Category Archives: Event

Villa Market “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน”

…….พาไปทัวร์ แหล่งรวมของอร่อยของดีจากทั่วโลก
“วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน”บ้านหลังที่ 2 ของคนเมือง มีอะไรกินบ้าง? ไปชมกัน

วันนี้ Toptotravel พาไปทัวร์ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน” แหล่งรวมของอร่อยของดีจากทั่วโลก ของใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องลองมาสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์ที่ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน”แหล่งรวมของอร่อย ของดีจากทั่วโลกเปิดให้บริการแล้วสำหรับบ้านหลังใหม่ ของ วิลล่า มาร์เก็ท กับ สาขาหลังสวน ซึ่งการกลับมาของวิลล่าฯ หลังสวน ในครั้งนี้ทำเอาเหล่านักช็อปหัวใจพองโตกันพอดูเพราะจัดเต็มทั้งบรรยากาศที่ดูอบอุ่น หรูหรา แบ่งโซนเป็นสัดส่วน เดินง่าย และมีสินค้าอิมพอร์ตจากทั่วโลกมาให้ช็อปกันเพลินการเดินทางมาก็ง่ายแสนง่าย เพราะทำเล วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน

ตั้งอยู่ซอย 2 ชั้น B1 โครงการเวลา สินธร วิลเลจ มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน เรียกได้ว่า สะดวกสุดๆ สำหรับชีวิตคนเมืองที่ต้องขับรถมาทำงานและอยากจะแวะช็อปปิ้งก่อนกลับบ้านในส่วนของบรรยากาศ วิลล่า มาร์เก็ท สาขา หลังสวนตกแต่งอย่างอบอุ่นให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในครัวที่มีของให้เลือกหยิบมาทำเมนูแสนอร่อยอย่างไม่รู้จบและยังมีโซนที่เปิดโอกาสให้ได้ลิ้มลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ

โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน สนองนีสไลฟ์สไตล์ ของทุกเจเนอเรชั่น แค่เดินลงมายังชั้น B1 ก็จะพบกับ โซน V Space
(วี สเปซ) ที่นั่งรับรองบริการใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกวิลล่า มาร์เก็ท (VPlus) โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถมานั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่ม นั่งพักชิลๆ

V Space (วี สเปซ) ที่นั่งรับรองบริการใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกวิลล่า มาร์เก็ท (VPlus)

เป็นอีกโซนที่ทำให้ชีวิตคนเมืองที่เหนื่อยกับการทำงานและการเดินทางผ่าจราจรอันแสนจะติดของกรุงเทพฯ คนรักสุขภาพ ชอบทานผัก ผลไม้ ต้องถูกใจ Fruit & Vegetables Zone (ฟรุต แอนด์ เวทเทอะเบิ้ล โซน) เพราะที่สาขานี้มีการจัดวางเรียงผัก ผลไม้ ได้อย่างล่อใจ โดยเฉพาะ ผักผลไม้ Organicนานาชนิดจากทั่วโลก เรียกว่า หากต้องการทาน องุ่นก็มีหลายหลายชนิดให้เลือกสรร ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

สายเนื้อต้องร้อง OMG! ให้กับ Butcher & Seafood Zone
(บุชเชอร์ แอนด์ ซีฟู้ด โซน) โซนนี้ถือว่าเด็ดเพราะรวบรวมเนื้อคุณภาพดีจากทั่วโลก อย่าง ออสเตรเลีย, อเมริกา,อาร์เจนติน่า และ ญี่ปุ่น ส่วนพระเอกของโซนนี้ยกให้ Tomahawk เนื้อโทมาฮอว์ก จาก ออสเตรเลีย, Ribeye เนื้อริบอาย, Tenderloin เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ มีให้เลือกมากมาย
เป็นสวรรค์ของคนรักสเต็กก็ว่าได้ และยังเก๋ด้วยป้ายราคาดิจิตอล ซึ่งจะอัพเดทราคาสินค้า ล้ำนำเทรนด์ไปอีก

อาหารทะเล ของสด และปลาน้ำจืด โซนอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งกุ้งแม่น้ำ ปลาทะเล ปลาหมึก ส่วนพาร์ทอาหารทะเลก็ไม่ธรรมดาละลานตาไปด้วย ปลาสดๆ หลากหลายชนิด โดยมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องพ่นไอน้ำจากญี่ปุ่น เพื่อช่วยรักษาความสดใหม่และฆ่าเชื้อโรค

“V” Make a new home โซนนี้สำหรับคนชอบดริ้ง Wine Cellar Zone (ไวน์ เซลเลอร์ โซน) โซนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พิเศษมากสาขานี้มี Wine Cellar รวมไวน์จากทั่วโลกมาไว้ในห้องนี้ ถ้ามีคำถามห้องนี้มี Wine Specialist คอยดูแลแนะนำ พิเศษสุดสำหรับสมาชิก V Plus Member ใช้ Vplus Point เพื่อลองชิมไวน์ แหล่งรวมไวน์หลากหลายชนิดจากทั่วโลก

โซนนี้นอกจากตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายของสินค้าแล้วยังเก๋เลิศกับบริการให้ท่านได้ลิ้มลองรสสัมผัสไวน์ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์คอยให้คำแนะนำใครที่อยากได้เครื่องดื่มจิบคู่กับอาหารมื้อพิเศษ อยากแนะนำให้ลองมาที่ โซน Wine Cellar Zone ของ วิลล่าฯ หลังสวนรับรองได้ไวน์รสเลิศถูกใจกลับบ้านแน่นอน

Activity Zone (แอคทีวิตี้ โซน) โซนสาธิตวิธีปรุงอาหารสด และReady to Eat Zone (เรดดี้ ทู อีท โซน) เป็นอีกโซนที่ทำให้ชีวิตคนเมืองที่เหนื่อยกับการทำงานและการเดินทางผ่านจราจรอันแสนจะติดของกรุงเทพฯได้ผ่อนคลายกับช่วงเวลาแห่งความสุขบ้าง ซึ่ง Activity Zoneให้บริการปรุงอาหารสดพร้อมทานซึ่งหากต้องการทานสเต็กดีดีสักมื้อก็สามารถเดินไปเลือกเนื้อดีดีสักชิ้นในโซน Butcher & Seafood Zone
มาให้ทางเชฟปรุงได้เลย

