงานครั้งนี้ พร้อมกว่าอีก 110 ประเทศทั่วโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sustainability – Traditional – Innovation” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าอิตาลีอย่างยั่งยืน และใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานกับเสน่ห์การปรุงอาหารแบบต้นตำรับ ท่ามกลางบรรยากาศดนตรีสดเคล้าไปกับรสชาติของอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ จากร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังทั่วกรุง รวมทั้งพบกับผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานสุดพรีเมียมรวมกว่า 30 แบรนด์ ที่คัดมาให้เลือกสรร ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า
ดิ เอ็มควอเทียร์

ฯพณฯ ลอเรนโซ กาลานติ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “อาหารอิตาเลียน มีความหมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังรวมถึงนวัตกรรม ความกินดีอยู่ดี และความยั่งยืน ความจริงแล้ว อาหาร ’เมดิเตอร์เรเนียน’ จัดว่าเป็นอาหารต้นตำรับที่รับประทานกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นต้นแบบของแพทย์และนักวิจัยว่าช่วยในเรื่องลดน้ำหนัก ปัญหาสุขภาพหัวใจ รวมทั้งองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้ศิลปะการทำพิซซ่าแบบเนเปิลส์ (pizzaiuolo napoletano) ถูกรวมให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ สำหรับงานสัปดาห์อาหารอิตาเลียน (The 6th Italian Cuisine Week) เป็นงานประจำปีของชาวอิตาลีที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อร่วมส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมของอาหารอิตาเลียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งเพื่อร่วมสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากอิตาลีอีกด้วย เราจึงมีความยินดีที่จะเฉลิมฉลองสัปดาห์พิเศษนี้ในประเทศไทย”

ในปีนี้ได้เนรมิตพื้นที่ของศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็นแหล่งความอร่อย โดยรวบรวมร้านอาหารอิตาเลียนระดับแถวหน้า พร้อมคัดสรรวัตถุดิบอิตาเลียนดั้งเดิมมาไว้ในงานเดียว ให้เหล่าอิตาเลียนเลิฟเวอร์ได้มาเช็คอิน และลองลิ้มชิมรสกันแบบไม่มีเบื่อ โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ “โซนพลาซ่า” ที่ทุกคนจะได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารอิตาลีรสเลิศจากสูตรต้นตำรับ “โซนมาร์เก็ต” มาพร้อมวัตถุดิบชั้นดีจากประเทศอิตาลี ให้ได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ “โซนดนตรีสด” กับการบรรเลงดนตรีสดบนเวที โดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะขับกล่อมทุกคนด้วยเสียงเพลงสุดไพเราะตลอดทั้งวัน ปิดท้ายที่รวม “โซน Exhibition” มาพร้อมการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์งานของปีนี้ อย่าง “Sustainability – Traditional – Innovation” ซึ่งตลอด 3 วันของการจัดงาน อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย หลากหลายความอร่อย ควบคู่ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

· วันที่ 22 พ.ย.64 – พบกับการนำเสนอเกี่ยวกับอาหารอิตาเลียน จาก ALMA School (La Scuola Internazionale di Cucina Italiana สถาบันและศูนย์ฝึกสอนการประกอบอาหารอิตาเลียนชั้นนำระดับโลก) ร่วมกับ Food School ในหัวข้อ “Italian Street Food” ซึ่งมีการแนะนำเรื่องราวที่น่าสนใจด้วยการไลฟ์สด โดย Fabio Amadei ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมศาสตร์การทำอาหาร อิตาเลียน (Culture of Italian Gastronomy) จาก ALMA รวมถึงยังมีเชฟ Carlo Maria Ricci แบรนด์แอมบาสเดอร์ ALMA ที่จะร่วมกับ Fabio Amadei เปิดบทเรียนสอนทำอาหารอิตาเลียนทางออนไลน์ผ่านวิดีโอ
· วันที่ 23 พ.ย. 64 – พบกับการนำเสนอเกี่ยวกับอาหารอิตาเลียน ในหัวข้อ “Italian Wine Pairing” ผ่านไลฟ์สด โดย Ciro Fontanesi ซอมเมอลิเยร์ จาก ALMA นอกจากนี้เชฟ Carlo Maria Ricci พร้อมด้วย Ciro Fontanesi ยังมาเปิดบทเรียนสอนทำอาหารทางออนไลน์ผ่านวิดีโอ รวมถึง ผศ.ดร.ฟ้าลั่น ศรีสุริยชัย จะมาแนะนำการจับคู่ไวน์อิตาเลียนกับอาหาร และพาผู้ที่หลงใหลไปท่องโลกไวน์แดงของอิตาลีด้วยกัน
· วันที่ 24 พ.ย. 64 – รับฟังดนตรีสดและสัมผัสมนต์เสน่ห์ลิ้มลองอาหารอิตาเลียน สำหรับผู้ที่สนใจสปาร์กลิงไวน์อิตาลี ห้ามพลาด เพราะ ผศ.ดร.ฟ้าลัน ศรีสุริยะชัย จะขึ้นเวทีนำเสนอการจับคู่และสปาร์กลิ้ง ไวน์ ของอิตาลี กับอาหาร ในงานด้วย
· วันที่ 24 – 26 พ.ย. 64 – เปิดคลาสเรียนออนไลน์กับผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.ฟ้าลั่น ศรีสุริยชัย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากประเทศไทยและพม่า มาร่วมนำเสนอการเรื่องราวของไวน์แดง ไวน์ขาว และสปาร์กลิ้ง ไวน์ ของอิตาลี และการจับคู่ไวน์กับอาหารแต่ละประเภทอีกด้วย

ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ตกหลุมรักประเทศอิตาลีต้องไม่พลาด งาน The 6th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 เอาใจทุกสายช้อป สายชิม สายท่องเที่ยว แบบที่ไม่ต้องบินไกลไปถึงอิตาลี

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ฯ บริหารงานภายใต้แบรนด์ฟอร์จูนกรุ๊ปเปิดให้บริการในรูปแบบใหม่ด้วยระบบฆ่าเชื้อเทคโนโลยีสุดล้ำ ไบโอโซน (BIOZONE)

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ฯ บริหารงานภายใต้แบรนด์ฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งใน 13 โรงแรม การพัฒนาและออกแบบภายใต้เครือฟอร์จูน เปิดให้บริการในรูปแบบใหม่ด้วยระบบฆ่าเชื้อ มีการติดตั้งเครื่องไบโอโซน (BIOZONE) เพื่อกำจัดเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรียซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก BCS Laboratories, INC – Gaineville, Florida ที่ได้ติดตั้งบริเวณห้องพัก ห้องอาหาร สถานที่ต่างๆ ภายในโรงแรม และที่สำคัญ เป็นโรงแรมต้นแบบในเครือฟอร์จูน แห่งแรกในประเทศไทยที่ติดตั้ง เครื่องไบโอโซน (BIOZONE) ฆ่าเชื้อโรคได้ 99.99% ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ ”ฟอร์จูน” มีทั้งซื้อกิจการมาและมีการปรับปรุงใหม่ ลงทุนใหม่รวม 4-5 โรงแรม จำนวนห้องพักกว่า400 ห้อง และปีนี้เปิดพร้อมให้บริการครบแล้ว13โรงแรม ใน 9 จังหวัด ห้องพักรวม 2,000 ห้อง

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร
โรงแรมในเครือฟอร์จูน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน)

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร โรงแรมในเครือฟอร์จูน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) ด้วยวิสัยทัศน์สุดแข็งแกร่ง กับแนวคิดที่ฉีกกฎเดิมๆ เพื่อนำพาสู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พร้อมแล้วที่จะพานักเดินทาง พันธมิตร ตลอดจนทีมงาน และสมาชิกในชุมชน ก้าวการเปลี่ยนแปลงแห่งการบริการด้านท่องเที่ยว

โรงแรมในเครือฟอร์จูน นำเสนอการพักผ่อนที่มีสไตล์ เข้าถึงง่าย และมั่นใจเรื่องการท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและศักยภาพของกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่จะเปิดให้บริการในประเทศไทยพร้อมเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ซึ่งได้ทำการปรับปรุงพร้อมกับคอนเซปท์ที่ทันสมัย ภายใต้การออกแบบสไตล์ร่วมสมัยผสานเข้ากับความสง่างามคลาสสิค อันน่าประทับใจให้กับแขกผู้เข้าพักและผู้เข้าใช้ เปิดไปเมื่อวันที่15 ตุลาคมที่ผ่านมา โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร มีห้องพักจำนวน 402 ห้อง พร้อมทั้งให้บริการห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ฟิตเนส สปา ห้องอาหารนานาชาติ วัน รัชดา เมโทรเลาจน์ และห้องอาหารจีน หนาน หยวน ภายใต้การรับรองความสะอาดตามมาตรฐานของ SHA Plus จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับธุรกิจโรงแรมยุคใหม่อย่างแท้จริง

โรงแรมในเครือฟอร์จูน แบ่งการให้บริการ ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1.City Hotel ระดับ 4-5 ดาว ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช โรงแรมฟอร์จูน โคราช จังหวัดนครราชสีมา ฯลฯ
2.Resort Hotelระดับ 3-4 ดาว ได้แก่ โรงแรมฟอร์จูน เชียงของ โรงแรมฟอร์จูนริเวอร์วิวนครพนม โรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยองและ โรงแรมฟอร์จูนคอร์ทยาร์ดเขาใหญ่ ฯลฯ
3.Lifestyle and Convenient Hotel ระดับ 2-3 ดาว ได้แก่ โรงแรมฟอร์จูน ดี เขาใหญ่ โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย และ โรงแรมฟอร์จูน บุรีรัมย์ โรงแรม ฟอร์จูน พิษณุโลก ฯลฯ

