ทัวร์เกาหลี Jeju Gold Package สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี

เรื่องเล่าเมื่อวานนี้ …ทัวร์ของที่ไหนคะ? รบกวนหลังไมล์ด้วยค่ะ
อย่าหยุดความฝันออกล่าขอบฟ้า “ฮาวายแห่งเกาหลี” ด้วยกัน ม
เที่ยวเกาหลี เกาะเชจู ทริปนี้ Toptotravel มีโอกาสมาเที่ยวครั้งนี้ คือฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ดูนี้ถือเป็นฤดูที่สวยงามที่สุดสำหรับเกาหลีเลยก็ว่าได้ และยังเป็นช่วงที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะสดชื่น เย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 องศาเซลเซียส ยังมีโอกาสได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อช่วงเวลาที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในวันพักผ่อน มรดกแห่งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ความที่เชจูเป็นเกาะซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้ใต้ผืนพิภพเต็มไปด้วยแร่ธาตุอย่างดี

รีวิวเที่ยวทัวร์เกาหลี 4 วัน 2 คืน Jeju Gold Package เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสีนั่งรถไฟ ECOLAND เที่ยวชมธรรมชาติ, ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค, สวนส้มไร้เมล็ด, คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้, วัดซันบังโพมุนซา, ภูเขาไฟซองซาน อิลจลุ บง

เมื่อรู้ข่าวว่า เกาหลีใต้เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าไปเที่ยวเกาหลีได้แล้ว จัดการจองทัวร์เที่ยวทัวร์เกาหลี เลือกโปรแกรมตามความพอใจ Jeju Gold Package ตั๋วไป-กลับ สายการบิน Jeju Air และ วมอาหารที่ระบุในโปรแกรม
เที่ยวเชจูแบบพิเศษ พรีเมี่ยม ไม่มีอิสระ เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ เนื่องจากการเดินทางทริปนี้ เดินทางกับทัวร์ จึงมีเอกสารบางส่วนที่ทางทัวร์เป็นคนจัดการให้เมื่อรับเอกสารพร้อมแล้วก็ถึงขั้นตอนการเช็คอิน ซึ่งเคาน์เตอร์สารการบิน ตรวจสอบเอกสาร ค่อนข้างนานกว่าปกติ หลังจากรับตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเข้าเกตเพื่อเดินทางไป ทัวร์เกาหลี ได้เลย บนเครื่องมีบริการจำหน่ายบะหมี่สำเร็จรูปและเครื่องดื่ม ต่างๆ

ข้อมูลก่อนก่อนการเดินทาง
-ลูกค้าที่มี K-ETA แล้ว สามารถเลือกวันเดินทางได้ตามปกติ /จองทัวร์และลง K-ETA ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 15 วันหากต่ำกว่า 15 วัน จะไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนวันได้ทุกกรณี

-K-ETA รอผลอนุมัตินานสุด 14 วัน

-ยกเว้นกรณี สว. อายุ 55++ ต่ำกว่า 15 วันได้

Toptotravel ชอบทั้ง 4 ฤดู แต่ที่มีโอกาสมาเที่ยวครั้งนี้คือฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ดูนี้ถือเป็นฤดูที่สวยงามที่สุดสำหรับเกาหลีเลยก็ว่าได้ และยังเป็นช่วงที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะนอกจากอากาศจะสดชื่น เย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 องศาเซลเซียส ยังมีโอกาสได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี ทริปนี้เดินทางโดยสายการบินเชจูแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัด มีฐานบินอยู่ที่เชจู จังหวัดเชจู ประเทศเกาหลีใต้ให้บริการเที่ยวบินประจำในเส้นทางระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะเชจู อีกทั้งยังมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เมื่อถึงที่นัดหมายทางทัวร์จะแจกแฟ้มที่ใส่เอกสารสำคัญ การเดินทางโดยสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบิน : 7C2244 เที่ยวบินออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลา : 02.25-09.55 เที่ยวบิน : 7C2244 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง เมื่อถึงที่นัดหมายทางทัวร์จะแจกแฟ้มที่ใส่เอกสารสำคัญ เที่ยวเกาหลีเลือกใช้ใช้บริการ trueworld travel

จุดนัดพบแรกสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินนานาชาติประจ าประเทศไทย เวลานัดหมาย : 23:30 เที่ยวบิน : 7C2244 เที่ยวบินออกเดินทางจาก สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเวลา : 02.25-09.55 เที่ยวบิน : 7C2244 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง

เดินทางถึงสนามบินเชจูอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ต ผ่านด่านตรวจคน เข้าเมือง รับกระเป๋าที่สายพาน ออกมาพบกับผู้นำทัวร์น้องสตางค์เพื่อยืนยันตัวตนการเข้า
ร่วมทัวร์ และเตรียมตัวบริเวณจุดนัดพบเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พร้อมแล้วไปด้วยกันเลย ทริปเชจู บัสไกด์สตาง

จุดหมายแรกของทริปนี้คือ. อาหารมื้อแรกเมื่อมาถึงเกาะ เชจู กองทัพต้องเดินด้วยท้อง บริการดีจริง อาหารอร่อย เริ่มที่ เมนูขึ้นชื่อประจำเกาะเชจู Jeon Bok Juk หรือ โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ เมนูขึ้นชื่อประจำเกาะเชจู Jeon Bok Juk
โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ แอบงงทำไมต้องเป็นสีเขียว? ก็คือ ไส้หอยเป๋าฮื้อหรือเครื่องในของหอย นำมาผสมกับโจ๊กที่โด่งดัง แบบใครที่มาเที่ยวเชจูต้องลองมาลิ้มรสอร่อย และที่สำคัญ นอกจากความอร่อยของตัว ข้าวโจ๊กที่ถูกปรุงเป็นพิเศษแล้ว ยังมีหอยเป๋าฮื้อสด จากท้องทะเลเกาะเชจู มาเป็นชิ้นพอดีคำ แบบน่ารับประทานเมนูนี้บอกเลยว่านอกจากอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์ เพิ่มกำลังวังชาอีกด้วย

จุดหมายต่อไป ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค ของขวัญจากธรรมชาติ ส่งออกทั่วโลก
ที่นี่ปลูกชาเขียวได้คุณภาพสูง ขึ้นชื่อที่สุดแห่งเกาะเชจู O’Sulloc แบ่งเป็นโซนไร่ชากลางแจ้ง และโซนพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเรื่องราวของชา ร้านคาเฟ่และร้านขายของฝาก สามารถเยี่ยมชมได้ทุกโซน

เกาะเชจูเป็นดินแดนที่ได้รับ ของขวัญจากธรรมชาติ ผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ จนทำให้ชาที่นี่ส่งออกไปขายทั่วโลก นักท่องเที่ยวทั้งเกาหลีและต่างชาติมักมีจุดมุ่งหมายที่จะมาลิ้มรสความอร่อยของชาที่มีรสชาติ
เป็นเอกลักษณ์ถึงแหล่งผลิต โดยเฉพาะไอศรีมชาเขียว เค้กโรล เครื่องดื่มชาเขียวทั้งร้อนและเย็น รับประกันความฟิ นไปตามๆกัน ส่วนใครที่เน้นการชมวิวถ่ายรูป สวยทุกมุมจนกดชัตเตอร์รัวๆ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโซนไร่ชา
หรือขึ้นไปจุดชมวิวด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ ก็จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของไร่ชาที่นี่

สวนส้มไร้เมล็ด (Jeju Orange Farm)
อีกหนึ่งสิ่งโด่งดัง และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือ ส้ม ที่ปลูกบนเกาะเชจู ด้วยความพิเศษ รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ ปลอดสารเคมี และดกมาก ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ต้องมองเหลียวหลังกันเลยทีเดียว ชาวบ้านบนเกาะเชจูได้ปลูกกันเยอะมากขึ้นหลังจากเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทำให้สร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัว และเศรษฐกิจบนเกาะที่ดีขึ้น เอกลักษณ์ของส้มบนเกาะเชจูคือไร้เมล็ด รสชาติกลมกล่อม วิตามินซีสูง ปัจจุบันหลายๆสวนส้ม ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูป และได้ลองชิมส้มสดๆ จากต้น จากสวน ถือเป็นอีกกิจกรรมยอดฮิต เมื่อมาเยือนเกาะเชจู ช่วงฤดูกาลส้มเลยทีเดียว 1ปี มี1ครั้ง คือช่วงหน้าหนาวเท่านั้น

วัดซันบังโพมุนซา
ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด ด้านหลังเป็นภูเขาด้านหน้าเป็นทะเล หลวงพ่อโอสถไพรี (ถือถ้วยโอสถ)เยี่ยมชม และนมัสการพระใหญ่ ณ วัดซันบังโพมุนซา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล ภายในวัดประดิษฐานเที่ยวเกาหลี เกาะเชจูฤดูไหนดี? พระองค์ใหญ่สีทองถือถ้วยโอสถ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องของสุขภาพ
และความร่ำรวยเงินทอง โดยนิยมทำบุญด้วยการถวายข้าวสาร เทียน พร้อมทั้งการหมุนระฆังทองคำรอบฐานองค์พระ เพื่อความเป็นศิริมงคลมีความศกัดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน บนเกาะเชจู มาอย่างยาวนาน

นอกจากนั้นรูปปั้นพระแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล ยังเป็นอีกหนึ่งศรัทธาของผู้ที่นับถือ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต ไม่ใช่แค่ชาวพุทธเท่านั้นที่ นิยมมาเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ เพราะความสงบ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
มองเห็นท้องทะเลแบบพาโนราม่า จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเยือนสักครั้งเมื่อมาเที่ยวเกาะเชจู

คามิลเลีย ฮิลล์ (Camellia Hill The Forest of love and healing)

คามิลเลีย ฮิลล์ (Camellia Hill The Forest of love and healing)
คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้แห่งความรักและการพักผ่อน เริ่มจากการปลูกต้นคามิลเลียที่ออกดอกในช่วงฤดู หนาว ด้วยความรักในดอกไม้จึงปรับเปลี่ยนที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าสถานที่เดียวกันแต่ได้ความแตกต่าง มาเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว ด้านในมีการแบ่งโซน จัดสรรคพื้นที่ได้ดี มากๆสามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป สดูอากาศบริสุทธิ์ ได้อย่างสบาย และเมื่อถึงฤดูหนาว (WinterSeason) ดอกไม้ของที่นี่จะเบ่นบานเต็มไปด้วยดอกคามิลเลีย หลากหลายสายพันธ์ สีสันสวยๆ สลับเรียงรายกัน พร้อมมุมที่ถ่ายรูป มากมาย ฤดูใบไม้ผลิ (Spring Season)

แน่นอนว่าช่วงที่ทุกคนรอคอย Cherry Blossom หรือ ซากรุกะนั่นเอง ที่นี่ก็มีให้ได้มาชมเช่นกัน ฤดูร้อน (Summer Season) ช่วงนี้สวยไฮไลท์เช่นกัน เป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยีย เบ่งบาน เป็นพุ่มใหญ่ หลากสี เยอะมากๆ จนใครๆ ต้องมาให้ได้เชียว ฤดูใบไม้ร่วง(Autumn Season) ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้คือ ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลี่ Pink Muhly เป็นอะไรที่ทุกคนรอคอย 1ปี 1ครั้ง กับ ต้นหญ้าที่เป็นสีชมพูโดยธรรมชาติ สวย หวาน น่ารักมากๆ

เทจี ยังนยอม คัลบี้
เทจี ยังนยอม คัลบี้ (สันในของหมู

เมนู เทจี ยังนยอม คัลบี้ (สันในของหมู)
อาหารเกาหลีแบบปิ้งย่าง ย่างเป็นชิ้นใหญ่ๆ โดยย่างแบบใช้เตาถ่านที่มีชื่อเสียงมากๆ ของเกาหลี เป็นการนำเนื้อหมูส่วนสันในมาหมักกับเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่ม เสิร์ฟย่างสดๆ ร้อนๆ ร่วมรับประทานด้วยกัน วิธีการทานให้ได้อรรสรส ต้องตัดหมูเป็นชิ้นๆ นำผักสด กระเทียม กิมจิ และ เครื่องเคียงต่างๆ มาห่อรวมกัน รับประทานคำโตๆ แบบสไตล์คนเกาหลี หรือทานกับข้าวสวยร้อนๆ ที่มีเสิรฟให้ไม่อั้นเช่นกัน

อาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก Jeju In Hotel
Jeju Gold Package เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี เข้าพักที่ Jeju in Hotel

Jeju In Hotel ตั้งอยู่ในเมืองเชจู ห่างจาก Aljakji Beach ไม่ถึง 1 กม. ให้บริการที่พักพร้อมห้องอาหาร พื้นที่จอดรถส่วนตัวฟรี บาร์ และสวน โรงแรมระดับ 3 ดาวแห่งนี้มีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย ฟรี แผนกต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง และรูมเซอร์วิส โรงแรมมีห้องสำหรับครอบครัว ผู้เข้าพักที่โรงแรมสามารถเพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า Jeju In Hotel มีระเบียง เดินไปหาด Iho Tewoo ประมาณ 10 นาที โรงแรมมี 7-11 ภายในโรงแรม

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก Jeju In Hotel
มื้อเช้า เป็นอาหารเช้าแบบง่ายๆ และเสริฟเป็นสไตล์บุฟเฟ่ต์แบบฉบับเกาหลี ให้เลือกรับประทานในห้องอาหารที่ สะอาด บรรยากาศดี พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ จากนั้นพาท่านไปรู้จักกับ

ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (น้ำมันสนเข็มแดง)
สมุนไพรที่มีชื่อเสียง ต้นไม้ชนิดเดียวที่กินได้ (ดินแดนมรดกโลก) ของประเทศเกาหลีใต้ Red Pine Oil หรือ น้ำมันสนเข็มแดง ตามตำหรับยาโบราณสมัยราชวงศ์โชซอน ที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ปัจจุบันได้นำมาสกัดด้วยวิธีที่ทันสมัยดึงสรรพคุณที่ดีที่สุดออกมาในรูปแบบที่ทานได้ง่าย และบำรุงสุขภาพได้ดีที่สุด น้ำมันสนเข็มแดง ที่มีสรรพคุณช่วยในการทำความสะอาดระบบหลอดเลือด เคลียร์หลอดเลือด
ที่อุดตัน ลดคลอเลสเตอรอล ความดัน เบาหวาน ป้องกันเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน อีกทั้งยังช่วยให้การผ่อนคลาย หลับสนิทมากขึ้น ผิวพรรณดูมีสุขภาพดี รับประทานเป็นประจำร่างกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ

นั่งรถไฟเที่ยว ECOLAND
รถไฟ ECOLAND เที่ยวชมธรรมชาติ เที่ยวชมธรรมชาติสดูอากาศบรสิทุธิ์และร่วมกิจกรรมตามสถานีต่างๆ ด้านในถูกสร้างอยู่ท่ามกลางผืนป่ าขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นหลายหลากโซน ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาป ที่สามารถเดินชมวิวบน สะพานไม้ แต่ละฤดูจะมีดอกไม้ และพันธุ์ไม้ต่างๆ ออกสลับกันได้มาเชคอินกันได้ตลอดทั้งปีในช่วง เดือน ธ.ค. – ม.ค. ฤดูหนาว หิมะตก และดอกคามิลเลียบาน เดือน ก.พ.-เม.ย ทุ่งดอกยูแชกต และมีซากุระบานตอนปลาย เดือน มีนา เดือน พ.ค-ก.ค. ชมทิวลิป ดอกไฮเดรนเยีย และลาเวนเดอร์ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ดอก Sunpatein บาน ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม เดือน ต.ค.-พ.ย. ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลลี่ และดอกหญ้าออกแซ

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก เป็นสไตล์บุฟเฟ่ ต์แบบฉบับเกาหลี ให้ท่านเลือกรับประทานในห้องอาหารที่สะอาด บรรยากาศดี พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” (SONGEUB FOLK VILLAGE)
“ซองอึบ” เป็นหมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง เมื่อไปถึงจะมีชาวบ้านมาต้อนรับ และพาเราเดินชมวิถีชีวิตต่างๆ ในหมู่บ้าน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่นี่ให้ฟังแบบสนุกสนาน มาที่นี่
จะได้รู้จักรูปปั้นเทพ พระเจ้า ทอลฮารุบัง ที่มีอยู่ทั่วเกาะ บ้านที่สร้างจากก้อนหินทั้งหลัง แหล่งน้ำจืดที่หายากมากอาชีพหลักของชาวเกาะ ความไม่เท่าเทียมของหญิงชายในอดีต สัตว์เลี้ยงประจ าเกาะ ไหหรือโอ่งโบราณ
ที่ได้มีไว้หมักกิมจิ เหมือนที่อื่นๆ และที่พลาดไม่ได้สินค้า Otop ของหมู่บ้านที่มีมาช้านาน เป็นที่เลื่องชื่อว่ามาเกาะเชจูต้องมาชิม และช้อปสักครั้ง นั่นก็คือผลิตภัณฑ์แคลเซียมธรรมชาติจากกระดูกม้า และนำน้ำหมักเบอร์รี่ป่า
แบล็คราสเบอรี่ หรือที่เรียกันว่า Omija (โอมิจา) ถ้าได้ทดลองดื่มสดชื่นมากๆ

