Category Archives: Interview

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ ดื่มด่ำวิถีระยอง ในมุมมองน่ารัก

สไลว์ไลฟ์ริมชายหาด  อัศจรรย์ป่าชายเลน เดินเล่นสวนไม้หอม

ความเร่งรีบกดดันในแต่ละวัน อาจทำให้คนเราสะสมความเครียดไว้โดยไม่รู้ตัว ทางออกที่ดีคือการได้หยุดพักผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ พาตัวเองออกไปพบเจอกับมุมมองที่โล่ง โปร่ง สบายตา พร้อมเติมเต็มแรงบันดาลใจจากผู้คนรอบข้าง อย่างที่จังหวัดระยอง แม้จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ก็มีมุมสโลว์ไลฟ์ให้เลือกชิลอยู่หลายจุด ภายใต้บรรยากาศของท้องทะเลชายฝั่ง ที่ยังคงความเงียบสงบ

โครงการ Refresh life …by the wayไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำชวนออกเดินทางไปผ่อนคลายในมุมที่น่าชื่นตาชื่นใจ ในจังหวัดระยอง ขับรถออกจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร ก็จะได้พักสายตาไปกับชายหาดที่ทอดยาว ไล่เรียงตั้งแต่หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ ไปถึงหาดสุชาดา โดดเด่นด้วยโค้งเว้าของแนวกำแพงหินที่สร้างไว้เพื่อป้องกันการกัดเซาะของชายฝั่ง และทำให้การลงเล่นน้ำเป็นไปอย่างปลอดภัย เรียงรายด้วยที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ผสมผสานเรื่องราวของวิถีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย

หาด Coffee Truck เพียงแรกพบก็ตกหลุมรัก

                ประโยคที่ว่า “อยากไปนั่งโง่ ๆ ริมทะเล” แม้จะออกแนวประชดประชัน แต่สะท้อนภาพความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี การได้นั่งเฉย ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องคิดกังวลใด ๆ กลายเป็นเทรนด์ฮิตบนชายหาดแหลมเจริญ บรรดา Food Truck และ Coffee Truck พร้อมบูทจำหน่ายสินค้าและอาหารแบบดั้งเดิม เรียงรายไปตลอดทาง แต่ก็ทิ้งระยะห่างเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ทุกคนได้สัมผัส

                ที่โดดเด่นมากในตอนนี้คือบรรดา Coffee Truck คาเฟ่เคลื่อนที่สไตล์มินิมอล ให้บริการกาแฟและเครื่องดื่มแบบต่าง ๆ มาพร้อมสไตล์ของตัวเอง เป็นสีสันใหม่ของการนั่งเล่นริมชายหาด นอกจากเมนูเด็ดของแต่ละร้านแล้ว การเลือกเก้าอี้ชายหาดเก๋ ๆ มาให้บริการฟรีสำหรับลูกค้า เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและชาวระยอง เข้ามานั่งเล่นกันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือจะฉายเดี่ยว ต่างก็นั่งหันหน้าทิ้งสายตาไปกับทะเลกว้าง นับเป็นบรรยากาศการพักผ่อนที่ดีต่อใจสุด ๆ

วิถีชาวเล กลุ่มประมงพื้นบ้านตำบลปากน้ำ

บริเวณชายหาดแหลมเจริญ เป็นที่ตั้งของชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ภาพที่ทุกคนจะได้เห็นคือเรื่องราวชีวิตชาวประมงที่ยังคงสืบสานวิถีชีวิตของชาวบ้านชายทะเลที่มีมาอย่างยาวนาน คนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงลูกเด็กเล็กแดง ยังทำประมงพื้นบ้านแบบดั้งเดิม และเต็มไปด้วยเสน่ห์เรียบง่าย อบอุ่นใจเมื่อได้พบเจอ

“ส้ม-กุสุมา ชูทอง ทรัพย์ประเสริฐ”สมาชิกวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยองเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านบริเวณนี้เป็นประมงเรือเล็กพื้นบ้านที่ผูกพันกับทะเลมานานในทุกวันสามีของเธอจะออกไปวางอวนทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันรุ่งขึ้นก็จะออกไปเก็บอวนกันตั้งเช้ามืด จากนั้นเธอและลูก ๆ ก็นำมาคัดเลือกด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ติดอวนมาจะค่อนข้างพัลวัน หากเส้นอวนขาดก็ต้องเสียเวลาซ่อม จึงต้องใช้เวลานาน สมาชิกในบ้านก็ต้องมาช่วยกันทั้งหมด

ผลผลิตที่ได้ก็คละ ๆ กันไป ทั้งปูดำ ปูม้า ปูแป้น หอย ปลา รวมทั้งขยะที่ติดมากับอวน จึงต้องใช้เวลาทำความสะอาดเป็นอย่างดี ก่อนจะนำไปวางในทะเลอีกครั้ง เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน สนใจมาชมแนะนำว่าให้มาประมาณแปดโมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่มีผลผลิตมาก หากต้องการซื้อก็สามารถติดต่อได้ทันที บางเจ้าก็นำไปส่งให้ร้านอาหาร บ้างก็ส่งตลาดในระยอง บางส่วนก็วางขายกันหน้าหาด ในราคาแบบชาวบ้าน และรับประกันความสด นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง หมึกแดดเดียว ฯลฯ วางจำหน่ายริมสองข้างทางบริเวณหน้าหาด

ล่องเพลิน เดินชิล ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ

ระยองเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ที่จับต้องได้ไม่ยาก จากเอกลักษณ์ของตัวเมืองที่ติดทะเล โดดเด่นด้วยทรัพยากรอันสมบูรณ์ ชื่นตาชื่นใจจากความอลังการของผืนป่าชายเลนขนาดใหญ่ขนาด 500 ไร่ ครอบคลุม ต.ปากน้ำ และ ต.เนินพระ เป็นผืนป่าที่อยู่คู่เมืองระยองมาอย่างยาวนานประกอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นแสม โกงกาง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากชนิด จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่สำคัญคือสวยงามมาก

ความอลังการของผืนป่ากว้างที่มองได้จากมุมสูง นอกจากการขึ้นหอชมวิวแล้ว สามารถเลือกที่พักริมชายหาดที่มองเห็นผืนป่าได้อย่างอลังการเช่น หาดแสงจันทร์ อันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและที่พักสวยหลายแห่ง รวมทั้ง “โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช ระยอง” ระเบียงของทุกห้องจะมองเห็นความอัศจรรย์ของสองฝั่ง ทั้งฝั่งชายทะเล และฝั่งของคลองที่ลัดเลาะเลียบแนวป่าชายเลน เป็นภาพประทับใจ ท่ามกลางการเข้าพักที่แสนสะดวกสบาย

นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือหรือเดินเล่นบนสะพานเลียบป่าชายเลนระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตรเพื่อชื่นชมความงดงามของ “ป่าในเมือง” หรือทีเรียกกันว่า“ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ” ด้วยความโดดเด่นของเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ ล้อมด้วยป่าชายเลนท่ามกลางอากาศอันบริสุทธิ์สร้างขึ้นตั้งแต่งปี พ.ศ. 2416 เพื่อแสดงให้ผู้ที่เดินเรือรู้ว่ามาถึงระยองแล้ว สามารถเดินล่องเรือหรือขับรถเข้าไปชมได้อย่างสะดวก

กรุ่นกลิ่นกฤษณา กับช่วงเวลาแสนผ่อนคลาย               

เพราะกลิ่นเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความผ่อนคลาย ในเส้นทางเที่ยวระยองครั้งนี้ จึงขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สอดแทรกความรู้เรื่องไม้กฤษณา พร้อมช่วงเวลาอันน่าประทับใจ ในพื้นที่ของ “มีสุข ฟาร์ม” (Mesook Farm)ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง 

“พิกุล กิตติพล”ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาเล่าว่าในพื้นที่กว่า 200 ไร่ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกป่าเบญจพรรณ เช่น ไม้สักยางนา มะค่าโมง มะค่าแต้ รวมทั้งประดู่ กระถินณรงค์ และต้นไผ่กว่า 180  ชนิด นับเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกไม้กฤษณาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปัจจุบันมีการส่งออกไม้ น้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากกฤษณา ไปกว่า 10 ประเทศ

มาแล้วต้องแวะร้านจำหน่ายสินค้า “บ้านมีสุข” มีผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณากว่า 40 ชนิด เช่นธูปปั้น ธูปหอม น้ำมันหอม น้ำหอมระงับกลิ่นกาย โลชั่น แชมพู เซรั่มโฟมล้างหน้า ฯลฯ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาอุดหนุนสินค้า จะได้สัมผัสกับน้องหมาซามอยด์แห่งผืนป่ากฤษณาที่จะร่วมแอคท่าถ่ายรูปกับทุกคน

“มีสุข ฟาร์ม” ยังนำเสนอความสุขของการเข้าพักในสวนป่าที่รายล้อมบึงน้ำขนาดใหญ่  มีบริการทั้งที่พัก และร้านอาหาร “คาเฟ่ มีสุข” ให้บริการอาหารท้องถิ่นเมนูเพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัลเชฟชุมชน พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิดพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันกฤษณาที่ให้ความหอมและผ่อนคลาย อาทิ กาแฟน้ำผึ้ง กฤษณามรกต กฤษณารัญจวน ฯลฯ อิ่มแล้วก็ไปพบกับฐานการเรียนรู้แนวแอดเวนเจอรอีก 14 ฐาน หรือจะออกไปพายเรือ เดินชมน้องควาย น้องแพะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนทุกวัย

               

ใครที่อยากเติมพลังรับพลังธรรมชาติตามศาสตร์ฮวงจุ้ย แนะนำได้เดิมข้าม“สะพานเปี่ยมสุข” และ “สะพานแขวน” ที่ได้รับการยืนยันจากปากของซินแสขาวสิงคโปร์ว่า สายลมที่พัดโชยในผืนป่ากว้าง พร้อมอากาศอันบริสุทธิ์ ถือเป็นแหล่งรับพลังที่ดีมาก

               

ออกไปผ่อนคลายในบรรยากาศอันน่าชื่นใจที่จังหวัดระยอง กับโครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนท่องเที่ยวเมืองไทย ไปซบไหล่ธรรมชาติ รับพลังอันแสนบริสุทธิ์ พร้อมสนับสนุนแง่มุมดี ๆ ให้กับชุมชน ถือเป็นเส้นทางแห่งความสุขและการส่งต่อแรงบันดาลใจ เติมพลังจิตพลังใจก่อนที่จะกลับมาต่อสู่กับงานอีกครั้ง

วิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยอง

กุสุมา ชูทอง

โทร.0824618933

(มีบริการปูนึ่งพร้อมน้ำจิ้ม-หากต้องการเนื้อปูแกะต้องสั่งล่วงหน้า)

ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1  โทร. 038 020 070

ติดต่อเรือ โทร. 095225 7993 (เรือออกช่วงบ่าย ค่าบริการรอบละ 300 บาท นั่งได้ 6 ท่าน)

ททท.สำนักงานระยองโทร : 038 655 420

มีสุขฟาร์ม(ห่างจากตัวเมือง 42 กิโลเมตร)
เปิดบริการทุกวัน : 09.00 – 17.00 น.
โทร.0828987886

(กรุณาติดต่อล่วงหน้า สำหรับกิจกรรมฐานเรียนรู้ และการเข้าชมเป็นหมู่คณะ)

หมอแยม พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร แนวคิดชีวิตคิดบวก บนพื้นฐานความจริง เวิร์คไลฟ์บาลานซ์

Toptotravel มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษมาพบปะพูดคุยกับพบกับ หมอความงาม หมอแยม พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและศาสตร์ชะลอวัย รวมไปถึงการดูแลปัญหาต่างๆ ของร่างกาย และการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ฝีมือและประสบการณ์ของคุณหมอที่ฉีดถือเป็นข้อสำคัญมาก หากคุณหมอไม่เชี่ยวชาญากไม่รู้จักทุกจุด ทุกมุมบนใบหน้าคนไข้แต่ละคน ยากมากที่จะออกมาตามแบบที่ต้องการ

เพื่อเข้ามาช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับหน้าตา ผิวพรรณและบุคลิกภาพ การเสริมความงามก็เป็นศาสตร์ในแขนงหนึ่งทางการแพทย์ หมอจะเป็นด่านแรกในการปรึกษา เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ไม่มีพนักงานขายของ เพื่อประโยชน์ของคนไข้มากที่สุด ทั้งเรื่องของการได้รับผลลัพธ์ทันที และไม่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ” เรียกว่าเป็นนิยามของ หมอแยม หรือ พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร แพทย์ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านความงาม กับการทุ่มเทการรักษาดูแลคนไข้ หรือแม้แต่ผู้ที่เข้ามาปรึกษาด้านความงามไม่ใช่การมุ่งเน้นทำธุรกิจ เป็นบริการครบวงจรตั้งแต่เรื่องผิวหน้า รักษาสิว ฝ้า กระ ปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้า รวมถึงร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ และบริการอื่นๆ

