All posts by Shanya

บางกอกแอร์เวย์ส กางแผนปี 68 เติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 4.7 ล้านคน

บางกอกแอร์เวย์ส กางแผนปี 68 เติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 4.7 ล้านคนยอดจองล่วงหน้าเส้นทางสมุยโต 14% ยกระดับแบรนด์มัดใจนักเดินทางทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นสายการบินชั้นนำในภูมิภาค

กรุงเทพฯ, 28 มีนาคม 2568 – บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส นำโดย นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แถลงทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจบริษัทฯ ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายงานการเงินและบัญชี และ นางสาวอมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด โดยปี 2568 ตั้งเป้ายอดผู้โดยสาร 4.7 ล้านคน พร้อมแผนรองรับอุปสงค์การเดินทางที่เพิ่มขึ้นในมิติที่สำคัญ ตลอดจนแคมเปญการตลาด ความร่วมมือกับหลากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อพัฒนาแบรนด์ สร้างรายได้ และการเดินหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืน

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมการบินโลกว่ามีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ระบุว่า หลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอุปสงค์การเดินทางทางอากาศเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นของโลก และแนวโน้มนี้ก็สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ

นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ คาดการณ์จำนวนเที่ยวบิน 48,077 เที่ยวบิน อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 82% ขนส่งผู้โดยสาร 4.7 ล้านคน ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยประมาณ 4,200 บาทต่อที่นั่ง ทั้งนี้ แนวโน้มการเดินทางในปีนี้ เส้นทางสมุย ยังคงเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีการสำรองที่นั่งล่วงหน้าในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 14% โดยบริษัทฯ วางแผนกลับมาให้บริการเส้นทาง สมุย-กัวลาลัมเปอร์ วันละ 1 เที่ยวบิน ในไตรมาส 4 เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารจากยุโรปที่เดินทางผ่านทางสนามบินกัวลาลัมเปอร์
ปัจจุบันบริษัทฯ ให้บริการเที่ยวบินสู่ 19 จุดหมายปลายทาง ประกอบด้วยภายในประเทศ 11 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิและดอนเมือง) เกาะสมุย เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ ตราด ลำปาง แม่ฮ่องสอน สุโขทัย หาดใหญ่ อู่ตะเภา และจุดหมายปลายทางต่างประเทศ 8 แห่ง ได้แก่ มัลดีฟส์ สิงคโปร์ เสียมเรียบ พนมเปญ หลวงพระบาง ฮ่องกง เฉิงตู ฉงชิ่ง

บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เครือข่ายความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรสายการบิน ปัจจุบันมีสายการบินพันธมิตร (Codeshare Partners) รวมทั้งสิ้นจำนวน 30 สายการบิน และมีสายการบินข้อตกลงร่วม (Interline Partners) กว่า 70 สายการบินทั่วโลกด้านบริหารจัดการฝูงบินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปีนี้ คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเครื่องบินรวมทั้งสิ้นรวม 25 ลำ และมีแผนจะปรับฝูงบิน (Re-fleet) เครื่องบินรุ่น ATR72-600 รวมทั้งสิ้น 12 ลำ โดยมีกำหนดทยอยส่งมอบระหว่างปี 2569 ถึงปี 2571 นายพุฒิพงศ์ กล่าว

ในส่วนการพัฒนาศักยภาพธุรกิจสนามบิน บริษัทฯ มีแผนปรับปรุงอาคารผู้โดยสารของสนามบินสมุย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ส่วนสนามบินตราดมีแผนขยายรันเวย์ เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องบินแบบไอพ่นได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ

สำหรับแผนการลงทุนโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภานั้น ล่าสุด บริษัทฯ และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำศักยภาพสายการบินชั้นนำระดับภูมิภาค บริษัทฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับนานาชาติ “AAPA Assembly of President 2025” ครั้งที่ 69 ระหว่างวันที่ 14 -15 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้นำระดับสูงของสายการบินสมาชิกกว่า 250 ท่าน จาก 18 สายการบิน รวมทั้งตัวแทนจากองค์กรกำกับดูแลระดับโลกอย่าง ICAO และ IATA หน่วยงานกำกับดูแลด้านการบิน ผู้ผลิตอากาศยานชั้นนำ และพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก เข้าร่วมงาน ซึ่งการประชุมนี้นับเป็นเวทียุทธศาสตร์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค

นายพุฒิพงศ์ ยังกล่าวถึงนโยบายด้านความยั่งยืนของบริษัท ฯ ในปี 2568 ที่ยังคงยึดหลักแนวคิด ESG ในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบใน 3 ด้าน ด้านสิ่งแวดล้อม ได้สานต่อโครงการ Low Carbon Skies by Bangkok Airways มุ่งเน้นลดการปล่อยคาร์บอน สอดรับพันธกิจภาคการบินโลกสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon Emission 2050 การบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ล่าสุด เข้าร่วมโครงการมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target เพื่อสร้าง Roadmap ที่ชัดเจน ด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ การดูแลสิทธิมนุษยชน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ขณะที่ ด้านธรรมาภิบาล ยังคงเน้นความโปร่งใส การปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) ความพึงพอใจของลูกค้า และการนำนวัตกรรมมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายในการยกระดับคะแนนประเมินความยั่งยืน FTSE Russell ESG Scores ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพิจารณานำมาใช้ โดยมีกำหนดเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2569


นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายงานการเงินและบัญชี บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ภาพรวมผลการดำเนินการด้านการเงินของปี 2567 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,041 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายรวม 20,638 ล้านบาท มีผลกำไรสุทธิ 3,798 ล้านบาท ผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2567 เป็นจำนวน 5,454 ล้านบาท อัตราการทำกำไร (EBITDA Margin) อยู่ที่ 28% และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทในปี 2567 ที่ 2.53 เท่า

นางสาวอมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า ด้านแผนการขายในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นลูกค้าหลัก เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายและรายได้ คาดการณ์ส่วนแบ่งช่องทางการขายบัตรโดยสารผ่านเว็บไซต์เป็นสัดส่วน 28% และช่องทางอื่น 72% (BSP Agent, Online Travel Agent, Call Center, Etc.) โดยเป็นการขายผ่านช่องทางเชื่อมต่อตรงผ่านระบบ 32% ตลาดภายในประเทศ 18% และตลาดต่างประเทศ 50% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยยังมีความต้องการสูงและยังคงแข็งแกร่ง โดยวางแผนการขายเชิงรุกสำหรับตลาดต่างประเทศกลุ่มใหม่ อาทิ เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ประเทศในแถบละตินอเมริกา และตุรกี โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสำนักงาน GSA รวมทั้งสิ้น 26 แห่งทั่วโลก

สำหรับกลยุทธ์การขายมี 4 แนวทาง ได้แก่ การมุ่งเน้นตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะการต่อยอดการขาย จากกระแสซีรีส์ “White Lotus Season 3” โดยจับกลุ่มลูกค้าที่ตามรอยซีรีส์ เน้นกลุ่มประเทศ อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นตลาดที่เติบโตสูง เช่น คาซัคสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตลาดที่มีฟรีวีซ่า เช่น อินเดีย และจีน ขยายการเชื่อมต่อตรงผ่านระบบกลุ่ม API/NDC/Direct Connect ให้มากขึ้นเพราะเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับสายการบินในยุคดิจิทัล ที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เนื่องจากแนวโน้มปัจจุบันลูกค้านิยมซื้อตั๋วผ่านเว็บไซต์เปรียบเทียบราคา (Metasearch) และตัวแทนจำหน่ายตั๋วออนไลน์ (OTA) ช่วยให้สายการบินกระจายการขายตั๋วไปยังตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขายผ่านแพลตฟอร์มของสายการบินพันธมิตร ซึ่งเป็นการขายร่วม (Codeshare) บนบัตรโดยสารของสายการบินพันธมิตรผ่านช่องทางบนระบบแบบเชื่อมต่อตรง ช่วยขยายช่องทางการขาย และเพิ่มฐานลูกค้าแพลตฟอร์มของสายการบินพันธมิตร เริ่มจากสายการบินแควนตัสบนระบบ QDP และพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อขยายความร่วมมือต่อไป เช่น สายการบิน Thai Airways, British Airways, Lufthansa Group, Emirates, Etihad, Eva Air เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมปรับโฉมระบบสำรองที่นั่งออนไลน์ใหม่ เป็น RefX (Reference Experience) หรือ Digital Commerce พัฒนาโดยบริษัทอะมาดิอุส เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าถึงข้อมูลเที่ยวบิน ราคา และบริการเสริมได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น
ไฮไลท์กลยุทธ์สื่อสารการตลาดปี 2568 เปิดตัวภายใต้ธีม “Awesome Experience” มุ่งสร้างการเดินทางสู่ประสบการณ์ครั้งใหม่ที่มีความหมายกับผู้โดยสารทุกกลุ่ม โดยเน้นการบริการที่พิเศษ สะดวกสบาย และให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมส่งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภายใต้แนวคิด “ดีต่อใจ” โดยแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ “ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์” เริ่มเผยแพร่บนทุกช่องทางแล้ววันนี้

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของปีนี้ ได้เตรียมจัด Pop-up Boutique Experience ณ สนามบินสุวรรณภูมิ สมุย ตราด สุโขทัย และเชียงใหม่ โดยนำเสนอประสบการณ์อาหารที่หลากหลาย ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือประเพณีอันแท้จริงของชุมชนเอาไว้ อาทิ ในเดือนเมษายน สนามบินสุวรรณภูมิ จะให้บริการไอศกรีมที่รังสรรค์รสชาติจากจินตนาการ (Jin – Ta Icecream)

และพลาดไม่ได้ กับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา Bangkok Airways Boutique Series 2025 รายการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 พบกับ 3 เส้นทางวิ่งใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (สมุย) ตราด สุโขทัย เสื้อวิ่งออกแบบโดยศิลปินอิสระ ‘Underhatdaddy’ ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง และร่วมวิ่งไปกับ 3 ศิลปินชื่อดัง ‘ตู่ ภพธร’ 22 มิถุนายน ที่เกาะสมุย ‘โตโน่ ภาคิน’ 17 สิงหาคม ที่จ.ตราด และ ‘เทศน์ ไมรอน’ 28 กันยายน ที่จ.สุโขทัย

อีกหนึ่งกลยุทธ์แบรนด์เพื่อเข้าถึงใจลูกค้า และตอกย้ำภาพลักษณ์ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่สามารถครองใจผู้โดยสารทั่วโลก กับแชมป์ 8 ปีซ้อน Skytrax Award สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก และสายการบินระดับภูมิภาคดีที่สุดในเอเชีย ล่าสุดจับมือกับ PUMA สปอร์ตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Be The First Move For Better Together” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการให้บริการ

Mr.Nandor von der Luehe เจ้าของและผู้บริหาร The Barrel House

นันดอร์ ฟอน เดอร์ ลือเหอ เจ้าของและผู้บริหาร The Barrel House พัทยาให้เกียรติต้อนรับ Toptotravel สู่บ้านพันส่วนตัวโครงการบ้านหรู 100 ล้านบาท ย่านพัทยา บนทำเลทองของเขาพระตำหนัก ใกล้ชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บ้านพักเห็นวิวทะเล วิวเมือง และวิวภูเขาแบบพาโนรามา เป็นบ้านพักที่ได้สัมผัสความเป็นส่วนตัว และคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักเส้นทางอาชีพของ Mr.Ferdinand (Nandor) von der Luehe  ตั้งแต่จุดเริ่มที่มีโอกาสทำงานในเมืองไทย จนประสบความสำเร็จในเมืองไทย Mr.Ferdinand (Nandor) von der Luehe ทำธุรกิจเมืองไทยมา 30 กว่าปี อดีต รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานคณะทำงานป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่น หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบัน ผู้บริหารของ The Barrel House พัทยา

เดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา เฟอร์ดินานด์ (นันดอร์) ฟอน เดอร์ ลือเหอ  ประธานบริหารThe Barrel House พัทยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญและเป็นตลาดยุทธศาสตร์ในเอเซียอย่างมาก การทำร้านอาหารเหมือนการเล่าเรื่อง เรื่องเล่าของร้าน เดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา ที่เต็มไปด้วยความสุข และยังเป็นสถานที่คนทั่วโลกนิยมมาท่องเที่ยว เพราะประเทศไทยเป็นทำเลหรือประตูสู่เอเซียทั้งหมด และที่พัทยาเป็นหนึ่งในตลาดการท่องเที่ยวและการบริการที่เฟื่องฟูที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งยังมีศักยภาพในการพัฒนาที่แข็งแกร่งสำหรับการทำธุรกิจอีกด้วย

“นันดอร์ ฟอน เดอร์ ลือเหอ เล่าต่อว่า การบริหารงานโดยวางตำแหน่งของพัทยาเป็นธุรกิจในการรุกตลาดลูกค้าไทย และลูกค้านักท่องเที่ยวต่างประเทศ การขยายตัวจากนี้ไปของ เดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา ตามแผนการลงทุนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจของตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย

 ปัจจุบันเดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา เสริฟเครื่องดื่มเยอรมันรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านเพลิดเพลินและผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ เต็มอิ่มไปกับความสนุกสนานที่ร้านแฮงเอาต์ดี ๆ พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนูเครื่องดื่มและเบียร์สูตรพิเศษ รวมถึงอาหารสไตล์ European & Thai


การออกแบบร้าน ถูกตกแต่งโดดเด่นสะดุดตาด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อทำให้มีกลิ่นอาย แฝงบรรยากาศสบาย ๆ โดยมีโซนที่นั่งหลากหลายให้สามารถเลือกแฮงเอาต์โซนด้านหน้ากึ่ง Outdoor  รับลมชมวิวอันแสนสบาย หรือโซนด้านในที่พร้อมให้มาดื่มด่ำกับเสียงดนตรีสดจาก Live Music  เติมเต็มโมเมนต์แห่งการแฮงเอาต์สำหรับเมนูอาหารของทางร้านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีทั้งแบบ Local และนำเข้ามาในไทย สู่การรังสรรค์อย่างพิถีพิถันและใส่ใจโดยเชฟมากประสบการณ์ https://thebarrelhouse.co.th/menu-images/

การทำธุรกิจร้านอาหาร ส่งผลดีต่อการใช้ชีวิตอธิบายถึงแนวคิดการลงทุน จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ปรับปรับวิธีการพัฒนาตนเอง ซึ่ง สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อที่เราจะได้ก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จและเป็นผู้เชี่ยวชาญ 

The Barrel House Pattaya
333/38-40 Nong Prue Bang Lamung – Pattaya Cityinfo@thebarrelhouse.co.th097 932 9659

The Barrel House Pattaya

ร้านลับใหม่ล่าสุด ในพัทยา ที่นี่เราได้พบกัยเครื่องดื่มที่ปรุงแบบเยอรมันต้นตำรับ วันนี้จะพามารู้จักกับร้านลับใหม่ล่าสุดที่พัทยา เป็นร้านอาหารสเปน ในบรรยากาศค่ำคืนที่เอาตัวเองไปอยู่ในต่างประเทศ ชื่อร้าน The Barrel House นำเสนอการผสมผสานที่ไม่เหมือนใครของอาหารเลิศรส ไวน์ชั้นดี และเบียร์ฝีมือดี ซึ่งคัดสรรโดยเชฟจอร์ดี ฟรานเกส กีเตราส เชฟใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ  เดอะบาเรลเฮ้าส์ บรรยากาศเหมือนหลุดไป Night Club สไตล์ต่างประเทศ เต็มอิ่มไปกับความสนุกสนานที่ร้านแฮงเอาต์ดี ๆ พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนูเครื่องดื่มและเบียร์สูตรพิเศษ รวมถึงอาหารสไตล์ European & Thai แสนอร่อยให้เอ็นจอยในทุก ๆ ค่ำคืน

ร้าน The Barrel House อันเป็นที่มาของชื่อร้านแห่งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความประณีต พิถีพิถัน และรายละเอียดอันงดงามที่ถูกถ่ายทอดผ่านทุกองค์ประกอบของร้าน ซึ่งสะท้อนถึงความประณีต พิถีพิถัน และรายละเอียดอันงดงามที่ถูกถ่ายทอดผ่านทุกองค์ประกอบของร้าน การออกแบบร้าน ถูกตกแต่งโดดเด่นสะดุดตาด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อทำให้มีกลิ่นอาย แฝงบรรยากาศนั่งแบบสบายๆ โดยมีโซนที่นั่งหลากหลายให้สามารถเลือกแฮงเอาต์กันได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น โซนด้านหน้า Outdoor ที่พร้อมให้นั่งชิลล์ ๆ รับลมชมวิวอันแสนสบาย หรือโซนด้านในที่พร้อมให้มาดื่มด่ำกับเสียงดนตรีสดจาก Live Music
ได้แบบเพลิน ๆ เติมเต็มโมเมนต์แห่งการแฮงเอาต์ให้ลงท้ายด้วยความประทับใจ

โดยเชฟจอร์ดี ฟรานเกส กีเตราส พร้อมรังสรรค์เมนูพิเศษความอร่อยสไตล์สเปนมีประสบการณ์มากมายจากร้านอาหารมิชลินสตาร์ รังสรรค์หลากหลายเมน มีสไตล์การปรุงอาหารที่โดดเด่น และเน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบตามฤดูกาล ที่นำเมนูขึ้นชื่อของสเปน มาเสนอหรืออาหารเรียกน้ำย่อย สูตรเฉพาะของทางร้าน แต่ขอบอกว่าอิ่มอร่อยด้วยรสชาติถึงรสแน่นอน นอกจากนี้ทางร้านยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ นำข้าจากต่างประเทศ ผสมผสานไปกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทย ดื่มด่ำเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มเยอรมันไปกับเบียร์สูตรพิเศษ และเมนูไวน์หลากหลาย รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน เครื่องดื่มที่ปรุงแบบเยอรมันต้นตำรับ จับคู่กับอาหารรสเลิศ

