Category Archives: Food and Drink

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ บันทึกความทรงจำที่ชุมพร ล่องทะเลสุดฟินกินปูห้อยขาลั้นลาวิถีถิ่น

Toptotravel มีโอกาสได้มาท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรอีกครั้ง ความงดงามบรรยากาศท้องทะเลกว้างไกลสุดสายตา พาให้เรารู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย  ได้ย่ำเท้าบนชายหาดสีขาวนวล ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้ผ่อนคลาย ใครหลายคนจึงตกหลุมรักทะเลแบบหัวปักหัวปำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็คิดถึงทะเลอยู่เสมอ อย่างที่จังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ เมืองที่หลายคนอาจมองผ่าน แต่เต็มไปด้วยความชื่นบาน จนอยากจะหยุดเวลาไว้นาน ๆ

               
โครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ”ชวนเดินทางไปสัมผัสกับบรรยากาศแห่งท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ปักหมุดให้สุดชิลกันที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมืองเลียบทะเลชายฝั่งอ่าวไทย อันเป็นที่ตั้งของสนามบินชุมพร  เริ่มต้นกันที่ “บ้านเกาะเตียบ”เวิ้งหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กับแนวป่าโกงกางอันกว้างไกลสุดสายตา ที่อยู่อาศัยของกุ้ง หอย ปู ปลา ที่พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งปี

กินปูห้อยขา ลั้นลาที่บ้านเกาะเตียบ
“เกาะเตียบ” เป็นเกาะเล็ก ๆ บริเวณหน้าชายหาดบ้านเกาะเตียบ มองจากฝั่งที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง จะสังเกตเห็นลักษณะคล้ายฝ่ามือ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนในหมู่บ้าน ชาวบ้านมีความเชื่อว่าเมื่อมาขอพรที่เกาะเตียบ หากสมหวังแล้วก็จะปีนขึ้นไปผูกผ้าแพรไว้บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ ท่ามกลางวิถีอันเรียบง่าย ที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อ กลุ่มคนรักการกินปูต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “สดและคุ้ม”

สายรุ้ง สาธิตศานนท์ หนึ่งในผู้นำท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะเตียบ เจ้าของกิจการ “สายรุ้งนำเที่ยว”

“สายรุ้ง สาธิตศานนท์”หนึ่งในผู้นำท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะเตียบ เจ้าของกิจการ “สายรุ้งนำเที่ยว” เล่าให้ฟังว่า ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่บ้านเกาะเตียบ บริเวณอ่าวทุ่งมหา มาจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะพันธุ์ปู ซึ่งชาวบ้านจะนำปูไข่นอกกระดองมาปล่อยให้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ประกอบกับแนวป่าชายเลนนับพันไร่ จึงเป็นระบบนิเวศที่เป็นมิตรกับการอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ทำให้บ้านเกาะเตียบมีกุ้ง หอย ปู ปลา ให้กินทั้งปี พร้อมนำเสนอไอเดีย “กินปูห้อยขา” เพื่อสร้างสีสันแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

จากชายหาดบ้านเกาะเตียบ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เรือหางยาวพาเรามาถึงเกาะยอ เกาะเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของแพขนาดใหญ่ จุดเช็คอินกลางทะเลอันแสนสดชื่น ภายในแพมีการออกแบบโต๊ะกระจกใส และช่องสำหรับการนั่งหย่อนขาลงไป เพื่อให้มองเห็นน้ำทะเลด้านล่าง นักท่องเที่ยวที่ติดต่อเข้ามาล่วงหน้า สามารถจองแพ็กเกจ “กินปูห้อยขา” ที่เสิร์ฟทั้งปูม้า ปูทะเล และอาหารทะเลอีกหลายชนิดที่หาได้จากแหล่งธรรมชาติ รับประกันความสด ในรสชาติอร่อยเด็ด หลายคนร้องว้าวกับไข่ปูดำที่อัดแน่น ใครเห็นแล้วอยากตามไปชิม ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

อิ่มท้องกันแล้วเดินข้ามสะพานไม้ไปชมวิวกันบนเกาะยอ  หรือจะเดินทางต่อออกไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะร้านเป็ด และเกาะร้านไก่ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียง นักท่องเที่ยวต่างบอกต่อกันว่า เป็นแนวปะการังที่มีดอกไม้ทะเลที่สวยงามอลังการแห่งหนึ่งของประเทศไทย หากวันไหนอากาศเป็นใจก็จะได้ชมฉลามวาฬยักษ์ที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลชุมพรอีกด้วย

กิจกรรมกินปูห้อยขา เกาะยอ
เปิดทุกวัน เวลา8.00 -16.00 น.

สายรุ้งนำเที่ยว
โทร.0872769390
Facebook/กินปู ห้อยขา พาดูปะการัง กับสายรุ้งนำเที่ยว

เช็คอินวิวอลังการร้านต้นไม้ไอเดียเก๋
บริเวณชายฝั่งบ้านเกาะเตียบ มีบริการท่องเที่ยวของชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร
ตั้งอยู่อย่างกลมกลืนกับวิถีชุมชน ชายหาดแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของเหล่าแคมป์ปิ้ง หรือจะเลือกพักแบบโฮมสเตย์ ก็สามารถดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนสดชื่นท่ามกลางความเงียบสงบ

ออกจากบ้านเกาะเตียบแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแวะจุดชมวิวที่วัดแก้วประเสริฐ จะสามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวทุ่งมหาได้แบบสุดลูกหูลูกตา การันตีความอุดมสมบูรณ์ด้วยภาพของป่าชายเลนสีเขียวที่ปกคลุมเป็นผืนกว้างหรือจะแวะที่
“ซุ้มทิพย์” ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าวัด เป็นร้านขายไม้ประดับสุดเก๋ นอกจากทำเลอันอลังการแล้ว เจ้าของยังมีไอเดียว่า คนที่มาซื้อต้นไม้จะต้องใช้เวลาในการคัดเลือกสินค้านาน จึงสร้างคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด ให้ผู้ติดตามที่รอคอยได้โชว์ฝีมือชงเครื่องดื่มด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟ ก็คิดราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น

ชื่นวิถีดีต่อใจ บ้านไม้ชายคลอง
ชุมพรเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็จะได้สัมผัสกับภาพบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก นั่นเป็นเพราะความเข้มแข็งของชุมชนที่ร่วมมือกันป้องป้องทรัพยากรธรรมชาติในบ้านของตัวเองเอาไว้ และวันนี้เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศดี ๆ นี้ได้จะเป็นอย่างไรต้องลองแวะไปที่ “บ้านไม้ชายคลอง” ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร

สมโชค พันธุรัตน์ ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนคลองบางสน

“สมโชค พันธุรัตน์”ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนคลองบางสน เจ้าของ “บ้านไม้ชายคลอง โฮมสเตย์” เล่าว่า ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้สัมผัสกับธรรมชาติริมคลองบางสน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมดำน้ำ ตกหมึก ตกปลา พายเรือคายัค ล่องเรือไปหาหอย ไปชมหิ่งห้อย หรือออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่ปากอ่าว ได้ดื่มด่ำกับวิถีชุมชนอันเรียบง่าย กินอยู่แบบคนพื้นถิ่น แน่นอนว่าจะต้องได้ชิมเมนูอร่อย ๆ จากอาหารทะเลสด ๆ  รวมทั้งได้ร่วมลงมือทำอาหารหรือขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมจาก ที่ใช้วัสดุใกล้ตัวมาสร้างสีสันของวันพักผ่อน

จากความตั้งใจของชุมชนในการสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาได้เป็นหนึ่งของกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า  กิจกรรมปลูกป่าชายเลน ฯลฯ ถือเป็นการท่องเที่ยวเพื่อชุมชน เพื่อสังคม และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของบ้านและนักท่องเที่ยว

บรรยากาศของบ้านไม้ชายคลองเต็มไปด้วยความสดชื่น ลานระเบียงกว้างขวางของที่พักเหมาะสำหรับการเลือกมุมเหมาะ ๆ นั่งพักสายตาไปกับสายน้ำและผืนป่าชายเลนตรงหน้า บริเวณชั้น 2 ของบ้านยังเปิดเป็น “บ้านไม้ชายคลองคาเฟ่” ในบรรยากาศสุดว้าว เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มเพื่อความผ่อนคลาย ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่ปลูกในจังหวัดชุมพรเบลนด์กับกาแฟอาราบิก้าของทางเชียงราย จนได้รสชาติของตนเองอีกทั้งยังสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ กาแฟนมมะพร้าว มะม่วงหาวมะนาวโห่สมูทตี้ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสินค้าชุมชนวางจำหน่ายในร้านอีกด้วย

ชื่นกายชื่นใจ มาแล้วได้มากกว่าการพักผ่อน แต่หมายถึงการส่งต่อสิ่งดี ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อชุมชน ให้เราได้มีธรรมชาติสวย ๆ ของกินอร่อยๆ พร้อมรอยยิ้มอันยืนยาวของทุกคน

บ้านไม้ชายคลอง โฮมสเตย์
โทร. 0807791650
Facebook /บ้านไม้ชายคลองโฮมสเตย์ 

ตามนายใหญ่เข้าสวนชวนเล่นหนาม
ในเขตอำเภอปะทิว จ.ชุมพร นอกจากวิถีชีวิตแบบชาวเลแล้ว ยังมีวิถีชาวสวนให้ตามไปชมกันอีกหลายจุด เพราะจังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในดินแดนแห่งผลไม้ หากสนใจเข้าไปเรียนรู้หรืออุดหนุนผลผลิต หนึ่งในสวนเกษตรที่น่าสนใจคือ “สวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม” เห็นชื่อแล้วไม่ต้องตกใจ นายใหญ่ใจดี แถมหนามที่ว่า ยังนำมาซึ่งความอร่อยอีกด้วย

สุวัชช์ ขยายแย้ม” เจ้าของสวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม เล่าวว่าที่นี่เป็นสวนเกษตรผสมผสานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อยู่ห่างสนามบินชุมพรเพียง 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่รอขึ้นเครื่องจึงนิยมแวะเข้ามาเที่ยวชมและชิมผลผลิตทางการเกษตร ภายในพื้นที่ 10 ไร่ ปลูกพืชสวนผสมตามคอนเซ็ปต์ “คนเล่นหนาม” โดยจะเน้นต้นไม้ที่มีหนาม เช่น ทุเรียน และสละ รวมทั้งการปลูกพืชผักสวนครัว และการเลี้ยงผึ้ง นอกจากแวะเข้ามาซื้อหาผลไม้แล้ว ยังเปิดให้ทุกคนได้เรียนรู้วิถีเกษตร เช่น การผสมเกสรดอกสละ เนื่องจากสละเป็นพืชที่แยกเพศอย่างชัดเจน ต้นตัวผู้จะไม่มีลูก ส่วนต้นตัวเมียจำเป็นต้องรอเกสรจากตัวผู้มาผสมเพื่อออกผล เราจึงต้องนำเกสรตัวผู้มาผสมกับเกสรตัวเมีย หลังจากนั้นก็ติดป้ายบอกวันเวลาไว้ นับไปอีก 8 เดือนก็จะออกผลที่หอมหวานพร้อมรับประทาน หากสนใจผลสละจากการผสมเกสรของตัวเอง ก็สามารถสั่งจองไว้ได้

สุวัชช์ ขยายแย้ม เจ้าของสวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม

“สุธารัตน์ ขยายแย้ม” ทายาทคนเล่นหนาม อธิบายเพิ่มเติมว่า หากนักท่องเที่ยวเข้ามาที่สวน จะพบผลผลิตตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน และมังคุด ส่วนผลผลิตที่มีให้ชิมทั้งปีคือสละ ทั้งสละสด และสละลอยแก้ว รวมทั้งน้ำผึ้งเดือนห้า ซึ่งทางสวนจะทำบ้านพักผึ้งไว้ตามป่าชายเขาและริมคลอง เมื่อผึ้งมารวมตัวกันแล้ว ก็จะนำกลับมาเลี้ยงไว้ในสวน เลี้ยงด้วยเกสรสมุนไพรต่าง ๆ และจะเก็บน้ำผึ้งตอนเดือนห้าเท่านั้น

 นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ  เช่น ปลาดุกร้าดองน้ำผึ้งเดือนห้าโดยการนำผลผลิตจากชุมชนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมทั้งผลิตภัณฑ์ตะกร้าจักสาน ที่ชาวบ้านร่วมกับผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

สวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม
โทร.0937319587  , 0927726788
Facebook/สวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม

ร่วมเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ กับวิถีของชาวชุมพรอันน่าชื่นชม ในโครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนทุกคนออกเดินทางสร้างความสุขจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใส มีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องชวนกลับไปให้หายคิดถึง

ร่วมเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ กับวิถีของชาวชุมพรอันน่าชื่นชม ในโครงการ Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนทุกคนออกเดินทางสร้างความสุขจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใส มีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องชวนกลับไปให้หายคิดถึง

14 จุดเช็คอิน ฟินทั้งกายและใจ เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”


อุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ภายใต้วิถีอันเรียบง่าย พร้อมความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงาม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ต่างอาศัยพื้นที่ทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงชีวิต ชาวอุทัยธานีจึงมีใจ “รักษ์” ในทรัพยากรในถิ่นอาศัย กิน ใช้ ในวิถีปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ทุกคนไปสัมผัส กับเส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ทั้งจุดเช็คอิน ที่กิน ที่พัก ที่ผ่อนคลายทั้งกายใจ เปิดมุมมองกว้างใหญ่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ท่ามกลางวิถีชุมชนอันน่าชื่นชม

เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้คัดสรร14 จุดเช็คอินฟินทั้งกายและใจ ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอทับทัน อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่ มาให้ทุกคนได้ชื่นใจ ก่อนจะไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นด้วยกัน

1.ล่องวิถีสะแกกรัง ฟังเรื่องราววิถีชาวแพ
เริ่มต้นจาก แม่น้ำสะแกกรัง อ.เมืองอุทัยธานี เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำสะแกกรัง คือ วิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรังใน อ.เมืองอุทัยธานี ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี ส่งต่อภูมิปัญญาวิถีชาวเรือนแพจากรุ่นสู่รุ่น ชาวแพในปัจจุบันมีอาชีพที่หลากหลายทั้งงานรับจ้าง เลี้ยงปลา หาปลา ค้าขาย รวมทั้งภูมิปัญญาการทำเกษตรลอยน้ำ ทั้งการปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด และเตยหอม โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาประชังน้ำจืด ซึ่งมีจุดกำเนิดที่แม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้