THOMAS CLINIC (โทมัส คลินิก) สถานที่ทำงานของคุณหมอแยม

คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านความงาม คลินิกที่กำลังพูดถึงมีชื่อว่า โทมัสคลินิก ทองหล่อ กรุงเทพ บนชั้น 2 อาคารฟิฟตี้ฟิฟทองหล่อ ติดหน้าถนนทองหล่อ ซอย2 THOMAS CLINIC สถานที่ทำงานของคุณหมอแยม ซึ่งแค่เห็นชื่อคลินิก รู้สึกเห็นถึงความแตกต่างแบบไม่ซ้ำใครแล้ว ยิ่งเดินเข้ามาในคลินิก สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน หมอแยม เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่ตั้งชื่อคลินิกแบบนี้ เพราะลูกค้าส่วนหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการนั้น เป็นผู้ชาย “ลูกค้าเกือบครึ่งหนึ่งของคลินิก เป็นผู้ชายแท้ๆ ซึ่งตอนที่คิดเปิดคลินิก อยากได้ชื่อที่ทำให้ผู้ชายรู้สึกอยากเข้ามาใช้บริการ อันจะนำมาซึ่งความมั่นใจของลูกค้าในเรื่องหน้าตาและบุคลิกภาพของตนเอง”


แพทย์ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านความงาม การทำงานของ หมอแยม ความเชี่ยวชาญที่จริงใจและใส่ใจ ในทุกรายละเอียดของความงามพร้อมมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อความพึงพอใจและปลอดภัยอย่างสูงสุดของลูกค้า “ขณะเดียวกัน คลินิกเสริมความงาม ไม่ใช่เพียงคลินิกที่มีคอร์สทรีทเม้นท์มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาและบำรุงจากภายใน เช่นบางรายมีปัญหาเรื่องเส้นผม หรือ ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย มีปัญหาข้อเข่า มีบริการดูแล และหาสาเหตุอาการแต่ละจุดตามที่ลูกค้าต้องการเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลจริง นี่อาจเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตาม เรามักจะได้ยินได้ฟังกันเสมอว่าทำในสิ่งที่เรารักเราชอบ แล้วเราจะทำมันอย่างมีความสุข”

หลังจากอยู่ในวงการความงามได้ประมาณ 10 กว่าปี จะว่าไปแล้ว วันนี้ผู้ชายจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสนใจเรื่องของความงามไม่ต่างจากผู้หญิง ยิ่งเป็นผู้ชายในแวดวงธุรกิจ แล้ว ทำให้เขาเห็นความสำคัญในเรื่องภาพลักษณ์บริษัท หรือ ธุรกิจที่ทำอยู่หรือ บางราย ผู้หญิงสวยๆ ก็มักจะพาแฟน หรือ สามี มารับบริการ เพื่อให้ดูดีเหมือนกัน” ส่วนวิธีการดูแลด้านความงามของผู้ชาย คุณหมอแยม เล่าว่า แตกต่างไปจากผู้หญิง ผู้ชายบางคน มีริ้วรอยแห่งวัย ก็อยากจะให้เราช่วยรักษาให้ริ้วรอยลดลง อาจไม่ต้องให้ถึงกับหายไปเลย แต่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องทำเยอะเหมือนผู้หญิง บางคนมาด้วยปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย เราก็จะช่วยยกกระชับใบหน้าให้ ทำให้ไม่เพียงลูกค้าจะรู้สึกใบหน้ากระชับเท่านั้น แต่ยังได้ความอ่อนวัยกลับไปด้วย

“วันนี้จำนวนลูกค้าที่เป็นผู้ชายที่เข้ารับบริการกับทางคลินิกของเรามีถึง 40% ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะชื่อของคลินิก การตกแต่ง รวมไปถึงการดูแลรักษาของเรา ที่มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก และจุดเด่นอีกอย่างของคลินิกเรา ไม่ต้องมานั่งรอคิวเยอะๆ และไม่มีเซลล์มารบกวนลูกค้าเลย เราจะทำนัดลูกค้าทุกคน พอมาถึงคลินิก ก็เข้าห้องรักษาเลย เสร็จแล้วก็กลับบ้านค่ะ” เรียกว่าตอกย้ำถึงความเป็นส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัดประเด็นความยากง่ายการรักษา คุณหมอแยมเล่าว่า การดูแลรักษาผู้ชายก็ยากเหมือนกัน “ช่วงแรก ๆ ยากมากค่ะ ยิ่งผู้ชายที่ไม่เคยเข้ารับบริการด้านความงามมาก่อน ก็ยากมาก เพราะเขาจะรู้สึกว่า ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร และยิ่งกว่านั้น ผู้ชายเป็นคนกลัวเจ็บ กลัวเข็ม ต่างจากผู้หญิงที่มีความอดทน โดยเฉพาะการอดทนเพื่อความสวย แต่พอผู้ชายได้ทำไปแล้ว เขาก็จะรู้สึกดี และไม่ทำให้เขาดูเปลี่ยนแปลงเยอะ มีความเป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกมั่นใจ” คุณหมอแยม บอกด้วยว่า หลังจากที่ผู้ชายเปิดใจกับสิ่งใหม่แล้ว ความใส่ใจ ความจริงใจ ขอ คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ลูกค้าควรจะได้รับอย่างแท้จริง เขาก็จะเป็นคนตัดสินใจเองว่า ทำโปรแกรมอะไรต่อไป

โดยที่ทางคลินิกไม่ต้องนำเสนอโปรแกรมอะไรเลยไม่ว่าจะเป็น เซเลบริตี้ หรือ ดารานักแสดง รวมถึงคนดังในแวดวงต่างๆ หากเข้ามารับบริการในคลินิก สิ่งหนึ่งที่จะไม่เจอเลยคือ การถ่ายภาพ เพื่อไปทำโฆษณา หรือแม้แต่การขายคอร์ส ขายโปรแกรม “เพราะเราไม่ทำการตลาดแบบนั้นอยู่แล้ว ยิ่งการถ่ายภาพ Before & After เรารู้สึกว่าเหมือนเป็นการทำภาพให้ดูเกินจริง ทางคลินิกของเราจึงเน้นทำให้ลูกค้าเห็นผลกันจริงๆ เลยดีกว่า แล้วแนะนำเป็นคอนเนคชั่นแบบบอกต่อกันไป”

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณหมอแยม ทำมาตลอดคือ การให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง “หมอจะเป็นคนบอกลูกค้าเองว่า เขาควรทำอะไร และดูแลจุดใดเป็นพิเศษ ขณะที่เทียบกับคลินิกอื่น ก็จะเป็นการปรึกษากับเซลล์ที่ไม่ได้จบแพทย์ หรือ พยาบาล บางทีมีการบอกคอร์สผิด ก็มาขายคอร์สเพิ่มให้ลูกค้า ทำให้สิ้นเปลือง และสร้างความสับสนให้กับลูกค้า เราเลยเน้นไปที่ การให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง เพราะเราเองก็เป็นแพทย์อยู่แล้ว จะตอบคำถามลูกค้าเองหมด แม้แต่ในไลน์ หมอก็จะเป็นแอดมิน คุยกับลูกค้าโดยตรง”


เชื่อหรือไม่ โทมัส คลินิก ไม่เคยลงโฆษณาในสื่อเลย นอกเสียจากมีสื่อเข้ามาสัมภาษณ์เอง “เนื่องจากเรามีฐานลูกค้าเป็นแบบไพรเวท วีไอพี หากเราไปลงโฆษณา ลูกค้าก็จะไปดูที่ราคาเป็นหลัก และเขาก็จะไม่ได้รู้จักเราจริงๆ ส่งผลให้เกิดความยากในการทำงาน ไปจนถึงต้นทุนค่าใช้จ่าย” ในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา คุณหมอแยม เล่าว่า ทางคลินิกแทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากวิกฤต ขณะที่บางคลินิก มุ่งแต่จะลงโฆษณา แล้วสู้กันที่ราคาว่า ใครถูกกว่ากัน “ยิ่งเราไม่มีเซลล์ ก็ไม่ต้องแบ่งรายได้ 20-30% ให้เซลล์ และเราก็สามารถลดราคาให้กับลูกค้าได้เอง ที่สำคัญเราไม่ได้ตั้งราคาสูงเกินไป ทำให้ลูกค้ามักกลับมารักษากับเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้กับเราค่ะ”

“ด้วยความรู้สึกที่ว่า… ถ้าเราอยากเป็นนักธุรกิจ ควรไปประกอบอาชีพอื่นดีกว่า แต่เรามองว่าเราเกิดมาเป็นแพทย์อยากทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งทำให้เรารู้สึกดี และภูมิใจในตัวเองมากที่สุด”

คุณหมอแยม เล่าต่อถึง แนวคิดชีวิตคิดบวก บนพื้นฐานความจริง แนวคิดที่เธอวางไว้เหล่านี้ทำให้เธอ รู้สึกถึงความสมดุลในชีวิต “เรียกว่า เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ ของเราในวันนี้ดีทุกอย่าง มีเวลาส่วนตัวมากพอ ที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เช่นการทำบุญ หรือออกงานสังคม พบเพื่อนฝูง ขณะเดียวกันเรายังมีเวลาที่จะได้ดูแลลูกค้าด้วย เพราะวันนี้ การทำงาน ถือเป็นความสุขของเราจริงๆ” ด้วยการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

ปรึกษา คุณหมอแยม-พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร ได้ที่ THOMAS CLINIC
(ชั้น 2) อาคารฟิฟตี้ฟิฟ ทองหล่อ (ปากซอยทองหล่อซอย 2)
สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์ 063-5569-669 หรือ ที่ IG :@ThomasClinic
Facebook: Thomas Clinic (@thomasclinic.thonglor)

คุยเรื่องท่องเที่ยวไทยหลังโควิด กับ อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์ จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา

โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา

วันนี้ทีมงาน Toptptravel อยู่ที่ Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว ได้รับเกียรติ คุยเรื่องท่องเที่ยวไทยในโลกหลังโควิด กับ อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์ จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา เนื่องจากปัจจุบัน ยังไม่มีจีเอ็มโรงแรมเดอะเบย์วิว พัทยา ก็จึงดูแลทั้งสองที่ ซึ่งโรงแรมเวฟพัทยา เป็นโรงแรมในเครือของกลุ่มสุโกศล มีคุณกมลา สุโกศล เป็น owner คุณมาริสา บริหารเรื่อง Operation การตกแต่งเป็นอาร์ตเดคโค การตกแต่งเป็นไมอามี่ สไตล์แบบชิคๆแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเนื่องจากว่าเจ้าของอยากมีอะไรที่แปลกใหม่ มีสไตล์ ของเราสี่โรงแรมที่ผ่านมาจะออกแนวคอนเทมโพรารี่บ้าง แบบไทยบ้าง จะมี The Siam เริ่มเป็นไทยแต่การตกแต่งเป็นอาร์ตเดคโค ของโรงแรมเวฟ เป็นน้องเล็กสุด เหมือนเป็นน้องเล็ก ของเดอะสยาม โดยคุณน้อย วงพรู เป็นคนนำของตกแต่งเข้ามาของเก่า Retro, Antique สะสมที่หาดูได้ยาก และคุณน้อยแฮปปี้ที่เข้ามาทำตรงนี้

Wave Hotel Pattaya

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อายุ 40 ขึ้นตอนแรกเราคิดว่าเป็นวัยรุ่น 25-35 คนทำงาน ปรากฏว่าเปิดมา 6 เดือน กลายเป็นแขกผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบความเงียบและความเป็นส่วนตัว และน้องๆก็จะดูแลคล้ายๆ บัดเลอร์ เราช่วยเหลือหมด ลูกค้าแต่ละคนก็จะกลับมาหลายครั้ง จะมาซ้ำไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง ช่วงนี้เมืองไม่มีเทสแอนด์โก พร้อมบินมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างกลับมามากแล้ว ของเวฟมี 18 ห้อง 3 สวีทซ์ ที่เป็นทไวไรซ์สวีทว์ 3 ห้องและห้องซันเซต 15 ห้อง ทั้งหมดทุกห้องจะเป็นวิวทะลทั้งหมด และไซส์ห้อง 45 ห้อง ใช้โทนสีพาสเทล เรียกว่า สีทิฟฟานี่บลู คือมาทันช่วงที่กำลังฮิต โรงแรมสร้างเสร็จพอดี รถคาดิแลค ที่จอดอยู่ด้านหน้าของโรงแรม ที่เป็นที่มาของชื่อของห้องอาหาร cadillac ของโรงแรม เวฟ ถือว่าเป็นไอเดียของคุณสุกี้ สุโกศล ทางไมอามี่จะมีรถจอดหน้าโรงแรม
เราจอดข้างนอกไม่ได้ จึงเข้ามาจอดหน้าตึกในรั้ว ห้องอาหารคาดิแลค คาเฟ่ เสริฟอาหารไทย เม็กซิกัน อเมริกัน เชฟอำนาจ เป็นคนสร้างสรรเมนูหรือบางอย่างที่ลูกค้าดูแล้วทานไม่ได้ก็สามารถบอกเชฟได้ เชฟเมดทูออเดอร์ ลูกค้าต้องการทานแบบไหน ทางเชฟดูแลให้อย่างเต็มที่

