Category Archives: Food and Drink

Great Harbour ท่าเรือแห่งความอร่อย

บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติสุดอลังการที่ ไอคอนสยาม
กลับมาอีกครั้งกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดอลังการที่ไอคอนสยาม กับร้าน Great Harbour บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยด้วยจุได้ถึง 400 ที่นั่ง! และมีรายการอาหารกว่า 80 เมนู!

เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการในการเฉลิมฉลองที่ดีที่สุดแห่งปี เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ในหลากมื้ออาหารพิเศษ ที่ร้าน Great Harbour พบกับตัวเลือกอาหารมื้อพิเศษ กับมื้อบุฟเฟต์อาหารนานาชาติเคล้ากลิ่นอายการเฉลิมฉลองตลอดเดือนธันวาคมนี้สร้างสรรค์เป็นพิเศษเพื่อนำเสิร์ฟรายการอาหารที่ดีที่สุดตลอดเทศกาล

ร้าน Great Harbour รวบรวมทีมงานและเชฟฝีมือดีที่คร่ำหวอดในวงการอาหารมามากกว่า 30 ปี มาสร้างสรรค์เมนูต่างๆ ให้สายบุฟเฟ่ต์ได้เต็มอิ่มกับ 6
สเตชั่น 4 สัญชาติ โดยคัดสรรเมนูไฮไลท์อันเป็นซิกเนอเจอร์ของประเทศต่างๆ มานำเสนอตามคอนเซปต์ Great Harbour ท่าเรือแห่งความอร่อย 

มีท่านใดยังนึกเมนูไม่ออกมั้ยว่าหยุดยาวนี้ทานอะไร เผื่อท่านใดยังนึกเมนูไม่ออก ให้มาที่บุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดอลังการที่ไอคอนสยาม กับร้าน Great Harbour

Toptotravel เริ่มต้นกันที่สเตชั่น Western Food ที่ขอบอกเลยว่าคนชอบเนื้อไม่ว่าจะเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อหมู ควรพุ่งมาตรงนี้ เพราะมีเมนูน่าสนใจมากมาย เช่นเปปเปอโรนี ซาลามี่ วางคู่กับชีสหลายแบบ พร้อมด้วยเมนูค็อกเทลอย่างไข่ออนเซ็นน้ำมันทรัฟเฟิล สลัดไก่คีนัว สลัดมันหวาน สลัดไส้กรอกเยอรมัน มินิครัวซองค์ และค็อกเทลกุ้ง ซึ่งเชฟคัดสรรมาว่ากินคู่กับแฮมแล้วเข้ากันสุดๆ

นอกจากนี้ยังมีสลัดผักสดๆ กับน้ำสลัด 6 แบบ, พร้อมทั้งท็อปปิ้งอย่างเบคอนกรอบ, ลูกเกด, วอลนัทและอีกหลายอย่างให้ได้เลือกเพิ่มความอร่อยกับสลัดจานโปรด ส่วนโซนของอบและย่างมี แฮมอบน้ำผึ้ง ขาแกะอบสมุนไพร พร้อมซอสหลายชนิด อาทิ ซอสสับปะรด ซอสเห็ด และซอสเรดไวน์ พร้อมไซด์ดิชอย่างเฟรนช์ฟราย เห็ดย่าง กระเทียมย่าง มันฝรั่งบด ฯลฯ ซึ่งต้องบอกว่าทั้งแฮม และขาแกะอบสมุนไพร อร่อยสุดๆ แอบกระซิบว่า แฮมควรทานกับซอสสับปะรด และขาแกะควรทานกับซอสเรดไวน์ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีซี่โครงหมูซอสบาร์บีคิว คนไทยนิยมมาก รวมถึงสตูว์เนื้อ ที่เนื้อนุ่มละลายในปาก ปิดท้ายสเตด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิลหอมๆ ที่ตักกี่ครั้งก็ไม่เคยพอข้ามโลกมายังอีกทวีปกันบ้าง 

สเตชั่นต่อมาที่จะแนะนำคืออาหารญี่ปุ่น อาทิ ซูชิหลากหลายเมนู เช่น หอยปีกนก ปลาซาบะ แซลมอน ปลาไหล และที่พิเศษสุดๆก็คือซูชิเนื้อวากิว ที่บอกเลยว่าเนื้อนุ่ม อร่อย มาพร้อมซอสเทริยากิสูตรเฉพาะของร้าน ฟินสุดๆ ไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว เดินเขยิบมาไม่ไกลก็จะเจอซูชิและปลาดิบวางเรียงรายให้เลือกเต็มไปหมด โดยมีเชฟยืนแล่ปลาและปั้นซูชิสดๆ ให้ดูกันตรงนั้น มีซาชิมิตัวท็อปของโปรดใครหลายๆคน อย่างแซลมอนนำเข้าจากนอร์เวย์ ทูน่า ปลาซาบะ ปลาช่อนทะเล และที่เป็นอีกไฮไลท์ของสเตชั่นนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นซีฟู้ดขวัญใจลูกค้า Great Harbour อย่าง หอยนางรมสดสุราษฎร์ กุ้งออนไอซ์ หอยแมลงภู่ และ กุ้งแม่น้ำเผา ที่เชฟย่างให้แบบไม่อั้น         

และเมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่น ต้องพูดถึงเทมปุระ ซึ่ง Great Harbour เชฟยืนทอดโชว์กันสดๆ และเติมอาหารตลอดเวลา ทำให้เราได้กินเทมปุระร้อนๆ สมใจ
ที่สำคัญคือไม่อมน้ำมันสักนิด!  มีทั้งเทมปุระกุ้ง เทมปุระผัก และ ไก่คาราเกะ 

…..มาต่อกันที่ สเตชั่นอาหารจีน เมนูยอดนิยมหนีไม่พ้นเครปเป็ดย่าง ซึ่งต้องยอมรับว่าอร่อยจริงจัง หนังข้างนอกกรอบ เนื้อก็นุ่ม เชฟเล่าให้ฟังว่า กว่าจะเสิร์ฟเป็ดย่างแต่ละตัวได้ ต้องใช้เวลาทำทั้งหมดเกือบ 3 วันเต็ม! ซึ่งเชฟจะคอยดูอยู่ตลอด จึงมั่นใจได้ว่าเป็ดย่างที่นี่อร่อยจริง ได้รสต้นตำรับแท้ๆ แน่นอน นอกจากนี้ยังมีหมูแดง กุนเชียง ติ่มซำ และซาลาเปาร้อนๆ ผัดหมี่ซัวฮ่องกง ขาหมูตุ๋น ปลากระพงซอสเต้าซี่ ตบท้ายความอร่อยด้วยซุปหมาล่าที่เชฟทำกันแบบถ้วยต่อถ้วยเลยทีเดียว  ฯลฯ 