แน่นอนว่าเมื่อมาเยือนสะแกกรังแล้ว จะต้องได้ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์จากสายน้ำ อาทิ ปลาย่าง ปลาจ่อม และน้ำพริกปลาย่าง ที่ “แพป้าแต๋ว”จากนั้นเมื่อขึ้นฝั่งแล้วยังมีเวลา สามารถแวะชมความงดงามของ “วัดโบสถ์”ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเมืองอุทัยธานี ชาวบ้านจึงได้ทำแพรับเสด็จที่วัดแห่งนี้ ปัจจุบันยังมีสิ่งของพระราชทานจัดแสดงอยู่ภายในวัดอีกด้วย

2.แรดได้ใจ ต้อง ปลาแรด GI อุทัยธานี
ชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง บนเกาะเทโพ มีการรวมตัวของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลาแรดสะแกกรังตำบลท่าซุงซึ่งได้การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็น “ปลาแรด GI” หนึ่งเดียวในเมืองไทยจุดเด่น คือ “เกล็ดหนา หน้างุ้ม เนื้อนุ่ม แน่นหวาน”ด้วยการเลี้ยงแบบผสมผสานกับพืชผัก ผลไม้นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรดให้เลือกซื้ออีกมากมาย
หากอยากชิมเมนูปลาแรด ของดีจังหวัดอุทัยธานี ที่การันตีได้ว่าไม่มีกลิ่นสาบโคลนแน่ ๆ เพราะเลี้ยงในกระชังที่มีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา บนเกาะเทโพยังมีร้านอาหารให้เลือกชิมหลายร้าน อาทิ ร้านป้าสำราญ ที่มีสารพัดเมนูปลาแรด ปลาในท้องถิ่น รวมทั้งเมนูพื้นบ้านต่าง ๆ ให้เลือกชิม ในบรรยากาศริมน้ำอันแสนสดชื่น

Facebook/กลุ่มแปรรูปปลาตำบลท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

3.วันวานยังชื่นใจ “อุไทย เฮอริเทจ”

ในตัวเมืองอุทัยธานี ยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวิถีสโลว์ไลฟ์แบบที่หลายคนชื่นชอบ ท่ามกลางกลิ่นอายของวันวานจากตึกรามและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เช่นที่“อุไทย เฮอริเทจ” โรงแรมที่ได้รับการออกแบบปรับโฉมจากอาคารโรงเรียนเก่าที่มีอายุราว 80 ปี จึงคงกลิ่นอายแบบวินเทจให้ผู้ที่คิดถึงวัยเด็กเข้ามาชื่นชม

ปัจจุบัน “อุไทย เฮอริเทจ” เปิดให้บริการห้องพักหลายรูปแบบ ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น สะท้อนคุณค่าของเมืองอุทัยธานีผ่านเรื่องราวของโรงเรียน ข้าว และงานไม้ ทุกเช้าและเย็น ยังมีกิจกรรมเคารพธงชาติในทุกวัน นอกจากการเข้าพักแล้ว สามารถแวะมาจิบกาแฟและเครื่องดื่มในคาเฟ่ของโรงแรมได้
Facebook/uthaiheritage

4.ส่งต่อสิ่งดี ๆ สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท มาถึง อ.ทัพทัน
นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพของพื้นที่ทางการเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีการทำนาทำไร่กันมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาผสมผสานเป็นการเกษตรยุคใหม่ที่น่าสนใจ เปิดให้ทุกคนเข้าชม ในบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนสไตล์บ้านไร่บ้านสวนอย่างแท้จริง

ทริปนี้ขอแนะนำ “สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท” พื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชาที่ว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ในพื้นที่กว่า 26 ไร่ มีที่พักสไตล์ลอฟท์พร้อมสระว่ายน้ำเพื่อต้อนรับผู้ที่ต้องการเข้ามาชื่นชมธรรมชาติ ตื่นมาพร้อมบรรยากาศอันแสนสดชื่น และการรับประทานอาหารอร่อย ๆ จากวัตถุดิบปลอดภัยภายในสวน
Facebook/สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ทอ.ทัพทัน อุทัยธานี

5.บ้านไร่วรัญญ์รัช มุมของคนรักแคคตัส

หรือจะแวะไปที่ “บ้านไร่วรัญญ์รัช” ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟาร์มแคคตัสและบอนสี ตั้งอยู่กลางทุ่งนากว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้เรียนรู้การเลี้ยงแคคตัสและบอนสี ภายในไร่ยังปลูกผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงปลา ส่วนของคาเฟ่มีวิวชมนาข้าวที่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล แวะมาจิบกาแฟ หรือกินก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ สูตรของทางร้าน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีแพทย์แผนจีนมาเปิดให้บริการตรวจรักษาในราคาย่อมเยาอีกด้วย

Facebook/banraiwaranrach


6.หุบป่าตาด ดินแดนแห่งความเร้นลับ

จาก อ.ทับทัน เข้าสู่ อ.ลานสัก กับบรรยากาศแห่งขุนเขาและทุ่งกว้าง หันไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความชื่นใจจากบรรยากาศที่เขียวชอุ่มใน อ.ลานสัก มีผืนป่าโบราณ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “อันซีนไทยแลนด์” นั่นคือ “หุบป่าตาด” ดินแดนอันเร้นลับที่ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2522 โดย พระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง จากสภาพป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาด ไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ด้วยลักษณะของป่าที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอันลึกลับ จึงเรียกที่นี่ว่า “หุบป่าตาด” 

หุบป่าตาด อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ไดรับการประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้หายากหลากชนิด  รวมทั้ง “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ที่จะพบได้ในช่วงฤดูฝนนับเป็นสัตว์หายากพบได้ที่หุบป่าตาดเท่านั้น

7.เช็คอินสุดว้าว ที่จุดชมวิวบ้านชายเขา

ห่างจากหุบป่าตาดเพียง 2 กิโลเมตร บรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ท่ามกลางแปลงเกษตรผืนใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง เป็นที่ตั้งของจุดชมวิวบ้านชายเขา มีลานกางเต้นท์และร้านอาหารเล็ก ๆ ให้บริการ ด้วยความสดชื่นในมุมมองอลังการ จึงถูกเปรียบเทียบว่า “สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย” 
DCIM\100MEDIA\DJI_0108.JPG

8.ต้นไม้ยักษ์ คุณทวดแห่งป่า อ.บ้านไร่

มาถึง อ.บ้านไร่ เป็นอีกดินแดนของความ “อยู่ดี Green ดี” ท่ามกลางวิถีทางวัฒนธรรมอันงดงาม เมื่อมาถึงแล้ว ต้องไปรายงานตัวกับคุณทวดแห่งผืนป่า “ต้นไม้ยักษ์” ขนาด 40 คนโอบ อายุราว 300-400 ปี ยืนต้นตระหง่านท่ามกลางป่าหมากและป่าสมุนไพร มาแล้วยังแวะอุดหนุนผลผลิตจากชาวสวนชาวไร่และของดีจากชุมชนในตลาดต้นไม้ยักษ์ได้อีกด้วย

9.แจ่ว 100 สำรับ ชุมชนลาวครั่ง

ชาวบ้านลาวครั่งอาศัยอยู่ในบ้านสะนำ อ.บ้านไร่ มาอย่างยาวนาน และมีภูมิปัญญาการกินอยู่ที่เรียบง่าย แต่ก็มีสไตล์ ตั้งแต่การกินน้ำพริก หรือ แจ่ว ซึ่งดัดแปลงสูตรเป็น “แจ่ว 100 สำรับ” นั่นมาจากการผสมผสานวัตถุดิบต่าง ๆ ในหมู่บ้าน รวมทั้งวัตถุดิบตามฤดูกาล อาทิ “แจ่วมะเขือด้าน” ที่จะใช้มะเขือเจ้าพระยาลูกใหญ่“แจ่วบักเขียเคีย” ทำจากมะเขือส้ม หรือมะเขือเครือ“แจ่วน้ำข้าวใส่หมู”ที่มีส่วนผสมของน้ำซาวข้าว ฯลฯ

10.จานใบไม้ รวมใจรักษ์บ้านสะนำ
ในละแวกบ้านสะนำ มีป่าหมากรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า “ป่าหมากล้านต้น”ชาวบ้านยังเห็นว่ากาบหมากที่ร่วงหล่นลงมาเป็นขยะ น่าจะนำมาปรับโฉมเป็นของใช้ได้ จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มผลิตจานจากใบไม้ นอกจากกาบหมากยังใช้ใบไม้ขนาดใหญ่นำมาแปลงเป็นภาชนะ เช่น ใบไม้สัก ใบตองตึง ใบมะเดื่อกวาง ที่อยู่ในละแวกหมู่บ้าน นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกแล้ว ชาวบ้านก็กลับมาปลูกต้นหมากกันมากขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศที่ดีสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นให้กับหมู่บ้าน

(ติดต่อวิถีลาวครั่งบ้านสะนำ โทร. 06 2259 1285)

11.บ้านไร่สไตล์อินเตอร์ พิซซ่าหน้าผักกูด

เดิมทีผักกูดเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หาเก็บได้จากป่า แต่ปัจจุบันชาวบ้านใน อ.บ้านไร่ ได้หันมาปลูกผักกูด เพื่อป้อนให้กับร้านอาหาร ปรุงเป็นเมนูโปรดของนักท่องเที่ยว  เพราะเป็นผักที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีในการปลูก จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย แถมรสชาติยังกรอบอร่อย ปัจจุบันร้านพิซซ่าห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ ได้นำมาต่อยอดเป็น “พิซซ่าหน้าผักกูด”และ “ผักกูดอบชีส” ใช้เป็นส่วนผสมหนึ่งของหน้าพิซซ่า กลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ขายดิบขายดี เพราะอร่อยและเข้ากันได้ดี แถมยังใช้เตาฟืนในการอบพิซซ่าจึงหอมเป็นพิเศษใครอยากมาชิม ต้องมาวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น 
และทางร้านใช้แป้งสดแบบวันต่อวัน จำกัดเพียงวันละ 50 ถาดเท่านั้น
Facebook/พิซซ่าห้วยป่าปก

12.ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ มุมเช็คอินสุดสร้างสรรค์
เดิมทีฝายปูนกั้นน้ำแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นเพื่อชะลอการไหลของน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการเกษตร แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งอันเขียวขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาอยู่ไกล ๆ ในช่วงหน้าฝนที่มีปริมาณน้ำมากจนเอ่อล้น เกิดเป็นม่านน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมาจากทั้งสองฝั่งของฝายกั้นน้ำ สามารถลงไปเพื่อเล่นน้ำหรือถ่ายรูปได้ บริเวณฝายมีตลาดนัดชุมชนเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้อุดหนุนสินค้าจากชาวบ้าน

13.ไร่ลูกรักของพ่อ ในอ้อมกอดของขุนเขา

(Facebook/ railookrakkongpor)

14.ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่ บ้านเฮา
“ตลาดซาวไฮ่” แหล่งรวมคนมีใจแบบฉบับบ้านไร่ เป็นตลาดที่ชาวบ้านทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งใจนำเสนอวิถีชีวิตแบบเกษตรพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น พืชผักปลอดสารพิษ แหล่งรวมของกินของใช้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านจะนำสินค้าทางการเกษตร ทั้งของกิน ของใช้ รวมทั้งไอเดียหลากสไตล์ของผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ และผ้าทอบ้านไร่ วางจำหน่ายกันทุกวันเสาร์และอาทิตย์ พร้อมกิจกรรมน่ารัก ๆ ที่ทางชุมชนเตรียมให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม

Facebook/sawhai2018

อุทัยธานี เป็นดินแดนแห่งความสุขใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความเขียวขจี ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์ แต่ละจุดหมายเต็มไปด้วยความ “อยู่ดี Green ดี” ที่อยากให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสความรู้สีกดี ๆ นี้ไปด้วยกัน

เส้นทางท่องเที่ยว “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”สร้างสรรค์
โดย MEETTHINKS (www.meetthinks.com) ติดตามภาพแห่งความสุข

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
• e-book “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้ที่ https://online.anyflip.com/maibb/zrfn/mobile/ หรือQRCode ด้านล่างนี้(สำหรับการเปิดด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถรับชมได้ทั้งแบบหน้าเดี่ยวในแนวตั้ง และการแสดงผลแบบหน้าคู่ในแนวนอน)

• คลิปวิดีโอเส้นทางอยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี ตามลิงค์ด้านล่างนี้ https://www.youtube.com/watch?v=oz3p4FCJzbQ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทร. 056514651
Facebook/TAT.Uthai

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ ดื่มด่ำวิถีระยอง ในมุมมองน่ารัก

สไลว์ไลฟ์ริมชายหาด  อัศจรรย์ป่าชายเลน เดินเล่นสวนไม้หอม

ความเร่งรีบกดดันในแต่ละวัน อาจทำให้คนเราสะสมความเครียดไว้โดยไม่รู้ตัว ทางออกที่ดีคือการได้หยุดพักผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ พาตัวเองออกไปพบเจอกับมุมมองที่โล่ง โปร่ง สบายตา พร้อมเติมเต็มแรงบันดาลใจจากผู้คนรอบข้าง อย่างที่จังหวัดระยอง แม้จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ก็มีมุมสโลว์ไลฟ์ให้เลือกชิลอยู่หลายจุด ภายใต้บรรยากาศของท้องทะเลชายฝั่ง ที่ยังคงความเงียบสงบ

โครงการ Refresh life …by the wayไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำชวนออกเดินทางไปผ่อนคลายในมุมที่น่าชื่นตาชื่นใจ ในจังหวัดระยอง ขับรถออกจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร ก็จะได้พักสายตาไปกับชายหาดที่ทอดยาว ไล่เรียงตั้งแต่หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ ไปถึงหาดสุชาดา โดดเด่นด้วยโค้งเว้าของแนวกำแพงหินที่สร้างไว้เพื่อป้องกันการกัดเซาะของชายฝั่ง และทำให้การลงเล่นน้ำเป็นไปอย่างปลอดภัย เรียงรายด้วยที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ผสมผสานเรื่องราวของวิถีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย

หาด Coffee Truck เพียงแรกพบก็ตกหลุมรัก

                ประโยคที่ว่า “อยากไปนั่งโง่ ๆ ริมทะเล” แม้จะออกแนวประชดประชัน แต่สะท้อนภาพความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี การได้นั่งเฉย ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องคิดกังวลใด ๆ กลายเป็นเทรนด์ฮิตบนชายหาดแหลมเจริญ บรรดา Food Truck และ Coffee Truck พร้อมบูทจำหน่ายสินค้าและอาหารแบบดั้งเดิม เรียงรายไปตลอดทาง แต่ก็ทิ้งระยะห่างเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ทุกคนได้สัมผัส

                ที่โดดเด่นมากในตอนนี้คือบรรดา Coffee Truck คาเฟ่เคลื่อนที่สไตล์มินิมอล ให้บริการกาแฟและเครื่องดื่มแบบต่าง ๆ มาพร้อมสไตล์ของตัวเอง เป็นสีสันใหม่ของการนั่งเล่นริมชายหาด นอกจากเมนูเด็ดของแต่ละร้านแล้ว การเลือกเก้าอี้ชายหาดเก๋ ๆ มาให้บริการฟรีสำหรับลูกค้า เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและชาวระยอง เข้ามานั่งเล่นกันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือจะฉายเดี่ยว ต่างก็นั่งหันหน้าทิ้งสายตาไปกับทะเลกว้าง นับเป็นบรรยากาศการพักผ่อนที่ดีต่อใจสุด ๆ

วิถีชาวเล กลุ่มประมงพื้นบ้านตำบลปากน้ำ

บริเวณชายหาดแหลมเจริญ เป็นที่ตั้งของชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ภาพที่ทุกคนจะได้เห็นคือเรื่องราวชีวิตชาวประมงที่ยังคงสืบสานวิถีชีวิตของชาวบ้านชายทะเลที่มีมาอย่างยาวนาน คนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงลูกเด็กเล็กแดง ยังทำประมงพื้นบ้านแบบดั้งเดิม และเต็มไปด้วยเสน่ห์เรียบง่าย อบอุ่นใจเมื่อได้พบเจอ

“ส้ม-กุสุมา ชูทอง ทรัพย์ประเสริฐ”สมาชิกวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยองเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านบริเวณนี้เป็นประมงเรือเล็กพื้นบ้านที่ผูกพันกับทะเลมานานในทุกวันสามีของเธอจะออกไปวางอวนทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันรุ่งขึ้นก็จะออกไปเก็บอวนกันตั้งเช้ามืด จากนั้นเธอและลูก ๆ ก็นำมาคัดเลือกด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ติดอวนมาจะค่อนข้างพัลวัน หากเส้นอวนขาดก็ต้องเสียเวลาซ่อม จึงต้องใช้เวลานาน สมาชิกในบ้านก็ต้องมาช่วยกันทั้งหมด

ผลผลิตที่ได้ก็คละ ๆ กันไป ทั้งปูดำ ปูม้า ปูแป้น หอย ปลา รวมทั้งขยะที่ติดมากับอวน จึงต้องใช้เวลาทำความสะอาดเป็นอย่างดี ก่อนจะนำไปวางในทะเลอีกครั้ง เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน สนใจมาชมแนะนำว่าให้มาประมาณแปดโมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่มีผลผลิตมาก หากต้องการซื้อก็สามารถติดต่อได้ทันที บางเจ้าก็นำไปส่งให้ร้านอาหาร บ้างก็ส่งตลาดในระยอง บางส่วนก็วางขายกันหน้าหาด ในราคาแบบชาวบ้าน และรับประกันความสด นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง หมึกแดดเดียว ฯลฯ วางจำหน่ายริมสองข้างทางบริเวณหน้าหาด

ล่องเพลิน เดินชิล ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ

ระยองเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ที่จับต้องได้ไม่ยาก จากเอกลักษณ์ของตัวเมืองที่ติดทะเล โดดเด่นด้วยทรัพยากรอันสมบูรณ์ ชื่นตาชื่นใจจากความอลังการของผืนป่าชายเลนขนาดใหญ่ขนาด 500 ไร่ ครอบคลุม ต.ปากน้ำ และ ต.เนินพระ เป็นผืนป่าที่อยู่คู่เมืองระยองมาอย่างยาวนานประกอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นแสม โกงกาง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากชนิด จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่สำคัญคือสวยงามมาก

ความอลังการของผืนป่ากว้างที่มองได้จากมุมสูง นอกจากการขึ้นหอชมวิวแล้ว สามารถเลือกที่พักริมชายหาดที่มองเห็นผืนป่าได้อย่างอลังการเช่น หาดแสงจันทร์ อันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและที่พักสวยหลายแห่ง รวมทั้ง “โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช ระยอง” ระเบียงของทุกห้องจะมองเห็นความอัศจรรย์ของสองฝั่ง ทั้งฝั่งชายทะเล และฝั่งของคลองที่ลัดเลาะเลียบแนวป่าชายเลน เป็นภาพประทับใจ ท่ามกลางการเข้าพักที่แสนสะดวกสบาย

นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือหรือเดินเล่นบนสะพานเลียบป่าชายเลนระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตรเพื่อชื่นชมความงดงามของ “ป่าในเมือง” หรือทีเรียกกันว่า“ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ” ด้วยความโดดเด่นของเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ ล้อมด้วยป่าชายเลนท่ามกลางอากาศอันบริสุทธิ์สร้างขึ้นตั้งแต่งปี พ.ศ. 2416 เพื่อแสดงให้ผู้ที่เดินเรือรู้ว่ามาถึงระยองแล้ว สามารถเดินล่องเรือหรือขับรถเข้าไปชมได้อย่างสะดวก

กรุ่นกลิ่นกฤษณา กับช่วงเวลาแสนผ่อนคลาย               

เพราะกลิ่นเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความผ่อนคลาย ในเส้นทางเที่ยวระยองครั้งนี้ จึงขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สอดแทรกความรู้เรื่องไม้กฤษณา พร้อมช่วงเวลาอันน่าประทับใจ ในพื้นที่ของ “มีสุข ฟาร์ม” (Mesook Farm)ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง 

“พิกุล กิตติพล”ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาเล่าว่าในพื้นที่กว่า 200 ไร่ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกป่าเบญจพรรณ เช่น ไม้สักยางนา มะค่าโมง มะค่าแต้ รวมทั้งประดู่ กระถินณรงค์ และต้นไผ่กว่า 180  ชนิด นับเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกไม้กฤษณาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปัจจุบันมีการส่งออกไม้ น้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากกฤษณา ไปกว่า 10 ประเทศ

มาแล้วต้องแวะร้านจำหน่ายสินค้า “บ้านมีสุข” มีผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณากว่า 40 ชนิด เช่นธูปปั้น ธูปหอม น้ำมันหอม น้ำหอมระงับกลิ่นกาย โลชั่น แชมพู เซรั่มโฟมล้างหน้า ฯลฯ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาอุดหนุนสินค้า จะได้สัมผัสกับน้องหมาซามอยด์แห่งผืนป่ากฤษณาที่จะร่วมแอคท่าถ่ายรูปกับทุกคน

“มีสุข ฟาร์ม” ยังนำเสนอความสุขของการเข้าพักในสวนป่าที่รายล้อมบึงน้ำขนาดใหญ่  มีบริการทั้งที่พัก และร้านอาหาร “คาเฟ่ มีสุข” ให้บริการอาหารท้องถิ่นเมนูเพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัลเชฟชุมชน พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิดพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันกฤษณาที่ให้ความหอมและผ่อนคลาย อาทิ กาแฟน้ำผึ้ง กฤษณามรกต กฤษณารัญจวน ฯลฯ อิ่มแล้วก็ไปพบกับฐานการเรียนรู้แนวแอดเวนเจอรอีก 14 ฐาน หรือจะออกไปพายเรือ เดินชมน้องควาย น้องแพะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนทุกวัย

               

ใครที่อยากเติมพลังรับพลังธรรมชาติตามศาสตร์ฮวงจุ้ย แนะนำได้เดิมข้าม“สะพานเปี่ยมสุข” และ “สะพานแขวน” ที่ได้รับการยืนยันจากปากของซินแสขาวสิงคโปร์ว่า สายลมที่พัดโชยในผืนป่ากว้าง พร้อมอากาศอันบริสุทธิ์ ถือเป็นแหล่งรับพลังที่ดีมาก

               

ออกไปผ่อนคลายในบรรยากาศอันน่าชื่นใจที่จังหวัดระยอง กับโครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนท่องเที่ยวเมืองไทย ไปซบไหล่ธรรมชาติ รับพลังอันแสนบริสุทธิ์ พร้อมสนับสนุนแง่มุมดี ๆ ให้กับชุมชน ถือเป็นเส้นทางแห่งความสุขและการส่งต่อแรงบันดาลใจ เติมพลังจิตพลังใจก่อนที่จะกลับมาต่อสู่กับงานอีกครั้ง

วิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยอง

กุสุมา ชูทอง

โทร.0824618933

(มีบริการปูนึ่งพร้อมน้ำจิ้ม-หากต้องการเนื้อปูแกะต้องสั่งล่วงหน้า)

ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1  โทร. 038 020 070

ติดต่อเรือ โทร. 095225 7993 (เรือออกช่วงบ่าย ค่าบริการรอบละ 300 บาท นั่งได้ 6 ท่าน)

ททท.สำนักงานระยองโทร : 038 655 420

มีสุขฟาร์ม(ห่างจากตัวเมือง 42 กิโลเมตร)
เปิดบริการทุกวัน : 09.00 – 17.00 น.
โทร.0828987886

(กรุณาติดต่อล่วงหน้า สำหรับกิจกรรมฐานเรียนรู้ และการเข้าชมเป็นหมู่คณะ)

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ รับพลังธรรมชาติ ที่ บ้านไร่ยายชะพลู

วิถีเกษตรปลอดภัย สุขกาย สุขใจ ในมุมมองใหม่ของมวกเหล็ก

เที่ยวหน้าฝน รับอากาศเย็น เห็นทะเลหมอก ตามแบบฉบับคนรักการท่องเที่ยว
สีเขียวเป็นสีที่มองเห็นแล้วสบายตา วันที่ผ่านการทำงานอย่างเหนื่อยล้าอยู่กับหน้าจอ เราจึงอยากพักสายตาเพื่อมองหาความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ไม่ว่าจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ บนโต๊ะทำงาน หรือจะมองออกนอกหน้าต่าง แต่จะดีแค่ไหน หากได้เดินทางออกไปในที่โล่งกว้าง ผ่านถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี ได้ซึมซับรับพลังบวกท่ามกลางขุนเขา พื้นที่เที่ยวมีความกว้างใหญ่มาก อุดมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหล่าต้นไม้ใบหญ้าได้ส่งพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูกายใจ ให้สดใสยิ่งกว่าเดิม

โครงการ “Refresh life …by the wayไป เที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวรับพลังธรรมชาติท่ามกลางความเขียวขจี ในดินแดนที่แสนดีต่อใจ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่เที่ยวหน้าฝน ใกล้กรุงเทพ สัมผัสกับความกรีนแบบฉ่ำๆ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นภาพภูเขาเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย เต็มไปความเขียวขจีของภูเขาและต้นไม้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสีเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่

ที่นี่เครือขายเกษตรปลอดภัยรวมตัวอยู่กันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “บ้านไร่ยายชะพลู” ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี มุมพักกายพักใจที่แสนอบอุ่น จากบรรยากาศอันแสนสงบ ด้วยสภาพอากาศอันบริสุทธิ์ ลมพัดโชยเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปี ที่จะมีอากาศหนาวเย็นยิ่งขึ้น

พักกาย พักใจ ในมุมผ่อนคลาย บ้านไร่ยายชะพลู

พักกาย พักใจ ในมุมผ่อนคลาย บ้านไร่ยายชะพลู
“บ้านไร่ยายชะพลู” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ภายในไร่มีการปลูกพืชผักสวนครัว สวนผลไม้ สวนสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ  อาทิ อะโวคาโด มัลเบอร์รี่ ฯลฯ ตามแนวทางของการทำการเกษตรอย่างปลอดภัย และเป็นหนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตพืชผักผลไม้เพื่อความปลอดภัย (GAP)

นอกจากความโดดเด่นด้านธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์แล้วการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ประกาศให้บ้านไร่ยายชะพลู เป็นหนึ่งในเส้นทาง Dark Sky Thailand เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ (Astro Tourism) ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างที่สามารถมองเห็นทิศเหนือ ทิศตะวันออกทิศ และทิศตะวันตกได้อย่างชัดเจน ประกอบกับสภาพท้องฟ้าที่มีคุณภาพในระดับที่ดีเหล่าสาวกดวงดาวหรือนักดาราศาสตร์ จึงมุ่งหน้าเข้ามาลงหลักปักเต้นท์กันอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งนักท่องเที่ยวสายแคมป์ปิ้ง ที่หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองเพื่อมานอนนับดาวกันที่นี่ นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ในที่เดียวกันอีกด้วย

แพทย์หญิงวนิดา ศศิวิมลกุล เจ้าของบ้านไร่ยายชะพลู เล่าให้ฟังว่า เดิมทีคุณหมอวนิดา และคู่ชีวิต “นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล”เป็นคุณหมออยู่ในกรุงเทพฯ จนถึงวัยเกษียณ เมื่อปี 2554 จึงมองหาพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการทำงานที่เรียบง่าย หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ออกจากสภาพการดำเนินชีวิตที่ส่งผลต่อความเครียดโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้มาเจอที่นี่แล้วได้มองเห็นวิวโล่งกว้างท่ามกลางความเขียวขจี จึงรู้สึกผ่อนคลาย สบายทั้งกายและใจ

สำหรับ “บ้านไร่ยายชะพลู” ตั้งตามหลานยายที่มีเพียงคนเดียวในกลุ่มหลาน 7 คน สื่อความหมายเป็นบ้านไร่ที่คุณยายสร้างขึ้น และคุณยายมีหลานยายชื่อ “ชะพลู” เพื่อแสดงถึงความรักความผูกพัน และความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้เด็ก ๆ เกิดความรักธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงกับแนวคิดที่ว่า อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับธรรมชาติที่รายล้อมรอบตัวอย่างแท้จริง เนื่องจากสภาพพื้นที่บริเวณ ต.หนองย่างเสือ มีเนินเขาสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยความเขียวขจีและอากาศอันบริสุทธิ์

นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล และ แพทย์หญิงวนิดา ศศิวิมลกุล

“จุดเริ่มต้นเมือ 10 ปีก่อน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร เราจึงเริ่มเข้ามาปลูกผัก ผลไม้ และร่วมก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ ส่วนใครอยากปลูกอะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในแนวทางของเกษตรปลอดภัย เน้นใช้ปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อสร้างอาหารจากธรรมชาติเพื่อการบริโภคและจำหน่ายผลผลิตที่ปลอดภัยส่งต่อให้ลูกค้า”คุณหมอวนิดา กล่าว

เริ่มต้นเที่ยวพักผ่อนที่ บ้านไร่ยายชะพลู จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติ และรักความสงบ ทางไร่มีลานกางเต้นท์ให้บริการ หรือจะนำเต้นท์มาตั้งแค้มป์เองได้ บริเวณลานกางเต้นท์มีบริการปลั๊กไฟ มีห้องน้ำที่สะอาดสะอ้านเป็นสัดส่วน

นอกจากนั้นบ้านไร่ยายชะพลู ยังให้บริการห้องพักท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านเดี่ยวสำหรับ 2-6 ท่าน จำนวน 2 หลัง ซึ่งแต่ละหลังมีลานระเบียงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ไมโครเวฟ อ่างล้างจาน อุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหาร ฯลฯ และยังมีบ้านแคปซูล 5 หลัง พักได้ 2 ท่านต่อหลัง (ไม่มีส่วนครัว) แอบอิงอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบวิวแบบมินิมอลแต่ให้ภาพสวยหลักล้าน

“แม้จะอยู่ใกล้เมือง ด้วยความห่างจากถนนใหญ่เพียง 500 เมตร แต่สถานที่แห่งนี้มีสภาพเหมือนเข้ามาอยู่ในป่า เพราะฉะนั้นการดูแลเรื่องอาหาร คงต้องใช้เวลา หากท่านประสงค์ให้เราบริการเรื่องอาหารก็ต้องแจ้งล่วงหน้า” คุณหมอวนิดากล่าว

นอกจากบรรยากาศแสนดี พร้อมที่พักวิวสุดแจ่มแล้ว บ้านไร่ยายชะพลูยังมีร้านกาแฟสด พร้อมจุดเช็คอินเพื่อชมวิวท่ามกลางหุบเขา หากวันไหนอากาศเปิดสามารถมองเห็นเขื่อนป่าสักได้อย่างชัดเจน ให้บริการกาแฟสดที่คั่วบดใหม่ ที่เป็นไฮไลต์คือผลผลิตจากการเกษตร อย่าง นมสดมัลเบอร์รี่ ที่ทุกคนห้ามพลาด

รังสรรค์ผลผลิตเกษตรปลอดภัย ไปสู่เมนูสุขภาพสุดเก๋

สุกัลยา ไชยเชาวน์ หรือ “คุณยิ้ม” เจ้าของไร่สอาดจิตร

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตพืชผักผลไม้เพื่อความปลอดภัย (GAP)
ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก มีสมาชิก 10 ราย ก่อตั้งมาแล้ว 8 ปี โดยมี “นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล”เป็นประธาน สมาชิกแต่ละรายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกผัก ผลไม้ และปศุสัตว์ อาทิ ทุเรียน หม่อน (มัลเบอร์รี่) อะโวคาโด มะม่วง น้อยหน่า การเลี้ยงแพะ ฯลฯ   นอกจากการรวมตัวในการทำเกษตรอย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีการพัฒนาไปสู่การแปรรูป และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตอีกด้วย

นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล ประธานสมาชิกเกษตรกร
มัลเบอร์รี่อัญชัน

หนึ่งในนั้นคือ “นางสาวสุกัลยา ไชยเชาวน์” หรือ “คุณยิ้ม” เจ้าของไร่สอาดจิตร ที่ได้ต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร มาสู่แบรนด์ “มียิ้ม” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากมัลเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยอุดมไปด้วยวิตามินซี ธาตุเหล็ก วิตามินเค 1 วิตามินอี และโพแทสเซียม โดยได้แปรรูปเป็น แยม ท้อปปิ้ง น้ำสลัดมัลเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ทูอินวัน ฯลฯ  ปัจจุบันวางจำหน่ายที่ร้านกาแฟ บ้านไร่ยายชะพลู และร้านข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ รวมทั้งรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่

หากนักท่องเที่ยวนัดหมายล่วงหน้า ก็จะได้ลิ้มลองความสด สะอาด ปลอดภัย พร้อมเมนูอร่อย ๆ จากเกษตรกรในพื้นที่ เช่นเดียวกับวันนี้ ทางคุณยิ้มได้นำผลผลิตมาเสิร์ฟที่บ้านไร่ยายชะพลู ให้ทุกคนได้ร้องว้าวกับเมนูสุขภาพที่อร่อยเกินคาด

เรียกน้ำย่อยด้วย “มัลเบอร์รี่อัญชัน” เครื่องดื่มลูกผสมสีสันสดใส รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี ดื่มแล้วชื่นใจ ตามมาด้วย “สลัดผักกับน้ำสลัดมัลเบอร์รี่” ชิมแล้วต้องบอกว่ากระปุกนี้ต้องมีติดบ้าน วันนี้ได้ผักสด ๆ เป็นผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมด้วยผลมัลเบอร์รี่สดและอะโวคาโด ยิ่งทำให้สลัดชามนี้พิเศษยิ่งขึ้น โดยน้ำสลัดมัลเบอร์รี่แบรนด์ “มียิ้ม” เป็นน้ำสลัดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู แต่จะใช้มัลเบอร์รี่สีแดงที่ให้ความเปรี้ยวแทน สีของน้ำสลัดจึงเป็นสีชมพู มี 2 สูตร คือ สูตรผสมพริกไทย และสูตรไม่ผสมพริกไทย รสชาติไม่หวานมาก เปรี้ยวกำลังดี

เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน
เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน

มาถึงเมนูหลักในวันนี้ “เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน” ใช้ยอดใบหม่อน หรือ ใบของต้นมัลเบอร์รี่มาต้มสุกแทนถั่วงอก รสชาติหวานมัน น้ำซุปหอมเข้มข้นด้วยสมุนไพร  ใช้กระเทียมและกระชายเป็นส่วนผสม เคี่ยวหมูตุ๋น 4 ชั่วโมงจนเปื่อย เพิ่มความหอมด้วยโหระพาซอยละเอียด กินกับน้ำจิ้มสูตรของทางไร่ เน้นรสเผ็ดเปรี้ยว ซึ่งผักต่าง ๆ มาจากพืชสวนครัวที่ปลูกเองในเส้นทางเกษตรปลอดภัย อร่อยและมั่นใจได้ ส่วนที่ใช้เส้นหมี่ เพราะเป็นเส้นที่มีอยู่คู่ครัว เกษตรกรสามารถซื้อติดบ้านไว้ใช้ได้ตลอดเวลา

“มักกะโรนีซอสมัลเบอร์รี่
สลัดผักกับน้ำสลัดมัลเบอร์รี่

              

มัลเบอร์รี่ชีสพาย

อีกเมนูที่อยู่ในขั้นตอนการสร้างสรรค์ คือ “มักกะโรนีซอสมัลเบอร์รี่”โดยใช้ตัวซอสที่ผลิตจากมัลเบอร์รี่ เกิดเป็นรสชาติใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ ปิดท้ายกันที่ของหวาน“มัลเบอร์รี่ชีสพาย” ดูเผิน ๆ เหมือนบลูเบอร์รี่ชีสพาย แต่ใช้มัลเบอร์รี่เป็นท้อปปิ้งแทน ด้านล่างเป็นแคร็กเกอร์ผสมเนย ชั้นที่สองเป็นครีมชีส ส่วนชั้นบนสุดจะก็คือมัลเบอร์รี่ชีสที่เก็บจากสวน

นอกจากจากมัลเบอร์รี่แล้วยังมี “น้อยหน่าฝ้ายเกษตร” ที่ปลูกในไร่ตามหลักการเกษตรปลอดภัย ให้ชิมกันอีกด้วยนับเป็นช่วงเวลาแสนอร่อยและอบอุ่นใจ ได้เห็นผลผลิตจากสวนที่ปลอดภัยต่อร่างกาย แปลงร่างมาเป็นเมนูที่เป็นทั้งอาหารตาและอาหารใจ ด้วยรสชาติที่ถูกปากถูกใจ กินไปยิ้มไป เสมือนชื่อแบรนด์เลยจริง ๆ

อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก
อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก

รับพลังแห่งธรรมชาติที่อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ไม่ไกลจากบ้านไร่ยายชะพลู ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้แวะชมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไร่องุ่น สวนผลไม้ สวนดอกไม้ หรือน้ำตก และที่สดใหม่ไม่อยากให้พลาด คือ “อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก”ที่สามารถขับรถออกจากบ้านไร่ยายชะพลูได้ในระเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ตั้งอยู่ที่ ต.คำพราน อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน กว้าง 9 เมตร สูง 44 เมตร ยาว 1,157 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ราว 61 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานกว่า 25,500 ไร่ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการผลิตน้ำประปา และส่งให้พื้นที่ชลประทานอีก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร

ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก มาจากสภาพพื้นที่โล่งท่ามกลางผืนป่าและผืนน้ำกว้างใหญ่ มีภูเขาน้อยใหญ่เป็นฉากหลัง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำมีความคดเคี้ยวเป็นระยะทางยาว ถือเป็นจุดชมวิวที่เงียบสงบ เพียงได้มายืนนิ่ง ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ก็ได้รับพลังบวกให้กับวันพักผ่อนอย่างสดชื่นในทุกเวลา โดยเฉพาะยามเย็นที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกอันงดงาม หลายคนหลงรักจนต้องมาซ้ำเมื่อมีโอกาส ท้องฟ้าหลังฝนตกยังสวยอย่าบอกใคร

กดปุ่มรีเฟรชเติมความสดใส กับโครงการ “Refresh life …by the wayไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ”ชวนทุกคนออกไปเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้ง เติมพลังทั้งกายและใจ เพราะเมืองไทยยังมีหลากเรื่องราวให้เราไปค้นหา หลายมุมมองให้เราได้ค้นพบการพักผ่อนในช่วงเวลาอันแสนพิเศษ

บ้านไร่ยายชะพลู (กรุณาติดต่อล่วงหน้า)
บ้านหนองมะกรูด ตำบล หนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก สระบุรี
Facebook/บ้านไร่ยายชะพลู โทร. 081443 4016

ผลิตภัณฑ์จากไร่สอาดจิตร แบรนด์ “มียิ้ม”
โทร.0915621987 (คุณยิ้ม)

ติดตามชมเส้นทางท่องเที่ยว Refresh life …by the way
ท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
ได้ที่ YouTube : https://youtu.be/xlnOuzFrf-Y

Refresh life …by the way
ท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

ร้านข้าวมะลิ ร้านอาหารไทยเปิดใหม่ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง

ร้านข้าวมะลิ : KHAOMALI
เป็นร้านในเครือของคุณมะลิณี ถนอมเงิน กรรมผู้จัดการ บริษัท ข้าวมนต์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ และ เชฟร้านข้าวมะลิ นายสุทธิกร เกิดเมฆ ร้านข้าวมะลิ เน้นความสำคัญไปยังเรื่องของวัตถุดิบที่เลือกนำมาปรุงอาหาร โดยคัดสรรมาเป็นอย่างดี อาหารไทยรสมือเชฟ ที่สั่งสมประสบการณ์จนถึงครัวระดับโรงแรม ที่มีความอร่อย เข้าถึงง่าย และเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นแบบพรีเมียมเน้นความสดใหม่ เครื่องแกงโขลกสดใหม่ทุกวัน ซอสและนำจิ้มทุกชนิด เชฟทำเองทั้งหมด จึงได้รสชาติที่เอกลักษณ์ของร้านข้าวมะลิ

คุณมะลิณี ถนอมเงิน กรรมผู้จัดการ บริษัท ข้าวมนต์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์
และ เชฟนายสุทธิกร เกิดเมฆ
คุณมะลิณี ถนอมเงิน

ร้านข้าวมะลิ เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีความดั้งเดิมทุกมิติ จะเป็นร้านอาหารไทยอีกร้านหนึ่งที่ เน้นคุณภาพและ การันตีได้ว่ามีมาตรฐานคงที่ในทุกจานพร้อมบริการที่ดีที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างดีเยี่ยมนอกจากรสชาติอาหารที่โดดเด่นแล้ว ลักษณะการตกแต่งของร้านก็เป็นที่สะดุดตา ตกแต่งด้วยต้นใบไม้โทนสีเขียว ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนนั่งสบายๆ แบบเป็นกันเองและได้กินอาหารในรสชาติที่คุ้นชิน คงจะเป็นการสร้างความทรงจำใหม่ที่ดีอยู่ไม่น้อย

นายสุทธิกร เกิดเมฆ
ร้านข้าวมะลิ ร้านอาหารไทยเปิดใหม่ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง

ใครที่กำลังคิดถึงอาหารจานโปรดกับเชฟคนโปรดไม่ว่าจะวันหยุด หรือวันพิเศษก็อยากจะชวนยกครอบครัวไป อยากชวนทุกท่านมาลิ้มรสความอร่อยของอาหารรสชาติต้นตำรับที่รับรองถูกปากคนไทยแน่ๆ ร้านข้าวมะลิอาหารไทยรสชาติเข้มข้นจากเมนูจานโปรดที่เคยกินในสมัยก่อนที่พอได้กินทีไร เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นก็จะย้อนเข้ามาในความทรงจำอยู่เสมอ และไม่ว่าจะเป็นอาหารจานโปรดแรกจากคุณแม่ อาหารถูกปากของยายข้างบ้าน หรือ ในเมนูที่ธรรมดาเหล่านั้น คงล้วนเป็นข้าวจานโปรดของใครหลายๆ คน และในยุคสมัยที่หลายๆ คนต้องอยู่ไกลบ้านและต่างถิ่น การที่จะได้กลับไปชิมอาหารมื้อโปรดมื้อเดิมก็กลายเป็นเรื่องยากเสียแล้ว