ภูเขาไฟซองซาน อิลจลุ บง
ภูเขาไฟซองซาน อิลจลุ บง (SEONGSAN ILCHULBONG ) หรือที่ถูกขนานนามว่า “Sunrise Peak” มี อายุกว่า 5000 ปี ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด จึงเป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น
เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาสัมผัส จึงถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติ ภูเขาไฟลูกนี้สงบลงเป็นที่เรียบร้อย แต่ทิ้งความสมบูรณ์และสวยงามเอาไว้ โดยรูปทรงที่กลมขนาดใหญ่เส้นผ่าน
ศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร มีรอยหยักมองแล้วลักษณะเหมือนทรงมงกุฏเลย และเป็นการเชื่อมโยงกับเกาะเชจูแบบธรรมชาติ ด้วยธารลาวา ปัจจุบันจึงสามารถไปเที่ยวจุดนี้ ด้วยรถยนต์ และใครที่อยากได้ บรรยากาศปากปล่องภูเขาไฟ
พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ต้องเอาชนะใจตัวเองด้วยการเดินขึ้นไปพิชิตถึงยอดปากปล่อง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 182 เมตร

แหลมซอฟจีโกจี กินหอย ปลาหมึก ที่นี่อร่อยมากๆ
จุดที่ซีรีย์เกาหลี นิยมมาถ่ายทำมากที่สุด แหลมซอฟจีโกจี หนึ่งสถานที่เที่ยวยอดฮิตบนเกาะเชจู ที่มีความสวยงามจนเป็นจุดที่ซีรีย์เกาหลี นิยมมาถ่ายทำมากที่สุด กิจกรรมน่าสนใจของจุดนี้มีเยอะสวยงามจนเป็นจุดที่ซีรีย์เกาหลีนิยมมาถ่ายทำมากที่สุดกิจกรรมน่าสนใจบริเวณแห่งนี้มากมาย

จุดนี้มีเยอะมาก เช่นการเดินไปเยี่ยมชมปลายสุดของแหลมที่จะมีประภาคารสีขาว ตั้งเด่นสวยงาม มีโขดหินคู่ที่เรียกกันว่า หินตาหินยาย ระว่างทางก็จะมีบ้านหลังนึงที่สมัยอดีตเคยเป็ยโบสถ์เก่า ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นความน่ารักให้ผู้คนมาถ่ายรูปกันเส้นทางเดินโค้งซ้ายโค้งขวาสวยงามมาก และอีกกิจกรรมเด็ดคือต้องมาชิมปลาหมึกสดที่ชาวบ้านเอาไปตากลมจนแห้ง และนำมาย่างบนหินภูเขาไฟนั่นเอง กลิ่นจะหอม และรสชาติหวาน อร่อยสดมากๆ ถือเป็นของกินที่มาแล้วไม่กินถือว่าไม่ถึงเลยทีเดียว

ซุปไก่ทะเลสวรรค์
เมนูสุดพิเศษ ซุปไก่ทะเลสวรรค์ที่ผสมผสานความเป็นท้องทะเลของเกาะเชจู เข้ากับ ของเรื่องสุขภาพที่แข็งแรงนั่นก็คือซุปไก่นั่นเอง เมนูนี้จึงเปรียบดังเมนูจากสวรรค์เลยทีเดียว ส่วนประกอบ หลักๆ จะเป็นไก่ที่ต้มด้วยสมุนไพรจนเปื่อย
และเพิ่มซีฟู้ดตามฤดูกาลเข้าไป ทำให้นำน้ำซุปอร่อย หวาน กลมกล่อมไม่เหมือนใคร เสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องเคียงต่างๆ เช่นกิมจิ สาหร่าย หัวไชเท้า

วัดป่า “ชอนวังซา” (Sangbang Bomunsa Temple) วัดแรกของเกาะเชจู
เป็นวัดที่สวยงามที่อยู่กลางหุบเขา 99 ยอด ชม วัดป่าชอนวังซา อยู่บนเทือกเขาฮัลลาซาน สูงที่สุดครั้งแรกเป็นสถานวิปัสนา ซึ่งสายมูต้องห้าม พลาดเพราะวัดแห่งนี้ต้องมาขอพรเรื่องเงินทองและความก้าวหน้าในเรื่องหน้าที่การงาน
วัดนี้ถูกขึ้นทะเบียนเเป็นวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มากแห่งหนึ่งในเกาหลีอีกทั้งยังมีต้นกำเนิดจากน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่

ศูนย์แสดงชุดเครื่องนอน SESA LIVING
เลือกซื้อชุดเครื่องนอนเพื่อสุขภาพอันดับหนึ่งของ ประเทศเกาหลีใต้ Sesa Livingที่ใช้เส้นใยในการถักทอถึง 15400 เส้น กัน
ไรฝุ่นได้100% มีการใช้หยกในการทำเส้นใย จึงมีคุณสมบัติในเรื่องของการ บำบัดขณะนอนหลับ ซึ่งเนื้อผ้าจะมีสัมผัสที่นุ่ม ลื่น ไม่มีเสียงดังเมื่อขยับตัว และยังปรับอุณหภูมิที่คงที่ให้ ร่างกายขณะนอนหลับพักผ่อนอีกด้วย และโชว์รูมแห่งนี้สามารถคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยว

ช้อป-จัก-ปยอ-กุก ต้มซุปซี่โครงหมู
อากาศเย็น ซดน้ำชื่นใจ เมนูท้องถิ่นประจำเกาะเชจู ช้อป-จัก-ปยอ-กุก ต้มซุปซี่โครงหมู สมัยก่อนเกาะเชจู เลี้ยงหมูแทบจะทุกครัวเรือน ซี่โครงของหมูจะถูกนำมาทำซุป ด้วยนำน้ำซุปที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นซุปข้นเหนียวเล็กน้อย เพราะสูตรเฉพาะที่จะใส่ข้าวเมมิลลงไปด้วย จึงมีรสชาติที่เข้มข้น เนื้อหมูจะนุ่ม ร่อนจากกระดูก ละมุนมากๆ เสริฟท่านพร้อมข้าวสวย และเครื่องเคียงตามฤดูกาล

ซุปเปอร์มาร์เก็ต ละลายเงินวอน
ที่นี่มีขนม ของฝาก ของพื้นเมืองเกาหลีที่ขึ้นชื่อ ใครๆ มาต้องมีติดไม้ติดมือกลับไป อาทิเช่น ขนมชื่อดังต่างๆ ช้อคโกแลตหลาย หลายรสชาติ สาหร่ายนานาชนิด รามยอน กิมจิ รวมไปถึงของใช้ใน ครัวเรือน เช่น กระทะ ตะเกียบ ถ้วยข้าว ซอสปรุงรส วุ้นเส้น รวมถึงของฝากของที่ระลึกมีให้ท่านได้เลือกซื้อมากมาย เหมือนเอาเงินวอนมากละลายกันอย่างเพลิดเพลินและไม่ต้องกลัวว่าจะใส่กระเป๋าไม่พอ เพราะที่นี่พร้อมบริการบรรจุกล่องตามเงื่อนไขของร้าน

ชายหาดอีโฮเทอู (Iho Tewoo Beach)
วชายหาดขึ้นชื่อบนเกาะเชจู “อีโฮเทอู” นอกจากความสวยงามของท้องทะเล คาเฟ่น่ารักๆต่างๆแล้ว ยังมีสัญลักษณ์ที่มองลงมา จากเครื่องบินจะเห็นทันทีที่ถึงเกาะเชจู นั่นก็คือประภาคารรูปม้าสีขาว และสี แดง ม้าถือว่าเป็นสัตว์ประจำเกาะ
เชจู และใครๆที่มาเที่ยวก็นิยมมาถ่ายรูป

LOTTE DUTY FREE
ร้านค้าปลอดภาษี LOTTE DUTY FREE
ช้อปปี้งสินค้าปลอดภาษี LOTTE DUTY FREE เครื่องสำอางค์เกาหลีและต่างประเทศ สินค้าแบรนด์เนม ราคาถูก จากนั้น ช้อปปิ้งในดาวน์ทาวน์ (Down Town Shopping Center) เดินทางสู่แหล่งช้อปปิ้งในตัวเมืองแห่งเกาะเชจูมีโซนใต้ดิน และโซนวอคกิ้งสตรีท เป็นแหล่งรวมสินค้ายอดฮิต ติดเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นเกาหลี แบรนด์สปอร์ตกีฬาดังๆ ทั้ง แฟชั่นเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ และยังมีสตรีทฟู้ด ขนม คาเฟ่ต่างๆ

ปิดทริป 4 วัน 2 คืน ถูกใจ ไปได้จริง ไม่ทิ้งไม่เท ต้นตำรับ เที่ยวร์เกาหลี เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี กับการเปิดประเทศครั้งแรกและเป็นทริปแรกที่มากับทัวร์ค่ะ ทริปนี้ประทับใจมากๆ สนใจทริป ถูกใจ ไปได้จริง ไม่ทิ้งไม่เท ต้นตำรับ เที่ยวร์เกาหลี

รวมโปรแกรมเที่ยวเกาหลีราคาสุดปัง ไว้ให้คุณที่นี่ที่เดียว (ตัดบัตรไม่ชาร์จ)
ไม่สะดวกจองเอง ทักแชทให้เราจองให้
https://lin.ee/5fR25rL

สนใจสอบถามเพิ่มเติมทาง
Line : @gotrueworld
Hotline : 02-115-0037, 098-827-7522
Facebook : True World Travel m.me/346807932059210
Website : www.gotrueworld.com

สองพี่น้องตระกูล “อนุวัตเมธี” ปั้นอาณาจักร “Scene” สยายปีกเบเกอรี่พรีเมียมแบรนด์ไทย

สองพี่น้องตระกูล “อนุวัตเมธี” ปั้นอาณาจักร “Scene” สยายปีกเบเกอรี่พรีเมียมแบรนด์ไทย สองพี่น้องตระกูล “อนุวัตเมธี” ทุ่ม 80 ล้าน เปิดอาณาจักร Scene Bangkok คาเฟ่หรูสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมครัวกลางขนาดใหญ่ เผยแผนบุกตลาดเบเกอรี่ระดับพรีเมียม ปักธง 4 สาขาในกรุงเทพฯ ภายใน 3 ปี ขยายร้านขนมอีก 50-70 แห่ง แตกแบรนด์ย่อยลุยเทศกาล-งานอีเว้นต์ ชูวัตถุดิบคุณภาพสูง การผลิตทันสมัย สร้างชื่อเบเกอรี่แบรนด์ไทยเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์
ตอบโจทย์ความต้องการของคุณลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
▪︎ All Day Brunch
▪︎ Bakery & Dessert
▪︎ Coffee Bar
▪︎ Dinner & Cocktail
เชิญมาสัมผัสประสบการณ์ความสุขแห่งใหม่ที่ Scenebangkok

ลูกไม้ อนุวัตเมธี กรรมการผู้จัดการ ร้าน Scene Bangkok ผู้เป็นพี่สาว เล่าให้ฟังว่า มีความหลงใหลในเบเกอรี่มาตั้งแต่ และมีโอกาสเรียนการทำอาหารและขนมในสถาบันต่าง ๆ ได้เรียนรู้วิชาและฝึกประสบการณ์จากเชฟที่มีชื่อเสียง จนได้เปิดร้าน “Tokyo Dessert” ย่านพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งได้การตอบรับที่ดีมาก จนกลายมาเป็น OEM รับออกแบบและทำขนมให้กับหลาย ๆ ร้าน อาทิ ทรูคอฟฟี่ คอฟฟี่บีน อเมซอน และร้านในเครือเซ็นทรัล เป็นเวลาประมาณ 6 ปี จนช่วงหลังเริ่มทำไม่ไหว จึงต้องปิดตัว ร้าน Tokyo Dessert ลงไป

ด้าน ซีน – ดุสิตา อนุวัติเมธี ผู้น้องที่ผันตัวเองจากทันตแพทย์ เพื่อมาช่วยพี่สาวบริหารงานเต็มตัว กล่าวเสริมว่า หลังจากอยู่ในเส้นทางการผลิตเบเกอรี่ระดับพรีเมียมมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้มองเห็นโอกาสทางการตลาด และมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง จึงได้ลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท สร้างอาณาจักร Scene Bangkok บนถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4
Scene Bangkok ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5 ไร่ โซนด้านหน้าเป็นร้านเบเกอรี่ขนาดใหญ่ โทนสีขาวสะอาดตา ออกแบบสไตล์โมเดิร์นผสานกลิ่นอายฝรั่งเศส ภายในโทนสีฟ้าขาว ประกอบด้วยชั้นล่างและชั้นลอย โถงตรงกลางร้านเป็นบาร์เปิดแบบ 360 องศา รายล้อมด้วยขนมนานาชนิด ๆ ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นที่ยอมรับเรื่องรสชาติและความพิถิพิถัน บริการอาหาร ขนม และเครื่องดื่มนานาชนิด โซนนอกอาคารเป็นพื้นที่สวน ด้านหลังร้าน เป็นส่วนของครัวกลางขนาดใหญ่ ที่ออกแบบไว้เพื่อรองรับการขยายสาขาในอนาคต นอกจากนั้นยังมีส่วนของร้าน Zachi Omakase ต้อนรับลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น โดยเชฟฝีมือระดับประเทศ ประสบการณ์การปั้นซูชิกว่าหมื่นคำต่อวัน การันตีด้วยความ Premium ที่จัดว่าดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า คือ การขยายสาขา Scene Bangkok อีก 4 สาขาในกรุงเทพฯ เป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกับสาขาแรก โดยจะลงทุนเองทั้งหมด รวมทั้งการปั้นโมเดลร้านขนมขนาดเล็ก ที่สามารถขยายธุรกิจได้ 50-70 สาขา ทั้งการลงทุนเองและรูปแบบแฟรนไชส์ โดยจะใช้ศักยภาพของครัวกลางที่เตรียมไว้เพื่อรองรับการผลิตทั้งหมด

ลูกไม้ อธิบายเสริมว่า Scene จะเป็นแบรนด์หลักในการขยายธุรกิจ ซึ่งจะเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่มีดีไซน์และบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ และมีซับแบรนด์ อาทิ X-CUZINE บริการแคทเทอริ่ง สำหรับการจัดเลี้ยงและงานอีเว้นต์ต่าง ๆ แบรนด์ Scene Celebration สำหรับเทศกาลและโอกาสพิเศษ รวมทั้งแบรนด์ Scene Secret House ธุรกิจธีมเทพนิยาย อันเป็นที่ชื่อชอบของสองพี่น้อง โดยปัจจุบันได้นำเสนอบ้านฮอบบิทในพื้นที่ของ Scene Bankok และจะสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น น้ำหอม ภายใต้คอนเซ็ปต์เครื่องหอมและเวทมนต์ เป็นต้น ส่วนความเป้าหมายในอนาคต คือการเข้าตลาดหลักทรัพย์

“ความฝันของไม้คือ อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ เราเป็นคนคิดใหญ่และมีเป้าหมายสูง ส่วนน้องสาวเป็นหมอฟัน ทำอาหารไม่เป็นเลย แต่มีส่วนช่วยเรื่องงานออกแบบ เพราะน้องซีนชอบศิลปะเมื่อเราบอกกับน้องว่าอยากทำเบเกอรี่แบบนี้ๆ ตกแต่งแบบนี้ น้องจะสเก็ตช์ภาพออกมาเพื่อส่งให้กับเชฟได้ทำตามที่เราคิด” ลูกไม้ กล่าว

Amazing ยิ่งกว่าที่เคยรู้จัก รักกว่าที่เคยรู้สึก

สักครั้งหนึ่ง การพาตัวเองออกไปในที่ใหม่ ๆ ก้าวออกจาก comfort zone ลงมือทำอะไรที่ไม่เคยทำ ออกไปพบเจอผู้คนที่ห่างไกลออกไป อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรามองโลกใบนี้เปลี่ยนไป การเที่ยวตากครั้งใหม่ อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนรู้จักแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดตากเป็นอย่างมากและลึกซึ้ง ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและการกระจายรายได้ ในพื้นที่จังหวัดตากอย่างต่อเนื่อง ททท.ตากชู”ตากเที่ยวได้ไม่ธรรมดา”

ผอ.หน่อง ผอ.ททท. สำนักงานตาก ชวนเที่ยวชมชวนสัมผัสประสบการณ์กลางแจ้ง เสริมคุณค่าทางใจ และเที่ยวเพื่อให้คืน การเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อนมัสการพระบรมธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และการมาสัมผัสชีวิตวิถีชีวิต ชนเผ่า ชุมชนชาวเผ่าต่าง ๆ ของจังหวัดตาก โดย ททท.ตาก ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อมวลชน และสื่อรูปแบบต่างๆ
เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่

นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก เล่าถึง ศักยภาพของจังหวัดตากที่ดีอยู่แล้ว ด้านความพร้อมในการรองรับ เที่ยวได้ไม่ธรรมดา ชวนสัมผัสธรรมชาติชีวิตกลางแจ้ง ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนกรีนซีซั่น จังหวัดตากมีเรื่องท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม เราเปิดฤดูท่องเที่ยวทีลอซูวันที่ 1 ตุลาคม เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย ติดอันดับของโลก เรียกว่านักท่องเที่ยวเริ่มมาท่องเที่ยวในช่วงนั้น

เส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดตากในช่วงปลายฝนต้นหนาวต้อนรับทะเลหมอก ช่วงหลังฝนใหม่ๆ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่เดินทางมาแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน ๆ โดยมาจากเพจรีวิวต่างๆ และมาแบบหมู่คณะ มาเที่ยวชมในพื้นที่ อ.เมืองตาก – อ.แม่สอดตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เหมือนกับอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา สัมผัสทะเลหมอก เรายังมีเส้นทางท่องเที่ยว สวนดอกไม้ ไร่อุ่นไอรัก ไร่พบรักแดนสวรรค์และมาชิมกาแฟที่ไร่เตตราวรรณ ชมพิพิธภัณฑ์ที่นี่ น่าสนใจอีกที่หนึ่ง

อีกจุดหนึ่งคือเส้นทางของม่อนหมอกตะวัน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับเส้นทางของทุ่งดอกไม้และทะเลหมอกที่งดงาม หากต้องการสัมผัสวิถีชุมชน มีที่พักที่หลากหลายและมีน้ำตกป่าหวาย เป็นไฮไลท์ อยู่ไม่ไกลจากม่อนหมอกตะวัน เที่ยวได้ทั้งปี เรามีอโวคาโด้เป็นผลไม้ประจำจังหวัดตาก เพราะเราปลูกบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 600-800 เมตร ทำให้รสชาติค่อนข้างดี มีทุเรียนน้ำแร่ แมคคาเดเมีย ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มสายน้ำแร่ที่อยากให้นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดตากได้ลองชิม วันที่ 5-8 พย.นี้ มีงานอีเวนท์ยิ่งใหญ่ประจำปี เป็นงานลอยกระทงสาย ไหลประทีปพันดวง เรามีภูมิทัศน์แม่น้ำปิงที่สวยที่สุดอยู่ในจังหวัดตาก และล่องแม่น้ำปิงทำให้กระทงสายเป็นสายสวยงาม กระทงต้องลอยตั้งแต่หนึ่งพันไมล์กะลา เป็นรูปตัวเอสกลางแม่น้ำปิง อลังการและอเมซิ่งมาก เป็นสิ่งอันซีนที่ต้องมาเที่ยว

น้ำตกป่าหวาย

เส้นทางอีกเส้นหนึ่งคือ เขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนโค้งเรียกว่าเขื่อนพ่อ ชมชุมชนทำปลาแห้งที่บ้านสันป่าป๋วย หมู่บ้านอยู่ ใต้แม่น้ำปิงแต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เขาทำปลาอบแห้งที่อร่อยและ ถัดลงมาไปกราบขอพรหลวงพ่อทันใจ ที่วัดพระบรมธาตุบ้านตาก สำหรับท่านที่เกิดปีมะเมีย ลงมามีชุมชนกาดป้าตง ปิดมาสองปี ก็เตรียมเปิดรับนักทองเที่ยวในปลายปีนี้ เป็นชุมชนริมแม่น้ำปิงที่มีอัตลักษณ์เป็นบ้านไม้เก่า มีวิถีชุมชนที่น่ารัก และถัดลงมาเรามีไม้กลายเป็นหินที่ยาวที่สุดในโลกเพิ่งได้รับการบันทึกกินเนสเวิล์ดเรคคอร์ดอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย
เรายังมีแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองตาก เรามีกาดนั่งยอง-คล้องย่าม 16.00-21.00 น. ทุก ส.อ. ยำข้าวเกรียบก็ไปหาททานได

ย้อนขึ้นมาทางแม่สอด เราจะเห็นดอยมูเซอ เป็นตลาดวิถีชุมชนชาวมูเซอ ผลไม้ท้องถิ่น สัมผัสวิถีชุมชนได้ที่เป็นโฮมสเตย์ที่บ้านห้วยปลาหลด มีต้นกาแฟที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้ชาวมูเซอปลูกขึ้นมาอีกนิด จะมีอุทยานแห่งชาติลานสาง สัมผัสทุ่งดอกไม้ ได้เห็นความงดงามของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จะเห็นต้นกะบากยักษ์ ยี่สิบคนโอบขึ้นมาทางอ.แม่สอด วัดไทยสไตล์พม่า ที่วัดไทยสามัคคี จะมีพระนอนตาหวานองค์ใหญ่รอรับนักท่องเที่ยว ไหว้เจดีย์ชเวดากองที่วัดนี้ได้ ทางด้านบ้านแม่กะสา เส้นทางนั้นจะมีหลวงพ่อทันใจเช่นเดียวกันอยู่วัดไทยสามัคคี ตับไตไส้พุงเป็นเงินเหมือนมนุษย์ สร้างในหนึ่งวันเสร็จ มีพุทธคยาจำลองด้านหลังวัดสำหรับท่านที่เกิดปีมะเส็ง ท่านไหนอยากไปขอพรอีกเส้นทางหนึ่งคือ ท้าวเวสสุวรรณโณองค์ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือที่วัดศรีพรเพ็ญมาตรยาราม เส้นทางสายมู ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ หากเมื่อยแล้วไปอโยคยาสารโป่งคำราม เป็นออนเซ็นน้ำแร่ในสไตล์ญี่ปุ่นเป็นถังไม้โอ๊กและไปขอพรพระพิฆเนศ

เส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดตาก ค่อนข้างหลากหลาย มีวิสดอมฟิลเป็นกาแฟแล้ว
มีภาพกราฟฟิตี้ที่มีความสวยงามสำหรับกลุ่มเจนวาย ไปเซลฟี่ได้ เราเที่ยวได้ทุกวัย มัลติเจนเนอเรชั่น เรามีที่พักที่หลากหลายที่จะให้นักท่องเที่ยวได้เลือกได้สัมผัสที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้าดาวลงมา ด้านอาหารการกิน ถ้าไปเดินตลาดในเมืองตลาดพาเจริญ เป็นไฮไลท์จะได้เห็นวิถีชุมชนหลายชาติพันธ์ ชาวจีน เมียนม่า มุสลิมไทย อินเดีย ไปตลาดนี้ได้ครบ ไปชิมเส่งเผฮาลาหว่า ขนมของชาวไทยใหญ่ของฝาก ก็มีหลากหลายได้เลือก ชิมอาหารทะเลบนดอยที่แม่สอด เรามีทะเลติดกับเมียนม่า เรามีอาหารทะเลสดๆไม่ว่าจะเป็นปลากะพง กุ้งแม่น้ำเผา อาหารจีนก็มีให้เลือกหลายสไตล์ มีมนต์เสน่ห์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่ สำคัญๆ และ ท่องเที่ยวที่ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอีกมากมาย

ผอ.หน่อง ผอ.ททท. สำนักงานตาก ชวนเที่ยวชม ม่อนหมอกตะวัน จังหวัดตาก แนวคิด สุขง่ายจากการให้ ที่มุ่งนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ร่วมกับกิจกรรม csr ไปยังนักท่องเที่ยว ให้ได้ร่วมส่งมอบคุณค่าจากการท่องเที่ยวคืนสู่ท้องถิ่น
มีแหล่งท่องเที่ยวอันซีนในอำเภอพบพระ เป็นหนึ่งใน 25 แห่ง ของประเทศ มาสัมผัสช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเห็นทุ่งดอกเสี้ยน ดอกคอสมอส เดินทางไม่ไกล ไปทางอำเภอแม่สอดไปที่อำเภอพบพระกม.ที่ 49 เข้าไปประมาณ 12 กิโลจะได้สัมผัสขุนเขา นักท่องเที่ยวสามารถนำรถโฟร์วิวหรือรถเก๋งก็ได้ขึ้นไป ท่านใดที่ต้องการหาที่พักก็เลือกจองได้ในเพจของทางสำนักงานททท. สำนักงานตาก
ม่อนหมอกตะวัน มาแล้วจะหลงรัก อำเภอพบพระจังหวัดตาก น้ำตกพาเจริญ
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยม อ.พบพระ น้ำตกหินปูนที่มีน้ำไหลตามชั้นหินเป็นลำดับชั้นลดหลั่นกันมา จำนวน 79 ชั้น มีต้นกำเนิดจากแหล่งซับน้ำและห้วยในป่าบริเวณหมู่บ้านชิบาโบ

เนื่องจากความหลากหลาย ปลายเดือนตุลาก็จะได้ชิมส้มสายน้ำผึ้งและแมคคาเดเมีย และจะได้สัมผัสวิถีชุมชนชาวม้ง จะแต่งชุดชาวม้งก็ได้ประสานกับทางผู้ใหญ่บ้าน สัมผัสความงดงามและสัมผัสชุมชนวิถีจริงๆ
หรือทานอาหารพื้นถิ่นอย่างไก่บ้านต้ม หรือไก่ผีปู่ย่าเป็นอาหารท้องถิ่น ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ก็จะมีข้าวใหม่ม้ง รสชาติอร่อยมาก

ในปลายเดือนธันวาคมหรือต้นมกราคม จะมีปีใหม่ม้ง จะเห็นชาวบ้านแต่งกายด้วยชุดประจำเป่า น่ารักๆ เป็นงานประจำปีของชาวม้ง ติดตามในเพจททท.สำนักงานตาก ว่าจะจัดขึ้นในวันไหน แต่อย่าลืมอย่าพลาดมาสัมผัสกับม่อนหมอกตะวัน เชื่อมไปทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญและไปน้ำตกทีลอซู ที่อุ้มผางได้

นส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ
ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานตาก

ททท. สำนักงานตาก
193 ถ.ตากสิน ต.หนองหลวง, Muang Tak, Tak, Thailand 63000.
https://www.google.com/maps/dir//16.886281,99.122922/@16.8862482,99.0528605,12z

#amazingTHAILAND #เที่ยวตากAmazingยิ่งกว่าเดิมเที่ยวตาก #Gud2Go2TAK #TAKtheNewChapter #toptotravel

14 จุดเช็คอิน ฟินทั้งกายและใจ เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”


อุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ภายใต้วิถีอันเรียบง่าย พร้อมความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงาม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ต่างอาศัยพื้นที่ทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงชีวิต ชาวอุทัยธานีจึงมีใจ “รักษ์” ในทรัพยากรในถิ่นอาศัย กิน ใช้ ในวิถีปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ทุกคนไปสัมผัส กับเส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ทั้งจุดเช็คอิน ที่กิน ที่พัก ที่ผ่อนคลายทั้งกายใจ เปิดมุมมองกว้างใหญ่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ท่ามกลางวิถีชุมชนอันน่าชื่นชม

เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้คัดสรร14 จุดเช็คอินฟินทั้งกายและใจ ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอทับทัน อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่ มาให้ทุกคนได้ชื่นใจ ก่อนจะไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นด้วยกัน

1.ล่องวิถีสะแกกรัง ฟังเรื่องราววิถีชาวแพ
เริ่มต้นจาก แม่น้ำสะแกกรัง อ.เมืองอุทัยธานี เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำสะแกกรัง คือ วิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรังใน อ.เมืองอุทัยธานี ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี ส่งต่อภูมิปัญญาวิถีชาวเรือนแพจากรุ่นสู่รุ่น ชาวแพในปัจจุบันมีอาชีพที่หลากหลายทั้งงานรับจ้าง เลี้ยงปลา หาปลา ค้าขาย รวมทั้งภูมิปัญญาการทำเกษตรลอยน้ำ ทั้งการปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด และเตยหอม โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาประชังน้ำจืด ซึ่งมีจุดกำเนิดที่แม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้

แน่นอนว่าเมื่อมาเยือนสะแกกรังแล้ว จะต้องได้ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์จากสายน้ำ อาทิ ปลาย่าง ปลาจ่อม และน้ำพริกปลาย่าง ที่ “แพป้าแต๋ว”จากนั้นเมื่อขึ้นฝั่งแล้วยังมีเวลา สามารถแวะชมความงดงามของ “วัดโบสถ์”ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเมืองอุทัยธานี ชาวบ้านจึงได้ทำแพรับเสด็จที่วัดแห่งนี้ ปัจจุบันยังมีสิ่งของพระราชทานจัดแสดงอยู่ภายในวัดอีกด้วย

2.แรดได้ใจ ต้อง ปลาแรด GI อุทัยธานี
ชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง บนเกาะเทโพ มีการรวมตัวของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลาแรดสะแกกรังตำบลท่าซุงซึ่งได้การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็น “ปลาแรด GI” หนึ่งเดียวในเมืองไทยจุดเด่น คือ “เกล็ดหนา หน้างุ้ม เนื้อนุ่ม แน่นหวาน”ด้วยการเลี้ยงแบบผสมผสานกับพืชผัก ผลไม้นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรดให้เลือกซื้ออีกมากมาย
หากอยากชิมเมนูปลาแรด ของดีจังหวัดอุทัยธานี ที่การันตีได้ว่าไม่มีกลิ่นสาบโคลนแน่ ๆ เพราะเลี้ยงในกระชังที่มีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา บนเกาะเทโพยังมีร้านอาหารให้เลือกชิมหลายร้าน อาทิ ร้านป้าสำราญ ที่มีสารพัดเมนูปลาแรด ปลาในท้องถิ่น รวมทั้งเมนูพื้นบ้านต่าง ๆ ให้เลือกชิม ในบรรยากาศริมน้ำอันแสนสดชื่น

Facebook/กลุ่มแปรรูปปลาตำบลท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

3.วันวานยังชื่นใจ “อุไทย เฮอริเทจ”

ในตัวเมืองอุทัยธานี ยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวิถีสโลว์ไลฟ์แบบที่หลายคนชื่นชอบ ท่ามกลางกลิ่นอายของวันวานจากตึกรามและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เช่นที่“อุไทย เฮอริเทจ” โรงแรมที่ได้รับการออกแบบปรับโฉมจากอาคารโรงเรียนเก่าที่มีอายุราว 80 ปี จึงคงกลิ่นอายแบบวินเทจให้ผู้ที่คิดถึงวัยเด็กเข้ามาชื่นชม

ปัจจุบัน “อุไทย เฮอริเทจ” เปิดให้บริการห้องพักหลายรูปแบบ ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น สะท้อนคุณค่าของเมืองอุทัยธานีผ่านเรื่องราวของโรงเรียน ข้าว และงานไม้ ทุกเช้าและเย็น ยังมีกิจกรรมเคารพธงชาติในทุกวัน นอกจากการเข้าพักแล้ว สามารถแวะมาจิบกาแฟและเครื่องดื่มในคาเฟ่ของโรงแรมได้
Facebook/uthaiheritage

4.ส่งต่อสิ่งดี ๆ สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท มาถึง อ.ทัพทัน
นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพของพื้นที่ทางการเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีการทำนาทำไร่กันมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาผสมผสานเป็นการเกษตรยุคใหม่ที่น่าสนใจ เปิดให้ทุกคนเข้าชม ในบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนสไตล์บ้านไร่บ้านสวนอย่างแท้จริง

ทริปนี้ขอแนะนำ “สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท” พื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชาที่ว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ในพื้นที่กว่า 26 ไร่ มีที่พักสไตล์ลอฟท์พร้อมสระว่ายน้ำเพื่อต้อนรับผู้ที่ต้องการเข้ามาชื่นชมธรรมชาติ ตื่นมาพร้อมบรรยากาศอันแสนสดชื่น และการรับประทานอาหารอร่อย ๆ จากวัตถุดิบปลอดภัยภายในสวน
Facebook/สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ทอ.ทัพทัน อุทัยธานี

5.บ้านไร่วรัญญ์รัช มุมของคนรักแคคตัส

หรือจะแวะไปที่ “บ้านไร่วรัญญ์รัช” ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟาร์มแคคตัสและบอนสี ตั้งอยู่กลางทุ่งนากว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้เรียนรู้การเลี้ยงแคคตัสและบอนสี ภายในไร่ยังปลูกผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงปลา ส่วนของคาเฟ่มีวิวชมนาข้าวที่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล แวะมาจิบกาแฟ หรือกินก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ สูตรของทางร้าน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีแพทย์แผนจีนมาเปิดให้บริการตรวจรักษาในราคาย่อมเยาอีกด้วย

Facebook/banraiwaranrach


6.หุบป่าตาด ดินแดนแห่งความเร้นลับ

จาก อ.ทับทัน เข้าสู่ อ.ลานสัก กับบรรยากาศแห่งขุนเขาและทุ่งกว้าง หันไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความชื่นใจจากบรรยากาศที่เขียวชอุ่มใน อ.ลานสัก มีผืนป่าโบราณ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “อันซีนไทยแลนด์” นั่นคือ “หุบป่าตาด” ดินแดนอันเร้นลับที่ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2522 โดย พระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง จากสภาพป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาด ไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ด้วยลักษณะของป่าที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอันลึกลับ จึงเรียกที่นี่ว่า “หุบป่าตาด” 