ต่อมาคือสเตชั่น Pizza & Teppanyaki ได้รับความนิยมมากอีกสเตชั่น โดยมีเมนูพาสต้า อย่างคาโบนาร่าที่เราคุ้นเคย และที่แซ่บสุดๆ ต้องยกให้กับสปาเก็ตตี้เส้นดำสไปซี่ซีฟู้ด พร้อมทั้งสเต็กต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสเต็กหมู สเต็กแซลมอน และสเต็กเนื้อทรัฟเฟิล และยังมีเมนูพิเศษคือ ทาโก้ เมนูยอดนิยมจากเม็กซิโกอีก 

ส่วนสเตชั่นที่คุ้นปากคนไทยที่สุด คือ Asian Food ที่ เชฟเน้นเสิร์ฟอาหารไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารไทยยอดนิยมอย่าง  ต้มยำกุ้ง ส้มตำ ไก่ทอด ไส้กรอกอีสาน เปาะเปี๊ยะทอด มัสมั่น ยำเนื้อ และปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษที่ต้องมาลองให้ได้สักครั้ง คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว แผ่นใหญ่ ให้ได้เต็มอิ่มกับความอร่อย ซึ่งหากใครไม่ทานเนื้อ ทางร้านก็มีเมนูก๋วยเตี๋ยวหมูสไลด์ให้เลือกอีกด้วย ใครพาเพื่อนชาวต่างชาติมา อย่าลืมนำทางมาสเตชั่นนี้ รวมถึงอีกหลายรายการอาหารนานาชาติพร้อมความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลก

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว

 
ปิดท้ายกันที่ สเตชั่นน้ำดื่ม ผลไม้ และของหวาน ที่เชฟบอกว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของร้านต้นตำรับที่ไต้หวัน โดยน้ำดื่มมีให้เลือกทั้ง น้ำผลไม้รวม ชาเขียวมะลิ และชานมไข่มุก ซอฟดริ้งค์ต่างๆ อีกทั้งยังมีเครื่องทำกาแฟที่เลือกได้เลยว่าอยากได้เมนูไหน ทั้งคาปูชิโน เอสเปรสโซ่ หรือแม้แต่ชาร้อน ส่วนของหวานก็มีทั้งขนมไทยและเบเกอร์รี่ต่างๆ และน้ำแข็งไส ซึ่งไฮไลต์ที่ทุกคนไม่ควรพลาดคือครอฟเฟิล ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ โดยเชฟจะทำให้ร้อนๆ แล้วเราสามารถตักท็อปปิ้งได้เองตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นแยมสตรอเบอร์รี่ น้ำผึ้ง ครีมสด หรือฟรุตสลัด ส่วนสาวๆ ที่ชอบเค้กก็มีให้เลือกเต็มตู้ โดยจะเน้นเป็นเมนูเค้กสไตล์ฝรั่งเศส ฯลฯ 

ของหวานอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือไฮศกรีม โดย Great Harbour ยกตู้ไอศกรีมของ Haagen dazs  มาให้เลือกรสและตักท็อปปิ้งต่างๆได้ตามใจชอบ

เมนูเยอะมากจนไม่สามารถสั่งมากินได้ทั้งหมดจริงๆ รูปเลยน้อยกว่าในเมนูเยอะมากทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากกว่า 100 เมนูเท่า Great Harbour ยังมีอีกหลายเมนูให้ทุกคนมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง ที่ชั้น 6 ไอคอนสยาม ซึ่งนอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว พนักงานทุกคนและเชฟในทุกสเตชั่นยังบริการดีเยี่ยม พร้อมตอบทุกคำถาม รวมถึงแนะนำเมนูต่างๆ  ที่รับประกันว่าจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

Great Harbour มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม 941 net เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป ในวันจันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดชดเชย) หรือสามารถใช้ส่วนลด 15% ในวันเสาร์ – อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันชดเชย มา 1 -3 ท่าน ลด 10% ในวันจันทร์ – อาทิตย์ วันนี้ – 31 ธันวาคม 2565 (วันที่ 5, 30, 31 ธันวาคม 2565 ไม่สามารถใช้โปรโมชั่นใดๆได้)

โดยเปิดให้บริการในวันจันทร์ – ศุกร์ 2 รอบ
คือ 12.00 – 14.30 น. และ 17.30 – 21.00 น.
และช่วงเทศกาลสำคัญที่จะเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน 12.00 – 21.00 น. 
 
ราคาบุฟเฟต์ต่อหัวมีดังนี้
วันจันทร์ – ศุกร์ (ผู้ใหญ่) 999++  (1,176 net)
วันจันทร์ – ศุกร์  (เด็ก) 499 ++ (587 net)
โดยโปรโมชั่นจะปรับเปลี่ยนไปแต่ละเดือน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ทันทีที่
Facebook : Great Harbour
Line : @harbour

เติมความสนุกทุกวันกับอาร์ แอนด์ บี คาราโอเกะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านคาราโอเกะ กับเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี 2565 วันนี้ Toptotravel อยู่ที่ อาร์ แอนด์ บี คาราโอเกะ (สาขาสาทร) และขอแนะนำคาราโอเกะอันดับ 1 ของคนกรุง ชวนเพื่อนและครอบครัว มาสนุกกับบทเพลงที่อัพเดทใหม่ๆ มากกว่า 200,000 เพลง สามารถจัด ปาร์ตี้ เลี้ยงสังสรรค์ได้ทุกเทศกาล พร้อมที่จอดรถมากกว่า 200 คันและการเดินทางที่สะดวกสบายที่ R&B คาราโอเกะ พร้อมบทเพลงอันไพเราะ ทุกค่ำคืน โลกแห่งความบันเทิงด้วยการร้องเพลง ด้วยระบบ Digital Mode เทคโนโลยีเครื่องเสียงที่ทันสมัยนำเข้าจากต่างประเทศ และ สัมผัสกับบรรยากาศหลากหลายสไตล์ กับ R&B Boutique สนุกกับบทเพลงที่อัพเดทใหม่ๆ มากกว่า 200,000 เพลง และสามารถจัด ปาร์ตี้เลี้ยงสังสรรค์ได้ทุกเทศกาล พร้อมที่จอดรถมากกว่า 200 คัน การเดินทางสะดวกสบาย ที่ R&B คาราโอเกะ ทุกสาขา

แบ่งเป็นโซนด้านใน มีห้องคาราโอเกะส่วนตัวด้วยหลายห้อง เริ่มแล้วกับเทศกาลแห่งความสุข มาสนุกกับการร้องเพลงแบบสนุกยกแก๊งค์ในปาร์ตี้แบบส่วนตัวที่คุณออกแบบได้ กับธีมห้องที่มีให้เลือกมากที่สุด โลกแห่งความบันเทิงด้วยการร้องเพลง ด้วยระบบ Digital Mode เทคโนโลยีเครื่องเสียงที่ทันสมัยนำเข้าจากต่างประเทศ