ร้านข้าวมะลิ : KHAOMALI ร้านอาหารใต้ขนาดกะทัดรัดภายในร้านต้อนรับผู้มาเยือนด้วยแอร์เย็น และเสียงเพลงคลอเบาๆ ฟังสบาย เพื่อให้คนที่เข้ามาทานได้มีพื้นที่หลบหนีความวุ่นวายจากด้านนอก แล้วมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ สั่งเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ อาหารอร่อยมาทาน พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศสุดคลาสสิกของทางร้าน ทางร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนบาร์ เครื่องดื่มบริเวณหน้าร้านที่พร้อมให้บริการขนมและเครื่องดื่ม ถัดมาเป็นโซนนั่งทานข้าวในบรรยากาศสบาย ๆ โดยเมนูของทางร้านนั้นมีพร้อมเสิร์ฟ

ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง

Recommend Dishes
เมนูไฮไลต์ ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง จานที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่กลับเป็นจานที่ชอบมากที่สุด รสชาติอร่อย ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ ข้าวหอมมะลิ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาหาร ด้วยสัมผัสของข้าวคลุกกับกะปิดีคุณภาพจากจังหวัดระยอง ที่คลุกมาอย่างพอดี การนำหมูสามชั้น มาเคี่ยวให้เข้ากับน้ำตาลดอกมะพร้าว ที่เคี่ยวพร้อมกันกับมะตูมแห้งเผาไฟ ใช้เวลานานกว่า 3ชั่วโมง พริกขี้หนูหั่น มะนาว ที่ไม่ได้รสจัดจนเกินไป บวกกับหมูหวานสูตรพิเศษ และแฮมที่เข้ามาเพิ่มความอร่อยมันในตอนสุดท้าย ทำให้ทุกอย่างดูลงตัว ไปหมด ยิ่งกินและคลุกรวมกันกับกุ้งแห้งทอดกรอบ ผักสดอย่างชะอม มะม่วงสับ หอมแดง และถั่วพลู บีบมะนาวในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกันแล้วยิ่งอร่อยและสมบูรณ์แบบ ในร้านจะมีรายการอาหารที่มีต้นตำรับหลายเมนู ด้วยความตั้งใจที่จะปรุงออกมาให้กลายเป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยให้ได้มากที่สุด เชฟจึงหยิบเอาตำรับและเมนูเหล่านั้นขึ้นมานำเสนอ

ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง*

ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่5 ใน บรรทึกความหิว เมื่อครั้งเสด็จประพาสเกาะต่างๆ ของประเทศอิตาลี และพระองค์ไม่ได้เสวยพระกระยาหารไทยมานานคืนหนึ่งก่อนเข้าบรรทม ทรงมีพระราชดำรัสตรัสกับ “พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ” “ข้าฝันไปว่าเสด็จยายทรงปรุงข้าวคลุกกะปิให้กินอร่อยมาก ทำให้ข้าอยากกินข้าวคลุกกะปิ เจ้าเตรียมกะปิและเครื่องต่างๆ สำหรับปรุงไว้ให้ข้า พรุ่งนี้ข้าตื่นนอนข้าจะคลุกเอง”

ไก่ผัดลูกสำรอง
แกงจืดเต้าหู้ใบตำลึง*
ส้มตำไทยไข่เคียง
เนื้อแดกงา
ข้าวตังหน้าตั้ง
หมี่กรอบทรงเครื่อง

พลิกดูเมนูถือว่ามีความหลากหลายทีเดียว มีรูปแบบให้ได้เลือกทานอย่างเต็มที่ เป็นร้านอาหารเปิดใหม่ที่หยิบเอาความทรงจำ อันแสนอบอุ่นที่ติดอยู่กับมื้ออาหารเหล่านี้กลับมา กลายเป็นที่มาของร้านอาหารร้านข้าวมะลิ ร้านอาหารไทยที่มีรายการอาหารมากกว่า ห้าสิบรายการออกมาให้ลองชิม ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำไทยไข่เคียง ไก่ผัดลูกสำรอง เนื้อปูผัดวุ้นเส้น แกงจืดเต้าหู้ใบตำลึง* แกงเผ็ดเนื้อ เนื้อผัดน้ำพริกกระเพรา แหนมหม้อผัดไข่ ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง* ข้าวยำปลาทูหอม ข้าวหน้าหมูผัดสามเหลอ หมี่กรอบทรงเครื่อง ยำวุ้นเส้นโบราณ ยำหัวปลี หรือแม้แต่เมนูทานเล่น ข้าวตังหน้าตั้ง เนื้อ/หมูแดกงา ปีกไก่ทอด ไส้กรอกโบราณ ของหวานอย่าง ไอติมกะทิสด

น้ำผึ้งมะนาวโซดา : Honey Lemon Soda และ ยูซุฮันนี่ : Blue Honey Soda

Refreshing Drinks
ในส่วนเครื่องดื่มของที่นี่ก็มีเมนูน่ารักแบบ  …
-น้ำผึ้งมะนาวโซดา : Honey Lemon Soda
-ยูซุฮันนี่ : Blue Honey Soda

หากใครที่กำลังมองหาร้านอาหารไทย รสชาติไทยแท้แบบดั้งเดิม อร่อยจัดจ้าน ถูกปากถูกใจ อย่าปล่อยให้มื้ออาหารที่ชอบกลายเป็นเพียงความทรงจำในวันวานมแวะมาที่ร้านข้าวมะลิ

เปิดให้บริการแล้ววันนี้อาหารไทยรสชาติเข้มข้น
ร้านข้าวมะลิ : KHAOMALI
เปิดให้บริการทุกวัน 10.00- 21.00 น.
☎️ 098 909 3989

📌 https://maps.app.goo.gl/RdsBYH1N9V8Pdw1LA

  • ริมถนนทางเข้า รพ.เปาโล สะพานควาย จอดรถที่ รพ.เปาโลหรือจอดที่ Big C มา BTS ลงสถานีสะพานควาย ทางออก 2 เดินมา 100 เมตร

กาแฟและเครื่องดื่ม เปิดเวลา 7.00-21.00 น.
สั่ง Delivery ได้ที่
Grap : https://bit.ly/3oGJDub
Lineman : https://bit.ly/3oJoLSR
Robinhood : https://bit.ly/3vuJmhC

ร้านข้าวมะลิอาหารไทยรสชาติเข้มข้น #ข้าวมะลิ #khaomali #ร้านข้าวมะลิ #อิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัว #toptotravel

ยุ้งข้าวหอม เปิดตัว “เชฟอ้อม” เสิร์ฟเมนูอาหารใต้สุดยอดจานเด็ดเซ็ตใหม่


“ยุ้งข้าวหอม” ร้านอาหารใต้รสดั้งเดิม ที่ผสานอาหาร 3 วัฒนธรรมถิ่นใต้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ได้ฤกษ์เปิดตัว เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ เจ้าของรางวัล Michelin Guide Young Chef Award คนแรกของประเทศไทย ที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารใต้เมนูใหม่ของร้าน “ยุ้งข้าวหอม” ที่เชื่อว่า ทุกคนจะหลงรักอาหารไทยถิ่นใต้ของร้านยุ้งข้าวหอมมากขึ้น เพราะแต่ละเมนไม่เพียงจะยังคงรสชาติ และรสสัมผัสของความเป็นอาหารถิ่นใต้โดยแท้จริงเท่านั้น แต่ยังทำให้ทุกคนซึมซับกับบรรยากาศของความเป็นถิ่นใต้ไปพร้อมกันด้วย เพื่อต้อนรับการกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติอีกครั้ง

ข้าวยำ
แกงปูใบชะพลู
ปลาหมึกน้ำดำ
สามชั้นหน่อเหรียง
เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ เจ้าของรางวัล Michelin Guide Young Chef Award
คนแรกของประเทศไทย
โอวต้าว


เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ เปิดเผยว่า ทุกเมนูใหม่นี้ มาจากแนวคิดเรื่องของการผสานวัฒนธรรมทั้ง 3 วัฒนธรรม ได้แก่ ไทย-พุทธ, ไทย-มุสลิม และไทย-จีน ที่อยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย “รสชาติของอาหารแต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกัน อันเป็นลักษณะเด่นของถิ่น ที่เกิดการแลกเปลี่ยนประเพณีและวัฒนธรรมถ่ายทอดผ่านอาหารทุกจานอย่างลงตัว โดยความพิเศษของทุกเมนูในร้านอยู่ที่การปรุงอาหารอย่างกลมกล่อมโดยปราศจากผงชูรสและยังเน้นใช้เครื่องแกงทั้งหมดที่เป็นวัตถุดิบและเป็นสูตรของทางร้านเอง เราตำพริกแกงเอง ทำให้เมนูทุกเมนูมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับ ‘ยุ้งข้าวหอม’ อาทิเช่น แกงปูใบชะพลู, ผัดเผ็ดหมูสามชั้นหน่อเหรียง, ซี่โครงหมูกอและ, โอวต้าว, และปลาหมึกผัดน้ำดำ
ยิ่งไปกว่านั้น เชฟออมยังบอกด้วยว่า การมารับประทานอาหารที่ร้านยุ้งข้าวหอม ยังทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบไล่ลำดับ ตามแบบฉบับถิ่นใต้ เพราะทุกเมนู มีรสชาติที่โดดเด่น และเพื่อให้เกิดการผสมผสานทุกรสชาติอย่างลงตัว นอกจากนี้ เรายังมีการนำขนมหวานท้องถิ่นใต้มาปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อลดความเผ็ดร้อนหลังจากรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน ซึ่งขนมหวาน้ดังกล่าว ประกอบด้วย ขนมโคน้ำกะทิ, ขนมตาหยาบ, โรตีกล้วยเสิร์ฟกับไอศกรีม และโอ้เอ๋ว เป็นต้น”

ว เชฟออม-สุจิรา พงษ์มอญ เจ้าของรางวัล Michelin Guide Young Chef Award
คนแรกของประเทศไทย


สำหรับเมนูอาหารที่เชฟออม รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะ ที่ร้านยุ้งข้าวหอม ในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ยำยุ้งข้าวหอม แกงปู ใบชะพลู แกงคั่วกระดูกหมูใบยี่หร่า ยำปูนิ่มมะม่วง ซุปจาระเม็ดต้มเต้าเจี้ยว ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ข้าวยำ ปลาหมึกน้ำดำ สามชั้นหน่อเหรียง โอวต้าว รวมถึงยังมี คั่วกลื้งเนื้อ แกงส้มปลาใบกะเพรา ชะอมไข่เค็ม และคากิฮ้อง เป็นต้น ในส่วนของขนมหวาน ประกอบด้วย ขนมโค และ ขนมตาหยาบ

ขนมตาหยาบ
ขนมโค

อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการตอบรับต่อกระแสเรียกร้องของผู้ที่ชื่นชอบอาหารใต้ ในเร็วๆ นี้ ทางร้านยุ้งข้าวหอม ยังได้เตรียมพร้อมเปิดสาขาใหม่ล่าสุด เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งคือ ร้านยุ้งข้าวหอมสาขา CDC และ ร้านยุ้งข้าวหอม สาขาแอทธินี ทาวเวอร์ ซึ่งทั้งสองสาขานี้ จะทำให้ลูกค้า และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในความจัดจ้านของรสชาติความเป็นอาหารใต้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเดินทางไปสัมผัสกับรสชาติของอาหารใต้ และสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารใต้อย่างเต็มที่มากขึ้น และเชื่อว่าหลังจากที่ทุกคนได้ลิ้มลองอาหารใต้เมนูใหม่ทั้งหมดนี้แล้ว ทุกคนก็จะหลงรัก ร้านยุ้งข้าวหอม มากขึ้นแน่นอน

สูตรเด็ดอาหารเหนือ เฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ by ควีนส์ออฟเบเกอรี่

รับประทานอาหารเหนือแท้ๆ ที่เขาใหญ่ ร้านเฮือนแม่หญิ๋ง เขาใหญ่สวัสดีคะ วันนี้ Toptotravel มาพบกับร้านอาหารเหนือ น่าลอง ในเขาใหญ่ด้วยกัน และช่วงนี้ใครหาร้านอาหารเหนือแท้ เฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ ร้านอาหารเหนือ โลเคชั่นดีตั้งอยู่ทางขึ้นเขาใหญ่ ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนไปลองอาหารเหนือแบบรสชาติต้นตำรับรสชาติแบบฉบับคนพื้นเมืองแท้ๆ ที่มีเอกลักษณ์ถึงเครื่องรับรองว่าลำแต้ๆ อย่างแน่นอน และไม่เพียงแต่ เมนูอาหารเหนือแบบต้นตำรับเท่านั้น
ที่เฮือนเฮือนแม่ญิ๋ง ยังสร้างสรรค์เมนูอาหารเหนือแบบฟิวชั่นที่มีการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ที่สำคัญทางร้านมีเมนูแนะนำให้เลือกมากมายและหลากหลาย อาทิเช่น ทางร้านมีเมนูแนะนำให้ เลือกมากมายและหลากหลายไม่ว่าจะ ชุดออร์เดิฟเหนือ ลาบคั่ว น้ำเงี้ยวหมู แกงฮังเล ข้าวซอยไก่/เนื้อ หมูเส้นทอดเกลือ หมูยอลวกจิ้ม แกงโฮ๊ะ

นอกจากเมนูอาหารที่จัดเต็มแล้วบรรยากาศยังร่มรื่นและสบายตาเพราะถูกโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้นานาชนิด แถมโซนที่นั่งโล่งโปร่งสบาย แนะนำเลยว่ามาเที่ยวเขาใหญ่ครั้งต่อไป ใครอยากลองอาหารเหนือต้องมาเยือนที่ เฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ ถึงเวลาลิ้มรสชาติแต่ละจานแบบจัดเต็มกันแล้ว บอกเลยว่าเลือกไม่ถูกจริงๆ

แนะนำ ‘ข้าวซอยเนื้อ’ น้ำเข้มข้น เนื้อนุ่ม เส้นเหนียวนุ่มแถมให้มาเยอะมาก กินคู่กับผักกาดดองไม่เปรี้ยวมาก ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี

ร้านอาหารเหนือบรรยากาศชิลๆ เจ้าของร้าน คุณนพลักษณ์ ทัศน์ธนาวัฒน์ ผู้บริหาร เฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ by ควีนส์ออฟเบเกอรี่……..