ส่วนใครที่ชอบความรวดเร็วก็แวะ Ready to Eat Zone หาของอร่อยทานจะมื้อเช้า สาย เที่ยง เย็น ก็มีบริการ ทั้งเมนูอาหารญี่ปุ่น Omakase Set ในราคาย่อมเยาว์ อยากลิ้มลองอาหารซูชิสุดหรูแบบเชฟจัดให้ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม และอาหารสไตล์เวสเทิร์นทำคอร์สออกมาได้น่าสนใจและท้าทายมาก

ปิดท้าย การพาทัวร์บ้านหลังใหม่วิลล่าฯ สาขา หลังสวน
ด้วยความเก๋เริ่ดกับ บริการ Eat & Shop (อีท แอนด์ ช็อป) หรือบริการเลือกซื้อสิ้นค้าเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งสามารถเลือกช็อปปิ้งแบบไม่ต้องเดินให้เมื่อย เพียงแค่นั่งรอในโซน V Space หรือ กำลังนั่งทานอาหารใน Ready to Eat Zone แล้วอยากช็อปแต่ไม่มีเวลามากพอก็สามารถใช้บริการนี้ได้
สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย

การเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางถนนเพลินจิต จากนั้นเลี้ยวเข้าไปที่ถนนหลังสวน (*เดินรถเพียงทางเดียว) จาก ถ.เพลินจิต เข้าสู่ถนนหลังสวนประมาณ 700 เมตร Villa Market LangSuan จะอยู่ทางซ้ายมือ

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ สำหรับ BTS สายสีลม สามารถลงที่สถานีราชดำริ และ BTS สถานีชิดลมสำหรับสายสุขุมวิท นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการ MRT โดยใช้สถานีสีลม

อยากให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์ที่ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน” ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “V” Make a new home
ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น B1 โครงการเวลา สินธร วิลเลจ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/villamarketofficial/

Hilton and THAI offer Travellers Exclusive Privileges across Hilton’s Hotels in Thailand

Travellers on THAI can enjoy exclusive discounts across all of Hilton’s F&B outlets and spas in Thailand BANGKOK – 1 August 2019 – Hilton (NYSE: HLT) today announced the signing of a Memorandum of Understanding with Thai Airways International Public Company Limited (THAI) to provide exclusive discounts to travellers flying on THAI’s flights. Through this partnership, travellers on THAI can enjoy promotional prices at Hilton’s food and beverage outlets and spas across Thailand.

The nine participating hotels nationwide across five destinations include Waldorf Astoria Bangkok, Conrad Bangkok, Millennium Hilton Bangkok, Hilton Sukhumvit Bangkok, DoubleTree by Hilton Sukhumvit Bangkok, Conrad Koh Samui, Hilton Pattaya, Hilton Hua Hin Resort & Spa and Hilton Phuket Arcadia Resort & Spa.

“The new generation of global travellers are constantly seeking fresh ways to enjoy popular destinations. One way we are doing that is by providing unique yet authentic local experiences through food and beverage and spa treatments at our hotels which we are confident that they can help capture the attention of this group of travellers. The signing of the MOU between Hilton and THAI enables us to provide elevated experiences of this nature for both business and leisure travellers coming into Thailand and we are delighted to be working with THAI on this partnership,” said Heidi Kleine-Moeller, general manager, Millennium Hilton Bangkok.

“At Hilton, we also continue to champion our commitment to responsible sourcing and sustainable meat, poultry and seafood while supporting local communities. Our food and beverage menus are carefully crafted by supporting and celebrating local cuisines and highlights seasonally produced ingredients. We look forward to inviting travellers and guests alike to experience our expanded repertoire and enjoy dining and spa experiences with us in Thailand,” added Moeller.

“We aim to encourage international tourists to travel to Thailand with THAI and to further enhance their trip by enjoying the luxury fine dining and spa experience at Hilton’s nine hotels across Thailand with these exclusive offers,” said Wiwat Piyawiroj, THAI Executive Vice President, Commercial Department. “Through this partnership, we can contribute to the growth of Thailand’s tourism within the international market and offer our guests enhanced vacation experiences, which can create lasting memories.

กกท. ปฐมนิเทศนักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเพื่อการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือและจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 สนับสนุนทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2562 มีผู้ได้รับทุนการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 272 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 34,840,400 บาท

นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย

นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และในฐานะผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานการเปิดงานการอบรมปฐมนิเทศและทำสัญญานักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562 กล่าวว่า กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นอีกกองทุนหนึ่ง ที่ช่วยสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษาที่เป็นนักกีฬาและบุคลากรกีฬา ที่มีผลงานทางด้านการแข่งขันกีฬาเป็นที่ประจักษ์และมีผลการเรียนที่ดี ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้ผลักดัน และให้การดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

โดยให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ ในลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายรายเดือน , ค่าบำรุงการศึกษา แต่ละภาคการศึกษาตามที่ระเบียบกระทรวงการคลังกำหนด และยังเพิ่มโอกาสการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป ในกรณีที่ผู้ขอรับทุนรายนั้น ๆ มีความสามารถ ด้านการศึกษาและกีฬาตามที่หลักเกณฑ์กำหนด

นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ กล่าวต่อว่า สำหรับปีการศึกษา 2562 นี้ กองทุนฯได้ประสานขอความร่วมมือไปยังสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ในการให้ความช่วยเหลือ ผลักดันนักกีฬาที่ได้รับทุน ให้สามารถฝึกซ้อม แข่งขัน ศึกษาเล่าเรียนควบคู่กันไปจนจบการศึกษา กรณีพบว่านักกีฬาคนใด เกิดปัญหา ในระหว่างศึกษา เช่น เวลาเรียนไม่เพียงพอ ไม่มีคะแนนเก็บเนื่องจาก ไม่ได้ทำกิจกรรมหรือส่งรายงาน หรือเกิดปัญหาอื่น ๆ ก็ตาม ทั้ง 2 หน่วยงาน จะได้ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬา เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งจะส่งผลให้นักกีฬาลดความกังวล และมีสมาธิมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬามากยิ่งขึ้น