นายสุนทร กล่าวว่า แนวคิดการขยายธุรกิจโรงแรม เน้นจังหวัดเมืองท่องเที่ยว ด่านการค้าชายแดน แหล่งอุตสาหกรรมและมองภาพร่วม ที่เกิดจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวปัจจุบันที่เปลี่ยนไป มีรูปแบบท่องเที่ยวที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น บริษัทจึงหันมาโฟกัสลงทุนในโรงแรมที่เจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้นทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ที่นิยมเดินทางท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์ แต่ก็ยังชอบเรื่องความง่าย ความสะดวกสบายและสะอาดเป็นสำคัญ

อีกทั้ง โรงแรมในเครือฟอร์จูน ยังตอบสนองของนโยบาลรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งโรงแรมในเครือฟอร์จูน เป็นโรงแรมอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่สะดวก ทันสมัย อาทิโรงแรมฟอร์จูน ดี เขาใหญ่, โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด, โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย และ โรงแรม ฟอร์จูน พิษณุโลก โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช จ.ระยองและ โรงแรมฟอร์จูนคอร์ทยาร์ดเขาใหญ่ ฯลฯเป็นต้น

Grand Fortune Hotel Bangkok
www.GrandFortuneBangkok.com

รฟฟท. เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง 29 พ.ย.64

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา ล่าสุดตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง คือ สายบางซื่อ – รังสิต และ สายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

เมื่อเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเชิงพาณิชย์ บริษัทจะปรับเวลาให้บริการจากเดิม 05.30 – 22.00 น. เป็น 05.30 – 24.00 น. ทุกวัน ทั้งวันธรรมดาจันทร์ – ศุกร์ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รวมทั้งวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนความถี่ในการเดินรถสายบางซื่อ – รังสิต จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า – เย็น ( 07.00 – 09.30 น. และ 17.00 – 19.30 น. ) จะใช้ความถี่ 12 นาที นอกช่วงเวลาเร่งด่วนจะใช้ความถี่ 20 นาที ส่วนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน จะใช้ความถี่ 20 นาทีตลอดระยะเวลาการให้บริการ

ซึ่งเมื่อปรับความถี่ในการเดินรถจะสามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวในการรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น โดยจากเดิมที่สายบางซื่อ – รังสิต ใช้ความถี่ 15 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน เช้า-เย็น และ 30 นาที นอกช่วงเวลาเร่งด่วน สามารถเดินรถได้ 88 เที่ยว/วัน เมื่อปรับความถี่จะเพิ่มเป็น 138 เที่ยว/วัน ส่วนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ใช้ความถี่ 30 นาที ตลอดระยะเวลาให้บริการสามารถเดินรถได้ 64 เที่ยว/วัน เมื่อปรับความถี่จะเพิ่มเป็น 112 เที่ยว/วัน

สำหรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงการรถไฟแห่งประเทศไทย กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 12 บาท และสูงสุดไม่เกิน 42 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์ในปัจุบันตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบริษัทยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแล และซ่อมบำรุงเส้นทางเดินรถให้มีความปลอดภัย รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจลาดตระเวนเส้นทางเดินรถอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระบบรถไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นบริษัทยังได้จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าสายสีแดง โดยมอบของขวัญสุดพิเศษ เป็นซองใส่บัตรหนัง พร้อมสายคล้องคอสุดพรีเมี่ยมให้แก่ผู้โดยสาร 1,000 ท่านแรก ที่ซื้อบัตรโดยสารเติมเงินทุกประเภท ( Stored Value Card ) ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ทุกสถานี
( ผู้โดยสารสามารถขอรับได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ซึ่งผู้โดยสาร 1 ท่านสามารถขอรับซองใส่บัตรได้ 1 ชิ้นเท่านั้น )

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หมายเลข Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดตัว “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจโรงแรมและบริการแนวใหม่

UHG เตรียมพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการธุรกิจโรงแรมในภูเก็ต ชูโมเดล Hospitality Ecosystem ครบวงจรพร้อมวางแผนผุดโรงแรมแบรนด์แฟชั่นระดับโลกต้อนรับนักเดินทาง

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น (Utopia Corporation: UCORP) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในภูเก็ต เปิดตัว “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” (Utopia Hospitality Group: UHG) บริษัทเรือธงในการประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และการบริการ รวมถึงรับบริหารงานโรงแรม ด้วยวิสัยทัศน์แนวใหม่สุดแกร่ง ที่จะพลิกโฉมประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการธุรกิจโรงแรมบนเกาะภูเก็ต ด้วยโมเดลธุรกิจครอบคลุมระบบนิเวศด้านการบริการ (Hospitality ecosystem) แบบครบวงจร และกล้าการันตีผลลัพธ์ ผ่านการสร้างสรรค์แบรนด์โรงแรมใหม่แนวไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างแต่ตอบโจทย์ พร้อมเผยโฉมในปี 2565 นี้