สำหรับเมนูอาหารของทางร้านโดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งแบบ Local และนำเข้ามาในไทย สู่การรังสรรค์อย่างพิถีพิถันและใส่ใจ โดยเชฟมากประสบการณ์ นำเสนอเมนูอาหารสไตล์ European & Thai ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เหมาะแก่การนำมา Pairing คู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ช่วยชูรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น The Barrel House

The Barrel House เป็นร้านแฮงค์เอาท์ที่เสมือนนั่งอยู่ต่างประเทศที่เปิดทุกวันพิกัด ย่านนาจอมเทียน ถนนทัพพระยา ก่อนถึงทางขึ้นเขาพระตำหนัก
เปิดทุกวัน 15.00 – 00.00 น.

Location: The Barrel House Pattaya, Thappraya Rd. https://maps.app.goo.gl/qM5ZyJpyds58RRJ79

To make a reservation: m.me/TheBarrelHousePattaya

โทร. 083 948 4737 และ 097 932 9659
www.thebarrelhouse.co.th🕝

Menu: https://thebarrelhouse.co.th/menu-images/#TheBarrelHouse#TheBarrelHousePattaya#Pattaya#PattayaRestaurant#PattayaTravel#BeerLovers#CraftBeer#barrelhouse#toptotravel

เปลี่ยนทุกวันให้แสนพิเศษที่ Café de Oasis & Toby’s Pizza

CAFE DE OASIS & TOBY’S PIZZA เสิร์ฟกาแฟ เบเกอรี่ เน้นอาหารจานเดียวที่เป็นเมนูเด่นของทางร้าน โดยเสิร์ฟตั้งแต่เมนูอาหารเช้าแบบฝรั่ง ข้าวต้ม ไข่กระทะ และอาหารจานเดียว อย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ผัดกะเพราเนื้อ ข้าวผัดกากหมู พิซซ่าอบจากเตาร้อนๆ เมนูยอดนิยมของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทุกจานมีคุณภาพและรสชาติอร่อย

ภาคิน พลอยภิชา ประธานกรรมการ บริษัท เดสทินี่เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งโอเอซิส สปา (Oasis Spa) จังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติทีมงาน กล่าวถึง โอเอซิส สปา สปาแถวหน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทยและเอเชีย รวมไปถึง Cafe de Oasis & Toby’s Pizza ธุรกิจในเครือ ที่ทำรายได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยทำเลอยู่ใกล้ศูนย์ประชุมฯ ใกล้ศูนย์ราชการ และการเดินทางสะดวก ประกอบกับเน้นบริการเป็นสิ่งสำคัญ โดยนอกจากเมนูที่คัดสรรมากกว่า 100 เมนูแล้ว ยังได้ขยายเวลาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น

ด้วยศักยภาพของ Cafe de Oasis & Toby’s Pizza มีความผสมผสานระหว่างความเป็น Oasis กับความทันสมัย คงคอนเซปต์ของความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่และสวนสวย มีที่นั่งสบายๆ หลายโซน ทั้งห้องส่วนตัวเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติ
สีเขียวที่มีต้นไม้ล้อมรอบ มีพื้นที่การจัดวางโต๊ะอาหารที่มีระยะห่างที่มีความเป็นส่วนตัว

สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นั่งด้านนอกใต้ร่มไม้ ที่นั่งในห้องแอร์เย็นสบาย และยังมีสวนด้านหลัง ที่สามารถจัดอีเวนต์เล็กๆ ขยายพื้นที่ให้บริการจำนวนที่นั่ง และพื้นที่การจัดประชุม เพิ่มจำนวนโต๊ะรองรับลูกค้าสังสรรค์ มาเป็นกลุ่ม โดยที่นั่งเน้นความเป็นส่วนตัว

Sourdough Bread ของ Cafe de Oasis & Toby’s Pizza

คาเฟ่ เดอ โอเอซิส ขอแนะนำ เมนูอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึง เมนูพิซซ่า (อิตาเลียนสไตล์) เบเกอรี่ ไอศกรีม และเมนูอาหารมากกว่า 100 เมนู ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ชากาแฟ มีทั้งอาหารไทย และพิซซ่าโฮมเมด และกาแฟสูตรเฉพาะเมนูทั้งหมดใช้วัตถุดิบพืชผักปลอดภัยที่ผ่านกระบวนการล้างอย่างดี เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าอาหารทุกจานนอกจากรสชาติอร่อยแล้วยังปลอดภัยต่อสุขภาพ
หลังมื้ออาหารแสนอร่อย

Reserve your spot now!
!Cafe de Oasis & Toby’s Pizza
Line: @cafedeoasis
Call: 053-920-191

Rooftop วิวดี The Press Sky Bar

ร้านดาดฟ้าน่านั่ง The Printing House Poshtel  Luxury Hostel ถนนดินสอ เยื้องศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งของ The Printing House Poshtel – Luxury Hostel สไตล์ Industrial Loft  มีมุเดาดฟ้าน่านั่ง บรรยากาศรับลมเย็นๆ วิวสวยยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า กับวิวธรรมชาติ 360 องศา ทอดยาวสุดสายตา ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับเหลี่ยมฟ้า เราเดินขึ้นบันไดวนเล็กๆ ชั้น 6 เพื่อชื่นชมบรรยากาศรอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์  อีกด้านเป็นสะพานพระราม 8 มองไปอีกฝั่งเป็นภูเขาทอง วัดราชนัดดาวรวิหาร หันด้านขวาเห็นศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถัดไปเป็น เสาชิงช้า วัดสุทัศน์ฯ ฉากหลังที่สวยงามเหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์  ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายท่ามกลางทิวทัศน์กรุงเทพยามค่ำคืน จิบค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ที่นึ่กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทุกคนเพลิดเพลินไปกับวิวกลางแจ้งและเส้นขอบฟ้า ในช่วงเย็นขณะชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือช่วงที่มีวงดนตรี ดนตรีไพเราะ บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาทำให้หลายท่านที่มาที่นี่ชื่นชอบ