นายพงศ์ภรณ์ สุวิทยารักษ์ (แบนซ์) ม.ธรรมศาสตร์รังสิต กีฬา เทควันโด

ในการพิจารณาให้การสนับสนุนทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2562 มีผู้ได้รับทุนการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 272 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 34,840,400 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ยื่นขอรับทุนทั้งหมด จำนวน 209 คน ได้รับพิจารณาให้นักกีฬาทีมชาติ เยาวชนทีมชาติ และนักกีฬาที่อยู่โครงการในแผนการพัฒนาของสมาคมกีฬา จำนวน 160 คน และบุคลากรกีฬา จำนวน 1 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 161 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 34,840,400 บาท
สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ยื่นขอรับทุนทั้งหมด 52 จังหวัด 112 คน ได้รับการพิจารณาให้ทุนตามประกาศฯ กองทุน รวมทั้งสิ้นจำนวน 111 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 6,395,400 บาท ทุนต่อเนื่อง อีกจำนวน 291 คน

เพื่อให้นักกีฬาและบุคลากรกีฬา ที่ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับ ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของกองทุน จึงจัดให้มีการอบรม ปฐมนิเทศ ให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน”

“ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ”

จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล 2562
พัฒนาศักยภาพด้านวิทยศาสตร์ฮาลาลไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ในโอกาสครบรอบ 16 ปีแห่งการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยมูลนิธิพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาล
จัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล” (Halal Science Week 2019) ระหว่างวันที่ 1 – 8 สิงหาคม 2562

​โดยงาน สัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล (Halal Science Week 2019) จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์งานวิทยาศาสตร์ฮาลาล ให้แก่เยาวชนและผู้คนที่สนใจทราบ รวมถึงส่งเสริมการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และพัฒนาคุณภาพของเยาวชนไทยให้เป็นผู้มีทักษะการเรียนรู้และสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเริ่มต้นงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ด้วยกิจกรรมดีๆ
อัดแน่นมากมาย
• 1 – 6 สิงหาคม 2562 : Halal Science Camp & Quiz Bowl การเข้าค่ายและแข่งขันตอบปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล
• 3-7 สิงหาคม 2562 : Halal Science Competition การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาลระดับมัธยมศึกษา
• 4 สิงหาคม 2562 : Halal Run For All งานเดิน-วิ่งการกุศล 16 ปี
ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• 7 สิงหาคม 2562 : Public Hearing การประชาพิจารณ์มาตรฐานสากล

ปิดท้ายกับงาน 16th Anniversary of HSC ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ
16 ปี แห่งการจัดตั้งศูนย์ วิทยาศาสตร์ฮาลาล, งานแถลงข่าวการเปิดตัวโปรแกรม HALPlus พร้อมด้วยงานเปิดนิทรรศการสิ่งต้องห้ามและต้องสงสัย Exhibition on Don’t and Doubt ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 นี้
ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานสวนหลวงสแควร์ จุฬาซอย 12 เวลา 08.00-16.00 น. สำหรับผู้สนใจเข้าร่วม

กิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูล หรือติดตามข่าวสารต่างๆ
ได้ที่ 02-218-1053
https://www.facebook.com/HSC.CU/ , http://www.halalscience.org/

หน้าร้อนทั้งทีจะขาดเมนู ข้าวแช่ไปได้อย่างไร?

พร้อมแล้ว…ไปทานข้าวแช่ด้วยกันนะ ณ. ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ Toptotravel ชวนไปคลายร้อน อาหารหน้าร้อนทั้งสูตรต้นตำรับจากวัง และสำหรับเมนูมื้อเที่ยงอากาศร้อนๆ หาเมนูอร่อยและคลายร้อน ด้วยการทานข้าวแช่สูตรต้นตำรับชาววัง จากเชฟอาหารไทยฝีมือดี เชฟบังอร มาลาเล็ก เชิญทุกท่าน มาลิ้มลองความอร่อย ข้าวแช่สูตรต้นตำรับชาววัง

“ข้าวแช่ชาววัง” อาหารประจำฤดูร้อนที่มีเครื่องเคียงนานาชนิด มีรสชาติอร่อย สวยงามพิถีพิถัน “ข้าวแช่” กลิ่นหอมเย็น สดชื่นรับประทานแล้วคลายร้อนในเดือนที่ร้อนอบอ้าว
อย่าลืมมาดีบร้อนกันนะคะ กับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้กันที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ สำหรับ “ข้าวแช่ชาววัง” ที่นี่นั้นถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเชฟ บังอร มาลาเล็ก (หัวหน้าครัวไทย) ห้องอาหารศาลาไทยโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เชฟบังอร มาลาเล็ก

หลังจากได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยและความหอมชื่นใจจากข้าวแช่ อบควันเทียนและดอกมะลิ พร้อมด้วยเครื่องเคียงสุดพิเศษ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันอาทิ กะปิชุบไข่ทอด, พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้ง, ปลาช่อนหวานแห้งผัด, หมูฝอย, ไข่เค็ม, หอมยัดไส้ปลาชุบแป้งทอด อิ่มอร่อยสดชื่นไปกับเมนูสุดชื่นใจนี้ได้ที่ห้องอาหารศาลาไทยบริเวณชั้น 1โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

คลายร้อนตำรับโบราณต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ด้วย“ข้าวแช่” ชิมรสความหอมอร่อยชื่นใจจากข้าวแช่อบควันเทียนและดอกมะลิพร้อมด้วยเครื่องเคียงปรุงสุดพิถีพิถันสูตรต้นตำรับชาววัง

Experince a traditional royal Thai dish “Khao Chae” during this Songkran Festival. Feel the authentic taste of rice soaked in cold jasmine and candle fume scented water served with flavourful side dishes to retreat the summer heat, available for lunch during 10th – 18th April 2019 at Sala Thai restaurant.