เสริฟอาหารเช้าแบบ A La Carte

โดยเฉพาะกับอาหารเช้าที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของการเข้ามาพักที่นี่ ถือเป็นสิ่งที่ซัพพอร์ตโรงแรม เพราะจุดเด่นของโรงแรม คือ หนึ่งสไตล์ของโรงแรม สองการบริการ สามอาหารเช้า เสริฟเป็น A La Carte ลูกค้าสามารถสั่งได้ all u can eat จนกว่าคุณจะอิ่ม และอาหารสวยงามทุกจานด้วยความใส่ใจใส่รายละเอียดและอร่อย ทำสดๆใหม่ ๆ ทำเสร็จก็เสริฟเลย ลูกค้าแฮปปี้กับอาหารเช้าของเรามาก เขามาที่ห้องพักเช็คอินขึ้นไปลูกค้าส่วนใหญ่ชอบอยู่ในห้อง เงียบสงบนอนดูทะเล ก็ค่อนข้างชอบ

คุณนิ่ม กล่าวต่อว่า “ตอนนี้เปิดเมืองพัทยา คึกคักมากขึ้น จากเดิมเมื่อสองปีที่แล้วมีแขกวันละ 10-20 ห้อง บรรยากาศก็จะเศร้าเหงาหงอย คนละเรื่องกับทุกวันนี้ แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่มีการเปิดเมือง เราเห็นนักท่องเที่ยวกลับมแทบจะเหมือนเดิม แต่ราคาเรานยังไม่สูงเท่าแต่ก่อนก็จะค่อยๆปรับไปด้านตลาดคนไทย เราจะให้ความสนใจตรงนี้เพราะเป็นตลาดเดียวที่สนับสนุนเราช่วงโควิด รวมถึงคุณกมลาย้ำเสมอว่าต้องดูแลคนไทย เพราะเกิดอะไรขึ้นคนไทยก็ยังเที่ยวในบ้านของเขา พอวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์โควิด -19 เขาก็มาจริงๆ แล้วก็สนับสนุนเรา
ในส่วนของพนักงานตั้งแต่โควิดเข้ามา จาก 100 กว่านิดๆ ก็เหลือ 90 กว่าชีวิต ตรงนี้เราร่อนละ ทุกคนอดทน และรักที่นี่เพราะคุณกมลา ท่านดูแลเราดีมาก ทั้งหมดเรามี 3 โรงแรมในเมืองพัทยา โรงแรมสยามเบย์ชอว์ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา โรงแรมเวฟ สามโรงแรมนี้เราก็จะเกาะกลุ่มกัน หากรร.นี้ไม่พอก็จะมีการช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะแผนกจัดเลี้ยง

ในช่วงโควิดที่ผ่านมา การทำงานที่นี่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้รับความไว้วางใจในการตัดสินใจเป็นของตัวเองหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มเข้ามาในไทย สิ่งแรกที่ต้องมีคือสติ คิดและพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นรวมทั้งแนวโน้มที่จะตามมาในอนาคต ฅเริ่มจากการตั้งสติ ยอมรับในสิ่งที่มันเป็นก่อน และดูว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นอย่างไร สถานการณ์ที่เป็นอยู่เป็นอย่างไร และสถานการณ์มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร แล้วเรามาดูว่าเราพอจะหาวิธีรองรับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้นที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น

ในช่วงนั้น เราเคยส่งพนักงานไปซัพพอร์ตที่กรุงเทพฯ เพราะที่กรุงเทพฯเปิดให้บริการก่อน โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศตอนนี้เริ่มกลับมาคึกคักแล้ว ช่วงโควิด-19 วีคเดย์แทบจำนวนลูกค้าซีโร่ โรงแรมมีลูกค้าเพียงวันเสาร์วันเดียวที่เป็นคนไทย พอเปิดเมืองปุ๊บตัวเลขเริ่มขึ้น บรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน พนักงานดีใจมาก คำว่าเหนื่อยไม่มีในสมองเลย นึกถึงว่าวันที่โรงแรมปิดไปสามเดือน อยู่แบบเงียบเหงา ซึ่งเคยมีแขกเต็มตลอดเวลา ถึงเวลานี้ดีใจมาก ลูกค้ามาเท่าไหร่ทีมงานยินดีต้อนรับ ทุกคนช่วยกันดูแลจนได้รับคำชมเชยมากมาย และในต้นเดือนที่ผ่านมา เพิ่งเปิดไปไม่นาน ผลตอบรับค่อนข้างดีมากๆ โดยมีกลุ่มลูกค้าคนไทย 75 % ต่างชาติ 25% คิดว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ โควิดไม่ได้มีผลอะไร ตลาดน่าจะกลับมาเร็วขึ้น พัทยาจะเฟื่องฟูเหมือนเดิม

“อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน นิ่ม เป็นหนึ่งในนามผู้ประกอบการในเมืองพัทยา มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องปรับตัว หาแนวทางสร้างรายได้ที่แตกต่างจากในอดีต พัทยามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือไนท์ไลฟ์ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ สถาปัตยกรรมต่างๆ สวนน้ำ คาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ ต้องมานะคะ พัทยาตอนนี้เปิดเมืองแล้วอย่าลืมกลับมาเที่ยวพัทยานะคะ” -คุณนิ่ม กล่าวในตอนท้าย

Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว มีห้องพักทั้งหมด 18 ห้อง สอง Room Type Sunset Room และ Twilight Room ตัวโรงแรมจะหันหน้าออกสู่ชายหาดพัทยากลาง ตกแต่งในสไตล์ไมอามี่ ผสมกับความเป็นไทย มีการเล่นสีสันโรงแรมให้ออกมาโมเดิร์นๆ อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือ ทุกห้องพักจะหันหน้าเข้าหาทะเล ทำให้เห็นวิวของทะเล และ Streetของเมืองพัทยาได้อย่างชัดเจนข้างๆล้อบบี้ มีสระว่ายน้ำ และบาร์เล็กๆ ให้ได้นั่งพักผ่อน สบายๆ มีห้องอาหาร Cadillac Cafe & Bar ตั้งอยู่ด้านหน้าของโรงแรม สามารถนั่งได้ทั้งโซน Indoor และ Outdoor มีเมนูอาหารก็มีทั้ง ไทย นานาชาติ ให้เลือกและห้องอาหาร สำหรับดินเนอร์ชั้นบนสุดของโรงแรม สามารถมองเห็นบรรยากาศยามเย็นของเมืองพัทยาได้อย่างถนัดตา

โรงแรมเวฟ พัทยา
310/2 ถนนเลียบชายหาด พัทยา ชลบุรี 20150 ประเทศไทย
Facebook : https://www.facebook.com/WaveHotelPattaya/
เบอร์โทรศัพท์ : 038 410 577

สูดกลิ่นไอทะเลพร้อมวิวทะเล โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา
โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดพัทยาและมองเห็นวิวทะเลงดงาม โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา ยังเงียบสงบ หลบหลีกความวุ่นวายจากริมถนนเลียบหาดพักผ่อนอย่างแท้จริง และสัมผัสการบริการแบบไทยระดับเฟิร์สคลาส พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของโรงแรมฯ ที่ตกแต่งดีไซน์ทันสมัย และได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีชีวิตชีวา สุขสบายในวันหยุดภายในห้องพัก สีสันสดใส พร้อมเตียงขนาดคิงไซส์ หรือเตียงคู่ เฉพาะห้องที่เป็นเตียงขนาดคิงไซส์สามารถขอเตียงเสริมเพิ่มได้ และประทับใจไม่รู้ลืมกับระเบียงส่วนตัวที่ให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของทะเลเมืองพัทยา ห้องประเภทต่าง ๆ
DELUXE GARDEN VIEW
ห้องดีลักซ์ พูลวิว
ห้องดีลักซ์ ซิตี้วิว
ห้องดีลักซ์ ซีวิว
2-BEDROOM FAMILY STUDIO
ห้องธีมสวีท
ห้องสยามสวีท
ห้องดีลักซ์ สวีท

พักผ่อนและรื่นรมย์ไปกับอาหารรสชาติเลิศ ท่ามหลางบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวภายในห้องพัก พบกับเมนูมากมายหลากสไตล์ทั้งไทยและเทศให้ท่านได้เลือกสรร ถ้าไม่มีในเมนู กรุณาแจ้งเราได้เลย เชฟมืออาชีพของเราพร้อมให้บริการทุกเมื่อ เปิดบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

THE BAYVIEW
310/2 Beach Road, Pattaya City Cholburi, 20150, Thailand
Bangkok Sales Office : +66 2 247 0123
Phone : +66 38 423 877 or +66 38 710 513
Email : thebayview@sukosolhotels.com

เปิดแนวคิด Mr. Denis Richter เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา

เว็ปไซต์ Toptotravel มีโอกาสได้เข้าพูดคุยกับ มร. เดนิส ริชเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา แน่นอนไม่มีใครไม่รู้จัก โรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเงียบสงบของตำบลนาจอมเทียน รีสอร์ทออกแบบมาเป็นอาคารที่ทำให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับการผสมผสานความ ทันสมัยและธรรมชาติของชายทะเลไว้อย่างลงตัว

“มร. เดนิส ริชเตอร์ กล่าวถึง จุดเด่นของการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19 และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงสัดส่วนของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยและนักท่องเทียวชาวต่างชาติ โดยโรงแรมการจัดโปรโมชั่น การวางแผนทางด้านการตลาด เพื่อกระตุ้นการเข้าพักของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการบริหารโรงแรมสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง รวมไปการจัดแคมเปญของทางโรงแรม เรามีการออกข้อเสนอพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเข้าพักอยู่อย่างต่อเนื่อง”

Questions Answered by MR. DENIS RICHTER
General Manager
Renaissance Pattaya Resort & Spa

การบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา (2563-2564)
(How’re you manage the 5 stars hotel business during the Covid-19, and how’re you adapt to the situation over the past years (2020-2021)
• We ensure the Safety and Health measures to be always enforced in
all areas.
• เรามีการเน้นย้ำมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ในทุกพื้นที่ของรีสอร์ทและทุกจุดสัมผัสอยู่อย่างต่อเนื่อง
• Implementing social distancing set-up and contactless service to adapt to the situation
• เรายังมีการเพิ่มมาตรการการเว้นระยะห่าง และ การบริการแบบไร้การสัมผัส เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

-สัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในปัจจุบัน
(Portion of Thais and Foreigner tourist.)
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถานาร์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ๋เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ
• In normal situation, before COVID-19, Thais 35%, Foreigner 65%
• อย่างไรในช่วงสถานการณ์ปกติ ก่อนเหตุโควิด-19 เรามีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ประมาณ 35% และต่างชาติ 65%

-กลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมเข้าพักในโรงแรม?
(The foreign nationality that always come to stay.)
• Before COVID-19, we have the mix of
• ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เรามีสัดส่วนของกลุ่มผู้เข้าพักโดยประมาณการณ์ เช่น
• 1. ชาวไทย TH 35%
• 2. ชาวจีน CN 20%
• 3. ชาวอเมริกัน US 15%
• 4. ชาวเกาหลี KR 4%
• 5. ชาวฮ่องกง HK 3%
กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวไทยมีอัตราการเติบโตมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ( How much growth on Domestic market? ) How?
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถาการณ์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ

ความพร้อมในการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง?
(Readiness to welcome foreign tourists again?)

• Renaissance Pattaya Resort & Spa is always open its door to guest and never close the resort. Hence we are more than ready to welcome all tourists again and deliver our premium service and comfortable accommodation options.
• เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ยืนหยัดในการเปิดให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมมาตรการต่างๆ โดยไม่เคยประกาศการปิดให้บริการ ดังนั้น เรามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจมาเข้าพัก อีกทั้งส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักและการบริการระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงตัวเลือกห้องพักมีหลากหลายรูปแบบที่สะดวกสบายครบครัน

-เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข
SHA+(Safety and Health Management?)
• We are operated under Commitment to Clean program of Marriott International and being a certified SHA with compliance to safety and health regulation under Ministry of Health

• เรามีการดำเนินงานภายใต้กรอบของโปรแกรม Commitment to Clean ของเครือ Marriott และ ผ่านการรับรองด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย หรือ SHA โดยเน้นย้ำมาตรการให้สอดคล้องกับแนวทางของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

-ด้านการทำตลาดต้องปรับเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
(Marketing, any adaptive or change? More or Less and How?)
• With changes towards digital world; hence, we have utilized more social media and digital channels to communicate to our guests.
• ด้วยสถาการณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน เราได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยเน้นไปยังสื่อโซเชียลมีเดีย และ สื่ออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าของเรา

ท่านมีความความมั่นใจเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหนและอะไรที่เป็นสิ่งที่ต้องกังวลบ้างหรือไม่อย่างไร?
(How much confidence would you rate on the Thailand Reopening policies to except foreign tourists? And what’re the concerns you may have?)
• We are confidence on our safety and hygiene standards and look forward to welcoming oversea visitors again.

• เรามีความเชื่อมั่นในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย และ พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านอีกครั้ง

• COVID-19 may not disappear; however, we should adapt our lifestyle align with the situation such as always protecting ourselves with DMHTT (Distancing, Mask Wearing, Hand Washing, Testing and Thai Chana scanning)

• โควิด-19 อาจไม่หายไป อย่างไรก็ดี เราควรที่จะปรับไลฟ์สไตล์ของเราให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ด้วยการไม่ประมาท การ์ดอย่าตก พร้อมนำแนวทาง DMHTT มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

สิ่งที่เป็นจุดเด่นจุดขายและความเชี่ยวชาญของเครือโรงแรมเชนใหญ่ (Strength?, USP? and Expertise? of Big Hotel Chain)
• Being part with International Hotel Chain, guest can rest assure with the international standards of service, cleanliness, hygiene, premium product as well as the safety and wellbeing during your stay.

• ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติ แขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถวางใจได้กับมาตรการระดับสากลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริการ ด้านความสะอาด ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ต่างๆระดับสากลตลอดการเข้าพัก

แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงปลายปี
จะช่วยกระตุ้นการเข้าพักมากน้อยแค่ไหน?
(Do you think the events organized by Pattaya City to drive more tourism business will help increase hotel occupancy? How?
(from the news that Pattaya City is organized several events throughout November and December such as Pattaya Music Festival, Loy Krathong, International Fireworks, NaKlua Walk & Eat, and Pattaya Countdown)

• We do expect the Pattaya City campaign will drive more visitors to the area with help to increase the hotel occupancy and bringing life back to all local businesses in the community.

• เราคาดหวังว่า แคมเปญต่างๆของเมืองพัทยา จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเข้าพัก และ นำชีวิตชีวา กลับมาหล่อเลี้ยงธุรกิจในพื้นที่รวมไปถึงชุมชน อย่างยั่งยืน

tps://www.youtube.com/watch?v=-4dLDgIfVAM

(จากข่าว: เมืองพัทยาได้มีการวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพ.ย. ยาวตลอดจนถึงวันส่งท้ายปีทั้งหมด 5 งานหลัก ได้แก่
งานเทศกาลดนตรี (PATTAYA Music Festival)
จัดในวันศุกร์และเสาร์ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ส่วนวันที่ 19 พ.ย. 64 มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทง / วันที่ 26-27 พ.ย. จัดงานจุดพลุนานาชาติบริเวณริมชายหาด ส่วนในเดือนธ.ค. มีการจัดงานเทศกาลอาหารเรียกว่า “งานเดินกินถิ่นนาเกลือ” และมีกิจกรรมทุกสัปดาห์
งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ งานพัทยาเคาท์ดาวน์ (PATTAYA Countdown 2021)

Book your next beach holiday today!
www.marriott.com
/pyxbr

วศิน วรรณพฤกษ์ กับรางวัล คนต้นแบบคมนาคมประจำปี 2564

กระทรวงคมนาคม ถือเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และมุ่งเน้นปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้แก่บุคลากรในสังกัดมาโดยตลอด

ในแต่ละปีกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการพิจารณาค้นหาบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรมเป็น “คนต้นแบบคมนาคม” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตยืนหยัดบนความถูกต้อง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรงคมนาคมได้ยึดเป็นแบบอย่าง ปลุกจิตสำนึกให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต

โดยในปี 2564 ผลการพิจารณาจากคณะกรรมการปรากฏว่าคุณวศิน วรรณพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564

คุณวศิน เปิดเผยว่าตนเองรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัลในครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม หน่วยงานต้นสังกัด และคุณแม่ ที่มีส่วนสำคัญให้ตนเองดำเนินชีวิต ที่ยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและปฏิบัติหน้าที่ต่างๆด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด “ผมต้องขอบคุณ กระทรวงคมนาคม , บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ มารดา ซึ่งเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิต มองโลกในแง่ดีประพฤติตนเป็นคนดีของ ไม่สร้างปัญหาให้สังคม ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม มีระเบียบวินัย ขยัน สุภาพ และ อดทน”

“นอกจากนี้ คุณแม่ยังสอนให้รู้จักเสียสละ มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้ามีเหลือแบ่งให้คนรอบข้าง”สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เพียงแค่รางวัล“คนต้นแบบคมนาคม” เท่านั้น เพราะตลอดปี 2564 ที่ผ่านมาคุณวศินยังได้รับรางวัลต่างๆมากมายจากหลายหน่วยงานด้วยกัน

“ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานี้ได้รับเกียรติรับรางวัลเกียรติยศ เกียรติบัตร และเข็มเขิดชูเกียรติหลากหลายสาขา อย่างเช่น

-รางวัลธรรมาภิบาลสิงห์ทอง สาขาผู้บริหารและพัฒนาองค์กรดีเด่น จาก ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 และ ฯพณฯ พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ปราบไพรีอริยศัตรูพ่ายกิตติมศักดิ์” โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “นักเหินเวหากิตติมศักดิ์” ของกองทัพอากาศ

-เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะที่อุทิศตนทำคุณประโยช์ต่อสังคม จาก สหพันธ์ รักสันติภาพ สหประชาชาติ (UNPKFC) United Nations Peace Keepers Federal Council.

-เข็มวิทยฐานะ และ ประกาศนียบัตรหลักสูตร“นักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง”รุ่นที่ 61 : การบริหารงานประชาสัมพันธ์ยุค New Normal จากสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

“คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564 ทิ้งท้ายว่า คงยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อให้สมกับรางวัลที่ได้รับ และจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมการสร้างคุณธรรม จริยธรมเป็นให้แก่บุคลากรข้าราชการและพนักงานของรัฐต่อไป

โลกธุรกิจหลังโควิด 19 ในมุมมองของ ภาคิน พลอยภิชา

Toptotravel ได้รับเกียรติจาก คุณภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา สปาเพื่อสุขภาพระดับพรีเมี่ยม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงโลกหลังโควิด19 วิธีปรับตัวของธุรกิจ การเปลี่ยน mindset และ ทักษะสำคัญของการบริหารพนักงาน เพื่อปรับตัวให้รอดในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง สปาเป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด19 ซึ่งวิกฤตครั้งนี้รุนแรงที่สุด เป็นวิกฤตที่ไม่เคยเจอ และในช่วงโควิด19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นต้องปิดกิจการทุกสาขาชั่วคราว และสูญเสียรายได้ ตั้งแต่ เดือน มกราคม จนถึง ปัจจุบันและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด19 จะสิ้นสุดเมื่อใด

โอเอซิส สปา สู้โควิดสู่มาตรฐาน Hygiene สปาในรูปแบบที่มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้โอเอซิสสปาได้รับการขนานนามว่า สปาอัตลักษณ์ไทย ที่สร้างประสบการณ์สปาที่น่าจดจำ เป็นที่รู้จักเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทย ด้วยการบริการที่ “เหนือกว่า” ผสมผสานการนวดแบบแผนไทยโบราณเข้ากับการนวดสมัยใหม่ประยุกต์ ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยสมุนไพรไทย ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยพนักงานนวดสปามืออาชีพ

ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

ภาคิน ในวันนี้ปรับตัวด้วยปัญญาผ่าวิกฤต
เพราะชีวิตต้องไปต่อ….จะเป็นภาคินในเวอร์ชั่นที่ทนที่สุด (หัวเราะ) มีสติและเป็นภาคินที่อดทนกับทุกสถานการณ์ในทุกวันได้ดี ภาคินจะเป็นภาคินที่มองอะไรน่าจะหนักแน่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามองคนในแง่ร้าย ความที่ โอเอซีส เป็นองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอธิบายออกมาไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายท่านที่ให้การสนับสนุนในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ผมเชื่อสิ่งที่ ผมทำในอดีตส่งผลให้กับเราในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเส้นทางใด แต่ภาคินในเวอร์ชั่นปัจจุบันกับองค์กร คือ สิ่งที่น่าจะมีและแข็งแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องของ culture ของวัฒนธรรมที่จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นและมีความผูกพันและสามัคคีกันในองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ทำให้โอเอซิสสปา เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ส่วนจะไปในทิศทางใด หรือช่องทางไหน ยังไม่มีความชัดเจน เพราะความชัดเจนคือความไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่เรามีคือความพร้อมที่จะเดินและเป็นธุรกิจที่ world wide มากขึ้น

การมีสติ ทำให้พบทางออกของการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
สิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคหลังโควิด ขอนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เกิดโควิด มีปัญหาหลากหลายที่เข้ามา มันจะไม่ถูกแก้เลยหากเรารู้สึกว่าเยอะและหนักเกินไป และไม่ไหวแล้วก็จะพ่ายแพ้ไป วิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาต้องนิ่งก่อน ทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่รอด แล้วดูว่าปัญหาที่เกิดคือมีทางออกอะไรบ้าง เราเองก็เคยเป็น จิตแตก โวยวาย สภาพจิตใจไม่นิ่งจะหาทางออกไม่ได้ สิ่งที่เป็นทุกวันนี้ เราอยากแชร์ประสบการณ์ที่เราเป็น ในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่ง ควรต้องเป็นผู้นำที่สร้างความมั่นใจให้คนในองค์กร การฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ผู้นำถือเป็น หัวใจสำคัญ หากผู้นำอ่อนแอ ล้มเลยแน่นอน บางครั้งการตัดสินใจทำอะไรลงไป อาจต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ต้องเตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง การแก้ไขปัญหาในตอนนี้เพื่อให้องค์กรอยู่ได้ ไม่ใช่ทุกการแก้ปัญหาจะเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร จริงๆ แล้วเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดเหมือนกัน เพื่อให้เราอยู่รอดสามเดือน การตัดสินใจหลังจากสามเดือนนี้ต่อไป

คุณภาคิน อธิบายเพิ่มเติมว่า.. เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจจะอยู่รอดได้ถ้าคิดใหม่และปรับตัว การตัดสินใจในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีในอีกสามเดือนต่อไป หรือหกเดือน ต้องหนักแน่นและยอมรับสิ่งที่ผมตัดสินใจ และก็เชื่อเสมอว่าต้องมีทางออก ตัวอย่างที่แชร์คือทุกครั้งที่เกิดปัญหา คืนนั้นจะเป็นคืนที่คิดไปต่างๆ นานามากมายจนทำให้คิดไปเยอะ คิดไปหลากหลาย เมื่อถึงเวลาจริงๆ ในวันรุ่งขึ้นตัวผมต้องแก้ปัญหา บางปัญหาก็ไม่ใช่ยิ่งใหญ่มหาศาลเหมือนในคืนนั้นที่ผมคิดไว้ วันรุ่งขึ้นจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้เลวร้าย ผมก็จะรู้สึกว่าเดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไปได้

…เมื่อก่อน ผมเป็นเซลขายยาอยู่ตามโรงพยาบาล ทำให้มีโอกาสเข้าไปที่ รพ.ตลอดเวลา ขายยาหลายชนิด จนสุดท้ายยาส่วนที่รับผิดชอบจะเป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี การเดินทางเข้าออกโรงพยาบาล ทำให้เห็นสภาพของผู้ป่วยป่วย และคนเสียชีวิตมาโดยตลอด จึงมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนในวงการว่ามันเศร้า คนเราน่าจะมีทางเลือกในทางที่ดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ ผมคุยกันกับเพื่อนว่า ถ้าเป็นแกจะทำอะไร? คนหนึ่งจบเทคนิคการแพทย์ จบเภสัชมา อีกคนจบพยาบาล บอกว่า การที่จะมีชีวิตเป็นผู้แทนขายยาในโรงพยาบาลจนตาย มันหดหู่ไปทุกวัน หันมาทำงานที่เพิ่มความสุข ดูแลสุขภาพ นั่นคือยี่สิบปีที่ผ่านมาจนกระทั่งปี 2002 ภาคิน ลาออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายยา และมาเปิด
สปาในปี 2003 ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมาก การประจวบเหมาะที่ทำให้ผมกลายมาเป็นผู้บริหารขององค์กรใหญ่ระดับประเทศ

“ผมมีความคิดว่า….การทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้ดูเทรนด์หรืออะไรทั้งสิ้น (ความคิดในเวลานั้น) ไม่ได้มองเทรนด์ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ได้คิด เพียงแต่รู้สึกว่าเบื่อและเหนื่อยที่ต้องเห็นแต่คนเสียชีวิตจากโรงพยาบาล จึงจบลงด้วยการดูเรื่องสุขภาพ” ทีนี้ก็มาคิดว่า แล้วสุขภาพจะทำอะไร เพื่อนแนะนำบอกขายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่แนวเรา เพราะต้องไปหาอะไรมาขาย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เบื่อการขายคิดว่าเปิดร้านนวดดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยมาก
หลังจากนั้นค่อยเสริมอย่างอื่นร่วมด้วย ระหว่างนั้นเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ มีโอกาสลองใช้บริการสปาในต่างประเทศ ซึ่งรู้สึกว่าแพงและคุณภาพการนวดไม่ดีมากมายไปกว่าบ้านเรา ในเมืองไทยตอนนั้น ค่านวดครั้งละ 150 บาทเท่านั้น แต่นวดต่างประเทศเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาท ผมจึงมามองบ้านเรา ซึ่งการนวดดีมาก ผมจึงคิดว่า น่าจะทำสถานที่นวดแบบมีมาตรฐานขึ้นมา แต่ผมจะไม่ทำนวดราคา 150 บาท คิดว่าให้ดูดี บริการดี สถานที่สวยงาม ระหว่างความคิดตรงนั้นคิดไปเรื่อยๆ สวยไปเรื่อย ไม่ได้จดทะเบียนอะไร ยอดขายได้วันละ 8,000 บาท ถือโอเคแล้วณ.ตอนนั้น ง่ายๆ เลยขายได้วันละ 8000 ค่าพนักงาน ค่าเช่า รายได้ถือว่าโอเคแล้ว ชีวิตผมง่ายๆเลย นั่นคือที่มาของ โอเอซีสแห่งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นบนพื้นที่สองร้อยตารางวา คอนเซ็ปต์เป็นบ้านหลังเล็กๆ หรือวิลล่ากลางเมือง มีสวนสวย มีshower ทำในแบบของเรา ภายหลังเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า สปา ส่วนชื่อ โอเอซิส สปา ก็ได้มาจากความบังเอิญ แต่ที่ที่เราอยู่มีแหล่งน้ำ เข้าไปเหมือนหลุดอีกโลกหนึ่ง เพื่อนคุณโทบี้เข้ามาเขาบอกว่าเหมือน OASIS ก็เลยได้ที่มาของคำว่า โอเอซิส สปา ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ทำอะไรเป็นBusiness plan เป็นแบรนด์หรืออะไรเลย พอเปิดปุ๊บ ติดตลาดในเวลาหนึ่งเดือน ตอนนั้น ราคานวด 1,200 บาท นวดไทย 750 บาท