The Letter Press Café & Restaurant ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเน้นสีสันสดใสในสไตล์โมเดิร์น เน้นแสงสีคอนทราส ให้ความรู้สึกอบอุ่น รองรับลูกค้าได้ประมาณ 45 คน เรียบง่ายแฝงความหรูหรา ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่แต่ละล็อคจะมีทีวีส่วนตัว พร้อมอุปกรณ์การฟังเส่วนตัวห้องพักมีทั้งหมด 15 ห้อง 6 แบบ โดยแบ่งออกเป็น  Family Suiteจำนวน 1 ห้อง, Private room จำนวน 3 ห้อง, Six Bunk Beds Ladies, Four Bunk Beds share Bathroom, Six Bunk Beds share bathroom, Eight Bunk Beds

เมนูอาหารหลากหลายพร้อม  ดื่มด่ำบรรยากาศแบบสบายๆ และมีบาร์เสริฟเครื่องดื่มตลอด ส่วนชั้น 6 เป็น rooftopเห็นวิวรอบๆเกาะรัตนโกสินทร์ทิวทัศน์ 360 องศา สามารถนำเครื่องดื่ม ไปจิบเบาๆเคล้าบรรยากาศได้อีกด้วย ศุกร์-เสาร์ พบกันวงดูโอที่จะมาให้ความเพลิดเพลินอย่างจุใจ และในค่ำคืนนี้เป็นการแนะนำเมนูใหม่ที่จะให้ลูกค้าได้เลือกสรรแบบไม่ซ้ำ

เมนูใหม่ที่ The Press Sky  Bar  อยู่บริเวณชั้น 5 และชั้น 6ของ The Printing House Poshtel เป็น open bar ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเทพ  เหมาะมากกับการนัดปาร์ตี้เบาๆ ชมชิลวิวภูเขาทอง หรือทานข้าวมื้อเย็นเป็นหมู่คณะหรือมาแบบส่วนตัว เครื่องดื่ม หลากหลาย   ทั้งไม่มีแอลกฮอล์และมีแอลกฮอล์ สามารถนำเครื่องดื่มขึ้นมาจิบเบา ๆ เคล้าบรรยากาศได้อีกด้วย และช่วงวันศุกร์ วันเสาร์ พบกับวงดูโอที่มาให้ความเพลิดเพลินอย่างจุใจ และในค่ำคืนนี้เป็นการแนะนำเมนูใหม่ที่จะให้ลูกค้าได้เลือกสรรแบบไม่ซ้ำ เครื่องดื่ม Cocktail และ Moctail ที่เป็น Singnature ล้วนแล้วแต่คิดค้นขึ้นมาเองจึงหาดื่มเฉพาะที่นี่เท่านั้น และ Press Twilight ม๊อคเทลสูตรพิเศษ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาสำหรับที่นี่

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ 099-439-1331
หรือ 094-934-4848​
The Press Sky Bar เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์
ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น.

𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐫𝐞𝐬𝐬 𝐒𝐤𝐲 𝐁𝐚𝐫 𝐌𝐚𝐩
https://goo.gl/maps/o197w8jyNtP3nsxo7 

𝐃𝐞𝐥𝐢𝐯𝐞𝐫𝐲 . 𝐋𝐢𝐧𝐞 𝐌𝐚𝐧: https://wongn.ai/21ZX49

𝐆𝐫𝐚𝐛 𝐋𝐢𝐧𝐤: https://grab.onelink.me/2695613898?pid=inappsharing 

ทำความรู้จักไวน์ Buck Koei Red

มาทำความรู้จักกับ ไวน์ที่จัดทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน ผลิตจากผลองุ่นป่า Vitis Vinifera ที่หายากและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในบางช่วงฤดูของปี รู้จักกันในชื่อท้องถิ่น Buck Koei เจริญเติบโตเป็นเถาไม้เลื้อยตามป่าเชิงเขาหินซ้อน ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไวน์นี้ได้รับการเก็บเกี่ยวด้วยมือโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฮักป่าสัก Hug-Pasak โดยองุ่นแต่ละลูกจะมีความสมบูรณ์ สะท้อนถึงแก่นแท้ของแหล่งกำเนิดที่อุดมสมบูรณ์ได้อย่างดี องุ่นหายากเหล่านี้ให้ผลเพียงปีละ 1 ครั้ง จึงทำให้สามารถผลิตเป็นไวน์ได้เพียงประมาณ 300 ขวด/ปี ซึ่งจัดว่าน้อยมาก

ดังนั้นการดื่มแต่ละครั้งจึงถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุด สภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศที่ไม่เหมือนใครของ ต.หินซ้อน อำเภอแก่งคอยทำให้ไวน์นี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ อันเกิดจากการประสานกันอย่างลงตัวของหมอกในยามเช้ากระทบกับแสงแดดอ่อนๆสอดประสานกัน จนเกิดเป็นวงดนตรีซิมโฟนีคลาสสิคแห่งรสชาติ ที่เลอเลิศลงตัว

ไวน์นี้เกิดจากความรักและความเอาใจใส่ของชุมชน ต.หินซ้อน ซึ่งถือเป็นว่าเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่จะเป็นมรดกทางใจ ของพวกเรา ขอเชิญคุณมาสัมผัสกับความงามอันเป็นเอกลักษณ์และศิลปะของไวน์ Buck Koei Red จากวิสาหกิจชุมชนฮัก-ป่าสัก ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนา ตั้งใจจะรักษาไว้ให้เป็นมรดกอันล้ำค่าของตำบล โดยผ่านความพยายามในการทำงานเพื่อเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นไปสู่ตลาดสากล

ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความเจริญ สร้างชื่อเสียง และสร้างการยอมรับในด้านอื่นๆให้กับชุมชนหินซ้อน อ.แก่งคอยและจังหวัดสระบุรีของเราควบคู่กันไป

DRY SWEET 750ml. | 12% Alc/vol Product of Thailand

An exquisite testament to nature’s rarity, Buck Koei Red is crafted from wild Vitis vinifera known as Buck Koei, naturally flourishing in the untouched Hin Son Valley forest. Hand-picked with devotion by the Hug-Pasak community enterprise, each grape reflects the pure essence of its origin.