กว่าจะมาเป็น ฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ ที่มาของการเปิดร้านอาหารเหนือ ต้นตำรับ ทางร้านรังสรรค์เมนูอาหารเหนือจากมรดกตกทอดก้นครัว อาหารพื้นเมืองสูตรโบราณ ด้วยคอนเซ็ปต์อาหารแบบบ้านบ้าน บริการแบบเมืองเมือง
บทบาทของการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารเหนือรสชาติแบบดั้งเดิม ในบรรยากาศร้านแบบสบายๆ สไตล์พื้นบ้านล้านนา ในจังหวัดนครราชสีมา เพราะเราเป็นคนเหนือและในช่วงที่มาอยู่เขาใหญ่ใหม่ๆ เมื่อยี่สิบปีก่อน เคยเสริฟด้วยอาหารเหนือ อย่าง ข้าวซอย ขนมจีน อาหารเหนือ ปรากฎว่าได้รับการตอบรับดีมาก สามารถมาขยายกิจการได้ เพราะอาหารเหนือ ด้วยความเป็นคนเหนือของเรา และอยากให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเขาใหญ่ได้ลิ้มรสชาติของอาหารเหนือแท้ๆ โดยที่ไม่ต้องไปถึงเชียงใหม่คุณแม่ เป็นคนลำปาง แต่พี่ไปอยู่เชียงราย และมาอยู่เขาใหญ่ สำหรับที่เขาใหญ่ ความตั้งใจเดิมคือต้องการมาหาบ้านหลังเล็กๆ ที่นี่ เพราะไม่ค่อยสบาย ตอนนั้นเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เผอิญว่าเราเห็นแล้วว่าเมื่อมาอยู่ที่นี่ เลือกทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ถึงแม้เชียงรายตอนนั้นอากาศดีแต่ครอบครัวอยู่กรุงเทพฯ พี่ก็ต้องมาอยู่เขาใหญ่ เพราะเหนือไกล ตอนนั้นเลยคิดว่าเปิดร้านอาหารเหนือเล็กๆ เสริฟให้ลูกค้า ชื่อร้าน อิน เขาใหญ่ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่มีเสริฟอาหารเหนือร่วมด้วย

ทั้งความคิดที่อยากลาออกจากงานประจำ แล้วหันมาทำอาชีพที่หล่อเลี้ยงคนในครอบครัว เมื่อก่อนพี่เคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่กรุงเทพฯ แล้วลาออกมา ทำธุรกิจครอบครัวเป็นสิ่งพิมพ์โฆษณา พอทำงานไปอยากพักผ่อน เลยมามองหาพื้นที่ในเขาใหญ่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จากอินเขาใหญ่ เปิดอยู่ 5-6 ปี ก็มีบ้านพักและรีสอร์ท เป็นโฮมสเตย์ ชื่ออิน เขาใหญ่ พอดีเราอยากให้มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมีอาหารเสริฟ เมื่อทำโรงแรมเซเว่นวิลล่าเขาใหญ่

ควีนส์ออฟเบเกอรี่ เป็นร้านเบเกอรี่ที่เราผลิตเอง มีโรงงานเล็กๆ เพื่อเสริฟลูกค้าและส่งตามร้านต่างๆ ที่เขาไม่ได้ทำเบเกอรี่เอง โดยเป็นเบเกอร์รี่แบบพรีเมี่ยม ส่วนอาหารเหนือเพิ่งย้อนอดีตกลับมาเสริฟที่ควีนส์ออฟเบเกอรี่ ประมาณสองเดือนมานี้ หลังจากที่เคยเปิดมาเมื่อยี่สิบปีก่อน โดยรสชาติของอาหารเหนือที่เสริฟนั้น ต้องบอกว่า อาหารเหนือจริงๆ จะผสมผสานกัน อย่างรสชาติข้าวซอย
ซึ่งต้องถือว่าข้าวซอยเชียงใหม่อร่อย แต่ถ้าน้ำเงี้ยวก็ต้องเชียงราย ก็ผสมผสานกันไป เพราะเป็นอาหารผสมผสานของไทยสิบสองปันนา ไทยลื้อ ไทเขิน ที่มาจากแม่น้ำเหลือง จากไทยเชียงตุง ของลาวบ้าน ก็มาผสมผสานกัน รสชาติจะเข้มข้นแต่หอมกรุ่นด้วยสมุนไพรตอนนี้เชียงรายจะมีที่บ้านพักเท่านั้น ส่วนที่เขาใหญ่ปัจจุบัน ก็มีเฮือนแม่ญิ๋งซึ่งอยู่ที่เดียวกันในควีนส์ออฟเบเกอรี่

วิกฤตโควิด ไม่เคยปิดร้าน จริงๆ แล้ว ตั้งแต่มีโควิด เข้ามา ทางควีนส์ออฟเบเกอรี่ไม่เคยปิดร้าน ในช่วงโควิด -19 เราจะเซฟพนักงานโดยกักตัวในบริเวณบ้านพักของเรา เราจะมีการนำเข้าของวัตถุดิบ จึงไม่มีการพบปะผู้คนโอกาสเสี่ยงก็จะน้อยทุกวันจะมีการทำเบเกอรี่ตลอดเวลา เพราะไม่เพียงแต่จำหน่ายเบเกอรี่เท่านั้น แต่เรายังดูแลสังคมด้วย โดยนำเบเกอรี่เสริฟยังกลุ่มคนต่างๆ ทั้งคุณหมอ สาธารณสุข ทั้งจุดศูนย์วัคซีน มีการส่งอาหารและขนมไปยังหน่วยอาสาฯ ต่างๆ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ด้วย ผ่านทาง ฟู้ด ฟอร์ ไฟล์ทเตอร์

ความคิดเห็นหลังจากเขาใหญ่ ได้รับโปรโมทให้เป็น จุดหมายปลายทางด้าน นวัตกรรม เวลเนส ยกระดับเป็นเมืองสุขภาพ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ
ผู้บริหาร เฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ กล่าวว่า “เป็นไปได้ และถ้าเกิดขึ้นแล้วจะดีมาก จะทำให้เขาใหญ่ มีทั้งเฮลทตี้ ทั้งคุณภาพชีวิต ถือว่าเทรนด์ที่มาแรงมากในช่วงโควิดระบาด ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา มีความพร้อมที่จะเปิดตัวเป็น “เมืองสุขภาพ”
และทุกภาคส่วนในจังหวัด เป็นเหมือนสโลว์ไลฟ์ผู้ประกอบการกะมีเป้าหมายที่ชัดเจน ผู้ใช้บริการหรือนักท่องเที่ยวก็จะรู้เป้าหมายของตัวเองว่ามาที่นี่แล้วจะได้พบกับอะไรcเช่น อากาศดีดี อาหารปลอดภัย สปาหรือการท่องเที่ยวเดินป่าต่างๆ หรือสวนผัก ผลไม้ ที่เป็นออร์แกนิกส์ และก็ได้แวะมาทานอาหารเหนืออร่อยๆ ใครกำลังแพลนไปเที่ยวเขาใหญ่ต้องไปลอง

การเดินทางมา เฮือนแม่ญิ๋ง เขาใหญ่ by ควีนส์ออฟเบเกอรี่ ในวันนี้ Toptotravel รู้สึกดีมากๆ ที่ได้เห็นความตั้งใจ ของคุณนพลักษณ์ ทัศน์ธนาวัฒน์ในการรังสรรค์แต่ละเมนู รวมถึงมีอีกหลายอย่างที่ทำเองกับมือร่วมกับเชฟนี่แหละร้านที่อยากให้ทุกคนมา รับรองว่าถ้าได้มาสัมผัสบรรยากาศสไตล์โฮมมี่ที่นี่แล้ว คุณคงอยากนั่งนานๆ แทบไม่อยากกลับอย่างแน่นอน

Queen of Bakery at Khaoyai
72 Moo 4 Thanarat Road, Moo-si อำเภอปากช่อง นครราชสีมา 30130
พิกัด: ติดถนนธนะรัชต์ กม.ที่18 ตรงข้ามร้านอาหาร Roma
☎062-545-2354

https://www.facebook.com/pages/category/Bakery/Queen-of-Bakery-At-Khao-Yai-109506723965261/

คุณเบนเนท ชาง ผู้บริหารโรงแรม สยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา (Siam Bayshore Resort Pattaya)

วันหยุดที่ผ่านมา หลายคนได้ไปเที่ยวกับครอบครัว หรือไม่ก็หากิจกรรมสนุก ๆ Toptotravel อยู่ที่ โรงแรม สยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา (Siam Bayshore Resort Pattaya) มีโอกาสพบกับ คุณเบนเนท ชาง(Bennet Chang) Genral Manager ผู้บริหารโรงแรมยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา ชวนมาทำวันธรรมดาๆ ให้เป็นวันหยุดพักผ่อนที่แสนพิเศษกันที่โรงแรม สยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา

…..ที่นี่ Siam Bayshore พร้อมที่จะตอบโจทย์ในทุกๆ ความต้องการ ผมอยากเห็นทุกคนมีความสุข โรงแรมตระหนักถึงศักยภาพของตัวเองในการส่งต่อความสุข ไปยังสิ่งแวดล้อมร่มรื่นของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว เหมาะมากกับการพาร่างกายมาชาร์จพลังในช่วงวันหยุด ไปยังคนรอบตัวพบกับความสะดวกสบายและการบริการอย่างมีระดับ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักที่มีให้เลือกหลากหลายประเภท เพราะที่นี่เป็นเพียงโรงแรมเดียวในพัทยาชื่อเสียงมาอย่างยาวนานมากกว่า 40 ปี อยากได้อะไรมีเซอร์ไพรส์น่ารักให้เสมอแจ้งมาเลยโรงแรมจัดให้

เบนเนท ชาง (Bennet Chang)
General Manager Siam Bayshore Resort Pattaya

โรงแรม Siam Bayshore Resort Pattaya เป็นโรงแรมในเครือ A Sukosol Hotel มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน บนเนื้อที่ 45 ไร่ โรงแรม 5 ดาว ที่มีความเป็นส่วนตัว
ร่มรื่นโรงแรมติดท่าเรือแหลมบาลีฮาย สะดวกมากถ้าต้องการเดินทางไปเที่ยวเกาะล้านหรือลงมาเดินเล่นจากโรงแรม ใกล้บริเวณถนนคนเดิน สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหรูผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอันทันสมัยกับความงดงามเอกลักษณ์ของความเป็นไทยแบบเอเชียอย่างลงตัว ราคาคุ้มค่ากับความหรูหรา สะดวกสบาย

✅️ เดินทางสะดวกที่จอดรถกว้างขวาง
✅️ ที่พักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
✅️ บรรยากาศดี สวนสวย สระว่ายน้ำใหญ่ ชิวๆ วิวทะเล
✅️ อาหารอร่อย โปรโมชั่นเยอะ
พนักงานทุกแผนก ให้การต้อนรับคุณอย่างอบอุ่น ยินดีต้อนรับ ทั้งลูกค้าทั่วไป ลูกค้ากลุ่มสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรโอกาสพิเศษต่างๆ

ห้องพักสะอาด และกว้างขวาง ทุกห้องมีวิวจากระเบียง แบ่งโซนห้องพัก ออกเป็น 2 โซน ทุกห้องมีขนาดใกล้เคียงกัน (ประมาณ 35-37 ตรม.)
Ocean Wing Building
ประกอบไปด้วยห้องพัก
53 ห้อง

  • Deluxe Suite 8 ห้อง
    -ห้อง Executive Deluxe 30 ห้อง
  • ห้อง Ocean Deluxe
    15 ห้อง

Garden Wing (มีห้องพัก 2 ประเภท) คือ

  • Tropical Deluxe Pool view 54 ห้อง
  • Tropical Deluxe Garden 160 ห้อง

ยังมีบ้านพัก Siam Villa อีก 1 หลัง เป็น private zone อยู่บริเวณข้างๆ สระว่ายน้ำ Garden pool บ้านพักมีห้องพักขนาดใหญ่ 2 ห้อง และห้องเล็ก 2 ห้อง มีบริเวณห้องนั่งเล่น ครัวขนาดเล็ก และมีสระ จากุซซี อยู่ภายในวิลล่าด้วย

สระว่ายน้ำ จำนวน 2 สระ
(สระขนาดใหญ่ Garden pool อยู่บริเวณ Garden Wing มีสไลเดอร์สำหรับเด็กขนาดใหญ่ให้บริการ)

Beach pool อยู่บริเวณด้านหน้าหาด ฝั่งตรงข้ามกับ Ocean wing บริเวณนี้สามารถจัดงานปาตี้ริมสระน้ำได้ ในบรรยากาศริมทะเล
นอกจากนี้….ยังมี สนามเทนนิส ( ขนาดมาตรฐาน 4 คอร์ท )
เปิดบริการตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. (ทุกวัน)

ห้องอาหาร ซันไรส์ ซันเซท ตั้งอยู่บริเวณล็อบบี้ของทางโรงแรม
ให้บริการแบบ All Day Dining ถือว่าเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม
Western Cuisine ที่ห้องอาหาร SUNRISE SUNSET กับ 3 เมนูพิเศษสุด (Chef Recommendation)

3 เมนูพิเศษสุด (Chef Recommendation)***
ซีซ่าสลัด
ขนมปังฝรั่งเศสคลับแซนด์วิช
พิซซ่าหน้ามะม่วง
  1. Mango Pizza พิซซ่าหน้ามะม่วง
  2. Caesar Salad ซีซ่าสลัด
  3. Barguette Club sandwiches ขนมปังฝรั่งเศสคลับแซนด์วิช
    แต่ละเมนูที่เราสั่งมาวันนี้ บอกเลยว่ารสชาติอร่อยมากๆ
มะม่วงปั่น และ น้ำมะพร้าวสด

Beverage แนะนำเครื่องดื่ม Mango smoothies มะม่วงปั่น และ Coconut น้ำมะพร้าวสดจากลูก

High Tea set + twinning tea THB 390 net
High Tea set + twinning tea (กรณีำม่ดื่มชา สามารถเปลี่ยนเป็นกาแฟได้)