ตอนนั้น ผมรู้ว่าคนไทยไม่มาแน่นอน ไม่ได้ตั้งเป้าต้องเป็นลูกค้าต่างประเทศ แต่แนวทางเป็นที่ที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ ที่ยินดีที่จะจ่ายกับมาตรฐานที่มีให้ แต่ปรากฏว่า….ไปตอบโจทย์นักท่องเที่ยว กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวบอกว่าราคาไม่แพง และดูดี มาตรฐานการนวดถูกใจ จึงกลายเป็น talk of the town ภายในช่วงไม่ถึงเดือน ตัวผมเอง เข้าใจเรื่อง trainer ,marketing ,service mild เนื่องจาก ผมเคยอยู่บริษัทยามาก่อน ทุกอย่างไม่ง่าย แต่เหมือนทุกอย่างเรามีconnection ที่ดีก็หยิบมาใช้ พอดีtrainer เคยทำงานที่โรงแรมfour season แล้วลาออกมาทำงานสปา ก่อนที่จะทำสปา คิน มีร้านคาเฟ่อยู่ในริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ตอนนั้นทำงาน part time บริษัท ยาและมีร้านกาแฟด้วย

ร้านกาแฟเก๋ๆ ในสมัยนั้นยังมีไม่มากปรากฏว่ามีหมอ ผู้บริหาร มีใครต่อใครเข้าไปกินในนั้น มีคนทำงานสปาใกล้ๆ เป็นพยาบาล ก็จะมาบ่น ว่าเหนื่อยมาก คนไม่เข้าใจสปา ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ต้องให้ Knowledge อย่างไร โดยฟังๆ ไปไม่ได้สนใจอะไรมาก ปรากฏว่า วันหนึ่งเขาก็ท้อใจ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องที่เคยคุยกันไว้ จนวันหนึ่งคิดขึ้นมา อ้าวเขาจะไม่ทำแล้วนี่นา เราก็จะทำร้านนวด ก็เลยคลิคขึ้นมาว่าเราก็เปลี่ยนมาเป็นสปา โดยเอาเขามาทำงานด้วย มาเป็น trainer ทำให้ได้คนที่เป็น trainer ที่ดีมากมาจาก four season จึงเก็บมาเป็นระบบเทรนนิ่ง โดยเซ็นต์สัญญาร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มต้นที่หกคน ปัจจุบันสามคนยังอยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่แรก โอเอซิสเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ Location ได้ด้วยความบังเอิญ trainer ก็ได้ด้วยความที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว จึงกลายมาเป็นโอเอซิสในปัจจุบันนี้

การออกแบบ รวมไปถึง เรื่องงานตกแต่ง คอนเซ็ปต์ที่คิดเสมอ คือ ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย 1. คือ ต้องเข้ากับโสตประสาททั้งห้า คือ สบายตา สบายตาไม่ได้ก็ต้องสบายใจ เข้าไปแล้ว สะดวกสบายไม่อึดอัด โล่งโปร่งสบาย นั่นคือโจทย์ หลังจากนั้นจึงนำมาซึ่งการคิดว่าเอาอะไรมาตกแต่ง คือ เรามีอะไร ไม่ใช่ไปซื้อมา แต่เราเป็นคนเก็บของไปที่ไหนก็จะซื้อมา อันไหนเหมาะกับตรงไหนความเหมาะสม ทุกครั้งที่เดินทางจะซื้อที่ชอบเก็บสะสม เมื่อผมมีโอกาสเปิดเปิดสปาจึงมีโอกาสนำของที่ซื้อมานำมาตกแต่ง แต่มี บางชิ้นที่สั่งมาใหม่เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะของเก่าอย่างเดียว โดยผมจะเลือกมีธีมส์หรือโทนสีการตกแต่งคล้ายกัน แต่ไม่มีคอนเซ็ปต์อะไรมากเลยนะ การเอาของเก่ามาผสมผสานกับของใหม่มีความสะดวกสบายมีความคอมฟอสเทเบิ้ล ไม่ใช่มีแนวอะไร เรคเทค เราถามเพื่อนที่เป็นอินทีเรีย มาเขาพูดมา เราบอกว่า อืมใช่ เป็นคำที่อินทีเรียเขาใช้กัน หากนำโต๊ะใหญ่มาวาง ก็โอเค เดินเข้ามาบางครั้งก็ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป เช่น วัสดุไม้ ผนังก็จิ้มเลย รูปภาพพต้องลงเอง โทนสีโต๊ะ โทนสีที่มาเลือกใช้ก็ต้องเลือกเอง เรื่องของแสงมีผล แสงหากทำให้ไม่ได้สบาย ร้านจะก็จะหลบหลอดไฟประเภทที่แสงแยงตา โดยปรับไม่ให้แสงมาแยงตาทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย

ซึ่งภาพรวมของการออกแบบ เป็นเรื่องของเซนส์ที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึกได้มากกว่า เช่น การมีสเปซเยอะ นั่งตรงไหนก็มีความเป็นไพรเวซี่ ย้อนกลับมาว่า เลือกสีที่ใช้จะสะท้อนความรู้สึกของคนที่มานั่ง แสง สี เสียง เสียงหากดังไปก็รำคาญ ร้อนไปก็ไม่ได้ หนาวไปก็ไม่ได้ ไม่ได้รู้เรื่องฮวงจุ้ย เราบอกได้ว่า เป็นเซนส์ที่มีเทสด้วย

สถานการณ์โอเอซิสสปา
ส่งผลให้ต้องปรับตัวไม่เพียงเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ต้องไปต่อให้รอดจากวิกฤตการระบาดของโรคอุบัติใหม่นี้ มันเปลี่ยนไปเร็วมากจนสิ่งที่ทำตอนนี้ต้องดูโอกาสก่อนทำต้องดูกับสถานการณ์แบบนี้ว่าจะดูแลคน และ facility ของเราอย่างไร ดูแลเรื่องระบบการเงิน ไฟแนนซ์อย่างไร สามอย่างนี้สำคัญมาก หนึ่งพนักงานเราเองไม่สามารถที่จะ lay off พนักงานได้เลย สอง facility ไม่ดูแลก็จะเสื่อมสภาพลง ซึ่งตรงนี้ก็ต้อง
มีต้นทุนในการดูแล ขณะเดียวกันเรื่องของการเจรจาไฟแนนซ์ ทั้งลูกหนี้และการจ่ายหนี้

คุณภาคิน เล่าว่า “ เจรจาหาแนวทางที่ลดข้อขัดแย้งระหว่างทุกฝ่าย เราต่อรอง ไม่ว่าลูกหนี้ต่างๆ ก็เจรจากับแบงค์เพื่อให้อยูได้ สิ่งที่เราทำตอนนี้ ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ถ้าธุรกิจสปาไม่ถูกสั่งปิดนั่นคือโอกาสที่เราจะสร้างรายได้ อย่างวันที่ถูกสั่งปิดโอกาสก็ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงที่เปิดนั่นคือช่วงที่จะมีรายได้เข้ามาแต่เพราะเรามีทีม back of house ที่ดีทีม Marketing ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างแข็งแรง ก็มีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่คนที่อยู่ในประเทศไทยเป็นใครก็ได้ที่อยู่ในนี้ และมีโอกาสที่สุดที่จะมาใช้บริการ เพราะฉะนั้นก็ต้องมาดูเรื่องราคาสำหรับขายในประเทศไทย การเลือกเอเย่นต์จากหลายกลุ่มที่เหมาะสม เรื่องของความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรราคาถูกที่ผ่านมาคือ จ่าย 500 บาท
สามารถทำสปาได้ในราคาเท่ากับ 2,000 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการทรีทเม้นท์ได้ตามต้องการ โปรที่ดีที่สุดคือ voucher เมื่อออกมาค่อนข้างตอบโจทย์ มีกระแสตอบรับที่ดีมากในสาขาที่กรุงเทพฯ เมื่อสาขาที่กรุงเทพฯ มีปัญหา คือปัญหาเปลี่ยนไปทุกเดือน เราไม่สามารถที่จะนำโปรโมชั่นนี้มาใช้กับทุกช่วงเวลา ต้องปรับตัวเอง กลยุทธที่ใช้ทั้งด้านราคา และอีกหลายราคามากขณะเดียวกัน พอมีการสั่งปิด ไม่สามารถเซอรไวฟ์ได้สามสาขาถูกสั่งให้ปิดหมดทั้งกรุงเทพฯ เพราะเขามองว่าเป็นธุรกิจที่มีการสัมผัสมากพัทยาปิด เชียงใหม่ก็เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ก่อนหน้านี้ที่สาขาภูเก็ตเช่นเดียวกัน ตอนนี้กรุงเทพฯ มีปัญหา เขาตัดสินใจและคิดเยอะขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย

วิกฤตธุรกิจ ….
ผมเปิดโตมาในสายธุรกิจสปามา 19 ปี คิดเรียนรู้ริเริ่มหาการต่อยอด เราเก่งเรื่องสปาเพื่อสุขภาพ ก็ขยายเป็นโรงเรียนสอนสปา ขยายในskin product ซึ่งอยู่ในกลุ่มสุขภาพเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ได้หลุดออกไป มีเพียง Cafe de Oasis ร้านคาเฟ่ที่หลุดจากที่เราเป็น ซึ่งคาเฟ่ได้รับผลกระทบน้อยสุด ลูกค้ายังคงเดินทางเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ซึ่งถือว่าดีมากกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ลูกค้าก็ลดลงไปประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ในการขยาย แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แบบนี้ เรามี knowledge Knowhow ส่วนเรื่องการตกแต่งร้านก็ไม่ยากสถานที่มีพร้อมทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต หากจะขยายสาขา แต่ในขณะนี้ไม่อยากลงทุนอะไร ปัจจุบัน ถือว่าลำบากมากในการประคับประคองธุรกิจ ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าสปาในธุรกิจเดียวกัน ล้มหายตายจากไปค่อนข้างเยอะมาก ดูจากสมาชิกที่อยู่ในสมาคมล้านนาสปา สมาคมสปาไทย สมาคมภูเก็ต คนที่ทำธุรกิจแนวนี้ไปไม่รอดจริงๆ และส่วนใหญ่ก็พึ่งพานักท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีสายป่านที่ยาวพอตลอด 15 เดือน ถือว่ายาวนานมาก ตัวผมเองหวุดหวิดมาก แต่ถามว่าวันนี้ถ้ายังเป็นสถานการณ์แบบนี้ อีกสักสองถึงสามเดือนค่อนข้างลำบาก ถ้ากรุงเทพฯ ยังไม่เปิดตามปกติ

เพราะอะไร โอเอซิสสปาจึงยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและมีความไม่แน่นอนสูง ทางรอดคือ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ วิเคราะห์ตัวเองเหมือนกัน เพราะผมเองมี relationship ที่ดีกับหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเจ้าหนี้ ซึ่งสำคัญมาก หากเขาไม่ดีนี่จบเร็วมาก ทั้งแบงค์เอย เรามีประวัติที่ดีในอดีต ค่อนข้างโปร่งใส สิ่งเหล่านี้ช่วยในยามวิกฤต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเชื่อมั่น ดูประวัติการทำงานร่วมกันในอดีต เทคนิคการเจรจาต่อรอง และ relationship โดยการจัดการที่เข้าใจปัญหา อาจจะต้องยาวแน่ๆ ทำให้เรารู้ว่าต้องเจออะไรนาน จึงตัดสินใจทำอะไรต้องเผื่อเอาไว้ว่า เริ่มตั้งหลัก ลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรก พยายามประคับประคองรายได้ที่จำกัด ต้องให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดี ผมใช้สิทธิที่เกือบทั้งหมดมีไปหมดแล้ว เพราะนั้นสามเดือนสุดท้ายน่าจะวิกฤติหนัก ภูเก็ตแซนบ็อกช่วยได้แต่อย่างที่บอกจากเคยมีรายได้จาก16 สาขา ลดลงมาเหลือรายได้เพียง 2 สาขา ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก แต่ทำให้เก็บพนักงานไว้ได้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ครอบคลุมใดๆ ทั้งสิ้น บางสาขาต้องปิดดำเนินการไป โดยต้องลดต้นทุนและหารายได้จากช่องทางอื่นเพื่อประคับประคองธุรกิจต่อไป