หุบป่าตาด อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ไดรับการประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้หายากหลากชนิด  รวมทั้ง “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ที่จะพบได้ในช่วงฤดูฝนนับเป็นสัตว์หายากพบได้ที่หุบป่าตาดเท่านั้น

7.เช็คอินสุดว้าว ที่จุดชมวิวบ้านชายเขา

ห่างจากหุบป่าตาดเพียง 2 กิโลเมตร บรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ท่ามกลางแปลงเกษตรผืนใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง เป็นที่ตั้งของจุดชมวิวบ้านชายเขา มีลานกางเต้นท์และร้านอาหารเล็ก ๆ ให้บริการ ด้วยความสดชื่นในมุมมองอลังการ จึงถูกเปรียบเทียบว่า “สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย” 
DCIM\100MEDIA\DJI_0108.JPG

8.ต้นไม้ยักษ์ คุณทวดแห่งป่า อ.บ้านไร่

มาถึง อ.บ้านไร่ เป็นอีกดินแดนของความ “อยู่ดี Green ดี” ท่ามกลางวิถีทางวัฒนธรรมอันงดงาม เมื่อมาถึงแล้ว ต้องไปรายงานตัวกับคุณทวดแห่งผืนป่า “ต้นไม้ยักษ์” ขนาด 40 คนโอบ อายุราว 300-400 ปี ยืนต้นตระหง่านท่ามกลางป่าหมากและป่าสมุนไพร มาแล้วยังแวะอุดหนุนผลผลิตจากชาวสวนชาวไร่และของดีจากชุมชนในตลาดต้นไม้ยักษ์ได้อีกด้วย

9.แจ่ว 100 สำรับ ชุมชนลาวครั่ง

ชาวบ้านลาวครั่งอาศัยอยู่ในบ้านสะนำ อ.บ้านไร่ มาอย่างยาวนาน และมีภูมิปัญญาการกินอยู่ที่เรียบง่าย แต่ก็มีสไตล์ ตั้งแต่การกินน้ำพริก หรือ แจ่ว ซึ่งดัดแปลงสูตรเป็น “แจ่ว 100 สำรับ” นั่นมาจากการผสมผสานวัตถุดิบต่าง ๆ ในหมู่บ้าน รวมทั้งวัตถุดิบตามฤดูกาล อาทิ “แจ่วมะเขือด้าน” ที่จะใช้มะเขือเจ้าพระยาลูกใหญ่“แจ่วบักเขียเคีย” ทำจากมะเขือส้ม หรือมะเขือเครือ“แจ่วน้ำข้าวใส่หมู”ที่มีส่วนผสมของน้ำซาวข้าว ฯลฯ

10.จานใบไม้ รวมใจรักษ์บ้านสะนำ
ในละแวกบ้านสะนำ มีป่าหมากรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า “ป่าหมากล้านต้น”ชาวบ้านยังเห็นว่ากาบหมากที่ร่วงหล่นลงมาเป็นขยะ น่าจะนำมาปรับโฉมเป็นของใช้ได้ จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มผลิตจานจากใบไม้ นอกจากกาบหมากยังใช้ใบไม้ขนาดใหญ่นำมาแปลงเป็นภาชนะ เช่น ใบไม้สัก ใบตองตึง ใบมะเดื่อกวาง ที่อยู่ในละแวกหมู่บ้าน นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกแล้ว ชาวบ้านก็กลับมาปลูกต้นหมากกันมากขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศที่ดีสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นให้กับหมู่บ้าน

(ติดต่อวิถีลาวครั่งบ้านสะนำ โทร. 06 2259 1285)

11.บ้านไร่สไตล์อินเตอร์ พิซซ่าหน้าผักกูด

เดิมทีผักกูดเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หาเก็บได้จากป่า แต่ปัจจุบันชาวบ้านใน อ.บ้านไร่ ได้หันมาปลูกผักกูด เพื่อป้อนให้กับร้านอาหาร ปรุงเป็นเมนูโปรดของนักท่องเที่ยว  เพราะเป็นผักที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีในการปลูก จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย แถมรสชาติยังกรอบอร่อย ปัจจุบันร้านพิซซ่าห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ ได้นำมาต่อยอดเป็น “พิซซ่าหน้าผักกูด”และ “ผักกูดอบชีส” ใช้เป็นส่วนผสมหนึ่งของหน้าพิซซ่า กลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ขายดิบขายดี เพราะอร่อยและเข้ากันได้ดี แถมยังใช้เตาฟืนในการอบพิซซ่าจึงหอมเป็นพิเศษใครอยากมาชิม ต้องมาวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น 
และทางร้านใช้แป้งสดแบบวันต่อวัน จำกัดเพียงวันละ 50 ถาดเท่านั้น
Facebook/พิซซ่าห้วยป่าปก

12.ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ มุมเช็คอินสุดสร้างสรรค์
เดิมทีฝายปูนกั้นน้ำแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นเพื่อชะลอการไหลของน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการเกษตร แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งอันเขียวขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาอยู่ไกล ๆ ในช่วงหน้าฝนที่มีปริมาณน้ำมากจนเอ่อล้น เกิดเป็นม่านน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมาจากทั้งสองฝั่งของฝายกั้นน้ำ สามารถลงไปเพื่อเล่นน้ำหรือถ่ายรูปได้ บริเวณฝายมีตลาดนัดชุมชนเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้อุดหนุนสินค้าจากชาวบ้าน

13.ไร่ลูกรักของพ่อ ในอ้อมกอดของขุนเขา

(Facebook/ railookrakkongpor)

14.ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่ บ้านเฮา
“ตลาดซาวไฮ่” แหล่งรวมคนมีใจแบบฉบับบ้านไร่ เป็นตลาดที่ชาวบ้านทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งใจนำเสนอวิถีชีวิตแบบเกษตรพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น พืชผักปลอดสารพิษ แหล่งรวมของกินของใช้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านจะนำสินค้าทางการเกษตร ทั้งของกิน ของใช้ รวมทั้งไอเดียหลากสไตล์ของผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ และผ้าทอบ้านไร่ วางจำหน่ายกันทุกวันเสาร์และอาทิตย์ พร้อมกิจกรรมน่ารัก ๆ ที่ทางชุมชนเตรียมให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม

Facebook/sawhai2018

อุทัยธานี เป็นดินแดนแห่งความสุขใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความเขียวขจี ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์ แต่ละจุดหมายเต็มไปด้วยความ “อยู่ดี Green ดี” ที่อยากให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสความรู้สีกดี ๆ นี้ไปด้วยกัน

เส้นทางท่องเที่ยว “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”สร้างสรรค์
โดย MEETTHINKS (www.meetthinks.com) ติดตามภาพแห่งความสุข

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
• e-book “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้ที่ https://online.anyflip.com/maibb/zrfn/mobile/ หรือQRCode ด้านล่างนี้(สำหรับการเปิดด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถรับชมได้ทั้งแบบหน้าเดี่ยวในแนวตั้ง และการแสดงผลแบบหน้าคู่ในแนวนอน)

• คลิปวิดีโอเส้นทางอยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี ตามลิงค์ด้านล่างนี้ https://www.youtube.com/watch?v=oz3p4FCJzbQ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทร. 056514651
Facebook/TAT.Uthai

ชิลล์ริมโขงที่ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม Fortune River View Hotel Nakhonpanom

จังหวัด นครพนม สถานที่ที่เชื่อว่าหลายคน ได้ไปสัมผัสแล้วจะหลงรัก เสน่ห์ความเป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง ยังอบอุ่นเช่นเดิม ด้วยวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม ลองจินตนาการถึงจังหวัดที่เราสามารถตื่นเช้ายามเช้ามาชมอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบายผู้คนที่อัธยาศัยดี มีน้ำใจ หากใครได้มาเยือนจังหวัดนครพนม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตวิถีชีวิต มาลั๊นลาเดินชมวิวทิวทัศน์อันสวยสดใสของวิวริมแม่น้ำโขง ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างไว้อย่างงดงามเว่อร์วัง
อลังการทิวเขาสีเขียวชะอุ่มชุ่มชื่น ไม่แพ้ที่ใดในเมืองไทย “นครพนม พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตามฝั่งโขง”

DCIM\100GOPRO\GOPR6082.JPG

ในช่วงปลายวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันลาพักร้อน วันพักผ่อนหย่อนใจ ใครที่กำ
ลังวางแผนมาเที่ยวในจังหวัดนึรพนม และอยากมาพักค้างคืนสักคืนสองคืน แต่ยังไม่รู้จะไปเลือกพักโรงแรมใหนดี วันนี้ โวยวาย ขอมาแนะนำ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม ตั้งอยู่บนถนนเส้นวัฒนธรรม ติดกับแม่น้ำโขงในระยะที่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนที่ดีงามให้นักท่องเที่ยวมาเยือน

ลานพญาศรีสัตตนาคราช ในยามเย็น

มาถึงนครพนมก็ต้องกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันก่อน ที่ พญาศรีสัตตนาคราช เป็นแลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์สองฝั่งแม่น้ำโขง โบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่สำคัญแหล่งหนึ่งของชาวนครพนม ซึ่ง พญานาค ด้วยความเชื่อและความศรัทธาของพี่น้องชาวไทยและชาวลาวเกี่ยวกับองค์พญานาคที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและองค์พระธาตุพนม การท่องเที่ยวมาชมวิถีชีวิตของพี่น้องริมฝั่งโขง ด้วยทำเลที่บรรยากาศดี ก็มีที่พักมากมาย ควรค่าแก่การมาพักผ่อน บรรยากาศริมแม่น้ำโขงที่สงบและค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีสนามหญ้าริมน้ำเหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นรับลมเย็นและอากาศดีๆ ห้องพักกว้างขวางตกแต่งอย่างเรียบง่ายพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ค่อนข้างครบครัน มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ร้านอาหาร และบาร์ เอาไว้คอยให้บริการด้วยห้องพักที่มีให้เลือก เช่น ห้องพักแบบซูพีเรียร์ เตียงแฝดวิวแม่น้ำ ห้องแบบดีลักซ์ วิวแม่น้ำ ห้องพักแบบพาโนรามา วิวแม่น้ำ ห้องพักแบบจูเนียร์ สวีท วิวแม่น้ำและห้องพักแบบเพรสซิเดนท์ สวีท แค่วิวแม่น้ำสุดจะคุ้มค่าแล้ว อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก ที่จัดวางอย่างสวยงาม ที่มีบริการอาหารบุฟเฟ่ต์ในช่วงเช้าและที่น่าประทับใจ มีสระว่ายน้ำ ให้เพลิดเพลินกับวิวแม่น้ำโขง และรับประทานอาหารเช้าไปพร้อมทั้งชมวิวแม่น้ำโขงอย่างมีความสุข

วิวริมโขง

โดยรอบของโรงแรมติดริมแม่น้ำโขง และทางโรงแรมก็ได้อำนวยความสะดวก จัดโซนจุดให้นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น และมีเส้นทางเชื่อมโยงมแหล่งท่องเที่ยวติดกับโรงแรมถือเป็นจุดแลนด์มาร์คบ้านวัฒนธรรมโบราณ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและสินค้าพื้นเมือง ตั้งอยู่บริเวณ ถนนสวรรค์ชายโขง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยที่นี่รวมเอาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของคน 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในนครพนม ในรูปแบบบ้านวัฒนธรรมโบราณของแต่ละชนเผ่าที่อาศัยอยู่ใน อำเภอของตนเองขึ้นมา จำนวน 12 หลัง ใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ที่อยู่ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากองค์พญาศรีสัตตนาคราชไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตรบ้านแต่ละหลังจะสร้างจากไม้เก่าทั้งหมด ลักษณะตัวบ้านเป็นแบบบ้านยกสูงมีชานยื่นออกมาโดยทุกหลังจะมีลักษณะแข็งแรงถาวร

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม เป็นที่พักซึ่งอยู่ในเขตชุมชน สะดวกสบายในการมองหาร้านอาหารและร้านค้า เป็นที่พักโขงเจียมราคาดีและค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว บรรยากาศในที่พักตกแต่งอย่างเรียบง่าย ห้องพักกว้างและมีรูปแบบให้เลือกพักได้ตามความต้องการ ตกแต่งอย่างเรียบง่าย การตกแต่งเน้นความจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ครบครัน และแบ่งพื้นที่สัดส่วนการใช้งานในห้องพักได้อย่างสะดวกและลงตัว ทำเลโรงแรมติดริมแม่น้ำโขง วิวสวยบรรยากาศดีเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีความงดงามทางธรรมชาติ

ประเภทห้องพักโรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม มีห้องหลายฟังก์ชั่นให้เลือกใช้บริการ

Superior River View King Bed

Superior River View Twins Bed

Deluxe River View King Bed

Deluxe River View Twin Beds

Deluxe Pool Side

Panorama River View King Bed

Panorama River View Twin Beds

Junior Suites Room

President Suites

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม มีห้องพักให้บริการ 122 ห้อง ห้องพักปรับปรุงใหม่ทั้งหมด และสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำโขงจากห้องพักทุกประเภทได้อย่างชัดเจน มีบริการครบวงจร ห้องพัก​กว้างขวาง​สะอาดจัดได้ลงตัว และทันสมัย มองเห็นวิวแม่น้ำโขง มีอาหารเช้าฟรี Wi-Fi ฟรี ที่จอดรถสะดวกสบาย มาเที่ยวนครพนมต้องห้ามพลาด

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม
Fortune River View Hotel Nakhon Phanom
Tel. 042 522 334
Line OA : @fortunehotelgroup https://lin.ee/Bj1vy7p
9 ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม 48000

FB : Fortune River View Hotel Nakhon Phanom
LINE : @FortuneHotelGroup (มี @ ทุกครั้ง)

เส้นทาง :
www.google.com/travel/hotels/s/cvErUNSae7SfCuSU9

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ รับพลังธรรมชาติ ที่ บ้านไร่ยายชะพลู

วิถีเกษตรปลอดภัย สุขกาย สุขใจ ในมุมมองใหม่ของมวกเหล็ก

เที่ยวหน้าฝน รับอากาศเย็น เห็นทะเลหมอก ตามแบบฉบับคนรักการท่องเที่ยว
สีเขียวเป็นสีที่มองเห็นแล้วสบายตา วันที่ผ่านการทำงานอย่างเหนื่อยล้าอยู่กับหน้าจอ เราจึงอยากพักสายตาเพื่อมองหาความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ไม่ว่าจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ บนโต๊ะทำงาน หรือจะมองออกนอกหน้าต่าง แต่จะดีแค่ไหน หากได้เดินทางออกไปในที่โล่งกว้าง ผ่านถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี ได้ซึมซับรับพลังบวกท่ามกลางขุนเขา พื้นที่เที่ยวมีความกว้างใหญ่มาก อุดมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหล่าต้นไม้ใบหญ้าได้ส่งพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูกายใจ ให้สดใสยิ่งกว่าเดิม

โครงการ “Refresh life …by the wayไป เที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวรับพลังธรรมชาติท่ามกลางความเขียวขจี ในดินแดนที่แสนดีต่อใจ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่เที่ยวหน้าฝน ใกล้กรุงเทพ สัมผัสกับความกรีนแบบฉ่ำๆ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นภาพภูเขาเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย เต็มไปความเขียวขจีของภูเขาและต้นไม้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสีเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่

ที่นี่เครือขายเกษตรปลอดภัยรวมตัวอยู่กันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ
“บ้านไร่ยายชะพลู” ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี มุมพักกายพักใจที่แสนอบอุ่น จากบรรยากาศอันแสนสงบ ด้วยสภาพอากาศอันบริสุทธิ์ ลมพัดโชยเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปี ที่จะมีอากาศหนาวเย็นยิ่งขึ้น

พักกาย พักใจ ในมุมผ่อนคลาย บ้านไร่ยายชะพลู

พักกาย พักใจ ในมุมผ่อนคลาย บ้านไร่ยายชะพลู
“บ้านไร่ยายชะพลู” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ภายในไร่มีการปลูกพืชผักสวนครัว สวนผลไม้ สวนสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ  อาทิ อะโวคาโด มัลเบอร์รี่ ฯลฯ ตามแนวทางของการทำการเกษตรอย่างปลอดภัย และเป็นหนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตพืชผักผลไม้เพื่อความปลอดภัย (GAP)

นอกจากความโดดเด่นด้านธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์แล้วการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ประกาศให้บ้านไร่ยายชะพลู เป็นหนึ่งในเส้นทาง Dark Sky Thailand เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ (Astro Tourism) ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างที่สามารถมองเห็นทิศเหนือ ทิศตะวันออกทิศ และทิศตะวันตกได้อย่างชัดเจน ประกอบกับสภาพท้องฟ้าที่มีคุณภาพในระดับที่ดีเหล่าสาวกดวงดาวหรือนักดาราศาสตร์ จึงมุ่งหน้าเข้ามาลงหลักปักเต้นท์กันอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งนักท่องเที่ยวสายแคมป์ปิ้ง ที่หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองเพื่อมานอนนับดาวกันที่นี่ นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ในที่เดียวกันอีกด้วย