รื่นรมย์ยามบ่ายด้วย มูนเค้ก อาฟเตอร์นูน ที จิบชาชั้นดีเคียงคู่ขนม High Tea set + twinning tea THB 390 net จิบน้ำชายามบ่ายพร้อมของว่างแสนอร่อยกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ชุดน้ำชายามบ่าย “อาฟเตอร์นูน ที”

พร้อมให้บริการที่ห้องอาหาร SunRise SunSet Restaurant เริ่มไลน์ตั้งแต่ 06.00-11.00 น. เป็นห้องอาหารสไตล์ all day dining เปิดบริการทั้งวัน

ซีฟู้ด บาบีคิว บุฟเฟต์ ทานแบบไม่อั้นกับบรรยากาศริมทะเล ณ โรงแรมสยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ต พัทยาใครเป็นสายบุฟเฟ่ต์นานาชาติ เราบอกเลยว่าพลาดไม่ได้! กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม สำหรับบุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ดไนท์ จัดเต็มกับขบวนอาหารทะเลสดใหม่คุณภาพเยี่ยมทั้ง อาหารไทย, อาหารจีน,อาหารญี่ปุ่น และอีกเพียบ! รวมไว้ในที่เดียว สั่งได้เติมแบบไม่อั้น นั่งทานสบายๆ กับวิวทะเลอันงดงาม ด้านหน้าหาดแหลมบาลีฮาย ภายในโรงแรมสยามเบย์ชอร์ รีสอร์ทเพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลย่าง เนื้อหวานฉ่ำ อาหารเอเชีย สลัด อาหารนานาชาติ เย้ายวนใจด้วยของหวานอีกมากมาย และเครื่องดื่มเย็นฉ่ำชื่นใจ

BBQ Buffet at Bali-Hai by the sea
ราคา/ 777 THB/Net

Siam BayShore PATTAYA
โทรศัพท์ จองได้ที่ 038 428 678
Line ID : @siambayshore
http://www.siambayshorepattaya.com/
https://www.facebook.com/SiamBayshorePattaya

#siambayshoreresort #pattaya #relaxgarden #tropicalgarden
#garden #swimmingpool #Toptotravel

คุยเรื่องท่องเที่ยวไทยหลังโควิด กับ อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์ จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา

โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา

วันนี้ทีมงาน Toptptravel อยู่ที่ Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว ได้รับเกียรติ คุยเรื่องท่องเที่ยวไทยในโลกหลังโควิด กับ อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์ จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา เนื่องจากปัจจุบัน ยังไม่มีจีเอ็มโรงแรมเดอะเบย์วิว พัทยา ก็จึงดูแลทั้งสองที่ ซึ่งโรงแรมเวฟพัทยา เป็นโรงแรมในเครือของกลุ่มสุโกศล มีคุณกมลา สุโกศล เป็น owner คุณมาริสา บริหารเรื่อง Operation การตกแต่งเป็นอาร์ตเดคโค การตกแต่งเป็นไมอามี่ สไตล์แบบชิคๆแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเนื่องจากว่าเจ้าของอยากมีอะไรที่แปลกใหม่ มีสไตล์ ของเราสี่โรงแรมที่ผ่านมาจะออกแนวคอนเทมโพรารี่บ้าง แบบไทยบ้าง จะมี The Siam เริ่มเป็นไทยแต่การตกแต่งเป็นอาร์ตเดคโค ของโรงแรมเวฟ เป็นน้องเล็กสุด เหมือนเป็นน้องเล็ก ของเดอะสยาม โดยคุณน้อย วงพรู เป็นคนนำของตกแต่งเข้ามาของเก่า Retro, Antique สะสมที่หาดูได้ยาก และคุณน้อยแฮปปี้ที่เข้ามาทำตรงนี้

Wave Hotel Pattaya

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อายุ 40 ขึ้นตอนแรกเราคิดว่าเป็นวัยรุ่น 25-35 คนทำงาน ปรากฏว่าเปิดมา 6 เดือน กลายเป็นแขกผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบความเงียบและความเป็นส่วนตัว และน้องๆก็จะดูแลคล้ายๆ บัดเลอร์ เราช่วยเหลือหมด ลูกค้าแต่ละคนก็จะกลับมาหลายครั้ง จะมาซ้ำไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง ช่วงนี้เมืองไม่มีเทสแอนด์โก พร้อมบินมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างกลับมามากแล้ว ของเวฟมี 18 ห้อง 3 สวีทซ์ ที่เป็นทไวไรซ์สวีทว์ 3 ห้องและห้องซันเซต 15 ห้อง ทั้งหมดทุกห้องจะเป็นวิวทะลทั้งหมด และไซส์ห้อง 45 ห้อง ใช้โทนสีพาสเทล เรียกว่า สีทิฟฟานี่บลู คือมาทันช่วงที่กำลังฮิต โรงแรมสร้างเสร็จพอดี รถคาดิแลค ที่จอดอยู่ด้านหน้าของโรงแรม ที่เป็นที่มาของชื่อของห้องอาหาร cadillac ของโรงแรม เวฟ ถือว่าเป็นไอเดียของคุณสุกี้ สุโกศล ทางไมอามี่จะมีรถจอดหน้าโรงแรม
เราจอดข้างนอกไม่ได้ จึงเข้ามาจอดหน้าตึกในรั้ว ห้องอาหารคาดิแลค คาเฟ่ เสริฟอาหารไทย เม็กซิกัน อเมริกัน เชฟอำนาจ เป็นคนสร้างสรรเมนูหรือบางอย่างที่ลูกค้าดูแล้วทานไม่ได้ก็สามารถบอกเชฟได้ เชฟเมดทูออเดอร์ ลูกค้าต้องการทานแบบไหน ทางเชฟดูแลให้อย่างเต็มที่

เสริฟอาหารเช้าแบบ A La Carte

โดยเฉพาะกับอาหารเช้าที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของการเข้ามาพักที่นี่ ถือเป็นสิ่งที่ซัพพอร์ตโรงแรม เพราะจุดเด่นของโรงแรม คือ หนึ่งสไตล์ของโรงแรม สองการบริการ สามอาหารเช้า เสริฟเป็น A La Carte ลูกค้าสามารถสั่งได้ all u can eat จนกว่าคุณจะอิ่ม และอาหารสวยงามทุกจานด้วยความใส่ใจใส่รายละเอียดและอร่อย ทำสดๆใหม่ ๆ ทำเสร็จก็เสริฟเลย ลูกค้าแฮปปี้กับอาหารเช้าของเรามาก เขามาที่ห้องพักเช็คอินขึ้นไปลูกค้าส่วนใหญ่ชอบอยู่ในห้อง เงียบสงบนอนดูทะเล ก็ค่อนข้างชอบ

คุณนิ่ม กล่าวต่อว่า “ตอนนี้เปิดเมืองพัทยา คึกคักมากขึ้น จากเดิมเมื่อสองปีที่แล้วมีแขกวันละ 10-20 ห้อง บรรยากาศก็จะเศร้าเหงาหงอย คนละเรื่องกับทุกวันนี้ แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่มีการเปิดเมือง เราเห็นนักท่องเที่ยวกลับมแทบจะเหมือนเดิม แต่ราคาเรานยังไม่สูงเท่าแต่ก่อนก็จะค่อยๆปรับไปด้านตลาดคนไทย เราจะให้ความสนใจตรงนี้เพราะเป็นตลาดเดียวที่สนับสนุนเราช่วงโควิด รวมถึงคุณกมลาย้ำเสมอว่าต้องดูแลคนไทย เพราะเกิดอะไรขึ้นคนไทยก็ยังเที่ยวในบ้านของเขา พอวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์โควิด -19 เขาก็มาจริงๆ แล้วก็สนับสนุนเรา
ในส่วนของพนักงานตั้งแต่โควิดเข้ามา จาก 100 กว่านิดๆ ก็เหลือ 90 กว่าชีวิต ตรงนี้เราร่อนละ ทุกคนอดทน และรักที่นี่เพราะคุณกมลา ท่านดูแลเราดีมาก ทั้งหมดเรามี 3 โรงแรมในเมืองพัทยา โรงแรมสยามเบย์ชอว์ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา โรงแรมเวฟ สามโรงแรมนี้เราก็จะเกาะกลุ่มกัน หากรร.นี้ไม่พอก็จะมีการช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะแผนกจัดเลี้ยง

ในช่วงโควิดที่ผ่านมา การทำงานที่นี่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้รับความไว้วางใจในการตัดสินใจเป็นของตัวเองหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มเข้ามาในไทย สิ่งแรกที่ต้องมีคือสติ คิดและพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นรวมทั้งแนวโน้มที่จะตามมาในอนาคต ฅเริ่มจากการตั้งสติ ยอมรับในสิ่งที่มันเป็นก่อน และดูว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นอย่างไร สถานการณ์ที่เป็นอยู่เป็นอย่างไร และสถานการณ์มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร แล้วเรามาดูว่าเราพอจะหาวิธีรองรับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้นที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น

ในช่วงนั้น เราเคยส่งพนักงานไปซัพพอร์ตที่กรุงเทพฯ เพราะที่กรุงเทพฯเปิดให้บริการก่อน โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศตอนนี้เริ่มกลับมาคึกคักแล้ว ช่วงโควิด-19 วีคเดย์แทบจำนวนลูกค้าซีโร่ โรงแรมมีลูกค้าเพียงวันเสาร์วันเดียวที่เป็นคนไทย พอเปิดเมืองปุ๊บตัวเลขเริ่มขึ้น บรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน พนักงานดีใจมาก คำว่าเหนื่อยไม่มีในสมองเลย นึกถึงว่าวันที่โรงแรมปิดไปสามเดือน อยู่แบบเงียบเหงา ซึ่งเคยมีแขกเต็มตลอดเวลา ถึงเวลานี้ดีใจมาก ลูกค้ามาเท่าไหร่ทีมงานยินดีต้อนรับ ทุกคนช่วยกันดูแลจนได้รับคำชมเชยมากมาย และในต้นเดือนที่ผ่านมา เพิ่งเปิดไปไม่นาน ผลตอบรับค่อนข้างดีมากๆ โดยมีกลุ่มลูกค้าคนไทย 75 % ต่างชาติ 25% คิดว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ โควิดไม่ได้มีผลอะไร ตลาดน่าจะกลับมาเร็วขึ้น พัทยาจะเฟื่องฟูเหมือนเดิม

“อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน นิ่ม เป็นหนึ่งในนามผู้ประกอบการในเมืองพัทยา มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องปรับตัว หาแนวทางสร้างรายได้ที่แตกต่างจากในอดีต พัทยามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือไนท์ไลฟ์ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ สถาปัตยกรรมต่างๆ สวนน้ำ คาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ ต้องมานะคะ พัทยาตอนนี้เปิดเมืองแล้วอย่าลืมกลับมาเที่ยวพัทยานะคะ” -คุณนิ่ม กล่าวในตอนท้าย

Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว มีห้องพักทั้งหมด 18 ห้อง สอง Room Type Sunset Room และ Twilight Room ตัวโรงแรมจะหันหน้าออกสู่ชายหาดพัทยากลาง ตกแต่งในสไตล์ไมอามี่ ผสมกับความเป็นไทย มีการเล่นสีสันโรงแรมให้ออกมาโมเดิร์นๆ อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือ ทุกห้องพักจะหันหน้าเข้าหาทะเล ทำให้เห็นวิวของทะเล และ Streetของเมืองพัทยาได้อย่างชัดเจนข้างๆล้อบบี้ มีสระว่ายน้ำ และบาร์เล็กๆ ให้ได้นั่งพักผ่อน สบายๆ มีห้องอาหาร Cadillac Cafe & Bar ตั้งอยู่ด้านหน้าของโรงแรม สามารถนั่งได้ทั้งโซน Indoor และ Outdoor มีเมนูอาหารก็มีทั้ง ไทย นานาชาติ ให้เลือกและห้องอาหาร สำหรับดินเนอร์ชั้นบนสุดของโรงแรม สามารถมองเห็นบรรยากาศยามเย็นของเมืองพัทยาได้อย่างถนัดตา

โรงแรมเวฟ พัทยา
310/2 ถนนเลียบชายหาด พัทยา ชลบุรี 20150 ประเทศไทย
Facebook : https://www.facebook.com/WaveHotelPattaya/
เบอร์โทรศัพท์ : 038 410 577

สูดกลิ่นไอทะเลพร้อมวิวทะเล โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา
โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดพัทยาและมองเห็นวิวทะเลงดงาม โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา ยังเงียบสงบ หลบหลีกความวุ่นวายจากริมถนนเลียบหาดพักผ่อนอย่างแท้จริง และสัมผัสการบริการแบบไทยระดับเฟิร์สคลาส พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของโรงแรมฯ ที่ตกแต่งดีไซน์ทันสมัย และได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีชีวิตชีวา สุขสบายในวันหยุดภายในห้องพัก สีสันสดใส พร้อมเตียงขนาดคิงไซส์ หรือเตียงคู่ เฉพาะห้องที่เป็นเตียงขนาดคิงไซส์สามารถขอเตียงเสริมเพิ่มได้ และประทับใจไม่รู้ลืมกับระเบียงส่วนตัวที่ให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของทะเลเมืองพัทยา ห้องประเภทต่าง ๆ
DELUXE GARDEN VIEW
ห้องดีลักซ์ พูลวิว
ห้องดีลักซ์ ซิตี้วิว
ห้องดีลักซ์ ซีวิว
2-BEDROOM FAMILY STUDIO
ห้องธีมสวีท
ห้องสยามสวีท
ห้องดีลักซ์ สวีท

พักผ่อนและรื่นรมย์ไปกับอาหารรสชาติเลิศ ท่ามหลางบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวภายในห้องพัก พบกับเมนูมากมายหลากสไตล์ทั้งไทยและเทศให้ท่านได้เลือกสรร ถ้าไม่มีในเมนู กรุณาแจ้งเราได้เลย เชฟมืออาชีพของเราพร้อมให้บริการทุกเมื่อ เปิดบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

THE BAYVIEW
310/2 Beach Road, Pattaya City Cholburi, 20150, Thailand
Bangkok Sales Office : +66 2 247 0123
Phone : +66 38 423 877 or +66 38 710 513
Email : thebayview@sukosolhotels.com