เหมาห้องจัดปาร์ตี้สุดมันส์! ชวนกันมาสัมผัสประสบการณ์ เอาใจสายปาร์ตี้ ได้ร้องเพลงไป กินไป สังสรรค์กับเพื่อน ชิลๆ คาราโอเกะอันดับ 1 ของคนกรุง คาราโอเกะ กิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนใช้คลายเครียดหลังเลิกงาน หรือเป็นกิจกรรมกระชับมิตร เลือกที่ชอบ ไปที่ใช่ R&B Karaoke คาราโอเกะใจกลางกรุง 3 สาขา ย่านสาทร, อารีย์ และสีลม เต็มไปด้วยความสนุก สนาน ปาร์ตี้แบบส่วนตัวที่คุณออกแบบได้ กับห้องที่มีให้เลือกหลากหลายธีม

สามารถจัดเลี้ยงสังสรรค์ได้ทุกเทศกาล ด้วยเครื่องเสียงระบบ Digital Mode เทคโนโลยีเครื่องเสียงทันสมัยนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงระบบแสงสีและระบบการเลือกเพลงด้วยหน้าจอทัชสกรีน ที่ทำให้การค้นหาเพลงได้ง่าย ด้วยเพลงฮิตติดเทรนด์อัพเดทใหม่ทุกเดือนทั้งไทยและต่างประเทศ มากกว่า 200,000 เพลง พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบาย ที่นี่ที่เดียว จบครบทุกไลฟ์สไตล์ R&B Karaoke คาราโอเกะของคนรักไมค์

ไส้กรอกเยอรมัน -ไร้สาร
BBQ หมูดำ คุโรบุตะ
ขาหมูเยอรมัน
ส้มตำวิงแซ่บเห็ด 3 อย่าง
ข้อไก่ทอด
ปลากระพงสมุนไพรโบราณ

นอกจากได้สนุกเต็มที่กับการร้องเพลงแล้ว มาเต็มอิ่มความสุขด้วยเมนูที่มีอาหารหลากหลายเมนูแสนอร่อย และเครื่องดื่มหลายชนิด พร้อม Chef’s Recommendations เมนูแนะนำในวันนี้….

  • ขาหมูเยอรมัน
  • ไส้กรอกเยอรมัน (ไร้สาร)
  • ปลากระพงสมุนไพรโบราณ
  • ต้มซุปเปอร์เอ็นหมูตุ๋น เสิร์ฟมาร้อนๆ
  • ส้มตำวิงแซ่บเห็ด 3 อย่าง
  • ข้อไก่ทอด
  • BBQ หมูดำ คุโรบุตะ
-Berry Berry

*เครื่องดื่มแนะนำ
-Station Long Island
-Yusu Mojito
-Hoegaarden
-Berry Berry

-Station Long Island
-Yusu Mojito
-Hoegaarden

ที่ อาร์ แอนด์ บี คาราโอเกะ แบ่งเป็นโซน มีทั้งด้านใน ด้านนอก มีห้องคาราโอเกะส่วนตัวด้วยหลายห้องโดยรวมการบริการดี อาหารอร่อย การตกแต่งห้องแต่ละห้องที่ไม่ซ้ำกันอีกทั้งมีเครื่องแต่งกายให้แต่งตัวตามธีมและอินกับบรรยากาศ
บริการเป็นกันเองประทับใจ อาหารรสชาติดี รอไม่นานและโปรโมชั่นรายการส่งเสริมการขาย ประจำเดือน ธันวาคม2565 ดังต่อไปนี้

  1. โปรโมชั่น รับฟรีค่าห้องไซส์ s,m,lวันละ 3 ห้อง (R&B ทุกสาขา)
    เงื่อนไข : โปรฯแรก รับฟรีค่าห้องไซส์ S, M, L วันละ 3 ห้องโปรฯที่ 2 ลูกค้าที่ไม่ได้รับสิทธิ์ฟรีห้อง จะได้รับโปรฯลด 30% ทุกสาขา
    *เงื่อนไขจองโปรฯแรกฟรีค่าห้อง ลูกค้าจะต้องมัดจำ
    ค่าอาหารเครื่องดื่ม 1,000 บาท
    (เงินมัดจำไม่สามารถคืนได้ ) โปรโมชั่น ใช้ได้เฉพาะวันอาทิตย์-วันพฤหัส
    *วันศุกร์-วันเสาร์ และก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถโปรโมชั่น

    สาขาอารีย์ รับส่วนลด 10%
    สาขาสีลม รับส่วนลด 20%
    สาขาสาทร ไม่มีส่วนลดระยะเวลา : ตั้งแต่วันที่ 1 – 15ธ.ค.2565

2. โปรโมชั่น ส่งท้ายปี ค่าห้องลด 50%
เงื่อนไข : ส่วนลดค่าห้อง 50% ทุกสาขา
ระยะเวลา :ตั้งแต่วันที่ 31ธ.ค. 65–4 ม.ค. 66

นอกจากนั้นยังมีเมนูอาหารและรับจัดเลือกแบบแพ็คเก็จหรือบุฟเฟ่ต์อีกด้วย เติมเต็มความสุขของท่านด้วยหลากหลายเมนูอร่อย และ เครื่องดื่มหลายชนิด
ที่จะทำให้ค่ำคืนของคุณ มีทั้งเสียงเพลง รอยยิ้ม และ ความทรงจำดีๆ

รีบจองความสนุกได้ ทั้ง 3 สาขา
สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น และจองห้อง
Tel : 026754224 , 0863413969
Line : @randbkaraoke FB: randbkaraokeofficial IG: randbkaraoke_official website: www.karaoke.co.th


#karaoke #party #birthdaypartymusic #ร้องเพลง #คาราโอเกะ
#ปาร์ตี้ #สังสรรค์ #งานปาร์ตี้ #คาราโอเกะอันดับ1ของคนกรุง #คาราโอเกะธีมปาร์ตี้ #toptotravel

ทัวร์เกาหลี Jeju Gold Package สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี

เรื่องเล่าเมื่อวานนี้ …ทัวร์ของที่ไหนคะ? รบกวนหลังไมล์ด้วยค่ะ
อย่าหยุดความฝันออกล่าขอบฟ้า “ฮาวายแห่งเกาหลี” ด้วยกัน ม
เที่ยวเกาหลี เกาะเชจู ทริปนี้ Toptotravel มีโอกาสมาเที่ยวครั้งนี้ คือฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ดูนี้ถือเป็นฤดูที่สวยงามที่สุดสำหรับเกาหลีเลยก็ว่าได้ และยังเป็นช่วงที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะสดชื่น เย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 องศาเซลเซียส ยังมีโอกาสได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อช่วงเวลาที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในวันพักผ่อน มรดกแห่งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ความที่เชจูเป็นเกาะซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้ใต้ผืนพิภพเต็มไปด้วยแร่ธาตุอย่างดี