มร.ฮาชิ ยิน (Hachi Yin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น

มร.ฮาชิ ยิน (Hachi Yin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1-3/2564 ที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงวิกฤตแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ผ่านการ Transform องค์กรให้ทันตาม
เทรนด์ พฤติกรรมของผู้บริโภค และดีมานด์ของตลาด โดยในไตรมาส 4 นี้ ยูโทเปียยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่น ด้วยการเปิดตัวบริษัทใหม่ในเครือ “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” เพื่อดำเนินกิจการด้านโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงด้านการบริการแบบครบวงจร ซึ่งนับเป็นการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการ (hospitality) อย่างเต็มตัว โดยเล็งเห็นว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นโอกาสใหม่ ๆ ที่มีแน้วโน้มการเติบโตสูง และสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของยูโทเปียในฐานะนักพัฒนาที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกกลุ่มลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ของการใช้ชีวิต ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่ทั้งหมดซึ่งดำเนินการในรูปแบบคอนโดเทลและที่อยู่อาศัย แขกที่เข้าพักกับเราสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์เสมือนบ้านซึ่งโรงแรมทั่วไปไม่สามารถให้ได้ บวกรวมกับศักยภาพของภูเก็ตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่มั่นใจว่า จะกลับมาฟื้นตัวในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

“ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” (UHG) ดำเนินธุรกิจครอบคลุมระบบนิเวศด้านการบริการ (Hospitality ecosystem) แบบครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย และความเชี่ยวชาญระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การพัฒนาโรงแรมและรีสอร์ท การจัดการ การตลาด การบริการเทคโนโลยีสุดล้ำที่เป็นกรรมสิทธิ์หนึ่งเดียวของ UHG โดยเฉพาะ การสร้างแบรนด์ การบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง และรับบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทให้กับนักลงทุน ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเป็นธรรม ด้วยโมเดลธุรกิจที่ “ยืดหยุ่น” ตามความต้องการของนักลงทุน ไม่มีข้อจำกัดที่เข้มงวด รวมถึงมีแนวทางการจัดการและสัญญาแฟรนไชส์ที่ “ปรับเปลี่ยนได้” ด้วยดีลที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การลงทุนมากยิ่งขึ้น และกล้าการันตีรายได้ให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งนับเป็นการพลิกประวัติศาสตร์วงการธุรกิจโรงแรมและการบริการ เป็น “ทางเลือก” และ “ทางออก” สำหรับธุรกิจโรงแรมยุคใหม่อย่างแท้จริง

“UHG กำเนิดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์สุดแข็งแกร่ง กับแนวคิดที่กล้าหาญ ฉีกกฎเดิมๆ เพื่อจะพาทุกนำไปสู่การรังสรรค์ประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง รวมถึงพลิกโฉมโลกแห่งการบริการและการท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง และช่วยยกระดับสนามแข่งขันในตลาดการบริการและการท่องเที่ยวยุคใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจจากความกล้าหาญและกล้าสร้างสรรค์ UHG พร้อมแล้วที่จะพาพันธมิตร นักเดินทาง ตลอดจนทีมงาน และสมาชิกในชุมชน ก้าวสู่โลกใหม่แห่งภาคการบริการและการท่องเที่ยวไปด้วยกัน เรากล้าการันตี เรายืดหยุ่น เราเข้าใจผู้ลงทุนและนักเดินทาง เราพร้อมให้คุณปรับแต่งธุรกิจได้ตามความสำเร็จที่คุณต้องการ (LIVE YOUR OWN WAY)…เราคือ “UHG” ” ฮาชิกล่าว
ภายใต้ร่ม UHG ประกอบด้วยแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ชาญฉลาด ได้แก่ แบรนด์ที่พักระดับกลาง (Midscale Aparthotel Brand) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานระดับสูง (Luxury Scale Hotel & Resort) และ แบรนด์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra-Luxury) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับแบรนด์ High-fashion ระดับโลก โดย UHG จะดำเนินการเปิดโรงแรมใหม่หลายแห่ง รวมถึงการรีแบรนด์ และปรับปรุงโรงแรมโฉมใหม่ในปี 2565 เป็นต้นไป

· แบรนด์ที่พักระดับกลาง (Midscale Aparthotel Brand) โรงแรมระดับกลางที่จะนำเสนอการพักผ่อนที่มีสไตล์ เข้าถึงง่าย สะดวกสบายตามาตรฐานสากล โดยเป็นผสมผสานไลฟ์สไตล์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตี้ เป็นที่พบปะของคนสไตล์เดียวกัน ตามแนวคิดของ Hostel, Co-Living, Lifestyle Hotel เข้ากับความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นเหมือนอยู่อพาร์ตเมนต์ส่วนตัว ตามแนวคิด Residence, Apartment, Airbnb เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ชาญฉลาด เลือกความคุ้มค่า และคุ้มที่จะมาเยือน การรังสรรค์แบรนด์ผ่าน 4 แนวคิดหลักคือ โรงแรมระดับกลางที่ครบครันด้วยความสะดวกสบาย (Midscale with comfort) การเข้าพักที่ยืดหยุ่นได้ และเลือกรูปแบบได้ (Flexible stay Purposeful) เน้นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ (Design) อาหารอร่อยถูกปากนักชิมแนวใหม่ (Hip F&B concept) และให้ความรู้สึกอบอุ่น มีความสนุกสนานเมื่ออยู่ร่วมกัน (Sense of community)

· แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานระดับสูง (Luxury Scale Hotel & Resort) ที่พักระดับ 5 ดาว ที่เน้นความหรูหราและมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างแท้จริง แบรนด์นี้เป็นการผสานระหว่างโลกแห่งไลฟ์สไตล์รีสอร์ท และสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพ (Wellbeing Retreat) ตอบโจทย์ผู้เข้าพักที่ต้องการความเหนือระดับ และรักษาสุขภาพและจิตใจไปในคราวเดียวกัน โดยได้พัฒนาแบรนด์ขึ้นมาจากสโลแกน “Live slow, play well” (ใช้ชีวิตให้ช้าลง แล้วฟื้นฟูตัวเองให้ดีขึ้น)

· แบรนด์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra-Luxury) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับแบรนด์ High-fashion ระดับโลก โดยล่าสุดได้ร่วมมือครั้งสำคัญกับ “โทนิโน ลัมโบร์กีนี” (Tonino Lamborghini) ลักซัวรี่แบรนด์ในตำนานของอิตาลีที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์และการออกแบบที่หรูหรา เตรียมเปิดให้บริการโรงแรมแห่งใหม่และแห่งแรกในประเทศไทยบนเกาะภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “โทนิโน ลัมโบร์กีนี บูติค
โฮเทล ภูเก็ต” (Tonino Lamborghini Boutique Hotel Phuket) ซึ่งมีกำหนดจะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2566 เป็นรีสอร์ทสุดหรูที่ไม่เหมือนใคร ตั้งอยู่บน “อ่าวปอ” ชายฝั่งตะวันออก ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต และวิวอ่าวพังงาอันตระการตา

นลินา สุรนัคครินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น

นลินา สุรนัคครินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่า แบรนด์โรงแรมที่เรากำลังเตรียมตัวกันอยู่นี้ จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางทั้งแบบเดิมและแบบใหม่ มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักไม่ว่าจะทางด้านพื้นที่หรือบริการ การวางคอนเซปต์ที่สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการพักผ่อน แต่ต้องให้ความรู้สึกที่เหมือนบ้าน ให้อิสระในการเลือกบริการ ดีไซน์ที่ทันสมัย”

นอกจากนั้น UHG ยังตั้งเป้ากำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการบริการ บนพื้นฐานของปรัชญาการพัฒนาที่ยั่งยืนและส่งมอบผลประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยการนำแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาและการจัดการที่ยั่งยืนผนวกเข้ากับจริยธรรมทางธุรกิจทั้งหมด ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง ภายใต้การดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การลดของเสีย ลดค่าใช้จ่าย และการขับเคลื่อนผลประโยชน์ระยะยาวให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันก็ช่วยดึงดูดนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเยือนชุมชนท้องถิ่นที่สวยงามมากยิ่งขึ้น

สำหรับแผนการเปิดตัวของ UHG ในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 จะเริ่มต้นด้วยแบรนด์ที่พักระดับกลาง (Midscale Aparthotel Brand) ตามมาด้วยการเปิดตัวแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานระดับสูง (Luxury Scale Hotel & Resort) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และจะประกาศแบรนด์พันธมิตรระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra-Luxury) ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลก

รวมถึงแผนการเนรมิต 2 อภิมหาแลนด์มาร์คใหม่ บนทำเลทองทั้งเหนือและใต้ของเกาะภูเก็ต ได้แก่ “Bay of Icons” จุดหมายปลายทางใหม่ที่จะเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับนักลงทุนและนักเดินทางระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก ตั้งอยู่บน “อ่าวปอ” ชายฝั่งทางเหนือของเกาะภูเก็ต ประกอบด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกสุดล้ำ บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หรูหราอย่างแท้จริง และ “Entertainment Complex” ยูโทเปีย ดรีม (Utopia Dream) *ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ อาณาจักรแห่งการพักผ่อนที่จะเต็มไปด้วยสีสันความสุขและกิจกรรมบันเทิงระดับโลก ที่จะผุดขึ้นในย่าน “ในหาน” ชายฝั่งทางใต้ของเกาะภูเก็ต

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น” ได้ที่เว็บไซต์ www.utopia.co.th

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” ได้ที่ www.utopiahospitalitygroup.com

เปิดแนวคิด Mr. Denis Richter เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา

เว็ปไซต์ Toptotravel มีโอกาสได้เข้าพูดคุยกับ มร. เดนิส ริชเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา แน่นอนไม่มีใครไม่รู้จัก โรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเงียบสงบของตำบลนาจอมเทียน รีสอร์ทออกแบบมาเป็นอาคารที่ทำให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับการผสมผสานความ ทันสมัยและธรรมชาติของชายทะเลไว้อย่างลงตัว