แพทย์หญิงวนิดา ศศิวิมลกุล เจ้าของบ้านไร่ยายชะพลู เล่าให้ฟังว่า เดิมทีคุณหมอวนิดา และคู่ชีวิต “นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล”เป็นคุณหมออยู่ในกรุงเทพฯ จนถึงวัยเกษียณ เมื่อปี 2554 จึงมองหาพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการทำงานที่เรียบง่าย หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ออกจากสภาพการดำเนินชีวิตที่ส่งผลต่อความเครียดโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้มาเจอที่นี่แล้วได้มองเห็นวิวโล่งกว้างท่ามกลางความเขียวขจี จึงรู้สึกผ่อนคลาย สบายทั้งกายและใจ

สำหรับ “บ้านไร่ยายชะพลู” ตั้งตามหลานยายที่มีเพียงคนเดียวในกลุ่มหลาน 7 คน สื่อความหมายเป็นบ้านไร่ที่คุณยายสร้างขึ้น และคุณยายมีหลานยายชื่อ “ชะพลู” เพื่อแสดงถึงความรักความผูกพัน และความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้เด็ก ๆ เกิดความรักธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงกับแนวคิดที่ว่า อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับธรรมชาติที่รายล้อมรอบตัวอย่างแท้จริง เนื่องจากสภาพพื้นที่บริเวณ ต.หนองย่างเสือ มีเนินเขาสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยความเขียวขจีและอากาศอันบริสุทธิ์

นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล และ แพทย์หญิงวนิดา ศศิวิมลกุล

“จุดเริ่มต้นเมือ 10 ปีก่อน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร เราจึงเริ่มเข้ามาปลูกผัก ผลไม้ และร่วมก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ ส่วนใครอยากปลูกอะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในแนวทางของเกษตรปลอดภัย เน้นใช้ปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อสร้างอาหารจากธรรมชาติเพื่อการบริโภคและจำหน่ายผลผลิตที่ปลอดภัยส่งต่อให้ลูกค้า”คุณหมอวนิดา กล่าว

เริ่มต้นเที่ยวพักผ่อนที่ บ้านไร่ยายชะพลู จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติ และรักความสงบ ทางไร่มีลานกางเต้นท์ให้บริการ หรือจะนำเต้นท์มาตั้งแค้มป์เองได้ บริเวณลานกางเต้นท์มีบริการปลั๊กไฟ มีห้องน้ำที่สะอาดสะอ้านเป็นสัดส่วน

นอกจากนั้นบ้านไร่ยายชะพลู ยังให้บริการห้องพักท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านเดี่ยวสำหรับ 2-6 ท่าน จำนวน 2 หลัง ซึ่งแต่ละหลังมีลานระเบียงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ไมโครเวฟ อ่างล้างจาน อุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหาร ฯลฯ และยังมีบ้านแคปซูล 5 หลัง พักได้ 2 ท่านต่อหลัง (ไม่มีส่วนครัว) แอบอิงอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบวิวแบบมินิมอลแต่ให้ภาพสวยหลักล้าน

“แม้จะอยู่ใกล้เมือง ด้วยความห่างจากถนนใหญ่เพียง 500 เมตร แต่สถานที่แห่งนี้มีสภาพเหมือนเข้ามาอยู่ในป่า เพราะฉะนั้นการดูแลเรื่องอาหาร คงต้องใช้เวลา หากท่านประสงค์ให้เราบริการเรื่องอาหารก็ต้องแจ้งล่วงหน้า” คุณหมอวนิดากล่าว

นอกจากบรรยากาศแสนดี พร้อมที่พักวิวสุดแจ่มแล้ว บ้านไร่ยายชะพลูยังมีร้านกาแฟสด พร้อมจุดเช็คอินเพื่อชมวิวท่ามกลางหุบเขา หากวันไหนอากาศเปิดสามารถมองเห็นเขื่อนป่าสักได้อย่างชัดเจน ให้บริการกาแฟสดที่คั่วบดใหม่ ที่เป็นไฮไลต์คือผลผลิตจากการเกษตร อย่าง นมสดมัลเบอร์รี่ ที่ทุกคนห้ามพลาด

รังสรรค์ผลผลิตเกษตรปลอดภัย ไปสู่เมนูสุขภาพสุดเก๋

สุกัลยา ไชยเชาวน์ หรือ “คุณยิ้ม” เจ้าของไร่สอาดจิตร

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตพืชผักผลไม้เพื่อความปลอดภัย (GAP)
ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก มีสมาชิก 10 ราย ก่อตั้งมาแล้ว 8 ปี โดยมี “นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล”เป็นประธาน สมาชิกแต่ละรายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกผัก ผลไม้ และปศุสัตว์ อาทิ ทุเรียน หม่อน (มัลเบอร์รี่) อะโวคาโด มะม่วง น้อยหน่า การเลี้ยงแพะ ฯลฯ   นอกจากการรวมตัวในการทำเกษตรอย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีการพัฒนาไปสู่การแปรรูป และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตอีกด้วย

นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล ประธานสมาชิกเกษตรกร
มัลเบอร์รี่อัญชัน

หนึ่งในนั้นคือ “นางสาวสุกัลยา ไชยเชาวน์” หรือ “คุณยิ้ม” เจ้าของไร่สอาดจิตร ที่ได้ต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร มาสู่แบรนด์ “มียิ้ม” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากมัลเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยอุดมไปด้วยวิตามินซี ธาตุเหล็ก วิตามินเค 1 วิตามินอี และโพแทสเซียม โดยได้แปรรูปเป็น แยม ท้อปปิ้ง น้ำสลัดมัลเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ทูอินวัน ฯลฯ  ปัจจุบันวางจำหน่ายที่ร้านกาแฟ บ้านไร่ยายชะพลู และร้านข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ รวมทั้งรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่

หากนักท่องเที่ยวนัดหมายล่วงหน้า ก็จะได้ลิ้มลองความสด สะอาด ปลอดภัย พร้อมเมนูอร่อย ๆ จากเกษตรกรในพื้นที่ เช่นเดียวกับวันนี้ ทางคุณยิ้มได้นำผลผลิตมาเสิร์ฟที่บ้านไร่ยายชะพลู ให้ทุกคนได้ร้องว้าวกับเมนูสุขภาพที่อร่อยเกินคาด

เรียกน้ำย่อยด้วย “มัลเบอร์รี่อัญชัน” เครื่องดื่มลูกผสมสีสันสดใส รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี ดื่มแล้วชื่นใจ ตามมาด้วย “สลัดผักกับน้ำสลัดมัลเบอร์รี่” ชิมแล้วต้องบอกว่ากระปุกนี้ต้องมีติดบ้าน วันนี้ได้ผักสด ๆ เป็นผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมด้วยผลมัลเบอร์รี่สดและอะโวคาโด ยิ่งทำให้สลัดชามนี้พิเศษยิ่งขึ้น โดยน้ำสลัดมัลเบอร์รี่แบรนด์ “มียิ้ม” เป็นน้ำสลัดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู แต่จะใช้มัลเบอร์รี่สีแดงที่ให้ความเปรี้ยวแทน สีของน้ำสลัดจึงเป็นสีชมพู มี 2 สูตร คือ สูตรผสมพริกไทย และสูตรไม่ผสมพริกไทย รสชาติไม่หวานมาก เปรี้ยวกำลังดี

เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน
เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน

มาถึงเมนูหลักในวันนี้ “เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน” ใช้ยอดใบหม่อน หรือ ใบของต้นมัลเบอร์รี่มาต้มสุกแทนถั่วงอก รสชาติหวานมัน น้ำซุปหอมเข้มข้นด้วยสมุนไพร  ใช้กระเทียมและกระชายเป็นส่วนผสม เคี่ยวหมูตุ๋น 4 ชั่วโมงจนเปื่อย เพิ่มความหอมด้วยโหระพาซอยละเอียด กินกับน้ำจิ้มสูตรของทางไร่ เน้นรสเผ็ดเปรี้ยว ซึ่งผักต่าง ๆ มาจากพืชสวนครัวที่ปลูกเองในเส้นทางเกษตรปลอดภัย อร่อยและมั่นใจได้ ส่วนที่ใช้เส้นหมี่ เพราะเป็นเส้นที่มีอยู่คู่ครัว เกษตรกรสามารถซื้อติดบ้านไว้ใช้ได้ตลอดเวลา

“มักกะโรนีซอสมัลเบอร์รี่
สลัดผักกับน้ำสลัดมัลเบอร์รี่

              

มัลเบอร์รี่ชีสพาย

อีกเมนูที่อยู่ในขั้นตอนการสร้างสรรค์ คือ “มักกะโรนีซอสมัลเบอร์รี่”โดยใช้ตัวซอสที่ผลิตจากมัลเบอร์รี่ เกิดเป็นรสชาติใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ ปิดท้ายกันที่ของหวาน“มัลเบอร์รี่ชีสพาย” ดูเผิน ๆ เหมือนบลูเบอร์รี่ชีสพาย แต่ใช้มัลเบอร์รี่เป็นท้อปปิ้งแทน ด้านล่างเป็นแคร็กเกอร์ผสมเนย ชั้นที่สองเป็นครีมชีส ส่วนชั้นบนสุดจะก็คือมัลเบอร์รี่ชีสที่เก็บจากสวน

นอกจากจากมัลเบอร์รี่แล้วยังมี “น้อยหน่าฝ้ายเกษตร” ที่ปลูกในไร่ตามหลักการเกษตรปลอดภัย ให้ชิมกันอีกด้วยนับเป็นช่วงเวลาแสนอร่อยและอบอุ่นใจ ได้เห็นผลผลิตจากสวนที่ปลอดภัยต่อร่างกาย แปลงร่างมาเป็นเมนูที่เป็นทั้งอาหารตาและอาหารใจ ด้วยรสชาติที่ถูกปากถูกใจ กินไปยิ้มไป เสมือนชื่อแบรนด์เลยจริง ๆ

อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก
อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก

รับพลังแห่งธรรมชาติที่อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ไม่ไกลจากบ้านไร่ยายชะพลู ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้แวะชมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไร่องุ่น สวนผลไม้ สวนดอกไม้ หรือน้ำตก และที่สดใหม่ไม่อยากให้พลาด คือ “อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก”ที่สามารถขับรถออกจากบ้านไร่ยายชะพลูได้ในระเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ตั้งอยู่ที่ ต.คำพราน อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน กว้าง 9 เมตร สูง 44 เมตร ยาว 1,157 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ราว 61 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานกว่า 25,500 ไร่ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการผลิตน้ำประปา และส่งให้พื้นที่ชลประทานอีก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร

ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก มาจากสภาพพื้นที่โล่งท่ามกลางผืนป่าและผืนน้ำกว้างใหญ่ มีภูเขาน้อยใหญ่เป็นฉากหลัง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำมีความคดเคี้ยวเป็นระยะทางยาว ถือเป็นจุดชมวิวที่เงียบสงบ เพียงได้มายืนนิ่ง ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ก็ได้รับพลังบวกให้กับวันพักผ่อนอย่างสดชื่นในทุกเวลา โดยเฉพาะยามเย็นที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกอันงดงาม หลายคนหลงรักจนต้องมาซ้ำเมื่อมีโอกาส ท้องฟ้าหลังฝนตกยังสวยอย่าบอกใคร

กดปุ่มรีเฟรชเติมความสดใส กับโครงการ “Refresh life …by the wayไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ”ชวนทุกคนออกไปเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้ง เติมพลังทั้งกายและใจ เพราะเมืองไทยยังมีหลากเรื่องราวให้เราไปค้นหา หลายมุมมองให้เราได้ค้นพบการพักผ่อนในช่วงเวลาอันแสนพิเศษ

บ้านไร่ยายชะพลู (กรุณาติดต่อล่วงหน้า)
บ้านหนองมะกรูด ตำบล หนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก สระบุรี
Facebook/บ้านไร่ยายชะพลู โทร. 081443 4016

ผลิตภัณฑ์จากไร่สอาดจิตร แบรนด์ “มียิ้ม”
โทร.0915621987 (คุณยิ้ม)

ติดตามชมเส้นทางท่องเที่ยว Refresh life …by the way
ท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ได้ที่ YouTube : https://youtu.be/xlnOuzFrf-Y

Refresh life …by the way
ท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

ยุ้งข้าวหอม เปิดตัว “เชฟอ้อม” เสิร์ฟเมนูอาหารใต้สุดยอดจานเด็ดเซ็ตใหม่


“ยุ้งข้าวหอม” ร้านอาหารใต้รสดั้งเดิม ที่ผสานอาหาร 3 วัฒนธรรมถิ่นใต้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ได้ฤกษ์เปิดตัว เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ เจ้าของรางวัล Michelin Guide Young Chef Award คนแรกของประเทศไทย ที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารใต้เมนูใหม่ของร้าน “ยุ้งข้าวหอม” ที่เชื่อว่า ทุกคนจะหลงรักอาหารไทยถิ่นใต้ของร้านยุ้งข้าวหอมมากขึ้น เพราะแต่ละเมนไม่เพียงจะยังคงรสชาติ และรสสัมผัสของความเป็นอาหารถิ่นใต้โดยแท้จริงเท่านั้น แต่ยังทำให้ทุกคนซึมซับกับบรรยากาศของความเป็นถิ่นใต้ไปพร้อมกันด้วย เพื่อต้อนรับการกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติอีกครั้ง

ข้าวยำ
แกงปูใบชะพลู
ปลาหมึกน้ำดำ
สามชั้นหน่อเหรียง
เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ เจ้าของรางวัล Michelin Guide Young Chef Award
คนแรกของประเทศไทย
โอวต้าว


เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ เปิดเผยว่า ทุกเมนูใหม่นี้ มาจากแนวคิดเรื่องของการผสานวัฒนธรรมทั้ง 3 วัฒนธรรม ได้แก่ ไทย-พุทธ, ไทย-มุสลิม และไทย-จีน ที่อยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย “รสชาติของอาหารแต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกัน อันเป็นลักษณะเด่นของถิ่น ที่เกิดการแลกเปลี่ยนประเพณีและวัฒนธรรมถ่ายทอดผ่านอาหารทุกจานอย่างลงตัว โดยความพิเศษของทุกเมนูในร้านอยู่ที่การปรุงอาหารอย่างกลมกล่อมโดยปราศจากผงชูรสและยังเน้นใช้เครื่องแกงทั้งหมดที่เป็นวัตถุดิบและเป็นสูตรของทางร้านเอง เราตำพริกแกงเอง ทำให้เมนูทุกเมนูมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับ ‘ยุ้งข้าวหอม’ อาทิเช่น แกงปูใบชะพลู, ผัดเผ็ดหมูสามชั้นหน่อเหรียง, ซี่โครงหมูกอและ, โอวต้าว, และปลาหมึกผัดน้ำดำ
ยิ่งไปกว่านั้น เชฟออมยังบอกด้วยว่า การมารับประทานอาหารที่ร้านยุ้งข้าวหอม ยังทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบไล่ลำดับ ตามแบบฉบับถิ่นใต้ เพราะทุกเมนู มีรสชาติที่โดดเด่น และเพื่อให้เกิดการผสมผสานทุกรสชาติอย่างลงตัว นอกจากนี้ เรายังมีการนำขนมหวานท้องถิ่นใต้มาปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อลดความเผ็ดร้อนหลังจากรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน ซึ่งขนมหวาน้ดังกล่าว ประกอบด้วย ขนมโคน้ำกะทิ, ขนมตาหยาบ, โรตีกล้วยเสิร์ฟกับไอศกรีม และโอ้เอ๋ว เป็นต้น”

ว เชฟออม-สุจิรา พงษ์มอญ เจ้าของรางวัล Michelin Guide Young Chef Award
คนแรกของประเทศไทย


สำหรับเมนูอาหารที่เชฟออม รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะ ที่ร้านยุ้งข้าวหอม ในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ยำยุ้งข้าวหอม แกงปู ใบชะพลู แกงคั่วกระดูกหมูใบยี่หร่า ยำปูนิ่มมะม่วง ซุปจาระเม็ดต้มเต้าเจี้ยว ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ข้าวยำ ปลาหมึกน้ำดำ สามชั้นหน่อเหรียง โอวต้าว รวมถึงยังมี คั่วกลื้งเนื้อ แกงส้มปลาใบกะเพรา ชะอมไข่เค็ม และคากิฮ้อง เป็นต้น ในส่วนของขนมหวาน ประกอบด้วย ขนมโค และ ขนมตาหยาบ