ตลอดช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10– 18 เมษายน 2562 นี้
ในมื้อกลางวันที่ห้องอาหารศาลาไทย ตั้งแต่เวลา 11.30 – 14.30 น.
ที่หมายเลข 02-131-1111


จองผ่าน https://www.facebook.com/NovotelBangkokSuvarnabhumiAirport/
ณ ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


นิทรรศการ “ด้วยรักและภักดีจากหัวใจสุวรรณภูมิ” ​

โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เปิดนิทรรศการ “ด้วยรักและภักดีจากหัวใจสุวรรณภูมิ” ​ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีเปิด นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ด้วยรักและภักดีจากหัวใจสุวรรณภูมิ” เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 2 เมษายน 2562

ภายในงานมีการจัดแสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์มากกว่า 60 ภาพ จากฝีมือจิตรกรสุวรรณภูมิ 12 ท่าน และจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ ที่ท่านได้ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรที่ด้อยโอกาสในชนบทห่างไกลและถิ่นทุรกันดาร ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายภาพส่วนหนึ่งจะนำขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ​

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรตินี้ ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มศิลปินสุวรรณภูมิในการจัดแสดงผลงาน ได้แก่ วัฒนา พูลเจริญ, สุวิทย์ ใจป้อม, ดินหิน รักพงษ์อโศก, ลาภ อำไพรัตน์, บรรจบ ปูธิปิน, ชิงชัย อุดมเจริญกิจ, พรชัย สินนท์ภัทร, สุรัชต์ สดแสงสุก, นาวี เรืองระเบียบ, สมยศ คำแสง, ยุทธนา พงศ์ผาสุกและเปรมมิกา พฤฒินารากร

โดยจัดแสดงผลงานจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อปสมุทรปราการและผลิตภัณฑ์จากโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในชุมชนมาบเอื้อง จ.ชลบุรี รวมถึงเวิร์คช็อปวาดภาพศิลปะ

ณ บริเวณล๊อบบี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

งานนบพระ-เล่นเพลง เมืองกำแพงเพชร ท่องเที่ยวสไตล์ วิถีไทย สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว

วันนี้ Toptotravel มาที่ จังหวัด กำแพงเพชร ซึ่งเริ่มขึ้นแล้ว “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ. บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชรนั้นอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทยและแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักก็เป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นที่รู้จักกันดี

เช้านี้ ท่องเที่ยวสไตล์วิถีไทย – สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว “งานนบพระ-เล่นเพลง” เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร. จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” ขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำค่านี้ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน


“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชร เมืองมรดกโลก” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย พาคณะสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสบรรยากาศของกิจกรรม “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ.บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณี นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562 ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

ในงาน ชมการแสดงบนเวทีกลางในงานประเพณี นบพระเล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร เดินชมผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพและของดีแต่ละชุมชนวางจำหน่าย “มาเที่ยวบ้านฉัน” โดยมีตัวแทนและชาวกำแพงเพชรนำของดีของแต่ละชุมชนมาบอกเล่าให้คณะกรรมการ และนักท่องเที่ยวได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลินๆ และผู้ร่วมงานยังได้เดินชมบรรยากาศ งานกาชาด

เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562

นายอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย นำสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพิธีเปิดและชมการแสดงแสง สี เสียง โดย นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการแสดง ซึ่งสวยงามตระการตา การแสดงที่มีชื่อเรื่องว่า “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง
“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า
“เราจะทำงานในเชิงประวัติศาสตร์ ตามที่สมเด็จ ฯ ได้กรุณาเล่าให้ฟังถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ เพราะต้องการเปิดเมืองกำแพงเพชร งานต่อไปคือจะเชื่อมโยง วัดด้านนี้กับฝั่งตะวันออก คือ นครชากังราวเดิมคือฝั่งลานโพธิ์หน้าศาลากลาง จะมีการดำเนินการจัดทำแลนด์มาร์ค ในปี 2563 และจะใช้เส้นทางลำน้ำปิงในประวัติศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสต้นมาที่นี่ และมาขึ้นฝั่งนมัสการพระบรมธาตุแห่งนี้ จะดำเนินการในการที่จะทำให้ทั้งสองฝั่งที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน มีนครชุมกับชมกังราว ได้เชื่อมโยงสองจุดสำคัญให้แก่กัน

สำหรับงานประเพณีนบพระเล่นเพลง เป็นการย้อนอดีตให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รับรู้ว่า ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดกำแพงเพชรเป็นอย่างไร เขาจะได้รักถิ่นฐานบ้านเกิดใน 10 วัน 10 คืนที่เราจัดงานได้กำหนดให้มีการจัดการแสดง แสง สีเสียง 2 วัน เนื่องจาก เราติดขัดเรื่องงบประมาณ จึงทำได้เพียงสองวันเท่านั้น

โครงเรื่อง การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

องก์ 1 รัฐพิธีนบพระเล่นเพลง
เป็นการแแสดงและนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของ เมืองกำแพงเพชร เริ่มตั้งแต่ยุคก่อตั้ง สู่ยุครุ่งเรือง ผ่านการแสดงแสง เสียง สุดอลังการ โดยมีฉากหลังเป็นโบราณสถานที่สวยงาม และเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดงาน ด้วยเดิมความในจารึกนครชุม ที่ว่า “ผิผู้ใดได้ไหว้นบ กระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงส์ พร่ำเสมอ ดั่งได้นบตนพระเป็นเจ้าบ้างแล”

องก์ 2 จากตะวันตกสู่ตะวันออก
เป็นการนำเสนอเรื่องราวของแผ่นดินกำแพงเพชรที่แต่เดิม ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำปิง นามเดิมว่า “เมืองนครชุม” หากแต่ได้เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติทำให้เมืองล่มสลายลง ผู้คนจึงละทิ้งแผ่นดินพากันอพยพ ข้ามแม่น้ำปิง มายังฝั่งตะวันออก และสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่นาม “เมืองชากังราว” หรือ “เมืองกำแพงเพชร”

องก์ 3 พุทธศาสน์พิลาศล้ำ
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “พระพุทธสิงหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่ง ซึ่งเคยมาประดิษฐาน ณ.วัดพระแก้ว เมืองกำแพงเพชร เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยแม่หลวงราชมาตา มารดาของติปัญญาอำมาตย์ หรือ “พระยาญาณดิส” ผู้ครองเมืองกำแพงเพชร

องก์ 4 น้ำหมองฟ้า นาครร่ำไห้
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “คนเมืองกำแพงเพชร” ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าศึกจนตัวตาย เพื่อปกปักรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานตราบเท่าทุกวันนี้ กล่าวคือ ภายหลังจากที่ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยไว้ได้ และทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ทรงขึ้นครองราชย์พระนาม “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” นั้น ทางพม่ายังมิได้ถอนกำลังไปโดยเด็ดขาด หากแต่ได้ส่งอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพใหญ่ยกไพร่พลมาประชิดเมืองหมายจะเอาคืนไทย และได้ส่งกะละโบ่ขุนศึกผู้เหี้ยมโหดเข้ามาปล้นเมืองกำแพงเพชร ซึ่งในขณะนั้นไม่มีทหารป้องเมืองแม่สักคนเดียว ด้วยตามพระเจ้าตากสินไปกู้เอกราชจนสิ้น หากแต่ภายหลังกองทัพของพระยาจักรีได้ยกทัพมาช่วยปราบข้าศึกและขับไล่จนพ้นไปจากแผ่นดินได้สำเร็จ