“มร. เดนิส ริชเตอร์ กล่าวถึง จุดเด่นของการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19 และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงสัดส่วนของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยและนักท่องเทียวชาวต่างชาติ โดยโรงแรมการจัดโปรโมชั่น การวางแผนทางด้านการตลาด เพื่อกระตุ้นการเข้าพักของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการบริหารโรงแรมสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง รวมไปการจัดแคมเปญของทางโรงแรม เรามีการออกข้อเสนอพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเข้าพักอยู่อย่างต่อเนื่อง”

Questions Answered by MR. DENIS RICHTER
General Manager
Renaissance Pattaya Resort & Spa

การบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา (2563-2564)
(How’re you manage the 5 stars hotel business during the Covid-19, and how’re you adapt to the situation over the past years (2020-2021)
• We ensure the Safety and Health measures to be always enforced in
all areas.
• เรามีการเน้นย้ำมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ในทุกพื้นที่ของรีสอร์ทและทุกจุดสัมผัสอยู่อย่างต่อเนื่อง
• Implementing social distancing set-up and contactless service to adapt to the situation
• เรายังมีการเพิ่มมาตรการการเว้นระยะห่าง และ การบริการแบบไร้การสัมผัส เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

-สัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในปัจจุบัน
(Portion of Thais and Foreigner tourist.)
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถานาร์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ๋เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ
• In normal situation, before COVID-19, Thais 35%, Foreigner 65%
• อย่างไรในช่วงสถานการณ์ปกติ ก่อนเหตุโควิด-19 เรามีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ประมาณ 35% และต่างชาติ 65%

-กลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมเข้าพักในโรงแรม?
(The foreign nationality that always come to stay.)
• Before COVID-19, we have the mix of
• ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เรามีสัดส่วนของกลุ่มผู้เข้าพักโดยประมาณการณ์ เช่น
• 1. ชาวไทย TH 35%
• 2. ชาวจีน CN 20%
• 3. ชาวอเมริกัน US 15%
• 4. ชาวเกาหลี KR 4%
• 5. ชาวฮ่องกง HK 3%
กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวไทยมีอัตราการเติบโตมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ( How much growth on Domestic market? ) How?
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถาการณ์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ

ความพร้อมในการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง?
(Readiness to welcome foreign tourists again?)

• Renaissance Pattaya Resort & Spa is always open its door to guest and never close the resort. Hence we are more than ready to welcome all tourists again and deliver our premium service and comfortable accommodation options.
• เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ยืนหยัดในการเปิดให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมมาตรการต่างๆ โดยไม่เคยประกาศการปิดให้บริการ ดังนั้น เรามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจมาเข้าพัก อีกทั้งส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักและการบริการระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงตัวเลือกห้องพักมีหลากหลายรูปแบบที่สะดวกสบายครบครัน

-เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข
SHA+(Safety and Health Management?)
• We are operated under Commitment to Clean program of Marriott International and being a certified SHA with compliance to safety and health regulation under Ministry of Health

• เรามีการดำเนินงานภายใต้กรอบของโปรแกรม Commitment to Clean ของเครือ Marriott และ ผ่านการรับรองด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย หรือ SHA โดยเน้นย้ำมาตรการให้สอดคล้องกับแนวทางของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

-ด้านการทำตลาดต้องปรับเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
(Marketing, any adaptive or change? More or Less and How?)
• With changes towards digital world; hence, we have utilized more social media and digital channels to communicate to our guests.
• ด้วยสถาการณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน เราได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยเน้นไปยังสื่อโซเชียลมีเดีย และ สื่ออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าของเรา

ท่านมีความความมั่นใจเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหนและอะไรที่เป็นสิ่งที่ต้องกังวลบ้างหรือไม่อย่างไร?
(How much confidence would you rate on the Thailand Reopening policies to except foreign tourists? And what’re the concerns you may have?)
• We are confidence on our safety and hygiene standards and look forward to welcoming oversea visitors again.

• เรามีความเชื่อมั่นในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย และ พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านอีกครั้ง

• COVID-19 may not disappear; however, we should adapt our lifestyle align with the situation such as always protecting ourselves with DMHTT (Distancing, Mask Wearing, Hand Washing, Testing and Thai Chana scanning)

• โควิด-19 อาจไม่หายไป อย่างไรก็ดี เราควรที่จะปรับไลฟ์สไตล์ของเราให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ด้วยการไม่ประมาท การ์ดอย่าตก พร้อมนำแนวทาง DMHTT มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

สิ่งที่เป็นจุดเด่นจุดขายและความเชี่ยวชาญของเครือโรงแรมเชนใหญ่ (Strength?, USP? and Expertise? of Big Hotel Chain)
• Being part with International Hotel Chain, guest can rest assure with the international standards of service, cleanliness, hygiene, premium product as well as the safety and wellbeing during your stay.

• ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติ แขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถวางใจได้กับมาตรการระดับสากลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริการ ด้านความสะอาด ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ต่างๆระดับสากลตลอดการเข้าพัก

แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงปลายปี
จะช่วยกระตุ้นการเข้าพักมากน้อยแค่ไหน?
(Do you think the events organized by Pattaya City to drive more tourism business will help increase hotel occupancy? How?
(from the news that Pattaya City is organized several events throughout November and December such as Pattaya Music Festival, Loy Krathong, International Fireworks, NaKlua Walk & Eat, and Pattaya Countdown)

• We do expect the Pattaya City campaign will drive more visitors to the area with help to increase the hotel occupancy and bringing life back to all local businesses in the community.

• เราคาดหวังว่า แคมเปญต่างๆของเมืองพัทยา จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเข้าพัก และ นำชีวิตชีวา กลับมาหล่อเลี้ยงธุรกิจในพื้นที่รวมไปถึงชุมชน อย่างยั่งยืน

tps://www.youtube.com/watch?v=-4dLDgIfVAM

(จากข่าว: เมืองพัทยาได้มีการวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพ.ย. ยาวตลอดจนถึงวันส่งท้ายปีทั้งหมด 5 งานหลัก ได้แก่
งานเทศกาลดนตรี (PATTAYA Music Festival)
จัดในวันศุกร์และเสาร์ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ส่วนวันที่ 19 พ.ย. 64 มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทง / วันที่ 26-27 พ.ย. จัดงานจุดพลุนานาชาติบริเวณริมชายหาด ส่วนในเดือนธ.ค. มีการจัดงานเทศกาลอาหารเรียกว่า “งานเดินกินถิ่นนาเกลือ” และมีกิจกรรมทุกสัปดาห์
งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ งานพัทยาเคาท์ดาวน์ (PATTAYA Countdown 2021)

Book your next beach holiday today!
www.marriott.com
/pyxbr

It’s the Beach Time! Premium Lifestyle Beachfront Resort


เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา Premium Lifestyle Beachfront Resort ระดับ 5 ดาว

ทริปนี้เราจะพาไปพักผ่อนกันไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ… ที่ เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่สุดแห่งความสงบใกล้กรุงเทพฯ ริมทะเลนาจอมเทียน เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา,Premium Lifestyle Beachfront Resort ระดับ 5 ดาว และทุกครั้งก็จะมีความประทับใจต่างๆ กัน ออกไป ครั้งนี้ที่เห็นชัดเลยว่าการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่ได้ใช้เวลานานอย่างช่วงที่กำลังทำถนนที่แยกหลักๆ ก่อนถึงโรงแรม การเดินทางรวดเร็วขึ้นจาก กทม. ใช้เวลาการเดินทางเพียง 1.30 ชม.ลงทางด่วนมอเตอร์เวย์ แต่ต้องบอกว่ารเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่มีวิวสวย..ติดอันดับ

การเดินทางมาพักที่ เรเนซองส์ พัทยา ครั้งนี้ ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหนนอกจากใช้เวลาในครั้งนี้ให้เต็มที่ ทั้งกิจกรรมต่างๆ ของโรงแรม รวมทั้งการใช้บริการของร้านอาหารส่วนช่วงบ่ายดื่มด่ำ Afternoon Tea Set สุดหรู ให้บริการทุกวัน ที่ห้องอาหาร 609 Kitchen มาพักผ่อนและกินอาหารอร่อยที่นี่ แล้วจะออกไปทำไมให้เสียเวลากับการเดินทาง

ทันทีที่มาถึงพนักงานจะช่วยยกกระเป๋า และพาเราเข้าไปวัดไข้ ก่อนเช็คอินที่ล้อบบี้ พร้อมเสิร์ฟ welcome drink เย็นๆ ชื่นใจระหว่างรอเช็คอิน บอกเลยว่าแค่เห็นล้อบบี้ และทางเดินไปห้องสวยถูกใจใช่เลย กดชัตเตอร์ถ่ายรูปแบบรัวๆมอบความอบอุ่นและสงบให้ทุกท่านได้พักผ่อนกับคนรัก หรือครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย เรเนซองส์ รีสอร์ทพัทยาที่มีวิวสวย สำหรับห้องพักที่นี่มีทั้ง pool Villa แบบต่างๆ ให้เลือก โดยห้องที่เราพักจะเป็นแบบ Deluxe Balcony Sea View ถือเป็นห้องที่ราคาน่ารัก มองเห็นวิวทะเลได้อย่างงดงามใหญ่สวยงาม พร้อมทั้งความสะดวกสบาย อบอุ่น และเงียบสงบได้พักผ่อนกับคนรักหรือครอบครัวได้อย่างเต็มที่ โดยที่นี่มีตัวเลือกห้องพักที่หลากหลาย เพื่อรองรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ รวมไปถึงพลูวิลล่าสุดชิคและแฟมิลี่สวีทที่กว้างขวาง ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้คอยบริการ ส่วน Hotel Amenites ของที่นี่แอบหลงรักกลิ่นหอม และขวดที่สวยงาม