ร้านอาหารอิตาเลียน บูโอนิชชิโม Buonissimo โดยเชฟอดอล์โฟ ฟาซิน อดีตวิศวกร

Toptotravel อยู่ที่ร้านอาหาร Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน เพื่อนชาวอิตาลีคนนี้มีอัธยาศัยที่ดี เช่นเดียวกับชาวอิตาลีคนอื่นๆ เมื่อมาถึงด้านในร้าน สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร้านเหมือนบ้านน่ารักดูอบอุ่น ชวนให้มานั่งกินอาหาร ส่วนด้านในร้านเป็นห้องแอร์
ถูกตกแต่งอย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ มีโต๊ะเก้าอี้นั่งหลายรูปแบบ หลากหลายมุมให้
เลือกนั่งตามชอบใจ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ แบบเป็นกันเอง

“Mattia” ผู้จัดการร้าน
“Carlo” นักดนตรีชาวอิตาลี
“Mattia” ผู้จัดการร้าน และเจ้าของร้าน “อดอล์โฟ”

“Mattia” ผู้จัดการร้าน คนเวนิสบ้านเดียวกับเจ้าของร้าน “อดอล์โฟ” เวนิสเมืองสุดคลาสสิคแห่งนี้ยังมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง รวมทั้ง “Carlo” นักดนตรีชาวอิตาลี ที่มาอยู่ในเมืองไทย เกือบสิบปี ซึ่งมาโชว์ลีลาแมนโดลินทั้งเพลงไทยและสากล เป็นการเพิ่มเติมบรรยากาศอันอบอุ่นและไม่ว่าจะเป็นอาหารจากชนชาติใด ต้นทางของวัตถุดิบมีความสำคัญเสมอ อาหารของแต่ละประเทศใช้การผสมผสานศิลปะและภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นเข้าไป  เมื่อทุกอย่างรวมตัวกันภายใต้คำว่า “ความตั้งใจ” กลายเป็นอาหารจานพิเศษ

การทำอาหาร และนำเสนออาหารเมนูพิเศษต้นตำรับเวนิส จึงกลายเป็นการแสดงออกถึงความรักความห่วงใย ปรุงเมนูอิตาเลียนแบบที่ทั้งต้นตำรับและโฮมเมดได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังไม่หนักท้องจนเกินไป เชฟหลายคนมีเมนูในความทรงจำท่ามกลางบรรยากาศในวัยเยาว์ที่ยังอบอุ่นเสมอ เช่นเดียวกับเขา
อดอล์โฟฟาซิน (Adolfo Faccin) ชาวอิตาลีรูปหล่อและอารมณ์ดี เจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน Buonissimo (บูโอนิชชิโม)

อดอล์โฟ ฟาซิน อดีตวิศวกร เขาเป็นนักชิมตัวยง การทำอาหารเป็นงานอดิเรกของเขา เขาอยู่ในเมืองไทยมาประมาณ 30 ปี และมีประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพมาก่อน จนในช่วงโควิด-19 เขาได้มาพบพื้นที่เปิดร้านแห่งใหม่ ในซอยศรีด่าน 6 ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยพบว่า มีตึกที่สามารถเปิดร้านขนาดใหญ่กำลังดี เข้าซอยเพียง 100 เมตร เป็นทำเลที่กำลังได้รับการพัฒนาจากโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างในปัจจุบัน 2565

ปลายปี 2020 Buonissimo ถือกำเนิดขึ้นในย่านแห่งนี้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองชัดเจน แม้จะห่างไกลใจกลางกรุง ไม่ใช่แหล่งที่มีชาวต่างชาติที่คึกคักมากนัก เริ่มต้นสี่เดือนแรกหลังจากทดลองตลาดเดลิเวอรี่ เขาพบว่าคนไทย กับ พิซซ่า ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลกันเลย โดยเฉพาะพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ แป้งบางกรอบนอกนุ่มใน ใช้วัตถุดิบอย่างดี นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ เทียบแล้วถูกกว่าแบรนด์ใหญ่ในตลาดเสียด้วยซ้ำ ทำให้การเปิดตัวในตอนนั้นมีผลตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันทางร้านขายพิซซ่าชนิดต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ได้กว่า 600 ถาดต่อเดือน

อดอล์โฟ ฟาซิน เล่าว่า วัตถุดิบมีส่วนสำคัญมากสำหรับอาหารอิตาเลียนสร้างสรรค์อาหารจานพิเศษ หลายอย่างจึงต้องอาศัยการนำเข้าจาก อิตาลี ไม่ว่าจะเป็นชีส ไส้กรอก พริก แองโชวี่ ฯลฯ รู้สึกเหมือนได้มากินอาหารบ้านเพื่อน ขณะที่หัวใจรักในการทำอาหาร เป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวเขาตลอดเวลา 30 ปีที่อยู่ในเมืองไทย อดอล์โฟ มีภรรยาชาวไทย เขาเองชอบกินอาหารไทย และอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจากความตั้งใจของ อดอล์โฟ เช่นกัน สำหรับอาหารของที่นี่อย่างที่บอกว่าโดดเด่นด้วยพิซซ่าโฮมเมดแบบเตาฟืน โดยมี อดอล์ฟ ฟาซิน (Adolfo Faccin) ผู้ซึ่งเป็นทั้งเชฟมากฝีมือและเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งในวันนี้ อดอล์ฟ ฟาซิน ภูมิใจนำเสนอเมนูจานเด่นที่อยากแนะนำเริ่มต้นที่

สลัดบูราต้าชีส พาร์มาแฮม (BURRATA E PROSCIUTTO DI PARMA) เมนูแรกที่แอบซ่อนความลับแสนอร่อยไว้ภายใน เป็นบูราต้าชีสถุงกลมเนื้อเนียน ด้านในซ่อนชีสครีมนุ่มละมุน  ด้านบนเป็นพาร์มาแฮมเกรดดี ร็อกเก็ตสลัดและมะเขือเทศเชอรี่ เหยาะ บัลซามิก กลิ่นหอม รสอมเปรี้ยวกำลังดี

มิกซ์ บรูสเก็ตต้า (MIXED BRUSCHETTA) ขนมปังโฮมเมด ทำจากแป้งสาลีคาร์โบไฮเดรตต่ำ สดใหม่ทุกวัน  นำมาปิ้งและท้อปปิ้งสไตล์อิตาเลียนที่สามารถเลือกหน้าได้ถึง 5 ชิ้น 5 แบบ จากสิบกว่ารายการ

SAUTE AI FRUTTI DI MARE

ซีฟู้ดซุปไวท์ไวน์ซอส (SAUTE AI FRUTTI DI MARE ) ซุปรสชาติหอมละมุน ด้วยความสดจากอาหารทะเล ทั้งกุ้ง หอย และปลาหมึก หอมกลิ่นกระเทียมและพาร์สลีย์รสชาติเข้มข้น อร่อยมาก

พาสต้าโฮมเมด ทางร้านมีพาสต้าหลายแบบให้เลือก ปรุงได้หลากหลายเมนู
ในวันนี้มี 3 เมนูมาแนะนำ

พาสต้ากุ้งและซูกินี่ (GAMBERI E ZUCCHINE) ใช้เส้นพาสต้าทาญเลียเตลเล่ (TAGLIATELLE) ผัดกับมะเขือเทศเชอรี่และซูกินี่ แต่ความกรุบกรอบต่างกัน เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี

(PUTTANESCA PICCANTE

ราวิโอนี่ครีมซอสเห็ดไส้กรอกอิตาเลียน (BOSCAIOLA) พาสต้าราวิโอลี่ (RAVIOLI) ลักษณะคล้ายเกี๊ยวรูปสี่เหลี่ยม ตัวราวิโอลี่นุ่มหนึบกำลังดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป ซอสครีมหอมละมุน เมื่อกัดเข้าไปในไส้ชีสด้านในแป้งยิ่งทำให้ได้สัมผัสรสที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง

พาสต้าไส้ผักโขมและแองโชวี่ (PUTTANESCA PICCANTE ) จานนี้จะมีรสเข้มข้น จากส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ แองโชวี่ และมะกอกดำ แสดงถึงความพิถีพิถันในการรังสรรค์อาหารสไตล์อิตาลี ในรสชาติที่นักชิมเข้าถึงได้

FILETTO DI BRANZINO SERVITO CON SALSA AL LIMONE

เสต็กเนื้อปลากะพง เลม่อนซอส” (FILETTO DI BRANZINO SERVITO CON SALSA AL LIMONE) เมนูที่คุ้นลิ้นของคนไทย  ด้วยกรรมวิธีที่ไม่ทำให้เสียรสชาติปลามากเกินไป ดูภายนอกเนื้อปลาจึงดูเสมือนไร้การปรุงแต่ง แต่ลองได้ชิมแล้ว จะมีรสเค็มมาเสริมแต่งความสดของเนื้อปลาที่มีความหวานในตัว เมื่อราดเลม่อนซอสสัมผัสที่แตกต่าง

มาถึงเมนูเด็ดที่คนไทยคุ้นเคยอย่างพิซซ่า วัตถุดิบสูตรพิเศษ แป้งเกรดดี บางเหนียว-นุ่มตัวขอบโป่งฟู อบด้วยเตาฟืน วันนี้เชฟนำเสนอพิซซ่าแบบ 2 หน้า เพื่อจะได้ชิมกันทั้งสองแบบ โดยพิซซ่าสองหน้าจะคิดราคาตามหน้าที่แพงกว่าพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาลี ใช้เวลาเพียงไม่ 1-2นาที หอมกรุ่นออกจากเตา วางลงเพื่อเติมรสชาติบางอย่าง วันนี้ครึ่งหนึ่งเป็น พิซซ่า “ดิอาโวล่า” (DIAVOLA) ชื่อ DIAVOLA ภาษาอิตาลีมาจาก “Devil” หมายถึงปีศาจ เป็นที่มาของพิซซ่าปีศาจ ที่มีรสร้อนแรงจากซาลามี่รสเผ็ด เมื่ออบเสร็จแล้วเหยาะด้วยน้ำมันพริก ให้ความเผ็ดร้อนกำลังดี เป็นอีกเมนูที่คนไทยชอบมากๆ มาเจอพิซซ่าร้านนี้เพราะเพื่อนแนะนำ ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมมี่ที่เสิร์ฟเมนูแป้งพิซซ่า เหนียวนุ่ม ขึ้นรูปกันสดๆ พิซซ่าโฮมเมดรสดี ที่นี่นวดแป้งแบบสดใหม่ ทำพิซซ่าแบบถาดต่อถาดเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ หอมกรุ่นจากเตา นำเข้าเตาอบที่ส่งตรงมาจากอิตาลีโดยตรง และที่สำคัญพิซซาแป้งบาง ต้องทานตอนอบเสร็จ ออกจากเตาแล้วทันทีอร่อยมากๆ

บูโอนิชชิโม (BUONISSIMO) ซิกเนเจอร์ของทางร้าน พิซซ่าโฮมเมดรสดีหน้าชีส แฮมเห็ด ซาลามี พริกหวาน และมะกอกดำ ถาดใหญ่จัดเต็ม  แป้งเนื้อนุ่มหนึบได้ที่ กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังได้กลิ่นหอมกลิ่นเตาถ่าน ผสานกับรสชาติของวัตถุดิบที่อร่อยลงตัว

SEMIFREDDO

ปิดท้ายที่ของหวานด้วยเมนูของหวานสไตล์อิตาลีที่ทางร้านตั้งใจนำเสนอ เซมิเฟรโด (SEMIFREDDO) เป็นของหวานสไตล์อิตาเลียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์แบบ Half Cold หรือเย็นครึ่ง ๆ ตัวขนมเหมือนมูสแช่แข็ง แต่มีความฉ่ำนุ่มละมุนคล้ายไอศกรีม นำเสนอมาในรสกาแฟอ่อน ๆ ตัดกับความกรอบของเนื้อคุ้กกี้เล็ก ๆ หวานเย็นชื่นใจ

CANOLI WITH ICE CREAM TOPPING

อีกเมนูชื่อว่า CANNOLI (CANOLI WITH ICE CREAM TOPPING) คาโนลี เป็นขนมแป้งทอดสไตล์อิตาเลียน ตัวแป้งจะกรอบมากภายในอัดแน่นไปด้วยครีมชีสรีคอตต้ารสหวาน เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีม โรยช็อกโกแลต เป็นของหวานที่ชวนฝัน เชฟบอกว่าไม่นิยมตัดด้วยช้อน ให้ใช้มือยกขึ้นมาเข้าปากได้เลยจะได้รสชาติเต็ม ๆ

Homemade Orange Balsamic Reduction

ทางร้านยังมีสินค้าจากภูมิปัญญาของชาวอิตาลี Homemade Orange Balsamic Reduction ความหลงใหลในวัตถุดิบจากอิตาลี บัลซามิกที่ผ่านการหมักอย่างดี เปรี้ยวกลมกล่อม ใครได้ชิมแล้วก็อยากจะซื้อกลับไปเหยาะสลัดหรือปรุงอาหารที่บ้าน

ใครที่เป็นแฟนอาหารอิตาเลี่ยน คงพอจะคุ้นเคยกับ Pizza เราเคยคิดว่าถ้ากินพิซซ่าแป้งหนาๆ เดี๋ยวกินไม่หมดถาด โดยเฉพาะ ถ้าได้ลอง พิซซ่ากินแบบบางอร่อยกว่าแบบหนา พิซซ่าและหลายๆ อย่างในบ้านเรา พิซซ่าที่นี่ความอร่อยที่แตกต่าง ทำให้รสชาติของพิซซ่าอร่อยแบบสูตรดั้งเดิม ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่าง แวะมาเปลี่ยนบรรยากาศพาคนสนิทหรือครอบครัวไปกินข้าวในคืนวันพิเศษ แนะนำให้ไปลองชิมกันได้

ร้านอาหารอิตาเลียน บูโอนิชชิโม
Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria
เลขที่ 29/8 ซอยศรีด่าน 6 (เข้าซอยเพียง 100 เมตร)
ถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
เปิดให้บริการ 11.00-22.00 น.
(มีดนตรีสดทุกคืนวันศุกร์และโอกาสพิเศษ)
บริการเดลิเวอรี่ ROBINHOOD, GRAB และ LINEMAN

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งที่
Facebook/ Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria
LINE/IG @buonissimo.bkk
โทร.096 370 0749 หรือ 02 0044741

#ร้านอาหารอาหารอิตาเลียน #บูโอนิชชิโม #Buonissimo