Fructifying but once a year, these elusive vines yield just enough for
300 bottles, making each sip a privileged encounter. The unique geography and climate of Kaeng Khoi District infuse the wine with unparalleled character—where mist-kissed mornings and sun-drenched days harmonize to create a symphony of flavors.

Born from the love and care of the Kaeng Khoi district community, thiswine is more than a beverage; it’s a heartfelt legacy. We invite you
to experience the singular beauty that is Buck Koei Red. Hug-Pasak Community Enterprise isdedicated to preserving Kaeng Khoi

District’s rich heritage. Through their philanthropic efforts, they connect the local community to the global market, while fostering local prosperity and recognition.

DRY SWEET 750ml. | 12% Alc/vol Product of Thailand
Produced and bottled by Hug-pasak co

#toptotravel #BuckKoeiRed

 Marcus Bar

Marcus Bar บาร์เปิดใหม่ใจกลางสีลมซอย 1บาร์แห่งนี้ ตัวร้านเป็นอาคารขนาดกะทัดรัดทำให้คุณได้พบกับความอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพ Marcus Bar การออกแบบที่โดดเด่น ทั้งความมีสีสันและกลิ่นอายความสนุกที่เป็นซิกเนเจอร์ ยังให้ความพิถีพิถันใส่ใจในทุกการบริการตั้งอยู่ที่ ถนน สีลม ซอย 1 บรรยากาศเรียบหรู สบายๆ เหมาะกับการแฮงก์เอาต์กันแบบสนุก ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้ามาเยือน สำหรับเมนูต่าง ๆ ของทางร้าน ที่นี่เน้นเสิร์ฟหลากหลายเมนูค็อกเทลที่นำไป Infused กับผลไม้ ดื่มง่าย ได้กลิ่นหอมหวลชวนให้ลิ้มลอง เอ็นจอยไปด้วยกันกับเครื่องดื่มแก้วพิเศษและเสียงดนตรีสนุก ๆ เชื้อเชิญให้คุณแวะเวียนเข้ามาดื่มด่ำกับรสชาติของค็อกเทลแก้วพิเศษ

ด้วยขนาดพื้นที่ที่จำกัดบวกกับความชื่นชอบส่วนตัว ทำให้ที่นี่ออกมาเป็นบาร์ค็อกเทลสุดเก๋ ด้านการตกแต่งดีไซน์ออกแนววินเทจ มีมุมโซฟาและเคาน์เตอร์บาร์ให้คุณได้เลือกนังกันแบบชิลล์ สัมผัสกับเสียงเพลง Live Band คุณภาพเยี่ยม แนว Jazz , Soul และ R&B ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ทุกวันอังคารถึงวันเสาร์ นอกจากนี้ยังเปิดแผ่นมิกซ์เพลงแนวสนุกสนาน เหมาะกับสายปาร์ตี้ที่ชอบความเป็นกันเอง นั่งเล่นสบาย ๆ ค่ำคืนนี้เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดื่มร่วมแจมเสียงเพลงกับนักร้องอย่างสนุกสนาน ใครที่เลิกงานแล้วอยากแวะมาฝากท้อง หรือดินเนอร์สุดพิเศษ ที่นี่ก็เหน้นเสิร์ฟอาหารฟิวชั่นทานง่าย รสชาติอร่อยถูกปากคนไทย

Crispy bacon salad ผักคอส เบค่อน

สำหรับเมนูอาหารของที่นี่ แนะนำหลากหลายเมนูซิกเนเจอร์ เริ่มจากเมนู Paprika-charred Corn ข้าวโพดหมักกับโอลีฟออยส์ ปาปริก้า ผงกระเทียม น้ำผึ้งอบสไตล์อเมริกัน ทานคู่กับซอสซาวน์ครีม เป็นเมนูโปรดที่ทานง่ายๆ สำหรับนักดื่ม ต่อมาเป็น Escargots Elegance หอยทากฝรั่งเศส อบเนยกับสมุนไพร + ขนมปังฝรั่งเศสแผ่นบาง ส่วนถัดมาเป็นเมนูที่ผู้ชื่นชอบทานปลา Sunset citrus salmon ปลาแซลม่อน ผักโขมอบชีส ซอสเลม่อนครีม และสำหรับผู้ที่หลงใหลการทานไส้กรอก ที่มีเสริฟไส้กรอกหลายแบบในเมนูเดียวกัน Bangers & mash ไส้กรอก พริกสด พริกไทย ชีส เป็นไส้กรอกออร์แกนิค เสริ์ฟกับมันบด ทานกับซอสมะเขือเทศ และศรีราชามายองเนส ผสมเข้ากับเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่ที่ช่วยยกระดับอาหาร ตามมาด้วย สปาเก็ตตี้ Spaghetti AOP ใส่กุ้งแชบ๊วย เบค่อนกรอบ พริกแห้ง กระเทียม เบซิล ส่วนที่ออกแนว เฮลตี้เลือกทานสลัด Crispy bacon salad ผักคอส เบค่อน ชีสพาเมซาน พารม่าแฮม น้ำสลัดซีซ่าร์ พริกไทยเน้นอาหารที่ปรับให้ทันสมัยและกินได้ทุกคน ไปจนถึงอาหารนานาชาติที่ทุกคนนึกถึง โดยเสิร์ฟให้นั่งกินในบรรยากาศสบายๆ หลากหลายเมนูครบรส ชวนให้เข้ามาลิ้มลอง

Bangers & mash ไส้กรอก พริกสด พริกไทย ชีส
ไส้กรอกหลายแบบ
สปาเก็ตตี้ Spaghetti AOP
Paprika-charred Corn