Deluxe Balcony Sea View

สระว่ายน้ำสีฟ้าตัดกับสีขาวของสระว่ายน้ำสีฟ้าตัดกับสีขาวของขอบสระ วิวทะเลวิวทะเลดีไซน์สระว่ายน้ำยิ่งใหญ่ถึงสองสระแบบ infinity pool เห็นวิวทะเล และมีโซนสระตื้นสำหรับเด็ก และสำหรับครอบครัว และสุดยอดมุมเครื่องเล่น Kids Club บริการดูแลเด็ก ,สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก, สปาและห้องอบไอน้ำ,Gym เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ฟรีอินเตอร์เนตความเร็วสูงที่จอดรถภายในและภายนอกอาคาร ถูกใจทุกครอบครัวภูมิทัศน์ส่วนนี้ทำได้งดงามลงตัวในพื้นที่อย่างเหมาะเจาะ แต่ห้องพักก็มีสระไร้ขอบในตัวภูมิทัศน์ส่วนนี้ทำได้งดงามลงตัวในพื้นที่อย่างเหมาะเจาะ ภูมิทัศน์ส่วนนี้ทำได้งดงามลงตัวในพื้นที่อย่าง เหมาะเจาะ มีความยาวตามขนาดหน้ากว้างของท้องเหมาะมองออกไปเห็นทะเล ธรรมชาติจัดแต่งมาให้อย่างไม่จงใจ สะท้อนความเงียบสงบของริมชายหาดนาจอมเทียน และหมู่บ้านชาวประมงของพัทยาในสมัยก่อนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจตามเอกลักษณ์ของแบรนด์เรเนซองส์ ที่หมายกระตุ้นความรู้สึกของผู้คนให้อยากสร้างจินตนาการและ ค้นพบสิ่งแปลกใหม่ การตกโล่ง โปร่งสบายๆ จนรู้สึกว่าที่นี่เป็นเป็นบ้านหลังที่สองของคุณอย่างสนิทใจ

อาหารเช้าที่ 609 Kitchen

อาหารเช้าที่ 609 Kitchen เสิร์ฟแบบ Buffet มีทั้งอาหารนานาชาติ เมนูไข่ที่ทำให้สดใหม่จานต่อจาน และอาหารไทย เช่น ข้าวต้ม ผัดซีอิ๊ว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด (เมนูจะปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละวัน) และยังมี สลัดบาร์ ซีเรียล ผลไม้ รวมถึงชา กาแฟ ที่สามารถสั่งจากพนักงาน

Afternoon Tea Set

อีกหนึ่งอย่างที่อยากให้ลองถ้ามาที่นี่ ช่วงบ่าย ดื่มด่ำ Afternoon Tea Set สุดหรู
Afternoon Tea ขนมที่เสิร์ฟมี สโคน (Scone) มักทานคู่กับคลอทท์ครีม (Clotted Cream) แยม ให้ทานเป็นอันดับแรก ตามด้วยแซนด์วิช (Finger Sandwich) แซนด์วิชเล็กพอดีคำ และขนมหวานอื่นๆ เช่น เค้กชนิดต่างๆ จะอยู่ชั้นล่างสุด เห็นแล้ว จัดไป! ในราคาเพียง 765 บาทสุทธิ/เซต (สำหรับทาน 2 ท่าน) ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14:30 น. – 17:00 น. ที่ห้องอาหาร 609 Kitchen

เข้ามาในส่วนห้องอาหาร 609 Kitchen ห้องอาหารและบาร์
เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ที่ได้รับการคัดสรรความสดใหม่ที่มีคุณภาพจากวัตถุดิบท้องถิ่นและรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเชฟมืออาชีพ นี้เป็นห้องอาหารสำหรับแขกที่มาพักที่นี่ ซึ่งแขกจากข้างนอก เข้ามาใช้บริการอาหารเข้าได้เช่นกัน เหมือนเป็นที่นัดพบรับประทานบรันซ์หรือมื้อสายในวันหยุด ห้องอาหารและบาร์เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ที่ได้รับการคัดสรรความสดใหม่ที่มีคุณภาพจาก วัตถุดิบท้องถิ่นและรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเชฟมืออาชีพ เพราะคุณภาพและรสชาติอาหารเป็นที่ขึ้นชื่อของ เรเนซองส์ พัทยารีสอร์ท ห้องอาหารสองห้อง ล็อบบี้บาร์และพูลบาร์ รวมไปถึงสระว่ายถึงสองสระ สระว่ายน้ำและคิดส์คลับสำหรับเด็ก กิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ พร้อมห้องออกกำลังกายที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งสปาสุดหรูให้ทุกท่านได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 038 259 099
เว็ปไซต์ www.marriott.com/pyxbr
อีเมล : reservations@renaissancepattaya.com

Book your next beach holiday today!
www.marriott.com/pyxbr

#RenaissancePattaya #Najomtien #LuxuryResort #ที่พักติดทะเล #beachfront #pattaya #renaissancepattaya