วัย 49 ของ”ภาคิน” กับการก้าวต่อไป เพื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความลำบากนี้ไปด้วยกันสิ่งที่มีตอนนี้คือต้องมีสติ ในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กร ไม่สามารถที่จะไปแสดงอารมณ์อะไรได้ ไปตีโพยตีพายไม่ได้ มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ต้องเป็นผู้นำ คนที่อยู่ข้างหลังเขาต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตินี้ไปได้
จะเห็นได้ว่า จากที่มีพนักงาน 600 กว่าคน ตอนนี้เหลือ 250 คน ไม่ได้หมายความว่าไล่ออก แต่เขาเลือกที่จะไปในทิศทางที่เขาได้เลือก โดยไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้นาน เขากลับไปอยู่บ้านนอก เขาก็มีทางในการที่จะ survive ได้ เลือกที่จะลาออกเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกช่วงนี้ คือเราไม่ได้ไปหลอกเขาว่าเราจะรอดในสภาวะผู้นำนี้ แต่เราสร้างความมั่นใจว่า เราจะเป็นที่พึ่งให้กับเขา ไม่ว่าจะไปถึงจุดไหน ณ ปัจจุบันนี้ แม้เรื่องของโลกโซเชี่ยลอะไรต่างๆ เราก็ไม่เชื่อเรื่องของ Negative Energy หลายคนลงไปแล้ว ไม่มีทางขึ้นมาได้ แต่ผมยังเชื่อว่า หากเรายังเชื่อเรื่อง Positive จะขับเคลื่อนให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเจออะไรมาเยอะก็แล้วแต่ อย่าบอกว่าเจออะไรมาเยอะมาก สองปีนี้ผมไม่จำเป็นต้องไปแสดงอะไรให้ใครรู้ว่าเจอมาเยอะ สติเท่านั้นสำคัญที่สุด บางครั้งอาจรู้สึกว่าสติจะแตกเพราะรับมือกับปัญหาเยอะมาก จนปัญหานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็ต้องยอมรับถ้าไม่ยอมรับต้องพ่ายแพ้ ถ้ายอมรับสู้เดินหน้าต่อไป โดยการเร่งยกระดับตัวเองให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ตลอดเวลา

…..ถ้าเราพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวแต่หมายถึงทั้งองค์กร ตอนนี้เลยตั้งสติ เข้มแข็ง มองอนาคต บางครั้งเดินเข้าออฟฟิศก็มีหดหู่ แต่เราไปแสดงอาการแบบนั้นไม่ได้ ตอนนี้เราเข้าใจเลยว่า การที่เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมีอะไรมากกว่าการเป็นหัวหน้างาน ไม่ใช่ทำงานให้จบ ผู้นำคือเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ความมั่นใจ ความมั่นคง ความเชื่อมั่น เรื่องของอนาคตอะไรหลายอย่าง สร้างความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าและพนักงาน

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายอีกหนึ่ง Business Line การเปิดตัว แอพพลิเคชั่น RLAX.ME massage delivery เป็นอีกหนึ่งบิสสิเนสไลน์ เมื่อสักครู่ผม เล่าถึงธุรกิจที่เราพยายามแตกไลน์ คิดที่จะทำระหว่างที่เกิดโควิด ผมคิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ แต่พอมากลางโควิดคิดว่าไม่ได้แล้ว จึงเริ่มทำแอพพลิเคชั่นนี้ เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมปรึกษาและหาพาร์ทเนอร์ เพราะคิดว่าคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน คือ RLAX.ME massage delivery ใช้แอพพลิเคชั่นที่เป็นแพลตฟอร์มที่เราเป็นคนกลาง ที่ทำให้ลูกค้ากับผู้ให้บริการคือ therapist ได้มาเจอกัน เป็น market place คอนเซ็ปต์ เหมือน Grab ผมจัดเตรียมเรื่องแอพพลิเคชั่น แต่คนนวดกับลูกค้าตกลงยินยอมกันเอง เป็นmassage delivery เปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว จดเป็น BOI Company เพิ่งได้เมื่อต้นเดือนนี้เอง

ธุรกิจนี้ได้พันธมิตรที่เป็น software house เป็นของบริษัทเยอรมัน เป็นบีโอไอ เหมือนกันแต่อยู่ในประเทศไทย และศักยภาพเขา เขียนโปรแกรมให้กับเยอรมันเหมือนกัน เพราะช่วงโควิดกระทบปัญหาเช่นเดียวกัน เขาเก่งเรื่อง software เราเก่งเรื่องคน people management มี Knowledgeมี knowhow เรื่องของโรงเรียน เรื่องของ massage ซอฟแวร์เฮ้าส์เขาจะมาเขียนแบบนี้ เขานึกไม่ออก เขาต้องอาศัยคนมีประสบการณ์ ซอฟแวร์เฮ้าส์มีดีบนโลกใบนี้แต่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมที่มีความเข้าใจ ซึ่งตรงนี้เรากับเขาคลิกกันได้ทันที จึงกลายเป็นเรื่องที่สามารถนำมาต่อยอดการทำธุรกิจหลังโควิด 19

เราเป็นหุ้นส่วนกันในเรื่องของตัวแอพพลิเคชั่นนี้ ซึ่งเราเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว และค่อยๆพัฒนามาเรื่อย ๆ ตอนนี้เปิดให้บริการเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและหัวหิน แต่พอเราเปิดก็เจอโควิด เราก็รู้ว่ามันคืออะไร เลยทำให้ช่วงนี้เราโฟกัสเรื่องแอพนี้ค่อนข้างเยอะและคิดว่า ตัวนี้จะเป็นอนาคตของบริษัท
ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ตัวแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นตัวที่มีความต้องการสูง ถ้าโควิดเริ่มซาไป ข้อดีของแอพพลิเคชั่นนี้คือ เราจดเป็น BOI การที่เราจะไปขยาย
ในอนาคตอาจจะมีโตในต่างประเทศเพราะเป็นการจัดการที่ง่ายมาก แต่ขั้นตอนยากที่สุดคือขั้นตอนการพัฒนาซอฟแวร์ แต่เมื่อเริ่มมีการใช้ มีการแก้ไข การเอาไปใช้ก็ใช้ได้บนโลกใบนี้ได้หมด สิ่งที่เราทำมาจากอดีต จนปัจจุบัน เพื่อวางแผนในอนาคตก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องของ wellness เพราะยังเชื่ออยู่ว่า เป็นเรื่องที่ขาดกันไม่ได้ในการใช้ชีวิตของคนเรา

cr. ภาพ RLAX.ME

ในแอพพลิเคชั่น RLAX มีระบบการจัดเตรียมพนักงานนวด ลูกค้าไม่ต้องเตรียมอะไร มีที่นอน มีน้ำมันหอม มีทุกอย่างเหมือนยกสปาไปไว้ที่บ้านของคุณเอง เพราะฉะนั้นความปลอดภัยแน่นอน เพราะเรามีโรงเรียนสำหรับผู้ให้บริการ therapist ต้องผ่านการเรียนจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปาพนักงานต้องได้รับใบรับรองการตรวจสอบอาชญากรรม ความปลอดภัยด้านโควิด เรื่องของสุขอนามัย การตรวจสอบเรื่องคุณภาพการบริการ ทุก feedback ของลูกค้าก็จะกลับมาที่เรา เกิดเหตุการณ์อะไรจะรู้ทันทีเพราะการใช้ไอที จะรู้ว่าพนักงานเทอราปิสท่านนี้ไปถึงเวลากี่โมง ใช้ massage กี่โมง monitor เพราะฉะนั้นจะ related กับ consumer review ระบบจะสามารถ monitor ได้ โดยไม่มีอะไรปิดบัง

ข้อดีคือ พนักงาน เทอราปิส รับงานแบบนี้ เป็นการรับงานนอกบ้านที่ไม่ผิดกฎหมาย พนักงานนวดไม่ใช่แค่พนักงานนวดของโอเอซิสสปาเท่านั้น แต่พนักงานนวดทั่วไป เพือเพิ่มรายได้ สร้างงาน ซึ่งวิธีคัดเลือก เทอราปิส คือดูทักษะ ประสบการณ์ โดยต้องมีใบรับรองจากสาธารณสุข รับรองผ่านการเรียน ได้รับใบประกาศ เป็นพื้นฐาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หลังจากนั้น ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานอยู่บนมาตรฐานของโอเอซิสสปา ปัจจุบันหลายร้อยคนที่มาลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ ส่วนเรื่องผลตอบรับเป็นอย่างไร ช่วงนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ จึงยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่คิดว่าเป็นอนาคตที่ดี ทุกคนที่เข้ามาในส่วนหนึ่งของแอพฯ จะได้ค่าตอบแทนเป็นชั่วโมง มีรายได้ที่แน่นอนเลย ซึ่งมองว่าคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือพนักงาน เทอราปิส เหตุผลที่เขาจะมาจอยแอพพลิเคชั่นเพราะมีความเชื่อมั่นว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน และตรวจสอบขั้นตอนได้ ในขณะเดียวกัน อดีตที่ผ่านมาอาจจะเรียกจากศูนย์นวด แต่ไม่มีประวัติการตรวจสอบ แอพพลิเคชั่นที่เกิดขึ้นนี้เป็นแอพฯ ที่ทำให้เทอราปิส มีความปลอดภัยและลูกค้าปลอดภัยสูงสุด ตรวจสอบได้ทั้งสองฝั่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการรับบริการ โดยมี GPS ในการตรวจสอบตำแหน่งการเข้าทำงาน ระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของแอพฯ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการ
ใช้บริการนวดที่บ้านหันมาสนใจเป็นสมาชิกของ RLAX มากขึ้น

cr. ภาพ RLAX.ME

RLAX.ME เป็นแบรนด์ใหม่ของโอเอซิสสปา ทีมทำงานคนละทีม เพราะเรามีจอยเวนเจอร์โดยไม่อยากให้เด็กต้องไปทำงานสองงาน ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการวางแผนไว้แต่ช่วงสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เดินหน้าไปก่อนเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ธุรกิจสามารถตอบความคาดหวังของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น


เหตุผลที่ทำแอพพลิเคชั่นนี้ คือ ต้องการขยายธุรกิจใหม่การขยายธุรกิจนำไปสู่การ support พนักงานเทอราปิสที่ไม่มีงานทำพนักงาน เทอราปิส ซึ่งโอเอซีสมีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว โดยเข้าสู่ระบบ RLAX.ME มีโอกาสเข้าร่วมงานเป็น freelance รับผิดชอบตัวเอง เรื่องมาตรฐานของการให้บริการเป็นมาตรฐานเดียวกันกับโอเอซิส แต่ผมไม่ได้นำตรงนี้มาเป็นจุดขาย เพราะว่า พนักงานโอเอซิสไม่ได้มีทั่วโลก แต่เป้าหมาย คือ การจายการให้บริการไปทั่วโลก สิ่งที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าตอนนี้คือ โอเอซีส มีโรงเรียนไทยโอเอซิส
สปา ถือเป็นจุดที่สามารถนำมาโปรโมท โนว์เลท โนว์ฮาว จากรร.นี้โดยตรง
ที่สามารถพัฒนามาตรฐานให้กับพนักงานของ RLAX.ME มาจากโอเอซิสหรือพพนักงานทั่วไปที่ต้องการหารายได้พิเศษ ทำงานเป็นนายของตัวเอง สามารถเข้าร่วมกับแอพพลิเคชั่น RLAX.ME โดยการผ่านการตรวจสอบการคัดกรองตามมาตรฐาน ผมเปิดแอพพลิเคชั่นนี้ ในต่างประเทศ สมมติว่า ไปเปิดที่ประเทศเยอรมัน เปิดโซนตรงไหน วันที่เราพร้อมเราเปิดให้บริการที่เยอรมัน เปิดรับพนักงาน เทอราปิสที่เยอรมัน เพราะรีไวเม้นท์ค่อนข้างต่างกัน โดยต้องให้เข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างเหมือน Grab แอพฯ เดียวสามารใช้ได้ทั่วโลก เช่น ใช้บริการ ที่ลาว เยอรมัน ใครก็แล้วแต่ที่ประเทศนั้นๆ สนใจร่วมงานกับ RLAX.ME ก็เข้ามาสมัคร เป็นเรื่องของการจัดการที่เราต้องทำ โดยหา local partner โดยไม่ต้องลงทุนสิบหรือยี่สิบล้าน อย่างที่ผ่านมาผม เปิดโอเอซิสที่ทองหล่อ ลงทุนสามสิบล้าน เปิดได้เดือนดียวเจอโควิดต้องปิดลง เรามองว่าคนไทยในเยอรมัน มีจำนวนมหาศาลมาก ยิ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของคนไทยเขายิ่งมั่นใจ

cr. ภาพ RLAX.ME

ผมแยกโอเอซิสสปา กับ RLAX.ME เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่าน BOI ซึ่ง defend ให้เข้าใจ เพราะ BOI ไม่ใจว่า ทำไมต้องนวดที่บ้าน แล้วจะสร้างงานสร้างเงินให้กับคนไทยได้อย่างไร ถ้าเรามีพนักงานสามพันคน นั่นคือการจ้างงาน รายได้จากการจ้างงานของ เทอราปิสส่วนหนึ่งจึงมองเห็นภาพด้วยศักยภาพความเข้มแข็งของทีมงานทำให้ ผมสามารถเปิด RLAX.ME ในจังหวัดที่ต้องการได้ในหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ที่หัวหินกับกรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่ที่สุดมีลูกค้าประจำเร็วมาก สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นผู้นำ อันดับแรก คืออยากให้ดูตัวเองก่อนว่าตัวเองจะอยู่รอด ณ จุดไหน ถ้าเราอยู่แล้วรอดให้ไปอยู่ที่นั่น ที่พูดแบบนี้คือบางครั้งคนที่ทำงานในองค์กรแล้วองค์กรรู้สึกว่าไม่ได้ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายอยู่รอด ในฐานะผู้นำ ต้องดูว่าอยู่ตรงไหนถึงจะพาทีมงานให้อยู่รอด พนักงานบางคนเลือกกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับมาว่า ในฐานะที่เป็นคนที่ต้องเอาชีวิตให้รอดในสถานการณ์แบบนี้ เขาน่าจะรู้ตัวเองที่สุดว่า เขาอยู่ตรงไหนแล้วจะรอด มันบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้อะไร แต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งตัวผมเอง ชีวิตในวันนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่ได้รู้สึกว่ารันทด เพราะรันทดจะทำให้ถดถอย แต่เรารู้สึกว่าต้องมี positive energy มาส่งเสริมให้เรามีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป

-ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

เปิดแนวคิด นโยบายเรือนจำท่องเที่ยว

อายุตม์ สินธพพันธุ์
อธิบดีกรมราชทัณฑ์

จากนโยบาย ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในการพัฒนาพื้นที่เรือนจำทัณฑสถานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะด้านต่างๆ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหลังพ้นโทษได้อย่างยั่งยืน จนปรากฏผลเป็นรูปธรรม และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดโครงการเรือนจำท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “Cook & Coff @ราชบุรี ท่องเที่ยวเกษตรวิถี…คืนคนดีสู่สังคม”
ล่าสุด อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สานต่อนโยบาย รมว.ยุติธรรม ในการนำพื้นที่บริเวณโดยรอบเรือนจำเพื่อใช้ประโยชน์ ทั้งเพื่อสร้างความหวังและประกายแห่งความเชื่อมั่นที่ดีของสังคมในการหยิบยื่นโอกาสให้ผู้ต้องขังให้กลับตัว แก้ไขสิ่งผิด มีรายได้เลี้ยงตนเอง และยังเพื่อทำให้พื้นที่เรือนจำก่อให้เกิดประโยชน์ รวมถึงเตรียมนำเรือนจำท่องเที่ยวมาจัดนิทรรศการในงาน นิทรรศการกรมราชทัณฑ์ ที่เรือนจำกลางคลองเปรมในเดือนพฤษภาคมนี้อีกด้วย

ทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์
โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการฝึกอบรม ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ พัฒนาพื้นที่เรือนจำ-ทัณฑสถานเปิดทุกจังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อเป็นประโยชน์ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ จากจำนวนเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ปัจจุบัน ได้เริ่มมีการนำร่องใช้พื้นที่เรือนจำชั่วคราวและด้านหน้าเรือนจำที่มีพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินในการนำร่องปรับเป็นเรือนจำท่องเที่ยว นำร่อง 5 แห่งในปี 2563 และ ในปี 2564 เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม 24 แห่ง
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงที่มาของเรือนจำท่องเที่ยวว่า เรือนจำท่องเที่ยวเกิดจากนโยบายของ พณ.รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีจำนวน 143 แห่ง เรือนจำท่องเที่ยวเราใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณเรือนจำชั่วคราวและหน้าเรือนจำที่มีด้านหน้า ด้านข้าง เพื่อปรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว คำว่าเรือนจำท่องเที่ยว ไม่ใช่หมายถึงท่องเที่ยวในเรือนจำ แต่หมายถึงพื้นที่ด้านหน้าเรือนจำ เหมือนคำโบราณที่เรียกว่า หับเผย หับแปลว่าปิด เผยแปลว่าเปิดออก เหมือนประตูคุก ที่ท่องเที่ยวบางที่อยู่ที่หน้าเรือนจำชั่วคราว บางที่อยู่หน้าเรือนจำ ส่วนเรือนจำที่ทำแล้ว ได้แก่ เรือนจำชั่วคราวดอยคาจังหวัดเชียงราย เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้งจังหวัดเพชรบุรี เรือนจำชั่วคราวเขาระกำจังหวัดตาก เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วจังหวัดระยอง และที่เรือนจำชั่วคราวสวรรคโลก หลักการคือ เราทำพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ มีการฝึกเรื่องทำอาหาร ทำกาแฟให้กับผู้ต้องขัง ก็นำมาด้านหน้าให้มีร้านกาแฟของเรือนจำแต่ละแห่ง Cook &Coffในพื้นที่นั้นอาจจะมีการประกอบอาหาร ขายกาแฟ และพื้นที่ที่ทำเกษตรพอเพียง โครงการพระราชทาน โคก หนอง นา น้ำใจแห่งความหวังด้วย รองรับธุรกิจการบริการและท่องเที่ยวในอนาคต เพื่อเป็นแหล่งศึกษาโครงการพระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่”

สร้างอาชีพ สร้างรายได้
ในแต่ละพื้นที่ของเรือนจำท่องเที่ยว จะถูกปรับแปลงโฉมให้เหมาะสมตามโลเคชั่น และเพื่อให้เป็นที่สนใจและน่าเข้ามาท่องเที่ยวของประชาชน
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า “โดยในปี 2563 ได้มีการดำเนินการนำร่องมาแล้ว 5 แห่ง และปี 2564 จะมีเพิ่มเติม 24 แห่ง ซึ่งตอนนี้ รมว. ยุติธรรม เปิดไว้ 2 แห่ง ต้องเรียนว่ามีเรือนจำอีกหลายแห่งที่ทำล่วงหน้าไปแล้ว อย่างที่สวรรคโลก ซึ่งกิจกรรมเรือนจำท่องเที่ยวมีหลายกิจกรรมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่อย่าง
ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง มีกิจกรรมอาชาบำบัด โดยการนำม้ามาให้ประชาชนขี่ในช่วงเวลาว่าง หรือการบำบัดเด็กพิเศษ โดยมีผู้ต้องขังเป็นผู้จูงม้าโดยแต่ละแห่ง
จะมีการประกอบอาหาร การทำร้านกาแฟ ร้านค้าผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้ต้องขังจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งการฝึกการประกอบอาหารถือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขัง” เพื่อสร้างทักษะความชำนาญในสถานที่ปฏิบัติงานจริง และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขังให้กับผู้ที่มาเยี่ยมถือเป็นการสร้างรายได้จากการฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังภารกิจการคืนคนดีสู่สังคม เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างโอกาสการยอมรับจากสังคมภายนอก

ยกเรือนจำท่องเที่ยวร่วมโชว์
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า การสร้างความประทับใจให้กับประชาชนที่มาท่องเที่ยว location แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน บางแห่งมีบึงน้ำกว้าง เช่น เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ก็จะมีกิจกรรมกีฬาทางน้ำ มีพายเรือคายัค มีการขายสเต็ก ด้านเปิดทัณฑสถานห้วยโป่งมีการจำหน่ายผัดไท แต่ละแห่งมีความแตกต่างไม่เหมือนกันซึ่งในประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน จะมีงานนิทรรศการกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจำหน่ายสินค้าหลายอย่างส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์จากการฝึกอาชีพของผู้ต้องขัง ปกติจะจัดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว แต่เรื่องเรือนจำท่องเที่ยว ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีการนำมาจัดนิทรรศการร่วมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายหลายโซน อาทิ การแข่งขันการทำอาหารโดยทัณฑสถานหญิงแต่ละแห่งแข่งขันการทำผัดไท ทำไข่พะโล้ ส่วนทัณฑสถานชาย จะมีการแข่งทำราดหน้า หมูปิ้ง ผัดซีอิ๊วเป็นต้น และที่สำคัญมีการแสดงผลผลิตจากโครงการพระราชทาน เศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา น้ำใจแห่งความหวัง “และที่แตกต่าง คือ โซนจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์กรมราชทัณฑ์ที่แตกต่างกัน เช่น ไม้ชิงชัง ไม้ประดู่ ไม้พะยูง รวมถึงงานดีไซน์ใหม่ๆ
ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้ทำ MOU กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ ซึ่งจะทำให้รูปแบบงานดีไซน์ดีขึ้นจากในอดีตในส่วนภาคใต้
เช่น นราธิวาส ยะลา ปัตตานี การเดินทางค่อนข้างไกล จึงไม่ค่อยได้นำสินค้า
ขึ้นมาร่วมจำหน่ายในงาน ส่วนใหญ่จะจัดนิทรรศการในพื้นที่ภาคใต้แต่ปีนี้
จะนำขึ้นมาจัดแสดง และจำหน่ายด้วยที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม”

PenLaos เป็นลาว ร้านอาหารของชุมชน เพื่อชุมชน

มาเขาใหญ่หนึ่งคืน ต้องมีมื้อหนึ่งที่ ร้าน เป็นลาว PenLaos
รู้จัก ร้านเป็นลาว ร้านอาหารแนวอีสานที่ชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเขาใหญ่ ด้วยเพราะความอร่อยของรสชาติอาหารและความเก๋าในไอเดียต่างๆ ที่รังสรรค์ให้ร้านเป็นลาว อยู่ยงคงกระพันมานานเกือบยี่สิบปีแถมยังเป็นหนึ่งในร้านอาหารอีสานที่เข้ามานั่งในหัวใจของนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือน เรียกว่า สักครั้งหนึ่งถ้ามาเขาใหญ่ ต้องมาทานที่ “เป็นลาว”

PenLaos เริ่มต้นจากขนาดเล็กๆ เมื่อปี 2009 เกือบจะสิบสองปีแล้ว เต้เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่กรุงเทพฯ คุณพ่อเป็นคนโคราชคุณแม่เป็นคนเมืองกาญจน์ แต่มาอยู่เขาใหญ่ เพราะตามเจ้านายเก่ามาอยู่เกือบยี่สิบปีมาแล้วตอนนั้นเขาใหญ่ยังไม่เจริญ เส้นหลักคือเส้นธนะรัชต์ แต่ร้านเป็นลาว เป็นเส้นผ่านศึกอนุกูลกุดคล้า ตอนนั้นมีแค่พรีโมและมีปาริโอ้ เขาใหญ่โตมาจากการเป็นเมืองอิตาเลียนด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างขึ้นมาและเป็นที่สนใจของ นักท่องเที่ยว ถ้าไม่นับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อคนมาอยู่มากขึ้นที่ดินก็มีราคาสูงขึ้น ความที่ต้องย้ายตามนายมาเขียนหนังสืออยู่ที่เขาใหญ่ เหงาๆ หาอะไรทำ ตอนนั้นอยู่มูลนิธิอมตะ ต่อมาลูกน้องที่เคยอยู่ฟาร์มฮัก แต่ก่อนเต้เป็นผู้จัดการฟาร์มฮัก เต้จบกฎหมาย เคยเป็นทนายความ และเป็นผู้จัดการฟาร์มฮักสมัยก่อนในรุ่นแรกๆ ทำอยู่ห้าปี ก่อนจะมาอยู่มูลนิธิอมตะ ต่อมาฟาร์มปิด ลูกน้องเก่าๆ ถามว่าคุณเต้ทำอะไรกันดี เราชอบกินส้มตำและแถวนี้มีแต่อาหารอิตาเลียน ก็เลยมาขายส้มตำดีกว่า เปิดวันแรกก็ขายได้สามสิบบาท นึกในใจตอนนั้นมีแต่แมวเดิน ก็นึกว่าจะรอดหรือเปล่า (หัวเราะ) เริ่มต้นร้านจากขนาดเพียง 3 X 3

พันชนะ วัฒนเสถียร : ร้านเป็นลาว

คุณพันชนะ เล่าให้ฟังต่อว่า เต้ตั้งชื่อ เป็นลาวเพราะคุณย่าทวดเป็นคนลาว และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คิดว่า คนไทยชอบดูถูกคนลาวก็ไม่มีอะไรที่จะ respresent ความเป็นอาหารได้ดีเท่ากับคำว่าเป็นลาว เพราะลาวก็หมายถึงอีสาน เราคิดง่ายๆ และชอบที่เป็นสองพยางค์ จำง่าย ตอนแรกก็จะตอตำ ตอเต้ จน มาถึงเป็นลาว
ตอนนั้นเป็นร้านเล็กๆ เล็กมากๆ แค่ 3×3 ไม่มีที่นั่งด้วย แบบซื้อกลับบ้านส่วนใหญ่ก็ซื้อกันเอง อุดหนุนกันเองทำการทดลองอยู่หกเดือน ทุกเสาร์อาทิตย์
พอมั่นใจว่ามีคนมาซื้อกับแล้ว ตอนนั้น ก็มีไก่ย่าง ปลาช่อนเผาห่อใบยอ ส้มตำนิดหน่อย ก็ขายพอได้ จึงขอที่คุณวิกรม มาทำ ก็เป็นร้านเก่าจนถึงปัจจุบัน”