ขนมตาหยาบ
ขนมโค

อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการตอบรับต่อกระแสเรียกร้องของผู้ที่ชื่นชอบอาหารใต้ ในเร็วๆ นี้ ทางร้านยุ้งข้าวหอม ยังได้เตรียมพร้อมเปิดสาขาใหม่ล่าสุด เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งคือ ร้านยุ้งข้าวหอมสาขา CDC และ ร้านยุ้งข้าวหอม สาขาแอทธินี ทาวเวอร์ ซึ่งทั้งสองสาขานี้ จะทำให้ลูกค้า และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในความจัดจ้านของรสชาติความเป็นอาหารใต้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเดินทางไปสัมผัสกับรสชาติของอาหารใต้ และสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารใต้อย่างเต็มที่มากขึ้น และเชื่อว่าหลังจากที่ทุกคนได้ลิ้มลองอาหารใต้เมนูใหม่ทั้งหมดนี้แล้ว ทุกคนก็จะหลงรัก ร้านยุ้งข้าวหอม มากขึ้นแน่นอน

หมอแยม พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร แนวคิดชีวิตคิดบวก บนพื้นฐานความจริง เวิร์คไลฟ์บาลานซ์

Toptotravel มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษมาพบปะพูดคุยกับพบกับ หมอความงาม หมอแยม พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและศาสตร์ชะลอวัย รวมไปถึงการดูแลปัญหาต่างๆ ของร่างกาย และการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ฝีมือและประสบการณ์ของคุณหมอที่ฉีดถือเป็นข้อสำคัญมาก หากคุณหมอไม่เชี่ยวชาญากไม่รู้จักทุกจุด ทุกมุมบนใบหน้าคนไข้แต่ละคน ยากมากที่จะออกมาตามแบบที่ต้องการ

เพื่อเข้ามาช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับหน้าตา ผิวพรรณและบุคลิกภาพ การเสริมความงามก็เป็นศาสตร์ในแขนงหนึ่งทางการแพทย์ หมอจะเป็นด่านแรกในการปรึกษา เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ไม่มีพนักงานขายของ เพื่อประโยชน์ของคนไข้มากที่สุด ทั้งเรื่องของการได้รับผลลัพธ์ทันที และไม่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ” เรียกว่าเป็นนิยามของ หมอแยม หรือ พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร แพทย์ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านความงาม กับการทุ่มเทการรักษาดูแลคนไข้ หรือแม้แต่ผู้ที่เข้ามาปรึกษาด้านความงามไม่ใช่การมุ่งเน้นทำธุรกิจ เป็นบริการครบวงจรตั้งแต่เรื่องผิวหน้า รักษาสิว ฝ้า กระ ปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้า รวมถึงร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ และบริการอื่นๆ

THOMAS CLINIC (โทมัส คลินิก) สถานที่ทำงานของคุณหมอแยม

คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านความงาม คลินิกที่กำลังพูดถึงมีชื่อว่า โทมัสคลินิก ทองหล่อ กรุงเทพ บนชั้น 2 อาคารฟิฟตี้ฟิฟทองหล่อ ติดหน้าถนนทองหล่อ ซอย2 THOMAS CLINIC สถานที่ทำงานของคุณหมอแยม ซึ่งแค่เห็นชื่อคลินิก รู้สึกเห็นถึงความแตกต่างแบบไม่ซ้ำใครแล้ว ยิ่งเดินเข้ามาในคลินิก สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน หมอแยม เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่ตั้งชื่อคลินิกแบบนี้ เพราะลูกค้าส่วนหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการนั้น เป็นผู้ชาย “ลูกค้าเกือบครึ่งหนึ่งของคลินิก เป็นผู้ชายแท้ๆ ซึ่งตอนที่คิดเปิดคลินิก อยากได้ชื่อที่ทำให้ผู้ชายรู้สึกอยากเข้ามาใช้บริการ อันจะนำมาซึ่งความมั่นใจของลูกค้าในเรื่องหน้าตาและบุคลิกภาพของตนเอง”


แพทย์ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านความงาม การทำงานของ หมอแยม ความเชี่ยวชาญที่จริงใจและใส่ใจ ในทุกรายละเอียดของความงามพร้อมมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อความพึงพอใจและปลอดภัยอย่างสูงสุดของลูกค้า “ขณะเดียวกัน คลินิกเสริมความงาม ไม่ใช่เพียงคลินิกที่มีคอร์สทรีทเม้นท์มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาและบำรุงจากภายใน เช่นบางรายมีปัญหาเรื่องเส้นผม หรือ ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย มีปัญหาข้อเข่า มีบริการดูแล และหาสาเหตุอาการแต่ละจุดตามที่ลูกค้าต้องการเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลจริง นี่อาจเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตาม เรามักจะได้ยินได้ฟังกันเสมอว่าทำในสิ่งที่เรารักเราชอบ แล้วเราจะทำมันอย่างมีความสุข”

หลังจากอยู่ในวงการความงามได้ประมาณ 10 กว่าปี จะว่าไปแล้ว วันนี้ผู้ชายจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสนใจเรื่องของความงามไม่ต่างจากผู้หญิง ยิ่งเป็นผู้ชายในแวดวงธุรกิจ แล้ว ทำให้เขาเห็นความสำคัญในเรื่องภาพลักษณ์บริษัท หรือ ธุรกิจที่ทำอยู่หรือ บางราย ผู้หญิงสวยๆ ก็มักจะพาแฟน หรือ สามี มารับบริการ เพื่อให้ดูดีเหมือนกัน” ส่วนวิธีการดูแลด้านความงามของผู้ชาย คุณหมอแยม เล่าว่า แตกต่างไปจากผู้หญิง ผู้ชายบางคน มีริ้วรอยแห่งวัย ก็อยากจะให้เราช่วยรักษาให้ริ้วรอยลดลง อาจไม่ต้องให้ถึงกับหายไปเลย แต่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องทำเยอะเหมือนผู้หญิง บางคนมาด้วยปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย เราก็จะช่วยยกกระชับใบหน้าให้ ทำให้ไม่เพียงลูกค้าจะรู้สึกใบหน้ากระชับเท่านั้น แต่ยังได้ความอ่อนวัยกลับไปด้วย

“วันนี้จำนวนลูกค้าที่เป็นผู้ชายที่เข้ารับบริการกับทางคลินิกของเรามีถึง 40% ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะชื่อของคลินิก การตกแต่ง รวมไปถึงการดูแลรักษาของเรา ที่มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก และจุดเด่นอีกอย่างของคลินิกเรา ไม่ต้องมานั่งรอคิวเยอะๆ และไม่มีเซลล์มารบกวนลูกค้าเลย เราจะทำนัดลูกค้าทุกคน พอมาถึงคลินิก ก็เข้าห้องรักษาเลย เสร็จแล้วก็กลับบ้านค่ะ” เรียกว่าตอกย้ำถึงความเป็นส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัดประเด็นความยากง่ายการรักษา คุณหมอแยมเล่าว่า การดูแลรักษาผู้ชายก็ยากเหมือนกัน “ช่วงแรก ๆ ยากมากค่ะ ยิ่งผู้ชายที่ไม่เคยเข้ารับบริการด้านความงามมาก่อน ก็ยากมาก เพราะเขาจะรู้สึกว่า ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร และยิ่งกว่านั้น ผู้ชายเป็นคนกลัวเจ็บ กลัวเข็ม ต่างจากผู้หญิงที่มีความอดทน โดยเฉพาะการอดทนเพื่อความสวย แต่พอผู้ชายได้ทำไปแล้ว เขาก็จะรู้สึกดี และไม่ทำให้เขาดูเปลี่ยนแปลงเยอะ มีความเป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกมั่นใจ” คุณหมอแยม บอกด้วยว่า หลังจากที่ผู้ชายเปิดใจกับสิ่งใหม่แล้ว ความใส่ใจ ความจริงใจ ขอ คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ลูกค้าควรจะได้รับอย่างแท้จริง เขาก็จะเป็นคนตัดสินใจเองว่า ทำโปรแกรมอะไรต่อไป

โดยที่ทางคลินิกไม่ต้องนำเสนอโปรแกรมอะไรเลยไม่ว่าจะเป็น เซเลบริตี้ หรือ ดารานักแสดง รวมถึงคนดังในแวดวงต่างๆ หากเข้ามารับบริการในคลินิก สิ่งหนึ่งที่จะไม่เจอเลยคือ การถ่ายภาพ เพื่อไปทำโฆษณา หรือแม้แต่การขายคอร์ส ขายโปรแกรม “เพราะเราไม่ทำการตลาดแบบนั้นอยู่แล้ว ยิ่งการถ่ายภาพ Before & After เรารู้สึกว่าเหมือนเป็นการทำภาพให้ดูเกินจริง ทางคลินิกของเราจึงเน้นทำให้ลูกค้าเห็นผลกันจริงๆ เลยดีกว่า แล้วแนะนำเป็นคอนเนคชั่นแบบบอกต่อกันไป”

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณหมอแยม ทำมาตลอดคือ การให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง “หมอจะเป็นคนบอกลูกค้าเองว่า เขาควรทำอะไร และดูแลจุดใดเป็นพิเศษ ขณะที่เทียบกับคลินิกอื่น ก็จะเป็นการปรึกษากับเซลล์ที่ไม่ได้จบแพทย์ หรือ พยาบาล บางทีมีการบอกคอร์สผิด ก็มาขายคอร์สเพิ่มให้ลูกค้า ทำให้สิ้นเปลือง และสร้างความสับสนให้กับลูกค้า เราเลยเน้นไปที่ การให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง เพราะเราเองก็เป็นแพทย์อยู่แล้ว จะตอบคำถามลูกค้าเองหมด แม้แต่ในไลน์ หมอก็จะเป็นแอดมิน คุยกับลูกค้าโดยตรง”


เชื่อหรือไม่ โทมัส คลินิก ไม่เคยลงโฆษณาในสื่อเลย นอกเสียจากมีสื่อเข้ามาสัมภาษณ์เอง “เนื่องจากเรามีฐานลูกค้าเป็นแบบไพรเวท วีไอพี หากเราไปลงโฆษณา ลูกค้าก็จะไปดูที่ราคาเป็นหลัก และเขาก็จะไม่ได้รู้จักเราจริงๆ ส่งผลให้เกิดความยากในการทำงาน ไปจนถึงต้นทุนค่าใช้จ่าย” ในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา คุณหมอแยม เล่าว่า ทางคลินิกแทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากวิกฤต ขณะที่บางคลินิก มุ่งแต่จะลงโฆษณา แล้วสู้กันที่ราคาว่า ใครถูกกว่ากัน “ยิ่งเราไม่มีเซลล์ ก็ไม่ต้องแบ่งรายได้ 20-30% ให้เซลล์ และเราก็สามารถลดราคาให้กับลูกค้าได้เอง ที่สำคัญเราไม่ได้ตั้งราคาสูงเกินไป ทำให้ลูกค้ามักกลับมารักษากับเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้กับเราค่ะ”

“ด้วยความรู้สึกที่ว่า… ถ้าเราอยากเป็นนักธุรกิจ ควรไปประกอบอาชีพอื่นดีกว่า แต่เรามองว่าเราเกิดมาเป็นแพทย์อยากทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งทำให้เรารู้สึกดี และภูมิใจในตัวเองมากที่สุด”

คุณหมอแยม เล่าต่อถึง แนวคิดชีวิตคิดบวก บนพื้นฐานความจริง แนวคิดที่เธอวางไว้เหล่านี้ทำให้เธอ รู้สึกถึงความสมดุลในชีวิต “เรียกว่า เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ ของเราในวันนี้ดีทุกอย่าง มีเวลาส่วนตัวมากพอ ที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เช่นการทำบุญ หรือออกงานสังคม พบเพื่อนฝูง ขณะเดียวกันเรายังมีเวลาที่จะได้ดูแลลูกค้าด้วย เพราะวันนี้ การทำงาน ถือเป็นความสุขของเราจริงๆ” ด้วยการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

ปรึกษา คุณหมอแยม-พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร ได้ที่ THOMAS CLINIC
(ชั้น 2) อาคารฟิฟตี้ฟิฟ ทองหล่อ (ปากซอยทองหล่อซอย 2)
สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์ 063-5569-669 หรือ ที่ IG :@ThomasClinic
Facebook: Thomas Clinic (@thomasclinic.thonglor)

ร้านอาหารอิตาเลียน บูโอนิชชิโม Buonissimo โดยเชฟอดอล์โฟ ฟาซิน อดีตวิศวกร

Toptotravel อยู่ที่ร้านอาหาร Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน เพื่อนชาวอิตาลีคนนี้มีอัธยาศัยที่ดี เช่นเดียวกับชาวอิตาลีคนอื่นๆ เมื่อมาถึงด้านในร้าน สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร้านเหมือนบ้านน่ารักดูอบอุ่น ชวนให้มานั่งกินอาหาร ส่วนด้านในร้านเป็นห้องแอร์
ถูกตกแต่งอย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ มีโต๊ะเก้าอี้นั่งหลายรูปแบบ หลากหลายมุมให้
เลือกนั่งตามชอบใจ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ แบบเป็นกันเอง

“Mattia” ผู้จัดการร้าน
“Carlo” นักดนตรีชาวอิตาลี
“Mattia” ผู้จัดการร้าน และเจ้าของร้าน “อดอล์โฟ”

“Mattia” ผู้จัดการร้าน คนเวนิสบ้านเดียวกับเจ้าของร้าน “อดอล์โฟ” เวนิสเมืองสุดคลาสสิคแห่งนี้ยังมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง รวมทั้ง “Carlo” นักดนตรีชาวอิตาลี ที่มาอยู่ในเมืองไทย เกือบสิบปี ซึ่งมาโชว์ลีลาแมนโดลินทั้งเพลงไทยและสากล เป็นการเพิ่มเติมบรรยากาศอันอบอุ่นและไม่ว่าจะเป็นอาหารจากชนชาติใด ต้นทางของวัตถุดิบมีความสำคัญเสมอ อาหารของแต่ละประเทศใช้การผสมผสานศิลปะและภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นเข้าไป  เมื่อทุกอย่างรวมตัวกันภายใต้คำว่า “ความตั้งใจ” กลายเป็นอาหารจานพิเศษ

การทำอาหาร และนำเสนออาหารเมนูพิเศษต้นตำรับเวนิส จึงกลายเป็นการแสดงออกถึงความรักความห่วงใย ปรุงเมนูอิตาเลียนแบบที่ทั้งต้นตำรับและโฮมเมดได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังไม่หนักท้องจนเกินไป เชฟหลายคนมีเมนูในความทรงจำท่ามกลางบรรยากาศในวัยเยาว์ที่ยังอบอุ่นเสมอ เช่นเดียวกับเขา
อดอล์โฟฟาซิน (Adolfo Faccin) ชาวอิตาลีรูปหล่อและอารมณ์ดี เจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน Buonissimo (บูโอนิชชิโม)

อดอล์โฟ ฟาซิน อดีตวิศวกร เขาเป็นนักชิมตัวยง การทำอาหารเป็นงานอดิเรกของเขา เขาอยู่ในเมืองไทยมาประมาณ 30 ปี และมีประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพมาก่อน จนในช่วงโควิด-19 เขาได้มาพบพื้นที่เปิดร้านแห่งใหม่ ในซอยศรีด่าน 6 ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยพบว่า มีตึกที่สามารถเปิดร้านขนาดใหญ่กำลังดี เข้าซอยเพียง 100 เมตร เป็นทำเลที่กำลังได้รับการพัฒนาจากโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างในปัจจุบัน 2565

ปลายปี 2020 Buonissimo ถือกำเนิดขึ้นในย่านแห่งนี้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองชัดเจน แม้จะห่างไกลใจกลางกรุง ไม่ใช่แหล่งที่มีชาวต่างชาติที่คึกคักมากนัก เริ่มต้นสี่เดือนแรกหลังจากทดลองตลาดเดลิเวอรี่ เขาพบว่าคนไทย กับ พิซซ่า ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลกันเลย โดยเฉพาะพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ แป้งบางกรอบนอกนุ่มใน ใช้วัตถุดิบอย่างดี นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ เทียบแล้วถูกกว่าแบรนด์ใหญ่ในตลาดเสียด้วยซ้ำ ทำให้การเปิดตัวในตอนนั้นมีผลตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันทางร้านขายพิซซ่าชนิดต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ได้กว่า 600 ถาดต่อเดือน

อดอล์โฟ ฟาซิน เล่าว่า วัตถุดิบมีส่วนสำคัญมากสำหรับอาหารอิตาเลียนสร้างสรรค์อาหารจานพิเศษ หลายอย่างจึงต้องอาศัยการนำเข้าจาก อิตาลี ไม่ว่าจะเป็นชีส ไส้กรอก พริก แองโชวี่ ฯลฯ รู้สึกเหมือนได้มากินอาหารบ้านเพื่อน ขณะที่หัวใจรักในการทำอาหาร เป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวเขาตลอดเวลา 30 ปีที่อยู่ในเมืองไทย อดอล์โฟ มีภรรยาชาวไทย เขาเองชอบกินอาหารไทย และอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจากความตั้งใจของ อดอล์โฟ เช่นกัน สำหรับอาหารของที่นี่อย่างที่บอกว่าโดดเด่นด้วยพิซซ่าโฮมเมดแบบเตาฟืน โดยมี อดอล์ฟ ฟาซิน (Adolfo Faccin) ผู้ซึ่งเป็นทั้งเชฟมากฝีมือและเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งในวันนี้ อดอล์ฟ ฟาซิน ภูมิใจนำเสนอเมนูจานเด่นที่อยากแนะนำเริ่มต้นที่