รีวิวเที่ยวทัวร์เกาหลี 4 วัน 2 คืน Jeju Gold Package เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสีนั่งรถไฟ ECOLAND เที่ยวชมธรรมชาติ, ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค, สวนส้มไร้เมล็ด, คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้, วัดซันบังโพมุนซา, ภูเขาไฟซองซาน อิลจลุ บง

เมื่อรู้ข่าวว่า เกาหลีใต้เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าไปเที่ยวเกาหลีได้แล้ว จัดการจองทัวร์เที่ยวทัวร์เกาหลี เลือกโปรแกรมตามความพอใจ Jeju Gold Package ตั๋วไป-กลับ สายการบิน Jeju Air และ วมอาหารที่ระบุในโปรแกรม
เที่ยวเชจูแบบพิเศษ พรีเมี่ยม ไม่มีอิสระ เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ เนื่องจากการเดินทางทริปนี้ เดินทางกับทัวร์ จึงมีเอกสารบางส่วนที่ทางทัวร์เป็นคนจัดการให้เมื่อรับเอกสารพร้อมแล้วก็ถึงขั้นตอนการเช็คอิน ซึ่งเคาน์เตอร์สารการบิน ตรวจสอบเอกสาร ค่อนข้างนานกว่าปกติ หลังจากรับตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเข้าเกตเพื่อเดินทางไป ทัวร์เกาหลี ได้เลย บนเครื่องมีบริการจำหน่ายบะหมี่สำเร็จรูปและเครื่องดื่ม ต่างๆ

ข้อมูลก่อนก่อนการเดินทาง
-ลูกค้าที่มี K-ETA แล้ว สามารถเลือกวันเดินทางได้ตามปกติ /จองทัวร์และลง K-ETA ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 15 วันหากต่ำกว่า 15 วัน จะไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนวันได้ทุกกรณี

-K-ETA รอผลอนุมัตินานสุด 14 วัน

-ยกเว้นกรณี สว. อายุ 55++ ต่ำกว่า 15 วันได้

Toptotravel ชอบทั้ง 4 ฤดู แต่ที่มีโอกาสมาเที่ยวครั้งนี้คือฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ดูนี้ถือเป็นฤดูที่สวยงามที่สุดสำหรับเกาหลีเลยก็ว่าได้ และยังเป็นช่วงที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะนอกจากอากาศจะสดชื่น เย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 องศาเซลเซียส ยังมีโอกาสได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี ทริปนี้เดินทางโดยสายการบินเชจูแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัด มีฐานบินอยู่ที่เชจู จังหวัดเชจู ประเทศเกาหลีใต้ให้บริการเที่ยวบินประจำในเส้นทางระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะเชจู อีกทั้งยังมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เมื่อถึงที่นัดหมายทางทัวร์จะแจกแฟ้มที่ใส่เอกสารสำคัญ การเดินทางโดยสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบิน : 7C2244 เที่ยวบินออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลา : 02.25-09.55 เที่ยวบิน : 7C2244 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง เมื่อถึงที่นัดหมายทางทัวร์จะแจกแฟ้มที่ใส่เอกสารสำคัญ เที่ยวเกาหลีเลือกใช้ใช้บริการ trueworld travel

จุดนัดพบแรกสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินนานาชาติประจ าประเทศไทย เวลานัดหมาย : 23:30 เที่ยวบิน : 7C2244 เที่ยวบินออกเดินทางจาก สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเวลา : 02.25-09.55 เที่ยวบิน : 7C2244 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง

เดินทางถึงสนามบินเชจูอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ต ผ่านด่านตรวจคน เข้าเมือง รับกระเป๋าที่สายพาน ออกมาพบกับผู้นำทัวร์น้องสตางค์เพื่อยืนยันตัวตนการเข้า
ร่วมทัวร์ และเตรียมตัวบริเวณจุดนัดพบเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พร้อมแล้วไปด้วยกันเลย ทริปเชจู บัสไกด์สตาง

จุดหมายแรกของทริปนี้คือ. อาหารมื้อแรกเมื่อมาถึงเกาะ เชจู กองทัพต้องเดินด้วยท้อง บริการดีจริง อาหารอร่อย เริ่มที่ เมนูขึ้นชื่อประจำเกาะเชจู Jeon Bok Juk หรือ โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ เมนูขึ้นชื่อประจำเกาะเชจู Jeon Bok Juk
โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ แอบงงทำไมต้องเป็นสีเขียว? ก็คือ ไส้หอยเป๋าฮื้อหรือเครื่องในของหอย นำมาผสมกับโจ๊กที่โด่งดัง แบบใครที่มาเที่ยวเชจูต้องลองมาลิ้มรสอร่อย และที่สำคัญ นอกจากความอร่อยของตัว ข้าวโจ๊กที่ถูกปรุงเป็นพิเศษแล้ว ยังมีหอยเป๋าฮื้อสด จากท้องทะเลเกาะเชจู มาเป็นชิ้นพอดีคำ แบบน่ารับประทานเมนูนี้บอกเลยว่านอกจากอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์ เพิ่มกำลังวังชาอีกด้วย

จุดหมายต่อไป ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค ของขวัญจากธรรมชาติ ส่งออกทั่วโลก
ที่นี่ปลูกชาเขียวได้คุณภาพสูง ขึ้นชื่อที่สุดแห่งเกาะเชจู O’Sulloc แบ่งเป็นโซนไร่ชากลางแจ้ง และโซนพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเรื่องราวของชา ร้านคาเฟ่และร้านขายของฝาก สามารถเยี่ยมชมได้ทุกโซน

เกาะเชจูเป็นดินแดนที่ได้รับ ของขวัญจากธรรมชาติ ผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ จนทำให้ชาที่นี่ส่งออกไปขายทั่วโลก นักท่องเที่ยวทั้งเกาหลีและต่างชาติมักมีจุดมุ่งหมายที่จะมาลิ้มรสความอร่อยของชาที่มีรสชาติ
เป็นเอกลักษณ์ถึงแหล่งผลิต โดยเฉพาะไอศรีมชาเขียว เค้กโรล เครื่องดื่มชาเขียวทั้งร้อนและเย็น รับประกันความฟิ นไปตามๆกัน ส่วนใครที่เน้นการชมวิวถ่ายรูป สวยทุกมุมจนกดชัตเตอร์รัวๆ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโซนไร่ชา
หรือขึ้นไปจุดชมวิวด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ ก็จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของไร่ชาที่นี่