อีกหนึ่งความตั้งใจของ Marcus Bar แต่ละโซนออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สำหรับแฮงเอาต์กับแก๊งเพื่อนและคนพิเศษ ด้วยการออกแบบหน้าบาร์สุดหรู เครื่องดื่มถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของร้านเสิร์ฟทั้งค็อกเทลและม็อกเทล ไม่ว่าจะเป็นค้อกเทลที่หลากหลาย ค็อกเทลที่ดื่มง่ายและเข้ากันได้ดีกับเมนูอาหารในร้าน ไม่ว่าจะเป็น ค็อกเทลAnniversary หรือจะเป็นค็อกเทล Jasmin moon หรือชื่นชอบการจิบไว น์ที่มีให้เลือกหลายระดับจากหลายประเทศ คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากคอไวน์ขนานแท้ของเจ้าของร้าน มาสนุกและจอยตอบโจทย์สายแฮงต์เอาต์ตลอดทั้งคืน

การเดินทางจากรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีสีลม เดินเข้าซอยสีลม ซอย 1 ประมาณสองร้อยเมตร ร้านตั้งอยู่ขวามือ

Marcus Bar บาร์กลางสีลมซอย 1
281/16 สีลม ซอย 1 บางรัก กทม.
เปิด จ- ส. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
โทร 09 5561 9478

พิกัดร้านMarcus Bar : https://maps.app.goo.gl/b23sDZwXnwPb3NDS8
Booking via Line ID : @Marcusbar | 095-561-9478

#Marcusbkk #Marcusbar #Marcusbarbkk #nightlife #bkknightlife #jazzbar #jazzbarbkk #Barsilom #Dinner #BarandRestaurant

กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่ เท่โดนใจสายคูล

เพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม สำหรับร้านกลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่ ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องสะดุดตาจนต้องอยากแวะ เรียกว่าเป็นคาเฟ่สุดชิคของคนย่านนี้ ความเท่ของร้านกลายเป็นคาเฟ่สุดเท่น่านั่ง โอบล้อมด้วยกระจกใสเกือบรอบร้าน ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ที่เป็นที่นิยม เมนูกาแฟของที่นี่มีหลากหลาย และคุณภาพดีใครอยากจิบกาแฟดีๆ สั่งของร้านนี้ได้เลยไปผิดหวัง

บอกเลยว่าทั้งบรรยากาศและเครื่องดื่มของที่ร้านโดดเด่น มีที่นั่งทั้งด้านใน ด้านนอก มองเห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน และมีที่นั่งให้ได้ฟินๆ เหมือนมานั่งปิกนิก ชมวิวกันไป ด้านนอกช่วงเย็นๆ แดดร่มบรรยากาศ​ดี​ ความตั้งใจของร้าน คือ อยากให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามายังประตูบานเลื่อนนี้มีความสุขเมื่อกลับไป และเมื่อยามเย็นพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ก็จะให้บรรยากาศที่สวยชิลไปอีกแบบ มั่นใจว่าใครที่เป็นสายคอนเทนต์จะต้องถูกใจแน่นอน ส่วนเรื่องอาหารของทางร้านจะเป็นแนวรสจัด กับแกล้ม แต่มีเมนูจานหลักอีกมากมาย กลันตัน ร้านอาหาร คาเฟ่ บรรยากาศดีย่านศรีนครินทร์ ปลายปีแบบนี้ ร่างกายใครต้องการความชิลในบรรยากาศคาเฟ่ดีๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบอีสานหลากหลาย อร่อยกับเมนูเด็ด จากใจเชฟ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ, ลาบ, ต้มแซ่บ, และเมนูอื่นสุดพิเศษ ให้ได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น

ที่นี่เป็นร้านกินดื่มที่ตอบโจทย์คนชอบสังสรรค์ในหลายๆ ด้าน ทั้งบรรยากาศร้านที่สบายๆ โปร่งๆ แต่อินดอร์ ไม่ร้อนอาหารเป็นอาหารไทยและอาหารสไตล์อีสาน บรรยากาศจึงมีความอบอุ่น เป็นกันเอง น่าแวะมานั่งจิบกาแฟ และกินมื้อเที่ยง จานใหญ่ ไปจนถึงมื้อค่ำที่มีแอลกอฮอล์เสิร์ฟคู่กับอาหารแน่นอนว่าร้านนี้เป็นร้านกินดื่มที่เหมาะกับการมาชิลกับเพื่อน เพราะร้านกว้างขวาง มีทั้งโซนที่คึกคักและเป็นส่วนตัว บริการให้เช่าสถานที่ จัดงาน พร้อมทีมงานออร์แกไนซ์ ในโอกาสต่างๆ อาทิ งานเลี้ยง งานแต่งงาน งาน Party ร้านจะมีลานจอดรถหน้าร้านไว้ให้บริการกับลูกค้าที่สะดวกขับรถมาที่ร้าน

กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่ อยู่ใน ซ. ศรีนครินทร์ 27 ซอยก่อนถึงปั้มบางจาก ก่อนถึงห้างธัญญะพาร์ค (ติดกับประตูทางเข้างออกด้านหลังห้างธัญญะพาร์ค) สถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง : กลันตัน

กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่

Google Map ที่ตั้งร้าน : กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่
https://maps.app.goo.gl/A2rtYLyrv237z8DBA?g_st=ic

เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด
คาเฟ่เปิด-ปิด: เวลา 07:00-19:00 น.
สั่งอาหาร 11:00-24:00 น. (ครัวปิดเวลา 23.00 น.)
สอบถามเพิ่มเติมสอบถามทักแชทเพจ
https://www.facebook.com/KanlantanSleepAndCafe
โทร : 080-592-1568

เจ้เพ็ญ ชนานาถ ดลมินทร์ ผู้บริหาร บลูช็อป

สู้มากแค่ไหนก่อนจะมาเป็น เจ๊เพ็ญพันล้านเจ้าของโกดังขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในปทุมธานี การบริหารโกดัง บริหารร้าน บริหารคน ของเจ๊เพ็ญ ทำให้ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง อยู่รอดมาได้จนมาถึงทุกวันนี้