สลัดบูราต้าชีส พาร์มาแฮม (BURRATA E PROSCIUTTO DI PARMA) เมนูแรกที่แอบซ่อนความลับแสนอร่อยไว้ภายใน เป็นบูราต้าชีสถุงกลมเนื้อเนียน ด้านในซ่อนชีสครีมนุ่มละมุน  ด้านบนเป็นพาร์มาแฮมเกรดดี ร็อกเก็ตสลัดและมะเขือเทศเชอรี่ เหยาะ บัลซามิก กลิ่นหอม รสอมเปรี้ยวกำลังดี

มิกซ์ บรูสเก็ตต้า (MIXED BRUSCHETTA) ขนมปังโฮมเมด ทำจากแป้งสาลีคาร์โบไฮเดรตต่ำ สดใหม่ทุกวัน  นำมาปิ้งและท้อปปิ้งสไตล์อิตาเลียนที่สามารถเลือกหน้าได้ถึง 5 ชิ้น 5 แบบ จากสิบกว่ารายการ

SAUTE AI FRUTTI DI MARE

ซีฟู้ดซุปไวท์ไวน์ซอส (SAUTE AI FRUTTI DI MARE ) ซุปรสชาติหอมละมุน ด้วยความสดจากอาหารทะเล ทั้งกุ้ง หอย และปลาหมึก หอมกลิ่นกระเทียมและพาร์สลีย์รสชาติเข้มข้น อร่อยมาก

พาสต้าโฮมเมด ทางร้านมีพาสต้าหลายแบบให้เลือก ปรุงได้หลากหลายเมนู
ในวันนี้มี 3 เมนูมาแนะนำ

พาสต้ากุ้งและซูกินี่ (GAMBERI E ZUCCHINE) ใช้เส้นพาสต้าทาญเลียเตลเล่ (TAGLIATELLE) ผัดกับมะเขือเทศเชอรี่และซูกินี่ แต่ความกรุบกรอบต่างกัน เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี

(PUTTANESCA PICCANTE

ราวิโอนี่ครีมซอสเห็ดไส้กรอกอิตาเลียน (BOSCAIOLA) พาสต้าราวิโอลี่ (RAVIOLI) ลักษณะคล้ายเกี๊ยวรูปสี่เหลี่ยม ตัวราวิโอลี่นุ่มหนึบกำลังดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป ซอสครีมหอมละมุน เมื่อกัดเข้าไปในไส้ชีสด้านในแป้งยิ่งทำให้ได้สัมผัสรสที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง

พาสต้าไส้ผักโขมและแองโชวี่ (PUTTANESCA PICCANTE ) จานนี้จะมีรสเข้มข้น จากส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ แองโชวี่ และมะกอกดำ แสดงถึงความพิถีพิถันในการรังสรรค์อาหารสไตล์อิตาลี ในรสชาติที่นักชิมเข้าถึงได้

FILETTO DI BRANZINO SERVITO CON SALSA AL LIMONE

เสต็กเนื้อปลากะพง เลม่อนซอส” (FILETTO DI BRANZINO SERVITO CON SALSA AL LIMONE) เมนูที่คุ้นลิ้นของคนไทย  ด้วยกรรมวิธีที่ไม่ทำให้เสียรสชาติปลามากเกินไป ดูภายนอกเนื้อปลาจึงดูเสมือนไร้การปรุงแต่ง แต่ลองได้ชิมแล้ว จะมีรสเค็มมาเสริมแต่งความสดของเนื้อปลาที่มีความหวานในตัว เมื่อราดเลม่อนซอสสัมผัสที่แตกต่าง

มาถึงเมนูเด็ดที่คนไทยคุ้นเคยอย่างพิซซ่า วัตถุดิบสูตรพิเศษ แป้งเกรดดี บางเหนียว-นุ่มตัวขอบโป่งฟู อบด้วยเตาฟืน วันนี้เชฟนำเสนอพิซซ่าแบบ 2 หน้า เพื่อจะได้ชิมกันทั้งสองแบบ โดยพิซซ่าสองหน้าจะคิดราคาตามหน้าที่แพงกว่าพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาลี ใช้เวลาเพียงไม่ 1-2นาที หอมกรุ่นออกจากเตา วางลงเพื่อเติมรสชาติบางอย่าง วันนี้ครึ่งหนึ่งเป็น พิซซ่า “ดิอาโวล่า” (DIAVOLA) ชื่อ DIAVOLA ภาษาอิตาลีมาจาก “Devil” หมายถึงปีศาจ เป็นที่มาของพิซซ่าปีศาจ ที่มีรสร้อนแรงจากซาลามี่รสเผ็ด เมื่ออบเสร็จแล้วเหยาะด้วยน้ำมันพริก ให้ความเผ็ดร้อนกำลังดี เป็นอีกเมนูที่คนไทยชอบมากๆ มาเจอพิซซ่าร้านนี้เพราะเพื่อนแนะนำ ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมมี่ที่เสิร์ฟเมนูแป้งพิซซ่า เหนียวนุ่ม ขึ้นรูปกันสดๆ พิซซ่าโฮมเมดรสดี ที่นี่นวดแป้งแบบสดใหม่ ทำพิซซ่าแบบถาดต่อถาดเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ หอมกรุ่นจากเตา นำเข้าเตาอบที่ส่งตรงมาจากอิตาลีโดยตรง และที่สำคัญพิซซาแป้งบาง ต้องทานตอนอบเสร็จ ออกจากเตาแล้วทันทีอร่อยมากๆ

บูโอนิชชิโม (BUONISSIMO) ซิกเนเจอร์ของทางร้าน พิซซ่าโฮมเมดรสดีหน้าชีส แฮมเห็ด ซาลามี พริกหวาน และมะกอกดำ ถาดใหญ่จัดเต็ม  แป้งเนื้อนุ่มหนึบได้ที่ กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังได้กลิ่นหอมกลิ่นเตาถ่าน ผสานกับรสชาติของวัตถุดิบที่อร่อยลงตัว

SEMIFREDDO

ปิดท้ายที่ของหวานด้วยเมนูของหวานสไตล์อิตาลีที่ทางร้านตั้งใจนำเสนอ เซมิเฟรโด (SEMIFREDDO) เป็นของหวานสไตล์อิตาเลียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์แบบ Half Cold หรือเย็นครึ่ง ๆ ตัวขนมเหมือนมูสแช่แข็ง แต่มีความฉ่ำนุ่มละมุนคล้ายไอศกรีม นำเสนอมาในรสกาแฟอ่อน ๆ ตัดกับความกรอบของเนื้อคุ้กกี้เล็ก ๆ หวานเย็นชื่นใจ

CANOLI WITH ICE CREAM TOPPING

อีกเมนูชื่อว่า CANNOLI (CANOLI WITH ICE CREAM TOPPING) คาโนลี เป็นขนมแป้งทอดสไตล์อิตาเลียน ตัวแป้งจะกรอบมากภายในอัดแน่นไปด้วยครีมชีสรีคอตต้ารสหวาน เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีม โรยช็อกโกแลต เป็นของหวานที่ชวนฝัน เชฟบอกว่าไม่นิยมตัดด้วยช้อน ให้ใช้มือยกขึ้นมาเข้าปากได้เลยจะได้รสชาติเต็ม ๆ

Homemade Orange Balsamic Reduction

ทางร้านยังมีสินค้าจากภูมิปัญญาของชาวอิตาลี Homemade Orange Balsamic Reduction ความหลงใหลในวัตถุดิบจากอิตาลี บัลซามิกที่ผ่านการหมักอย่างดี เปรี้ยวกลมกล่อม ใครได้ชิมแล้วก็อยากจะซื้อกลับไปเหยาะสลัดหรือปรุงอาหารที่บ้าน

ใครที่เป็นแฟนอาหารอิตาเลี่ยน คงพอจะคุ้นเคยกับ Pizza เราเคยคิดว่าถ้ากินพิซซ่าแป้งหนาๆ เดี๋ยวกินไม่หมดถาด โดยเฉพาะ ถ้าได้ลอง พิซซ่ากินแบบบางอร่อยกว่าแบบหนา พิซซ่าและหลายๆ อย่างในบ้านเรา พิซซ่าที่นี่ความอร่อยที่แตกต่าง ทำให้รสชาติของพิซซ่าอร่อยแบบสูตรดั้งเดิม ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่าง แวะมาเปลี่ยนบรรยากาศพาคนสนิทหรือครอบครัวไปกินข้าวในคืนวันพิเศษ แนะนำให้ไปลองชิมกันได้

ร้านอาหารอิตาเลียน บูโอนิชชิโม
Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria
เลขที่ 29/8 ซอยศรีด่าน 6 (เข้าซอยเพียง 100 เมตร)
ถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
เปิดให้บริการ 11.00-22.00 น.
(มีดนตรีสดทุกคืนวันศุกร์และโอกาสพิเศษ)
บริการเดลิเวอรี่ ROBINHOOD, GRAB และ LINEMAN

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งที่
Facebook/ Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria
LINE/IG @buonissimo.bkk
โทร.096 370 0749 หรือ 02 0044741

#ร้านอาหารอาหารอิตาเลียน #บูโอนิชชิโม #Buonissimo

รฟฟท.สวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ส่งมอบความสุข และความห่วงใย ผ่านกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษ

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ จัดกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษ เพื่อส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสาร ทั้งรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์ โดยส่งมาสคอต “MR.RED Line” ออกแจกหน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) จำนวน 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) ภายในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี และแจกบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท 50 รางวัล ให้แก่ผู้โดยสารที่ร่วมสนุกโพสต์ภาพการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงลงใน Instagram ส่วนตัว และติดแฮชแท็ก #สวัสดีปีใหม่ไทยรถไฟฟ้าสายสีแดง และแท็กมาที่ Instagram red_line_srtet  

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่าเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2565 บริษัทฯถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสาร พร้อมส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสารด้วยกิจกรรมการตลาดทั้งรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์

โดยกิจกรรมการตลาดออฟไลน์ บริษัทฯส่งมาสคอต “MR.RED Line” เป็นตัวแทนอวยพรปีใหม่ไทยและแจกหน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) จำนวน 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) ภายในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี ในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2565 ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น.

สำหรับกิจกรรมการตลาดออนไลน์ เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารร่วมสนุกโพสต์ภาพการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงลงใน Instagram ส่วนตัว และติดแฮชแท็ก #สวัสดีปีใหม่ไทยรถไฟฟ้าสายสีแดง และแท็กมาที่ Instagram red_line_srtet ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน 2565 โดยผู้ร่วมสนุกกิจกรรมต้องตั้งค่า Instagram ส่วนตัวเป็นสาธารณะ ภาพที่ถูกใจคณะกรรมการรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท จำนวน 50 รางวัล ส่งตรงถึงบ้านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกาศผลการร่วมสนุกวันที่ 25 เมษายน 2565 ทั้งนี้การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด  บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้โดยสารจะได้รับความสุข และรู้สึกถึงความปลอดภัยทุกครั้งจากการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ปรากฎโฉม อ่าวมาหยา ครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจ ทริปเดียวเที่ยวครบ

ทริปนี้..เปิดประเดิม ‘อ่าวมาหยา’เมื่อ มกราคม 2565 เป็นความลับที่ซ่อนอยู่ ตั้งอยู่ท่ามกลางทำเลที่เงียบสงบ และนับเป็นการปรากฎโฉมครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจ เที่ยวได้ไม่เกินคนละชั่วโมง และห้ามเรือจอดในอ่าว 3 ปีเศษ ที่กรมอุทยานฯ ประกาศปิดอ่าวมาหยา โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอ่าวมาหยาการท่องเที่ยวกระบี่หมู่เกาะพีพี เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล ในที่สุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็กำหนดวันเปิดอ่าวมาหยา จ.กระบี่ ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์กลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวและจุดเช็คอินอีกครั้วอีกครั้ง พร้อมเงื่อนไขใหม่ เปิดให้ท่องเที่ยวตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. รอบละ 300 คน เที่ยวได้ไม่เกินคนละชั่วโมง และห้ามเรือจอดในอ่าว เที่ยวได้คนละ 1 ชั่วโมง และห้ามเล่นน้ำ และคงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการถ่ายรูป เพราะเดินลงชายหาดได้ไม่เกิน 20 เมตร จากชายฝั่ง

โดยเรือทุกลำที่มาส่งนักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้จอดบริเวณอ่าว ให้เรือเทียบท่าเข้าจอดยังบริเวณ อ่าวโล๊ะซามะ ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จัดเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว โดยจอดได้ประมาณ 10-15 ลำ เพื่อจัดระเบียบเรือทัวร์ ให้ทยอยเข้ามาส่งนักท่องเที่ยวแล้ววนออกไปจอดยังจุดที่กำหนดกับการกลับมาเปิดให้เที่ยวชมได้อีกครั้งเมื่อต้นปี 2565 นับเป็นการปรากฎโฉมครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจ ด้วยการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติส่งผลให้ปัจจุบันบริเวณอ่าวมาหยา มีฝูงฉลามครีบดำ ว่ายวนไปมายังชายหาด มาหยา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ปฏิบัติตามระเบียบใหม่ ใช้วิธีการถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึกใครที่มีวางแผนไปเยือน อย่าลืมประพฤติตนเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี งดทิ้งขยะแบบใช้แล้วทิ้งบนเกาะ เรียกได้ว่าเป็นนักท่องเทียวที่ จัดเต็มจุใจกันไปเล้ย

ในครั้งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของ Toptotravel พาคุณขึ้นเรือลงเรือสปีดโบ๊ทสุดคูล (เรือใหม่) สายลมฤดูร้อนที่อ่อนนุ่มและเสียงคลื่นที่อยู่เบื้องหน้า รู้สึกตื่นเต้นและว้าวมาก นับเป็นการปรากฎโฉม อ่าวมาหยา ครั้งใหม่ ที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุด สู่ช่วงที่เราเดินทางไปน้ำทะเลใสมาก “มาหยา” เรียกว่าที่แห่งนี่คือที่ดีที่สุดและงดงามของโลก ถ้าไม่เชื่อเลื่อนไปดูภาพกันเลยสิคะ มาเที่ยวกับ อันดา กระบี่ ซีทัวร์ เป็นทริปหนึ่งวัน 09:00-16:00 ราคาที่จองรวม ทริปดำน้ำเกาะพีพี อุปกรณ์ดำน้ำ พร้อมมื้ออาหารง่ายๆ อย่างข้าวเหนียวไก่ทอด น้ำผลไม้ ผลไม้ฟรียามเช้า อาหารกลางวัน เครื่องดื่มบริการตลอดทั้งวัน ประกันอุบัติเหตุ รับรองว่าจุใจแน่นอน

อากาศเดือนกุมภาพันธ์ เหมาะกับการออกเรือไปชมความงามของท้องทะเล เมื่อลงเรือสปีดโบ๊ท ทุกคนสวมเสื้อชูชีพ พร้อมออกเดินทางใช้เวลาประมาณ 45 นาที มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลกว้างอ่าวมาหยา ด้วยความสวยงามระดับโลกอยากบอกเล่าความประทับใจกับเหล่าอเวนเจอร์ทีมไกด์ที่น่ารักทุกคน เที่ยวครั้งนี้ได้ภาพสวยๆ กลับมาเยอะเลยไปสัมผัสมากมายจนไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าจากที่ไหนดีเลยพร้อมแล้ว ทีมของอันดา กระบี่ ซีทัวร์ มารับเราถึงที่พัก ก่อนจะพาไปลงเรือสปีดโบ๊ทที่เทียบท่าคอย การเตรียมตัวเตรียมของที่จะไปเที่ยวอ่าวมาหยา ดังนี้
-ครีมกันแดด แว่นกันแดด
-ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
-เสื้อผ้าบางๆ เพื่อเปลี่ยนหลังเล่นน้ำ /ถุงกันน้ำ – ถุงใส่ผ้าเปียก

คำว่า “มาหยา” เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหนึ่งแห่ง “เจ้าหญิงแห่งท้องทะเล”หรือ“เจ้าหญิงแห่งอันดามัน”ใครได้มาเยือนรับรองว่าต้องหลงรัก และไม่มีทางที่จะเดินจากไปง่ายๆ แต่หากว่ามาแล้วอยากกลับอีกกลับไปแล้วยังคิดถึง ด้วยสีน้ำทะเลที่มีสีสันสดใส หาดทรายขาวละเอียดขาวเนียนนุ่ม ดุจดั่งเหยีบอยู่บนผงแป้ง และ มาหยาถูกโอบล้อมด้วยพลังแห่งขุนเขา เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เคยเสื่อมคลายจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก หมู่เกาะพีพีเป็นหมู่เกาะทางทะเลที่สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ชาวเลสมัยก่อนเรียกกลุ่มเกาะแถบนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ ส่วน “ปิอาปิ”แปลว่าต้นไม้ทะเล จำพวกแสมและโกงกาง เรียกไปเรียกมาก็เพี้ยนเป็น “ต้นปีปี” และเป็น “เกาะพีพี” ความงดงามทางท้องทะเล ทั้งบนบก ผืนน้ำและโลกใต้ทะเล จึงเป็นแหล่งที่หมู่นักดำน้ำนิยมมาดำผุดดำว่ายกันอย่างไม่ขาดสาย หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ คือ พีพีเล และ พีพีดอน ส่วนของพีพีดอนจะเป็นชายหาด ร้านอาหาร และที่พัก ส่วนพีพีเล ครอบคลุมเวิ้งอ่าวใหญ่น้อยกระจายตัวกันไป โดยมีเกาะข้างเคียงเล็ก ๆ อย่างเกาะไม้ไผ่ และเกาะยูง