สวนส้มไร้เมล็ด (Jeju Orange Farm)
อีกหนึ่งสิ่งโด่งดัง และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือ ส้ม ที่ปลูกบนเกาะเชจู ด้วยความพิเศษ รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ ปลอดสารเคมี และดกมาก ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ต้องมองเหลียวหลังกันเลยทีเดียว ชาวบ้านบนเกาะเชจูได้ปลูกกันเยอะมากขึ้นหลังจากเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทำให้สร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัว และเศรษฐกิจบนเกาะที่ดีขึ้น เอกลักษณ์ของส้มบนเกาะเชจูคือไร้เมล็ด รสชาติกลมกล่อม วิตามินซีสูง ปัจจุบันหลายๆสวนส้ม ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูป และได้ลองชิมส้มสดๆ จากต้น จากสวน ถือเป็นอีกกิจกรรมยอดฮิต เมื่อมาเยือนเกาะเชจู ช่วงฤดูกาลส้มเลยทีเดียว 1ปี มี1ครั้ง คือช่วงหน้าหนาวเท่านั้น

วัดซันบังโพมุนซา
ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด ด้านหลังเป็นภูเขาด้านหน้าเป็นทะเล หลวงพ่อโอสถไพรี (ถือถ้วยโอสถ)เยี่ยมชม และนมัสการพระใหญ่ ณ วัดซันบังโพมุนซา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล ภายในวัดประดิษฐานเที่ยวเกาหลี เกาะเชจูฤดูไหนดี? พระองค์ใหญ่สีทองถือถ้วยโอสถ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องของสุขภาพ
และความร่ำรวยเงินทอง โดยนิยมทำบุญด้วยการถวายข้าวสาร เทียน พร้อมทั้งการหมุนระฆังทองคำรอบฐานองค์พระ เพื่อความเป็นศิริมงคลมีความศกัดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน บนเกาะเชจู มาอย่างยาวนาน

นอกจากนั้นรูปปั้นพระแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล ยังเป็นอีกหนึ่งศรัทธาของผู้ที่นับถือ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต ไม่ใช่แค่ชาวพุทธเท่านั้นที่ นิยมมาเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ เพราะความสงบ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
มองเห็นท้องทะเลแบบพาโนราม่า จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเยือนสักครั้งเมื่อมาเที่ยวเกาะเชจู

คามิลเลีย ฮิลล์ (Camellia Hill The Forest of love and healing)

คามิลเลีย ฮิลล์ (Camellia Hill The Forest of love and healing)
คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้แห่งความรักและการพักผ่อน เริ่มจากการปลูกต้นคามิลเลียที่ออกดอกในช่วงฤดู หนาว ด้วยความรักในดอกไม้จึงปรับเปลี่ยนที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าสถานที่เดียวกันแต่ได้ความแตกต่าง มาเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว ด้านในมีการแบ่งโซน จัดสรรคพื้นที่ได้ดี มากๆสามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป สดูอากาศบริสุทธิ์ ได้อย่างสบาย และเมื่อถึงฤดูหนาว (WinterSeason) ดอกไม้ของที่นี่จะเบ่นบานเต็มไปด้วยดอกคามิลเลีย หลากหลายสายพันธ์ สีสันสวยๆ สลับเรียงรายกัน พร้อมมุมที่ถ่ายรูป มากมาย ฤดูใบไม้ผลิ (Spring Season)

แน่นอนว่าช่วงที่ทุกคนรอคอย Cherry Blossom หรือ ซากรุกะนั่นเอง ที่นี่ก็มีให้ได้มาชมเช่นกัน ฤดูร้อน (Summer Season) ช่วงนี้สวยไฮไลท์เช่นกัน เป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยีย เบ่งบาน เป็นพุ่มใหญ่ หลากสี เยอะมากๆ จนใครๆ ต้องมาให้ได้เชียว ฤดูใบไม้ร่วง(Autumn Season) ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้คือ ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลี่ Pink Muhly เป็นอะไรที่ทุกคนรอคอย 1ปี 1ครั้ง กับ ต้นหญ้าที่เป็นสีชมพูโดยธรรมชาติ สวย หวาน น่ารักมากๆ

เทจี ยังนยอม คัลบี้
เทจี ยังนยอม คัลบี้ (สันในของหมู

เมนู เทจี ยังนยอม คัลบี้ (สันในของหมู)
อาหารเกาหลีแบบปิ้งย่าง ย่างเป็นชิ้นใหญ่ๆ โดยย่างแบบใช้เตาถ่านที่มีชื่อเสียงมากๆ ของเกาหลี เป็นการนำเนื้อหมูส่วนสันในมาหมักกับเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่ม เสิร์ฟย่างสดๆ ร้อนๆ ร่วมรับประทานด้วยกัน วิธีการทานให้ได้อรรสรส ต้องตัดหมูเป็นชิ้นๆ นำผักสด กระเทียม กิมจิ และ เครื่องเคียงต่างๆ มาห่อรวมกัน รับประทานคำโตๆ แบบสไตล์คนเกาหลี หรือทานกับข้าวสวยร้อนๆ ที่มีเสิรฟให้ไม่อั้นเช่นกัน

อาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก Jeju In Hotel
Jeju Gold Package เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี เข้าพักที่ Jeju in Hotel

Jeju In Hotel ตั้งอยู่ในเมืองเชจู ห่างจาก Aljakji Beach ไม่ถึง 1 กม. ให้บริการที่พักพร้อมห้องอาหาร พื้นที่จอดรถส่วนตัวฟรี บาร์ และสวน โรงแรมระดับ 3 ดาวแห่งนี้มีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย ฟรี แผนกต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง และรูมเซอร์วิส โรงแรมมีห้องสำหรับครอบครัว ผู้เข้าพักที่โรงแรมสามารถเพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า Jeju In Hotel มีระเบียง เดินไปหาด Iho Tewoo ประมาณ 10 นาที โรงแรมมี 7-11 ภายในโรงแรม

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก Jeju In Hotel
มื้อเช้า เป็นอาหารเช้าแบบง่ายๆ และเสริฟเป็นสไตล์บุฟเฟ่ต์แบบฉบับเกาหลี ให้เลือกรับประทานในห้องอาหารที่ สะอาด บรรยากาศดี พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ จากนั้นพาท่านไปรู้จักกับ

ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (น้ำมันสนเข็มแดง)
สมุนไพรที่มีชื่อเสียง ต้นไม้ชนิดเดียวที่กินได้ (ดินแดนมรดกโลก) ของประเทศเกาหลีใต้ Red Pine Oil หรือ น้ำมันสนเข็มแดง ตามตำหรับยาโบราณสมัยราชวงศ์โชซอน ที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ปัจจุบันได้นำมาสกัดด้วยวิธีที่ทันสมัยดึงสรรพคุณที่ดีที่สุดออกมาในรูปแบบที่ทานได้ง่าย และบำรุงสุขภาพได้ดีที่สุด น้ำมันสนเข็มแดง ที่มีสรรพคุณช่วยในการทำความสะอาดระบบหลอดเลือด เคลียร์หลอดเลือด
ที่อุดตัน ลดคลอเลสเตอรอล ความดัน เบาหวาน ป้องกันเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน อีกทั้งยังช่วยให้การผ่อนคลาย หลับสนิทมากขึ้น ผิวพรรณดูมีสุขภาพดี รับประทานเป็นประจำร่างกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ

นั่งรถไฟเที่ยว ECOLAND
รถไฟ ECOLAND เที่ยวชมธรรมชาติ เที่ยวชมธรรมชาติสดูอากาศบรสิทุธิ์และร่วมกิจกรรมตามสถานีต่างๆ ด้านในถูกสร้างอยู่ท่ามกลางผืนป่ าขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นหลายหลากโซน ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาป ที่สามารถเดินชมวิวบน สะพานไม้ แต่ละฤดูจะมีดอกไม้ และพันธุ์ไม้ต่างๆ ออกสลับกันได้มาเชคอินกันได้ตลอดทั้งปีในช่วง เดือน ธ.ค. – ม.ค. ฤดูหนาว หิมะตก และดอกคามิลเลียบาน เดือน ก.พ.-เม.ย ทุ่งดอกยูแชกต และมีซากุระบานตอนปลาย เดือน มีนา เดือน พ.ค-ก.ค. ชมทิวลิป ดอกไฮเดรนเยีย และลาเวนเดอร์ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ดอก Sunpatein บาน ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม เดือน ต.ค.-พ.ย. ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลลี่ และดอกหญ้าออกแซ

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก เป็นสไตล์บุฟเฟ่ ต์แบบฉบับเกาหลี ให้ท่านเลือกรับประทานในห้องอาหารที่สะอาด บรรยากาศดี พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” (SONGEUB FOLK VILLAGE)
“ซองอึบ” เป็นหมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง เมื่อไปถึงจะมีชาวบ้านมาต้อนรับ และพาเราเดินชมวิถีชีวิตต่างๆ ในหมู่บ้าน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่นี่ให้ฟังแบบสนุกสนาน มาที่นี่
จะได้รู้จักรูปปั้นเทพ พระเจ้า ทอลฮารุบัง ที่มีอยู่ทั่วเกาะ บ้านที่สร้างจากก้อนหินทั้งหลัง แหล่งน้ำจืดที่หายากมากอาชีพหลักของชาวเกาะ ความไม่เท่าเทียมของหญิงชายในอดีต สัตว์เลี้ยงประจ าเกาะ ไหหรือโอ่งโบราณ
ที่ได้มีไว้หมักกิมจิ เหมือนที่อื่นๆ และที่พลาดไม่ได้สินค้า Otop ของหมู่บ้านที่มีมาช้านาน เป็นที่เลื่องชื่อว่ามาเกาะเชจูต้องมาชิม และช้อปสักครั้ง นั่นก็คือผลิตภัณฑ์แคลเซียมธรรมชาติจากกระดูกม้า และนำน้ำหมักเบอร์รี่ป่า
แบล็คราสเบอรี่ หรือที่เรียกันว่า Omija (โอมิจา) ถ้าได้ทดลองดื่มสดชื่นมากๆ

ภูเขาไฟซองซาน อิลจลุ บง
ภูเขาไฟซองซาน อิลจลุ บง (SEONGSAN ILCHULBONG ) หรือที่ถูกขนานนามว่า “Sunrise Peak” มี อายุกว่า 5000 ปี ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด จึงเป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น
เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาสัมผัส จึงถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติ ภูเขาไฟลูกนี้สงบลงเป็นที่เรียบร้อย แต่ทิ้งความสมบูรณ์และสวยงามเอาไว้ โดยรูปทรงที่กลมขนาดใหญ่เส้นผ่าน
ศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร มีรอยหยักมองแล้วลักษณะเหมือนทรงมงกุฏเลย และเป็นการเชื่อมโยงกับเกาะเชจูแบบธรรมชาติ ด้วยธารลาวา ปัจจุบันจึงสามารถไปเที่ยวจุดนี้ ด้วยรถยนต์ และใครที่อยากได้ บรรยากาศปากปล่องภูเขาไฟ
พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ต้องเอาชนะใจตัวเองด้วยการเดินขึ้นไปพิชิตถึงยอดปากปล่อง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 182 เมตร

แหลมซอฟจีโกจี กินหอย ปลาหมึก ที่นี่อร่อยมากๆ
จุดที่ซีรีย์เกาหลี นิยมมาถ่ายทำมากที่สุด แหลมซอฟจีโกจี หนึ่งสถานที่เที่ยวยอดฮิตบนเกาะเชจู ที่มีความสวยงามจนเป็นจุดที่ซีรีย์เกาหลี นิยมมาถ่ายทำมากที่สุด กิจกรรมน่าสนใจของจุดนี้มีเยอะสวยงามจนเป็นจุดที่ซีรีย์เกาหลีนิยมมาถ่ายทำมากที่สุดกิจกรรมน่าสนใจบริเวณแห่งนี้มากมาย

จุดนี้มีเยอะมาก เช่นการเดินไปเยี่ยมชมปลายสุดของแหลมที่จะมีประภาคารสีขาว ตั้งเด่นสวยงาม มีโขดหินคู่ที่เรียกกันว่า หินตาหินยาย ระว่างทางก็จะมีบ้านหลังนึงที่สมัยอดีตเคยเป็ยโบสถ์เก่า ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นความน่ารักให้ผู้คนมาถ่ายรูปกันเส้นทางเดินโค้งซ้ายโค้งขวาสวยงามมาก และอีกกิจกรรมเด็ดคือต้องมาชิมปลาหมึกสดที่ชาวบ้านเอาไปตากลมจนแห้ง และนำมาย่างบนหินภูเขาไฟนั่นเอง กลิ่นจะหอม และรสชาติหวาน อร่อยสดมากๆ ถือเป็นของกินที่มาแล้วไม่กินถือว่าไม่ถึงเลยทีเดียว