องก์ 5 รัตนโกสินทร์แผ่นดินแห่งมหาราช
เป็นการนำเสนอคุณค่าของแผ่นดินกำแพงเพชรในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มแห่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี นับแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองกำแพงเพชรได้รับพระราชทาน “พระแสงราชศัสตรา” ประจำเมืองกำแพงเพชร นับเป็นสิริมงคลยิ่งของแผ่นดินถิ่นนี้

องก์ 6 ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
แผ่นดินนี้มีคุณค่าด้วยเกิดก่อจากชีวิต จิต วิญญาณของบรรพชนสืบยุคสืบสมัย และมีคุณทางทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม โดยเฉพาะ “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ทางวัฒนธรรม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่มีความโลภครอบงำในจิตใจ ได้แอบแฝงเข้ามาเพื่อลักขโมยสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน แต่ทว่า แผ่นดินแห่งนี้มีบรรพชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาอยู่ จึงมิอาจมีใครทำร้ายมรดกของแผ่นดินนี้ได้

องก์ 7 น้ำเพียงฟ้า พระบารมีเรืองอนันต์
เป็นการนำเสนอคุณค่าของความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และจังหวัดกำแพงเพชรก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของประวัติศาสตร์อารยธรรมและอิ่มเอมไปด้วยแสงทองแสงธรรมแห่งบวรพุทธศาสนา และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา


ดังนั้น ในวาระของการสืบสายงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” เพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน

การแสดงจากผู้ร่วมแสดงนับร้อยชีวิต สำเร็จลงได้อย่างสวยงามเหล่านี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากการผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากมาย เรามีโอกาสได้พูดคุยผู้นำที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยว เมืองกำแพงเพชร ที่จะไม่ให้เป็นเพียงแค่เมืองผ่านเท่านั้น นั่นคือ…คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และคุณอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย พร้อมด้วยพระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร
เช้าวันที่ 2 เริ่มต้นที่ลานพระบรมธาตุเจดีย์นครชุม พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า ที่ด้านหน้าลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไทเสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ณ.วัดพระบรมธาตุนครชุม

นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร

พระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม เล่าถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ว่า วัดพระบรมธาตุเจดียารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยเมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว ก็ยุคสุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมือง กำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระบรมธาตุเจดีย์นครชุม มีการซ้อมรำชุดพุทธบูชา ในพิธีเปิดงานประเพณีนบพระเล่นเพลง ที่ลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไท เสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 1900 จนถึงปัจจุบัน 662 ปี

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว)

น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน อ. คลองลาน จ.กำแพงเพชร
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคลองลาน คุณสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่บริเวณลานจอดรถภายในอุทยาน น้ำตกคลองลานมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาขุนคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 44 ของประเทศ
ที่ครอบคลุมผืนป่าแหล่งสุดท้ายของอำเภอคลองลานและอำเภอเมืองของจังหวัดกำแพงเพชรกว่า 187,500 ไร่ หรือ 300 ตารางกิโลเมตร


การเดินทาง: จากกำแพงเพชรบริเวณกิโลเมตรที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามถนนสายคลองแม่ลาย-อุ้มผาง ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร ถึงบริเวณสี่แยกตลาดคลองลานทางแยกขวามือ เข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกคลองลาน

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: ตลอดปี
สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านพักให้บริการ 9 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ร้านค้าสวัสดิการ ลานกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำชาย-หญิง ห้องน้ำรวม และลานจอดรถ
ติดต่อ-สอบถาม: อุทยานแห่งชาติคลองลาน โทรศัพท์ 055-766-022

เที่ยวไทดำ บ้านวังน้ำ “ดีแต้..เล้”
ช่วงบ่าย เรามุ่งหน้ามามาชมความงดงามของวัฒนธรรม ที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทดำบ้านวังน้ำ ซึ่งจะเป็นศูนย์เรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของชาวไทดำได้ที่นี่นอกจากการแต่งกายแล้วยังมีอาหารพื้นบ้านของชาวไทยทรงดำ ได้รับประทานกัน และการแสดงพื้นบ้านประเพณีวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยทรงดำ การร่ายรำ ที่ชดช้อยสวยงามของชาวไทยทรงดำ แม้แต่เด็กเล็กก็ร่ายรำกันได้อย่างสวยงาม ตามแบบของวัฒนธรรมดั่งเดิมของชนเผ่านี้ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดเดียวทางภาคเหนือตอนล่าง ที่มีชื่อเสียงทางด้านพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ทุกชนิด มีสายน้ำปิงไหลผ่านผ่ากลางจังหวัดกำแพงเพชร

พื้นที่การเกษตรเขียวชอุ่มทั้งสองข้างทาง ผู้คนหลายเผ่าหลายภาษาอพยพย้ายถิ่นฐานมาปักหลักอาศัยทำกินอยู่ในพื้นที่อย่างหลากหลาย จนเกิดประเพณีขึ้น บ้านวังน้ำ อำเภอขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อประมาณปี 2492 ชาวไทดำได้อพยพมาสร้างบ้านเรือนที่บ้านวังน้ำ โดยยังคงมีวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น การไหว้ผีบรรพบุรุษ ผีเรือน การแต่งกาย พิธีเสนเรือน พิธีปาดตง การเล่นคอนฟ้อนแคน


หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

บอกเล่าเรื่องราวชาวบ้านผ่านอาหารพื้นถิ่น
หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ
อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

“งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” 2562 นอกจาก งานประเพณีนี้แล้ว กำแพงเพชร ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น วัดพระบรมธาตุเจดียาราม ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ “เมืองนครชุม” หรือจะเที่ยงแหล่งธรรมชาติ ที่หลายท่านอยากจะมา แวะชมความงดงามตามคำร่ำลือ “น้ำตกคลองลาน” เป็นชุมชนที่มีความรักและสามัคคี ชาวบ้านในชุชุมชนที่มีความน่ารักพร้อมเป็นเจ้าบ้าน เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ที่มีเสน่ห์ซ่อนไว้ อย่างน่าอัศจรรย์