PenLaos เมนู

ร้าน PenLaos ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรในชุมชน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานคือความเข้าใจในสถานการณ์ รับรู้ และพร้อมเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างไม่เบียดเบียนป่า ลดการพึ่งพาหาเลี้ยงชีพในป่า และทำการเกษตรแบบปลูกพืชระยะสั้นซึ่งเป็นพืชผักอินทรีย์ไร้สารพิษเป็นลาวของเราก็ซื้อพืชผักหลายอย่างที่ใช้ในร้านเพื่อสนับสนุนชุมชนที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่าแห่งนี้บางครั้งคุณลูกค้าจึงได้ผักแกล้มเป็นใบชะพลูบ้าง ดอกอัญชันบ้าง คละๆ กันไปและยังนำคนเจเนอเรชั่นต่างๆ ในชุมชนมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่เด็กๆ ที่อยากหารายได้ระหว่างเรียน พร้อมเรียนรู้ วัยทำงานที่ขยันขันแข็ง และวัยผ่านประสบการณ์

เมนูเด็ดของ PenLaos คือ ตำโคราช (ตำไทยใส่ปลาร้า) ตำมั่ว แกงลาว ซุปหน่อไม้ น้ำตกหมู น้ำตกคอหมู น้ำตกเนื้อ ไก่ย่าง ไก่ทอดกระเทียม ผัดหมี่โคราช*

ตำหลวงพระบาง
จานนี้เด็ดสุด ด้วยน้ำปลาร้าปรุงสำเร็จ และน้ำยำปลาร้าสูตรโฮมเมด ไม่ใส่สารกันบูด แบบเดียวกับที่ปรุงขายในร้านใส่ ขวดจำหน่ายไปฟินต่อกันที่บ้าน ตำหลวงพระบางสำหรับคนกินปลาร้าและกะปิ

ตำหลวงพระบาง

ผัดหมี่โคราชPenLaos
ใช้น้ำปรุงสูตรเฉพาะของทางร้าน ผัดกับเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่ม ให้รสชาติซึมเข้าไปในเส้น รสชาติกลมกล่อม

ผัดหมี่โคราช

ลาบปลาดุกPenLaos
ลาบเป็นแบบแห้งๆ โดยการนำปลาดุกไปย่างจนหอมแล้วแกะเอาเฉพาะเนื้อไปปั่นกับข่า นำมาคั่วจนแห้ง ปรุงรสเค็ม แซ่บกำลังดี  

ลาบปลาดุก

หมูสามชั้นทอด หรือ คอหมูย่างผัดแจ่ว

หมูสามชั้นทอด น้ำจิ้มแจ่ว
ต้มแซ่บไก่บ้าน

แนะนำ ไก่ย่างต้องสั่งเลยจ้าเป็นลาวมีดิลิเวอร์รี่ตลอดๆ แต่ตอนนี้จัดโปรเพิ่ม ทั้งฟรีทั้งเหมา ส่งแบบยกเข่ง จะย่างจะทอดจะตำ พร้อมส่งฟรี 5กิโลเมตร จากร้าน ขั้นต่ำ 500 บาท กิโลเมตรที่ 6-10 เหมาค่าส่ง 50 บาทกิโลเมตรที่ 11 เป็นต้นไป กิโลเมตรละ 20 บาทเด้อ

สำหรับสถานการณ์ในช่วงนี้ ร้านเป็นลาว ยังเปิดให้บริการตามวันและเวลาเดิม ตามประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ลูกค้าที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังสามารถเข้าพักโรงแรมได้ขั้นตอนการตรวจจะเข้มข้นขึงขังอยู่สักหน่อยเพื่อความปลอดภัยของคุณลูกค้าค่ะ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะรีบแจ้งให้ทราบ โปรโมชั่นจากเป็นลาว เพียงเอาปิ่นโตหรืออุปกรณ์มาใส่เมื่อสั่งอาหารกลับบ้าน รับส่วนลดไปเลย 10% เป็นลาว: 700 เมตร ก่อนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การันตีความอร่อยได้จากแถวรถที่จอดยาวเหยียดหน้าร้านริมถนน

สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดที่ PenLaos
พิกัด : https://g.page/Penlaos?share
ที่อยู่ :  56 หมู่ 17 ถนนธนะรัชต์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา
ร้านเปิดบริการ : 09.30 – 18.00 น.
โทร : 08-3461-3666
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/penlaosthailand/

ต้องได้ลอง…ก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย

เปิดตำนานเส้นทางแห่งความอร่อย หลายคนเมื่อพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนินต้องร้องอ๋อกันทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดของแม่ใหม่ ต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทยกลางห้างหรู ตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 น้ำซุปที่ถูกปรุงอย่างพิถีพิถันจากวัตุดิบที่ทางร้านคัดสรรคมาอย่างดีเยี่ยม จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและครองใจคอก๋วยเตี๋ยวเรือมาอย่างยาวนาน

เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถือเป็นเจ้าแรก ในยุคนั้นถือว่าเป็นแหล่งช้อปสุดชิคที่เหล่าเซเลบริตี้ปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกกล่าวถึง เป็นที่ฮือฮา คือ ร้านอาหาร Le Jardin (เลอ จาร์แดง) ซึ่งเป็นร้านอาหาร ในคอนเซ็ปต์ลอบบี้ เลานจ์ นำก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นมาเสิร์ฟบนห้าง ถือเป็นเจ้าแรก ที่ยกความแซ่บมาตั้งไว้บนห้างหรู เป็นที่ถูกถูกใจบรรดานักธุรกิจและนักชิมจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

ถึงวันนี้เป็นเวลายาวนานกว่า 35 ปีแล้ว จากตำนานอาหารของร้าน เลอ จาร์แดง ที่ถ่ายทอดความอร่อยมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง วันนี้ร้านใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล พร้อมเสิร์ฟความอร่อยที่หลายๆคนคิดถึง ในชื่อ ใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และ ล่าสุดรุ่นหลาน คุณมิ้นท์-ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

MaiMai Noodle เปิดที่ Icon Siam ก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย มิ้นท์–ชลิตา สาลีรัฐวิภาค ลูกสาวคนโตในจำนวน 4 คนของ พีระพันธุ์–สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค วันนี้ชวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อและหมูแบบพรีเมี่ยม อาหารของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากความชอบอาหารไทยของคุณยาย และอาหารฝรั่งของคุณแม่ นำมาปรับให้ทันสมัยกลายเป็นอาหารคงคุณค่าอาหารครบ ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ เมนูต้องมีคุณภาพและรสชาติต้องเลิศ น้ำซุป เข้มข้น และอร่อยแบบไม่ต้องปรุง นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยแบบดั้งเดิมอื่นๆ อีกมากมาย อาหารทุกจานเป็นสูตรลับเฉพาะของครอบครัวใหม่ใหม่ได้ลิ้มลองความอร่อยอีกมากมาย

ปัจจุบัน คุณมิ้นท์ เข้ามาสานต่อธุรกิจ จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และล่าสุดรุ่นหลาน คุณมิ้นท์ สานต่อความอร่อยระดับตำนาน ร้าน MaiMai Noolde ก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ ยกทัพมาให้ทุกท่านได้
อิ่มอร่อยกับท็อปปิ้งและเมนูเครื่องเคียงอีกมากมาย

มิ้นท์–ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

แนะนำเมนูห้ามพลาด
ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อริบอายออสเตรเลีย
ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำซุปเข้มข้น ราดร้อนๆ ลงบนเนื้อนุ่มชิ้นใหญ่ คัดสรรเนื้อริบอายจากเชฟระดับโรงแรมด้วยวิธีพิถีพิถัน ทานเข้ากันกับรสชาติแบบก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ
เเนื้อริบอาย น้ำซุป ของที่นี่เข้มข้น และอร่อยแบบไม่ต้องปรุง

ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูคุโรบุตะ
ก๋วยเตี๋ยวหมูคุโรบุตะคัดมาแบบเน้นๆ หมูนุ่ม เด้ง เสิร์ฟพร้อมลูกชิ้นหมูสูตรพิเศษอร่อยเต็มคำ ซดคู่กับน้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศ

เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน ดัดแปลงมาจากเมนูคัสตาร์ด โคโคนัท เมนูดังในอดีตของโรงแรมดุสิตธานี

เมนูของหวานไฮไลต์ที่ดังยาวนานถึงวันนี้ กล้วยไข่คัดพิเศษจากจังหวัดเพชรบุรี ด้วยเทคนิคการเชื่อมที่หวานฉ่ำชุ่มเข้าเนื้อกำลังดี ราดด้วยน้ำกะทิเข้มข้น หวาน เค็ม หอม อร่อยดี

เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
Sukanya Janchoo (General Manager) Chalita Salirathavibhaga (Owner)
ร้าน MaiMai Nooldle Iconsiam : ใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล

ร้าน MaiMai Nooldle Iconsiam
299 Iconsiam Room R606 Fl.6
Soi Charoen Nakhon 5 Khlong ton sai Bangkok 10600
โทร. 02 1089977
ICONSIAM ชั้น 6, Alangkarn Zone
Line : @MaiMaiNoodle

#MaiMaiNoodle #ต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย #ก๋วยเตี๋ยวเรือIconsiam #toptotravel
#ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนิน #ก๋วยเตี๋ยวเรือ #BangkokNoodle

ตามรอยพ่อฯ ปี 8 หนุนสร้างคนรับมือภัยพิบัติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”จัดอบรมหลักสูตร CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ที่ จังหวัดลพบุรี

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ในหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ภายใต้แนวคิด CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก โรงเรียนสงครามพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ. ลพบุรี ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งการเตรียมป้องกัน การพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
(ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจ
และผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมว่า “สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์ แต่การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้หน้าที่ สามารถรับมือและพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื่นได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่ง โดยหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เน้นการสร้างแหล่งน้ำไว้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนไว้ใช้อุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทั้งในฤดูน้ำหลากยังสามารถช่วยชะลอและเก็บกักน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องใช้สอย และสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ซึ่งสามารถเตรียมการไว้ได้ในภาวะปกติและสามารถรับมือเมื่อเกิดภาวะวิกฤต (ป้องกันและฟื้นฟู) พร้อมทั้งฝึกอบรมเร่งสร้างกองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อการเตือนภัยและฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ (เตือนภัยและเผชิญเหตุ) ด้วยกระบวนการอบรมทักษะ ความรู้ต่างๆ ควบคู่กับการหนุนนำให้เกิดจิตอาสา มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยรู้เท่าทันสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติสามารถประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายความช่วยเหลือทั้งในและนอกพื้นที่ได้ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศเพื่อช่วยเหลือกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด”

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการฝึกอบรมในครั้งนี้ ว่า การฝึกอบรม CMS เป็นกิจกรรมที่มูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ และช่วยเหลือคนอื่นได้ เนื่องจากปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ของโลก ซึ่งนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที การส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติจึงเป็นภารกิจที่ทวีความสำคัญ

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด


โครงการฯ จึงจัดกิจกรรมฝึกอบรมครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ โดยได้ปรับหลักสูตรการฝึกให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการฝึกซึ่งมีทั้งคนเมือง และคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายของคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดเหตุภัยพิบัติ การเตรียมป้องกัน การพึ่งตนเองเมื่อเกิดวิกฤต ตลอดจนการฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติด้วยศาสตร์พระราชา สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้คนอื่นๆ
ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับ
ภัยพิบัติทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากวิทยากรชั้นครูของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงอาจารย์ยักษ์และทีมครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดยเมื่อจบการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อส่งความช่วยเหลือกัน ทั้งด้านกำลังคนและเสบียงอาหารในยามเกิดภัยพิบัติ”

พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต

ด้าน พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต ที่ปรึกษาการฝึกอบรมในครั้งนี้ กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตรการฝึกอบรมว่า “หลักสูตรการฝึกอบรม ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ เป็นหลักสูตรเฉพาะกิจระยะสั้นเพียง 3 วัน 2 คืน

ซึ่งการฝึกอบรมโดยปกติจะใช้เวลา 6 วัน อีกทั้งผู้เข้าอบรมเป็นประชาชนทั่วไปหลากหลายอาชีพ มีทั้งคนเมืองและคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ การออกแบบหลักสูตรจึงเน้นความกระชับและมีโอกาสใช้ได้จริง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเผชิญเหตุ ด้วยการผสมผสานหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ฐานเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองในภาวะวิกฤต ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรค และวิชาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการรับมือวิกฤตในยุค Disruption ผนวกกับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ การเรียนรู้เรื่องทัศนสัญญาณ การปฐมพยาบาล การผูกเงื่อนเชือก และการเอาตัวรอดในน้ำ โดยมีการจำลองสถานการณ์ปัญหา 24 ชม.
เพื่อฝึกการดำรงชีพในภาวะวิกฤต

พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา
‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’

นอกจากนี้ยังเชิญ พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา ‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ มาเล่าประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ที่อยู่กับเด็กๆ ทีมหมูป่า จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง สามารถพึ่งตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ในสถานการณ์คับขัน โดยหลักพื้นฐานเมื่อต้องเผชิญเหตุมีอยู่ 3 อย่าง คือ มีสติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีสติจึงจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคได้ มีความเพียรในการฝ่าฟัน จึงสามารถรอดพ้นปัญหาและอุปสรรคตั้งแต่เรื่องง่ายไปจนเรื่องยาก และสุดท้าย คือ การนำความรู้ไปแก้ปัญหา”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ
คนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน
 www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking 
รายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org