ซุปไก่ทะเลสวรรค์
เมนูสุดพิเศษ ซุปไก่ทะเลสวรรค์ที่ผสมผสานความเป็นท้องทะเลของเกาะเชจู เข้ากับ ของเรื่องสุขภาพที่แข็งแรงนั่นก็คือซุปไก่นั่นเอง เมนูนี้จึงเปรียบดังเมนูจากสวรรค์เลยทีเดียว ส่วนประกอบ หลักๆ จะเป็นไก่ที่ต้มด้วยสมุนไพรจนเปื่อย
และเพิ่มซีฟู้ดตามฤดูกาลเข้าไป ทำให้นำน้ำซุปอร่อย หวาน กลมกล่อมไม่เหมือนใคร เสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องเคียงต่างๆ เช่นกิมจิ สาหร่าย หัวไชเท้า

วัดป่า “ชอนวังซา” (Sangbang Bomunsa Temple) วัดแรกของเกาะเชจู
เป็นวัดที่สวยงามที่อยู่กลางหุบเขา 99 ยอด ชม วัดป่าชอนวังซา อยู่บนเทือกเขาฮัลลาซาน สูงที่สุดครั้งแรกเป็นสถานวิปัสนา ซึ่งสายมูต้องห้าม พลาดเพราะวัดแห่งนี้ต้องมาขอพรเรื่องเงินทองและความก้าวหน้าในเรื่องหน้าที่การงาน
วัดนี้ถูกขึ้นทะเบียนเเป็นวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มากแห่งหนึ่งในเกาหลีอีกทั้งยังมีต้นกำเนิดจากน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่

ศูนย์แสดงชุดเครื่องนอน SESA LIVING
เลือกซื้อชุดเครื่องนอนเพื่อสุขภาพอันดับหนึ่งของ ประเทศเกาหลีใต้ Sesa Livingที่ใช้เส้นใยในการถักทอถึง 15400 เส้น กัน
ไรฝุ่นได้100% มีการใช้หยกในการทำเส้นใย จึงมีคุณสมบัติในเรื่องของการ บำบัดขณะนอนหลับ ซึ่งเนื้อผ้าจะมีสัมผัสที่นุ่ม ลื่น ไม่มีเสียงดังเมื่อขยับตัว และยังปรับอุณหภูมิที่คงที่ให้ ร่างกายขณะนอนหลับพักผ่อนอีกด้วย และโชว์รูมแห่งนี้สามารถคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยว

ช้อป-จัก-ปยอ-กุก ต้มซุปซี่โครงหมู
อากาศเย็น ซดน้ำชื่นใจ เมนูท้องถิ่นประจำเกาะเชจู ช้อป-จัก-ปยอ-กุก ต้มซุปซี่โครงหมู สมัยก่อนเกาะเชจู เลี้ยงหมูแทบจะทุกครัวเรือน ซี่โครงของหมูจะถูกนำมาทำซุป ด้วยนำน้ำซุปที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นซุปข้นเหนียวเล็กน้อย เพราะสูตรเฉพาะที่จะใส่ข้าวเมมิลลงไปด้วย จึงมีรสชาติที่เข้มข้น เนื้อหมูจะนุ่ม ร่อนจากกระดูก ละมุนมากๆ เสริฟท่านพร้อมข้าวสวย และเครื่องเคียงตามฤดูกาล

ซุปเปอร์มาร์เก็ต ละลายเงินวอน
ที่นี่มีขนม ของฝาก ของพื้นเมืองเกาหลีที่ขึ้นชื่อ ใครๆ มาต้องมีติดไม้ติดมือกลับไป อาทิเช่น ขนมชื่อดังต่างๆ ช้อคโกแลตหลาย หลายรสชาติ สาหร่ายนานาชนิด รามยอน กิมจิ รวมไปถึงของใช้ใน ครัวเรือน เช่น กระทะ ตะเกียบ ถ้วยข้าว ซอสปรุงรส วุ้นเส้น รวมถึงของฝากของที่ระลึกมีให้ท่านได้เลือกซื้อมากมาย เหมือนเอาเงินวอนมากละลายกันอย่างเพลิดเพลินและไม่ต้องกลัวว่าจะใส่กระเป๋าไม่พอ เพราะที่นี่พร้อมบริการบรรจุกล่องตามเงื่อนไขของร้าน

ชายหาดอีโฮเทอู (Iho Tewoo Beach)
วชายหาดขึ้นชื่อบนเกาะเชจู “อีโฮเทอู” นอกจากความสวยงามของท้องทะเล คาเฟ่น่ารักๆต่างๆแล้ว ยังมีสัญลักษณ์ที่มองลงมา จากเครื่องบินจะเห็นทันทีที่ถึงเกาะเชจู นั่นก็คือประภาคารรูปม้าสีขาว และสี แดง ม้าถือว่าเป็นสัตว์ประจำเกาะ
เชจู และใครๆที่มาเที่ยวก็นิยมมาถ่ายรูป

LOTTE DUTY FREE
ร้านค้าปลอดภาษี LOTTE DUTY FREE
ช้อปปี้งสินค้าปลอดภาษี LOTTE DUTY FREE เครื่องสำอางค์เกาหลีและต่างประเทศ สินค้าแบรนด์เนม ราคาถูก จากนั้น ช้อปปิ้งในดาวน์ทาวน์ (Down Town Shopping Center) เดินทางสู่แหล่งช้อปปิ้งในตัวเมืองแห่งเกาะเชจูมีโซนใต้ดิน และโซนวอคกิ้งสตรีท เป็นแหล่งรวมสินค้ายอดฮิต ติดเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นเกาหลี แบรนด์สปอร์ตกีฬาดังๆ ทั้ง แฟชั่นเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ และยังมีสตรีทฟู้ด ขนม คาเฟ่ต่างๆ

ปิดทริป 4 วัน 2 คืน ถูกใจ ไปได้จริง ไม่ทิ้งไม่เท ต้นตำรับ เที่ยวร์เกาหลี เที่ยวเชจู สีสันสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี กับการเปิดประเทศครั้งแรกและเป็นทริปแรกที่มากับทัวร์ค่ะ ทริปนี้ประทับใจมากๆ สนใจทริป ถูกใจ ไปได้จริง ไม่ทิ้งไม่เท ต้นตำรับ เที่ยวร์เกาหลี

รวมโปรแกรมเที่ยวเกาหลีราคาสุดปัง ไว้ให้คุณที่นี่ที่เดียว (ตัดบัตรไม่ชาร์จ)
ไม่สะดวกจองเอง ทักแชทให้เราจองให้
https://lin.ee/5fR25rL

สนใจสอบถามเพิ่มเติมทาง
Line : @gotrueworld
Hotline : 02-115-0037, 098-827-7522
Facebook : True World Travel m.me/346807932059210
Website : www.gotrueworld.com

สองพี่น้องตระกูล “อนุวัตเมธี” ปั้นอาณาจักร “Scene” สยายปีกเบเกอรี่พรีเมียมแบรนด์ไทย