ขอขอบคุณ :
นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชราชการจังหวัด กำแพงเพชร
ทีมงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย และขอขอบคุณ น้องป๊อบ และน้องไอซ์ ตัวแทนจาก ททท.สุโขทัย และจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมารับและมาส่งพี่ๆ สื่อทุกท่าน และดูแลเป็นอย่างดีตลอดทริป

ขอบคุณที่พัก : โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว จ. กําแพงเพชร
ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบไทย ปูพื้นด้วยไม้ลวดลายสวยงาม พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดทันสมัย ทั้งยังสามารถชื่นชมทิวทัศน์ของเมืองกำแพงเพชรและลำน้ำปิง ได้จากบริเวณระเบียงส่วนตัวนอกจากนี้โรงแรมยังมีบริการเชื่อมต่อห้องพักสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กอีกด้วย ห้องพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Superior Room Deluxe Room Junior Suite ตัวโรงแรมออกแบบเน้นความเรียบง่ายแต่สวยงาม ห้องพักทุกห้องออกแบบสวยหรูในสไตลไทยคลาสสิกมีเอกลักษณ์เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพมีระเบียงส่วนตัวสำหรับชมทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำปิงและตัวเมืองกำแพงเพชร

โรงแรม ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำปิง ห่างเพียง 200 เมตร ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่างตลาดไนท์บาร์ซา ห่างเพียง 250 เมตร อยู่ใกล้กับตลาดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ห่าง 100 เมตร และอยู่ใกล้กับสวนสาธารณประจำจังหวัด
ห่าง 150 เมตร เดินทางไปเที่ยวชมความงามของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เพียงแค่ 7 นาที

กำแพงเพชร มีดีกว่าที่คิด ผ่านแล้วห้ามพลาด เที่ยวได้ตลอดปี
งานประเพณี : นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562
เริ่มตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย มีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง
ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

งานนบพระเล่นเพลงและงานกาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ปี 2562

เอราวัณ เดินหน้าตามแผน ลุยปักธง “ฮ็อป อินน์ “กรุงเทพฯ

พร้อมเปิด “คอมโบโฮเท็ล” เมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท 24
ขนาดกว่า 500 ห้อง

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4/61 จำนวน 180  ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากผลประกอบการของไตรมาส 4/60 ส่งผลให้ในปี 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 536 ล้านบาท  และใน
ปี 2562 ตั้งเป้าเติบโต ประมาณ ร้อยละ 10-15 จากปี 2561  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งคาดว่าปีนี้ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจำนวน 41.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 จากปี 2561 โดยประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมจากนักท่องเที่ยว   ทั้งนี้ในปี 2562 มีแผนจะเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 9 แห่ง โดยเป็นโรงแรม ฮ็อปอินน์ ในประเทศไทย  จำนวน 7 แห่ง โรงแรมระดับกลาง และชั้นประหยัดอีก 2 แห่ง จะส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 มีโรงแรมรวมทั้งสิ้น 70 แห่ง มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 9,559 ห้อง โดยตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเข้าพักมากกว่าร้อยละ 80 ในปีนี้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 79 ในปี 2561 และคาดการณ์การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักรวม (ไม่รวมกลุ่ม ฮ็อป อินน์) ร้อยละ 3-5

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีแรกที่เปิดโรงแรมฮ็อป อินน์ ในกรุงเทพฯ จำนวน 2 แห่ง  แห่งแรกคือโรงแรมฮ็อป อินน์ แจ้งวัฒนะ จำนวน 108 ห้องพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ของปีนี้ ตั้งอยู่บริเวณ ซอยแจ้งวัฒนะ 23 ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู สถานีแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด และแห่งที่ 2 คือ โรงแรม    ฮ็อป อินน์ รังสิต จำนวน 79 ห้อง ตั้งอยู่ใกล้โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และห้างสรรพสินค้า   ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต พร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ของปีนี้เช่นกัน”

บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าโรงแรมทั้ง 2 แห่ง จะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งจากทำเลที่สะดวกในการเดินทาง อยู่ใกล้ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์และคุณภาพของโรงแรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือมาโดยตลอด  ตั้งแต่ในปี 2557 ที่เริ่มเปิด ฮ็อป อินน์แห่งแรก จนถึงปัจจุบัน ณ สิ้นปี 2561
มีเครือข่ายโรงแรมฮ็อป อินน์รวมจำนวน 36 แห่งทั่วประเทศไทย

ซึ่งนับเป็นกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ทซึ่งมีเครือข่ายที่ครอบคลุมการให้บริการมากที่สุดในประเทศไทยและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด สะท้อนจากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของโรงแรม เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา รวมถึงสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในฐานะเครือข่ายโรงแรมบัดเจ็ทที่มีคุณภาพ   สำหรับโรงแรมฮ็อป อินน์ อีก 5 แห่งจะเปิดให้บริการที่จังหวัด ขอนแก่น เชียงราย ระยอง หาดใหญ่ และ นครปฐม โดยจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ 

            นอกจากโรงแรมฮ็อปอินน์จำนวน 7 แห่งแล้ว ในปีนี้บริษัท ยังมีแผนจะเปิดให้บริการโรงแรม        เมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท 24 จำนวนห้องพัก  501 ห้อง ในไตรมาส 4 ของปีนี้  ซึ่งนับเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯของบริษัท ที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุด  โดยโรงแรมตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์และห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม  เป็นโรงแรมรูปแบบคอมโบโฮเต็ล แห่งที่ 3 ของบริษัท ซึ่งมี 2 โรงแรมภายในตึกเดียวกันหลังจากการเปิดให้บริการโรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส สยามซึ่งเป็นโรงแรมคอมโบแห่งแรกในปี 2555 และมีผลการดำเนินงานที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงโรงแรมโนโวเทล ไอบิส สไตล์ สุขุมวิท 4 โรงแรมรูปแบบคอมโบ แห่งที่ 2 ซึ่งเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2561 และได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีอัตราการเข้าพักมากกว่าร้อยละ 60 ในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดให้บริการ 


นางสาวกันยะรัตน์ กฤษณะเทวินทร์  รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ  บมจ. ดิ เอราวัณ

ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 4 ของแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2559-2563) ซึ่งยังคงเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้มุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจการพัฒนาและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทยและอาเซียน โดยในปีนี้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโรงแรมใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปีนี้จำนวน 9 แห่ง และปรับปรุงโรงแรมเดิมให้มีความพร้อมในการแข่งขัน รวมถึงโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและจะเปิดให้บริการในปีต่อ ๆ ไปด้วย  จากการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 บริษัทจะมีจำนวนโรงแรมทั้งสิ้น 70 แห่ง และจำนวนห้องพัก 9,559 ห้องและมุ่งสู่การมีจำนวนห้องพักมากกว่า 10,000 ห้องภายในปี 2563 ได้ตามเป้าหมาย

ด้าน นางสาวกันยะรัตน์ กฤษณะเทวินทร์  รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ  บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไตรมาส 4/61 กลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่งหลังจากการชะลอตัวในไตรมาส 3/61 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในไตรมาสนี้เท่ากับ 9.7 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 5 จากไตรมาส 4/60   ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยในเดือนธันวาคม 2561 นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ปรับตัวลดลงจากอุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนกรกฎาคม 2561  แม้ว่าจะยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติแต่พัฒนาการนี้ได้สะท้อนให้เห็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัว

ในไตรมาส 4/61 บริษัทเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 4 แห่ง ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีจำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการทั้งสิ้น 61 โรงแรมและมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 8,485 ห้อง นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม 2561 บริษัทได้เปิดให้บริการห้องพักของโรงแรม เจ ดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ซึ่งห้องพักที่ปรับปรุงแล้วเสร็จคิดเป็นจำนวน 70% ของห้องพักทั้งหมด  สำหรับการปรับปรุงห้องพักระยะสุดท้ายจำนวน 30% จะดำเนินการปรับปรุงในระหว่างไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2562

รายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 เท่ากับ 1,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาส 4/60   โดยบริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (“EBITDA”) เท่ากับ 561 ล้านบาทในไตรมาส 4/61 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากไตรมาส 4/60  บริษัทฯ กำไรสุทธิเท่ากับ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากไตรมาส 4/60 และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากกำไรสุทธิ 41 ล้านในไตรมาส 3/61 ส่งผลให้กำไรทั้งปีเท่ากับ 536 ล้านบาทเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6 จากปี 2560

มหกรรมฮาลาลใหญ่ส่งท้ายปี งาน “ThailandHalal Assembly 2018”

ฉลอง 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ยกระดับกิจการฮาลาลไทยสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ

ฉลองครบรอบ 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย  (สมฮท.)

จัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “THAILANDHALAL ASSEMBLY 2018” ปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ” ยกระดับกิจการฮาลาลไทยสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2561 ณ.ไบเทค บางนา โดยมี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นประธานเปิดงาน

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน ThailandHalal Assembly 2018 กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand HalalAssembly” หรือ THA นั้นเริ่มจัดขึ้นในปี 2014 โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ในฐานะเจ้าภาพหลักร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรศาสนาอิสลามมาโดยตลอด
จึงทำให้งาน THA ถือเป็นงานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลนานาชาติที่นับว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งงานดังกล่าวเป็นการจัดงานที่รวบรวมงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบรนด์ฮาลาลประเทศไทยมารวมเข้าด้วยกันเพื่อเจตนารมณ์เชิงกลยุทธ์ที่จะแสดงศักยภาพของกิจการฮาลาลประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงานภายใต้หลักการ ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับอันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลก

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน ThailandHalal Assembly 2018

การจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ  “Thailand Halal Assembly 2518” หรือ THA 2018ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5
ระหว่างวันที่ 14 – 16ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม
ไบเทค (BITEC)กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Precision Halalization in TheBioeconomy Era” หรือ “บูรณาการฮาลาลแม่นยำในยุคเศรษฐกิจชีวภาพ”เพื่อส่งเสริมให้กิจการฮาลาลประเทศไทยพัฒนาสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำซึ่งการบูรณาการฮาลาลแม่นยำ คือ ระบบที่บูรณาการมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนวัตกรรม เข้ากับกระบวนการฮาลาล โดยความสำเร็จครั้งนี้ย่อมนำประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพที่คำนึงถึงคุณค่าของสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงทางอาหารรังสรรค์ประเทศไทยสู่ความมีประสิทธ์ภาพควบคู่ความพอเพียง

การบูรณาการฮาลาลแม่นยำเป็นความพยายามของไทยในการผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อการรับรองฮาลาล ไม่ว่าจะการตรวจทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลโดยนำระบบ H-number ที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้ามาใช้
เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสามารถเลือกวัตถุดิบฮาลาลได้อย่างถูกต้องไม่จำเป็นต้องตรวจการปนเปื้อนในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อีกต่อไปและเลือกใช้ห้องปฏิบัติการเฉพาะที่จำเป็น ในระบบการมาตรฐานฮาลาลมีการพัฒนาระบบ HAL-QPlus เพื่อให้การดำเนินงานการมาตรฐานฮาลาลเป็นไปอย่างจำเพาะโดยใช้เวลาสั้นและเลือกทำเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนหะรอมเท่านั้น

โดยกิจกรรมภายในงาน THA 2018 ประกอบด้วยงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมและธุรกิจฮาลาลครั้งที่ 11 (Halal Science, Industry and Business InternationalConference; 11th HASIB 2018) รวมกับงานแสดงสินค้า ThailandInternational Halal Expo 2018 (TIHEX) ที่รวมผู้ประกอบการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 350 บูท, การประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานฮาลาลจากหน่วยงานตรวจรับรองฮาลาลทั่วโลก,การประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย, กิจกรรมธุรกิจภิวัฒน์,การจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาล, การจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องรวมถึงการนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานด้านฮาลาลต่อไป


รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน ThailandHalal Assembly 2018

และพิเศษสุดภายในปีนี้กับ นิทรรศการ “ฉลอง 20ปี มาตรฐานฮาลาลไทย” จากจุดเริ่มต้นในการกำหนดมาตรฐานฮาลาล CODEK มาสู่มาตรฐานฮาลาลของประเทศไทยโดยการบูรณาการศาสนบัญญัติอิสลามเข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล ภายใต้แนวทาง“ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” มุ่งหวังผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทยให้ก้าว
ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดอาหารโลกรูปแบบความร่วมมือที่ชื่อว่า “ฮาลาลเพชรจากประเทศไทย” หรือ ThailandDiamond Halal เพื่อแสดงถึงความเป็นที่หนึ่งในโลกของฮาลาลประเทศไทยด้วยมาตรฐานฮาลาลของประเทศรศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2561
ณไบเทค บางนา 