อ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ณ.จุดที่เวลาค่อนข้างจำกัด
มุ่งหน้าจากชายฝั่งประมาณ 1 ชั่วโมง ในยามสายที่ใกล้เที่ยงแล้ว เราก็มาถึงดินแดนของเจ้าหญิงแห่งท้องทะเล ตั้งแต่ลำเรือเลี้ยวเข้าไปในอ่าว ม่านผาก็เปิดฉากการแสดงได้อย่างน่าประทับใจ แต่ด้วยกฎระเบียบที่วางไว้ เราสามารถล่องเข้าไปชมชายหาดได้ในระยะไกล ๆ เท่านั้น โดยทางอุทยานฯ ได้ทำจัดทำทุ่นสัญลักษณ์แบ่งอาณาเขตเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “ห้ามเข้า” ซึ่งหมายถึงการห้ามเรือเข้าใกล้ชายหาด ที่ช่วงนี้มีฝูงฉลามอาศัยอยู่ เสียงปรี๊ด ๆ ยังคงดังเป็นระยะ เพราะใคร ๆ ต่างอดใจลำบาก อยากจะแตะผืนน้ำสีมรกตนี้สักครั้ง กลุ่มเขาหินปูนที่ล้อมรอบ ยิ่งทำให้อาณาจักรของเจ้าหญิงทรงพลัง เวิ้งอ่าวตรงชายหาด ยังมีผาหินที่ยื่นออกมาให้คนได้ลอดผ่าน ไกด์หนุ่มทั้งสองที่ร่วมทริปดูแลพวกเราอย่างใกฃ้ชิดยังอดใจไม่ได้เลย ต้องแชะภาพไว้เป็นที่ระลึก เพราะการกลับมาเปิดให้เข้าชมรอบนี้ มาหยา…..ไม่เห็นด้วยตาไม่ได้แล้ว เดินเลียบชายหาด บริเวณสุดโค้งชายหาดด้านขวา เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเฝ้ามองบรรดาฉลามครีบดำ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดตื่นเต้น ฉลามครีบดำที่มักจะว่ายวนเข้ามา เรียกว่าทักทายได้หรือไม่ เพราะคงไม่มีใครอยากสัมผัสครีบหรือโอบกอดมันหรอกนะ เมื่อเดินไปถึงก็ทราบว่า เป็นเบบี้ชาร์คตัวไม่น้อยที่ลอยตัวไปมาในระยะที่ไม่ใกล้มากนัก นักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจกันมากพอสมควร อาจจะทำให้พวกมันไม่กล้าออกมาเผยตัวกันเป็นกลุ่ม ที่เห็นแวบไปแวบมาไม่รู้ว่ามีกันกี่ตัว กับความจริงที่ว่า ท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า เพื่อมาหยางดงามอย่างยั่งยืนเป็นธรรมชาติตลอดไป

เรือสปีทโบ๊ตค่อยๆ ขยับออกจากอ่าวมาหยา สถานที่ต่อไปคือ อ่าวปิเละ ตั้งอยู่พีพีเล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เป็นอ่าวที่มีทางเข้าแคบประมาณ 50 เมตร เมื่อเข้าไปแล้วจะถูกล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงรอบด้าน เป็นอ่าวที่ซ่อนตัวจากภายนอก น้ำทะเลนิ่ง และใสมาก เมื่อก่อนมีปะการังอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันลดลง เป็นบริเวณที่ลำเรือจะมาจอดให้ทุกคนได้พักผ่อนหย่อนใจได้ชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีเขียวดั่งมรกต เราแวะเล่น/ดำน้ำ และที่สุดว้าว ก็คือไกด์คนเก่งและกัปตันเรือ ช่วยกันเนรมิตกลางเรือ ตรงกลางเรือเดิมเป็นที่วางถังน้ำแข็ง เครื่องดื่ม กลายเป็นโต๊ะอาหารกลางวันสุดชิคบนเรือ มื้อนี้พิเศษจังได้สัมผัสกับอาหารรสเด็ดในแบบที่เราไม่คาดคิด ปิ่นโตที่ทางอันดา กระบี่ ซีทัวร์ จัดมาสุดว้าว สุดคุ้ม และสุดอร่อย แกงส้มกุ้งผักรวม ผัดวุ้นเส้น น้ำพริกกะปิด **เด็ดมาก ไก่ทอด และผักสด อาหารมื้อนี้รสชาติดีในแบบอาหารใต้แท้ๆ ระหว่างทานอยากบอกอีกเรื่องว่าอิ่มอร่อยจนไม่รู้สึกเลยว่า กำลังนั่งทานอาหารกลางวันลอยอยู่บนผืนน้ำ อ่าวปิเละ คลื่นสงบนิ่งมาก

การล่องเรือ สปีดโบ๊ทของ อันดา กระบี่ ซีทัวร์ ในพีพีเล มีข้อดีหลายประการ ด้วยความสวยงาม มาตรฐานของหมู่เกาะต่าง ในการนั่งเรื่อโดยไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัย และในวันหยุดการนั่งเรื่อสปีดโบ๊ทท่องเที่ยวจะพบว่าราคาจะไม่แพงมาก และก็สุดคุ้มถ้ามาเป็นหมู่คณะ สะดวกจริงๆ ตอนนี่อิ่มแล้วช่วงบ่ายแก่ๆ ออกจากอ่าวปิเละ มายังถ้ำไวกิ้ง ทั้งสองที่นี้อยู่บนเกาะพีพีเล ถ้ำไวกิ้งเป็นถ้ำที่อยู่ทางทิศเหนือของเกาะถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นสัมปทานรังนก ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ ถัดจากถ้ำไวกิ้ง เรือพาเราเข้ามายังอ่าวเล็กๆ ที่มีชายหาดระยะสั้นๆ อ่าววังหลง เป็นอ่าวที่เล็กที่สุดบนเกาะพีพี มีป้ายของสัมปทานรังนกเจ้าเดิมอยู่บนชายหาด ที่อยู่ใกล้กับอ่าวนุ้ย ถึงแม้อ่าววังหลงจะเป็นอ่าวที่เล็กที่สุดก็ตามก็ถ้าเรื่องของความสวยงามแล้วติดอันดับสวยที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากอ่าวนี้มีความโดนเด่นเรื่องทางเข้าที่เล็กถ้าได้เข้าไปแล้วเหมือนหลงไปอยู่ในถ้ำนำทะเลสีเขียวสดราวกับว่าไม่ใช่น้ำทะเล

“อ่าวนุ้ย”ท่ามกลางน้ำทะเลใสที่ “อ่าวนุ้ย” อ่าวเล็ก ๆ ที่มีชายหาดสีขาวแสนสงบ ขาวสะอาด น่าเล่นน้ำ เหมาะกับการมาดำน้ำดูปะการัง แต่จะไล่เรียงกันจริง ๆ ทุกหาด ทุกอ่าว ก็เหมาะกับการดำน้ำแทบทั้งสิ้นถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด

เกาะไม้ไผ่-ทะเลแหวก ตามแผนที่จะทราบว่า เรามุ่งหน้าไปเที่ยวหมู่เกาะพีพีในระยะไกลก่อนที่จะย้อนแวะเที่ยวก่อนเข้าสู่ฝั่ง จากอ่าวนุ้ยสปีดโบ๊ทของ อันดา กระบี่ ซีทัวร์ แวะชม “เกาะไม่ไผ่” เกาะที่ได้ชื่อว่า “ดงปะการังแสนไร่” นักท่องเที่ยวส่วนมากใช้เวลาไปกับการเล่นน้ำ รูปร่างของเกาะไม้ไผ่เป็นทรงสามเหลี่ยมหัวมน มีหาดทรายรอบเกาะ สลับกับโขดหินเล็กๆ สามารถเดินได้รอบเกาะระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เกาะไม้ไผ่เป็นเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลอันดามันมีชายหาดตั้งแต่ฝั่งทิศเหนือยาวมาถึงฝั่งทิศตะวันออก เราจึงสามารถเดินวนได้รอบเกาะมีน้ำใสชายหาดขาวทอดยาว มองไปทางไหนก็สัมผัสได้ถึงช่วงเวลาอันแสนสุข

ก่อนจะกลับเข้าฝั่ง สปีดโบ๊ทและไกด์ยังพาเราไปแวะ ทะเลแหวก เราเลยถามว่า ทะเลจะแหวกตอนไหน? แนวสันทรายค่อยๆ จมหายไปใต้ผืนน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาน้ำขึ้นของแต่ละวัน ช่วงเวลาบ่ายของวันนั้น น้ำทะเลยังลดไม่มากนัก เราได้แต่นั่งมองสักพัก และเดินทางกลับ เรียกว่าเป็นโปรแกรมทัวร์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่

วันแห่งความสุขมักจะผ่านไปได้อย่างเร็ว เส้นทางนี้ได้รับการจารึกไว้อย่างวิจิตรบรรจงและสวยงดงามตามธรมมชาติ จัดว่าเป็นทริปเที่ยวสบายๆ อยากบอกว่า ที่เที่ยวกระบี่ยังมีอะไรรออยู่อีกมากมายนัก ทั้งทางบกทางทะเล มาแล้วต้องให้เวลากันมาก ๆ ได้มาเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารักทั้งที อยากให้ทุกคนได้เติมความฟินให้จุใจ

สำหรับเราเลือกมาเที่ยวกับ Anda Krabi Seatour
โปรแกรมเที่ยว ANDA KRABI SEATOUR อันดา กระบี่ ซีทัวร์ เข้าไปดูกันได้เลย
https://www.facebook.com/krabiseatour
หรือคลิ๊กไปที่ลิ้งค์ / Click on the link.
https://line.me/R/ti/p/%40andakrabiseatour
โทร. 081-7195944 คุณปิงปอง
Email : info@andakrabiseatour.com

อ่าวมาหยา #การท่องเที่ยวกระบี่ #หมู่เกาะพีพี
#อันดากระบี่ซีทัวร์ #ทะเลแหวก #toptptravel

เริ่มแล้ว! กาดดอยตุงปี5 พาม่วนใจ๋ เนรมิต 4 โซนชอปปิ้งสุดคูลสไตล์คนดอย สร้างสุขให้ใจกลางกรุง

ยกความสุขสไตล์ดอยตุงกลับมาให้นักชอปคนเมืองได้เช็กอิน ชิม ชิล แชร์ กันอีกครั้งในงาน “กาดดอยตุง”ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล 

จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อให้คนเมืองได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตชาวดอยตุงมากขึ้น จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม รายได้จากการขายสินค้าและงานในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย

งานกาดดอยตุงในปีนี้มาในธีม Urban Park นำบรรยากาศชวนพักผ่อนหย่อนใจบนดอยสูงมาไว้กลางเมือง จัดเต็ม 4 โซนชอปปิ้งสุดปังครบทุกมิติแห่งความสุข  เริ่มด้วย “โซนบาริสโต” คาเฟ่ ดอยตุง ต้อนรับนักชอปด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษ อาทิ กาแฟเอสเปรสโซหมักกับน้ำผึ้งผสมโซดา ต่อด้วยน้องใหม่อย่าง น้ำผึ้งหมักสุดเข้มข้นและหอมหวาน 4 รส 4 สไตล์ ทั้งเลมอนและกลีบกุหลาบ ผลไม้รวมตระกูลเบอร์รีและเปปเปอร์มินต์ ช็อตกาแฟเอสเปรสโซ และกาแฟสกัดเย็นเข้มข้น น้ำเชื่อมวานิลลา โฮมเมดที่ผลิตจากวานิลลาคุณภาพพันธุ์ Planifolia ปลูกในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพิ่มรสชาติให้เมนูเครื่องดื่มและขนมที่ชื่นชอบ แถมด้วยเวิร์กชอปที่หลายคนรอคอย สร้างสรรค์เครื่องดื่มเมนูพิเศษด้วยตัวเองพร้อมกับบาริสต้ามืออาชีพจากดอยตุง    

จากนั้นไปต่อกันที่ “โซนโตโกกรีน” เอาใจคนรักต้นไม้ที่ต้องการเติมโอโซนและพื้นที่สีเขียวรอบตัวด้วยกล้วยไม้รองเท้านารี เอกลักษณ์ของดอยตุง นอกจากนี้ยังมีไม้มงคลไม้แฟชั่นยอดฮิตอย่างต้นคล้า ไม้ใบลวดลายสวย อีกทั้งยังมีประโยชน์ช่วยฟอกอากาศ ต้นยางอินเดีย ไม้หัวเลี้ยงง่าย แคคตัสและไม้อวบน้ำต้นจิ๋ว ฯลฯ และผักผลไม้สด ราคาน่ารักที่คนรักสุขภาพต้องปลื้มมาให้เลือกชอปทุกวัน  

สำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมต้องไม่พลาดโปรโมชันสุดเย้ายวนชวนให้เดินทางขึ้นเหนือไปสัมผัสธรรมชาติบนดอยตุง อาทิ ชวนเปลี่ยนบรรยากาศ work from home มาทำงานชิวๆ บนดอย 5 วัน หรือท่องเที่ยวสั้นๆ แบบ 2 วัน 1 คืน หรือ ครึ่งวันสุดคุ้ม ชวนจิบน้ำชา ฟังเสียงนกร้อง ท่ามกลางดอกไม้ในสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง รายล้อมด้วยวิวสูงสุดบนเทือกเขานางนอน หรือจะเลือกไปเที่ยวชมหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หรือจุดชมวิวแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมไหว้พระขอพรที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวงแฟชั่นนิสต้าและคนรักงานศิลปะห้ามพลาดสินค้าหัตถกรรมดอยตุงที่ออกแบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการผลิตใน “โซนโตคราฟต์” นำงานคราฟต์มาให้เลือกมากมาย

อาทิ สินค้าไอเท็มพิเศษมีเพียงชิ้นเดียวในโลก เสื้อผ้าคอลเล็กชั่น Pha Khao Ma แรงบันดาลใจจากผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยแต่โบราณ รังสรรค์มาเป็นเสื้อผ้าสไตล์เวิร์กเเวร์ (Workwear) จากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล และครั้งแรกกับการใช้เทคนิคอัดจีบด้วยความร้อน! การันตีด้วย 3 รางวัลงานดีไซน์ระดับประเทศ Demark 2021, Gmark 2021, PM Award 2021 และยังได้ไปเผยโฉมในเวทีระดับโลกอย่างงาน MQ Vienna Fashion Week 2021

ภายในงานยังมีเซรามิกชิ้นพิเศษจากงาน Bangkok Design Week 2022 Agritecture DoiTung
“คิดสร้างดิน” จาก 13 ศิลปินและสตูดิโอเซรามิกชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ชุดจานเซรามิกคอลเล็กชั่น Zhangri-La ผลงานสร้างสรรค์จำนวนจำกัดระหว่าง DoiTung x Whattadish by Dinfi & Q บรรจุในกล่องกระดาษสาจากดอยตุง สื่อถึงดินแดนอันสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ในแบบศิลปะพื้นบ้าน (Folk Art) โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินขาวของเครื่องลายครามผสานทองคำแท้ มาพร้อมนวัตกรรมใหนำเข้าไมโครเวฟได้ สั่งจองได้ในราคาชุดละ 2,990 บาท

​หลังจากชอปปิ้งกันจนเหนื่อย เชิญแวะ “โซนเชฟโต” ชิมอาหารเหนือทั้งเมนูฟิวชั่นและชนเผ่าดั้งเดิมเมนูเด็ดจากครัวตำหนัก อาทิ ข้าวอบซุปไก่ดำตุ๋นยาจีน เฟตตูชินีแกงฮังเลหมู ยำบะหมี่เหลืองน้ำพริกกากหมู ส่วนใครที่ชอบไส้กรอกและแฮมรสชาติพรีเมียมแนะนำ Sloane’s X DoiTung เมนูพิเศษจาก ‘หมูดำดอยตุง’ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ส่งเสริมให้ชุมชนดอยตุงเลี้ยงเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ข้าวปุ๊กน้ำตาลอ้อย ของหวานชนเผ่าเสิร์ฟพร้อมชาอู่หลงยอดน้ำค้าง ครัมเบิ้ลสับปะรดภูแล เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาดอยตุง

​พบความสุขในงาน “กาดดอยตุง” ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข

ระหว่าง 24 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.
ณ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และติดตามข่าวสารงาน “กาดดอยตุง”
ได้ที่ www.facebook.com/DoiTungClub และ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

#กาดดอยตุง2022#DoiTungMarket2022