ชนานาถ ดลมินทร์ หรือ เจ้เพ็ญ ผู้บริหารบลูช็อป บริษัท กิตติชัยมหานคร จำกัด เคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและเคยรับจ้างขายสินค้าให้กับ บริษัทต่างๆ เคยเปิดผับ ร้านอาหารแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเป็นผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งขายส่งและขายปลีก

เจ๊เพ็ญ เล่าให้ฟังว่า บรรยากาศแรกที่ออกงานธงฟ้าเห็นคนรอซื้อเยอะมากขนาดแย่งกันตั้งแต่ของอยู่บนรถอนต์ วันหนึ่งขายได้เป็นแสนขวดถึงราคาจะถูกกว่าแต่ขายได้ปริมาณมากกว่า กำไรขวดละสลึงเท่าเดิม บริษัท กิตติชัยมหานคร มางานธงฟ้าทีไรขายได้เยอะมาก ถึงกำไรไม่เยอะ แต่ขายได้เยอะกำไรน้อยก็รวยได้ ก่อนจะไปขายต้องดูก่อนว่าราคาตลาดที่นั่นเท่าไร ของต้องถูกกว่า บริษัท
ขายทุกอย่าง ไปออกงานทีไรก็เห็นคนเยอะตลอดต่อแถวยาวเหยียด ชาวบ้านชอบซื้อสินค้าในงานธงฟ้ามาก เมื่อมาเข้าร่วมโครงการธงฟ้าก็ประสบความสำเร็จข้อเสนอแนะควรจะมีสินค้าให้หลากหลายกว่านี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าตัวอื่นๆ ที่อยากฝากถึงผู้ประกอบการ แม้การนำสินค้ามาขายในงานธงฟ้าจะได้กำไรน้อย
แต่การันตีได้เลยว่าจำนวนที่ขายนั้นมากมายมหาศาล จึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมมากๆ เนื่องจากหนึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย สองกำไรดีและผู้บริโภคมันใจได้เลยว่ามางานธงฟ้าราคาถูกจริงสินค้ามีคุณภาพ

โดย ‘เจ้เพ็ญ’ เจ้าของบลูช็อป กล่าวต่อว่า โดยปกติแล้ว บลูช็อปเป็นร้านที่จัดจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดให้กับผู้บริโภค แต่เมื่อได้ติดต่อคุณแม่ไพลิน ขอขายในราคานี้ คุณแม่ไพลินท่านก็ตอบตกลงให้เป็นพิเศษเฉพาะที่บลูช็อป ก็เลยได้นำน้ำปลาร้ามาจัดจำหน่ายได้ในราคาต้นทุนเพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าบลูช็อป จึงต้องขอขอบคุณทาง บริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ที่เข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ และเห็นใจผู้บริโภค จึงได้ให้ราคานี้กับบลูช็อป นอกจากนี้ ยังทำให้บลูช็อปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องดีๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ผู้คนต้องกลับไปหาครอบครัว สามารถนำน้ำปลาร้าดีๆ กลับไปทำอาหารรับประทานกันภายในครอบครัวได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำปลาร้าที่มีราคาสุดประหยัดเพียง 19 บาท แต่รสชาติอร่อยถูกใจคนทั้งครอบครัว ถือว่า เป็นการเติมกำลังใจให้คนไทยด้วยกันในช่วงเวลาปีใหม่นี้

สบู่จิ๊กซอว์ ME by บุ๋ม-ตรีรัก จัดโปรสุดคุ้ม ลด 50%

สบู่จิ๊กซอว์ ME by บุ๋ม-ตรีรัก จัดโปรสุดคุ้ม เชต 4 ก้อน ลด 50% เพียง 190 บาทลดข้ามปี มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ซื้อได้ที่สยามพารากอน และทาง FB 

บริษัท ตรี ตรีรัก จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม by คุณบุ๋ม
ตรีรัก รักการดี สบู่จิ๊กซอว์ ME เป็นสบู่ล้างหน้าออร์แกนิค ส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ เนื้อกลีเซอรีน อ่อนโยน ไร้สาร SLS / SLES ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ช่วยฟื้นฟูและกู้ใบหน้าของทุกคนให้คืนกลับสู่ความสวยที่สดใส ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื่น ไร้สิว และจุดด่างดำ ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว มีทั้งหมดถึง 25 สูตร สามารถเลือกแมทซ์สูตรเองได้ตามสภาพผิวของผู้ใช้ ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มคุณสมบัติของผิวพรรณ 10 สูตร 2. กลุ่มสครับ 6 สูตร และ 3. กลุ่มน้ำหอม 9 กลิ่น 

สบู่จิ๊กซอว์ ME จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดข้ามปี 50% สบู่เชต 4 ก้อน สามารถคละสูตรได้ บรรจุในกล่องสวยเก๋ดูดี เพียง 190 บาท จากราคาปกติ 380 บาท

สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สยามพารากอน ชั้น 4 โซน Bath Accessories และซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2568
ที่ Facebook : TRI_Gangsters จะซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME ใช้เองก็ดี หรือซื้อเป็นของฝากให้แก่คนที่คุณรักหรือของขวัญปีใหม่ 2568 ให้กับคนพิเศษของคุณ ซื้อให้ใครรับรองผู้รับต้องชอบแน่ๆ สบู่จิ๊กซอว์ ME เชต 4 ก้อนใช้ได้นานเป็นเดือน
การันตีคุณภาพทุกก้อน

สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่น และข้อมูลเพิ่มเติมของสบู่จิ๊กซอว์ ME
เกรดพรีเมี่ยม ทั้ง 25 สูตร ได้ที่ Facebook : TRI_Gangsters,
Line : @tri_gangsters และ เว็บไซต์ http://trigangsters.com
หรือติดต่อสอบถามที่โทรศัพท์  02-040-1466 และ 063-351-9649