ดีป้าเผยตัวเลขตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยปี 60 ทะยาน 25,000 ล้านบาท

อุตสาหกรรมเกมนำโด่งเกือบ 20,000 ล้านบาท คาดขยายตัวต่อเนื่อง

วันที่ 11 ธันวาคม 2561, เซ็นทาราแกรนด์แอท แซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพ ฯ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ ดิจิทัล (depa) หรือ  ดีป้า หน่วยงานในสังกัด
กระทรวงดิจิทัลพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมมือกับสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (Bangkok ACM SIGGRAPH) เผยผลสำรวจมูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ของปี 2560 ในประเทศไทย โดยครอบคลุมสามสาขาหลักได้แก่ อุตสาหกรรมแอนิเมชัน อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์

โดยผลสำรวจระบุทั้งสามอุตสาหกรรมมีมูลค่ารวมกันประมาณ 25,040 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมแอนิเมชันจำนวน 3,799 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ขณะที่อุตสาหกรรมเกมมีมูลค่ารวมที่ 19,281 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าสูงสุดถึง 18 เปอร์เซ็นต์ และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์มีมูลค่ารวม 1,960 ล้านบาทมีอัตราการเติบเพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับปี 2559

ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการดีป้า กล่าวว่า การสำรวจมูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ของปี 2560 ได้มีการปรับปรุงกรอบประชากร และเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการเนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบางรายมีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการทางธุรกิจ อีกทั้งได้มีการให้ศึกษาการวิเคราะห์ระบบนิเวศและห่วงโซ่ค่าของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เพิ่มเติมรวมถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ระดับโลก และยังได้ให้ริเริ่มการศึกษาและสำรวจพฤตกรรมผู้เล่นเบื้องต้น

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัจจัยทางตลาด กระแสนิยมต่าง ๆ ซึ่งโครงการสำรวจนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BKK SIGGRAPH)

ทั้งนี้ เนื่องจากดิจิทัลคอนเทนต์เป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมหลากหลายแขนง ทั้ง อุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ การศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ และอื่น ๆ ประกอบกับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็นอุตสาหกรรมที่ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยด้านกระแสนิยม ความสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภค และการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ผลการสำรวจมูลค่ารวมมีอัตราการเติบโตโดยรวม 14 เปอร์เซนต์ จากปี 2559 และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มในการขยายตัวเพิ่มขึ้นในปีถัดไปจากตลาดเกมและคาแรคเตอร์

“แนวโน้มการเติบโตในปี 2561  มูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ในไทย  คาดว่าจะแตะระดับกว่า 27,005 ล้านบาท และมีมูลค่ากว่า 29,358 ล้านบาท   ในปี 2562 โดยสาขาอุตสาหกรรมแอนิเมชันถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณ
9 เปอร์เซ็นต์ และยังคงการเติบโตเป็น 9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 ขณะที่สาขาเกมคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 9 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 สำหรับสาขาคาแรคเตอร์คาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 12 เปอร์เซนต์ในปี 2561 และ 11 เปอร์เซนต์ในปี 2562 ทั้งนี้ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามการประเมินจากปริมาณงานที่ผู้ประกอบการกำลังผลิตรวมทั้งแนวโน้มและปัจจัยบวกต่างๆของตลาดที่คาดว่าจะส่งผลต่อการขายตัวของอุตสาหกรรม” ผอ.ดีป้า กล่าว

ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยได้ ถูกขับเคลื่อนด้วยธุรกิจประเภทการรับจ้างผลิตรับทั้งในและต่างประเทศเป็นหลัง ซึ่งในปี 2560 ตัวเลขผู้รับจ้างผลิตแอนิเมชันมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 54 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าแอนิเมชันทั้งหมด ส่วนผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าเกมมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดเกมทั้งหมด ขณะที่ผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้าและดูแลสิทธิคาแรคเตอร์มีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 92 เปอร์เซ็น

“ประเทศไทยยังคงพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าลิขสิทธิ์หรือรับจ้างผลิต ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการไทยมีฝีมือและมีศักยภาพที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การที่ผู้ผลิตไทยจะมีผลงานที่มีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตัวเองมากขึ้น จะช่วยลดปัญหาการถูกกดราคาจากต่างประเทศ ลดอัตราการนำเงินออกไปนอกประเทศ และสามารถเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ดีป้าพร้อมจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย และยกระดับคุณภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันและเติบโตในธุรกิจได้อย่างยั่งยืนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมให้เกิดความสนใจในอุตสาหกรรมแอนิเมชัน เกม และคาแรคเตอร์ การส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ โดยเฉพาะการพัฒนาตลาดเพื่อการส่งออก ผ่านกองทุน depa Fund เพื่อให้ผู้ประกอบการมีแหล่งเงินทุน และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในระดับสากลได้ ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์หน้าใหม่ ผ่าน Digital Startup Program ส่งเสริมและสนับสนุน Internationalization Voucher เพื่อเป็นสถานที่ให้ผู้ประกอบการมาพบปะแลกเปลี่ยน และต่อยอดไอเดีย ให้เกิดร่วมมือขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลคอน-เทนต์ และสร้างพลังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยต่อไป” ดร.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจดิจิทัลคอนเทนต์ของปี 2560 ยังรายงานมูลค่าการผลิตและส่งออกงานแอนิเมชัน เกม และคาแรคเตอร์ด้วยว่า มีมูลค่าถึง 1,851 ล้านบาท เป็นอัตราการเติบโตเทียบกับปีก่อนหน้า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยอุตสาหกรรมแอนิเมชันมีมูลค่าส่งออก 1,428 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปี 2559 เป็น 81 เปอร์เซนต์ซึ่งประเทศที่เป็นว่าจ้างผลิตหลักได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ขณะที่สาขาเกมมีมูลค่าการส่งออกแตะที่ยอด 398 ล้านบาทซึ่งมีมูลค่าลดลงกว่าปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าการส่งออก
435 ล้านบาท สำหรับสาขาคาแรคเตอร์มีมูลค่าการส่งออกรวม 25 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าส่งออก 14  ล้านบาท