สองพี่น้องตระกูล “อนุวัตเมธี” ปั้นอาณาจักร “Scene” สยายปีกเบเกอรี่พรีเมียมแบรนด์ไทย สองพี่น้องตระกูล “อนุวัตเมธี” ทุ่ม 80 ล้าน เปิดอาณาจักร Scene Bangkok คาเฟ่หรูสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมครัวกลางขนาดใหญ่ เผยแผนบุกตลาดเบเกอรี่ระดับพรีเมียม ปักธง 4 สาขาในกรุงเทพฯ ภายใน 3 ปี ขยายร้านขนมอีก 50-70 แห่ง แตกแบรนด์ย่อยลุยเทศกาล-งานอีเว้นต์ ชูวัตถุดิบคุณภาพสูง การผลิตทันสมัย สร้างชื่อเบเกอรี่แบรนด์ไทยเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์
ตอบโจทย์ความต้องการของคุณลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
▪︎ All Day Brunch
▪︎ Bakery & Dessert
▪︎ Coffee Bar
▪︎ Dinner & Cocktail
เชิญมาสัมผัสประสบการณ์ความสุขแห่งใหม่ที่ Scenebangkok

ลูกไม้ อนุวัตเมธี กรรมการผู้จัดการ ร้าน Scene Bangkok ผู้เป็นพี่สาว เล่าให้ฟังว่า มีความหลงใหลในเบเกอรี่มาตั้งแต่ และมีโอกาสเรียนการทำอาหารและขนมในสถาบันต่าง ๆ ได้เรียนรู้วิชาและฝึกประสบการณ์จากเชฟที่มีชื่อเสียง จนได้เปิดร้าน “Tokyo Dessert” ย่านพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งได้การตอบรับที่ดีมาก จนกลายมาเป็น OEM รับออกแบบและทำขนมให้กับหลาย ๆ ร้าน อาทิ ทรูคอฟฟี่ คอฟฟี่บีน อเมซอน และร้านในเครือเซ็นทรัล เป็นเวลาประมาณ 6 ปี จนช่วงหลังเริ่มทำไม่ไหว จึงต้องปิดตัว ร้าน Tokyo Dessert ลงไป

ด้าน ซีน – ดุสิตา อนุวัติเมธี ผู้น้องที่ผันตัวเองจากทันตแพทย์ เพื่อมาช่วยพี่สาวบริหารงานเต็มตัว กล่าวเสริมว่า หลังจากอยู่ในเส้นทางการผลิตเบเกอรี่ระดับพรีเมียมมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้มองเห็นโอกาสทางการตลาด และมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง จึงได้ลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท สร้างอาณาจักร Scene Bangkok บนถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4
Scene Bangkok ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5 ไร่ โซนด้านหน้าเป็นร้านเบเกอรี่ขนาดใหญ่ โทนสีขาวสะอาดตา ออกแบบสไตล์โมเดิร์นผสานกลิ่นอายฝรั่งเศส ภายในโทนสีฟ้าขาว ประกอบด้วยชั้นล่างและชั้นลอย โถงตรงกลางร้านเป็นบาร์เปิดแบบ 360 องศา รายล้อมด้วยขนมนานาชนิด ๆ ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นที่ยอมรับเรื่องรสชาติและความพิถิพิถัน บริการอาหาร ขนม และเครื่องดื่มนานาชนิด โซนนอกอาคารเป็นพื้นที่สวน ด้านหลังร้าน เป็นส่วนของครัวกลางขนาดใหญ่ ที่ออกแบบไว้เพื่อรองรับการขยายสาขาในอนาคต นอกจากนั้นยังมีส่วนของร้าน Zachi Omakase ต้อนรับลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น โดยเชฟฝีมือระดับประเทศ ประสบการณ์การปั้นซูชิกว่าหมื่นคำต่อวัน การันตีด้วยความ Premium ที่จัดว่าดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า คือ การขยายสาขา Scene Bangkok อีก 4 สาขาในกรุงเทพฯ เป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกับสาขาแรก โดยจะลงทุนเองทั้งหมด รวมทั้งการปั้นโมเดลร้านขนมขนาดเล็ก ที่สามารถขยายธุรกิจได้ 50-70 สาขา ทั้งการลงทุนเองและรูปแบบแฟรนไชส์ โดยจะใช้ศักยภาพของครัวกลางที่เตรียมไว้เพื่อรองรับการผลิตทั้งหมด

ลูกไม้ อธิบายเสริมว่า Scene จะเป็นแบรนด์หลักในการขยายธุรกิจ ซึ่งจะเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่มีดีไซน์และบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ และมีซับแบรนด์ อาทิ X-CUZINE บริการแคทเทอริ่ง สำหรับการจัดเลี้ยงและงานอีเว้นต์ต่าง ๆ แบรนด์ Scene Celebration สำหรับเทศกาลและโอกาสพิเศษ รวมทั้งแบรนด์ Scene Secret House ธุรกิจธีมเทพนิยาย อันเป็นที่ชื่อชอบของสองพี่น้อง โดยปัจจุบันได้นำเสนอบ้านฮอบบิทในพื้นที่ของ Scene Bankok และจะสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น น้ำหอม ภายใต้คอนเซ็ปต์เครื่องหอมและเวทมนต์ เป็นต้น ส่วนความเป้าหมายในอนาคต คือการเข้าตลาดหลักทรัพย์

“ความฝันของไม้คือ อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ เราเป็นคนคิดใหญ่และมีเป้าหมายสูง ส่วนน้องสาวเป็นหมอฟัน ทำอาหารไม่เป็นเลย แต่มีส่วนช่วยเรื่องงานออกแบบ เพราะน้องซีนชอบศิลปะเมื่อเราบอกกับน้องว่าอยากทำเบเกอรี่แบบนี้ๆ ตกแต่งแบบนี้ น้องจะสเก็ตช์ภาพออกมาเพื่อส่งให้กับเชฟได้ทำตามที่เราคิด” ลูกไม้ กล่าว

ฮาโลวีนปีนี้ไม่ต้องกลัว เพราะ Scene Bangkok มีของอร่อยร่วมฉลองเทศกาล Halloween


หวนกลับมาอีกครั้งกับช่วงเวลาแห่งความครึกครื้นตื่นเต้นแบบตะวันตกส่งท้ายปลายเดือนตุลาคมในวันฮาโลวีนแบบหวานอร่อยแปลกตา ด้วยหลากเมนูของหวานรายการใหม่จากร้านScene Bangkok ความน่าทานของบรรดาเมนูเบเกอรี่-ขนมหวาน ที่โชว์ตัวชวนให้เราได้ลิ้มลองแบบ “Happy Hallow Collection”

ส่งท้ายปลายเดือนตุลาคมแบบครึกครื้นตื่นเต้น ต้อนรับวันฮาโลวีนประจำปีนี้ด้วยหลากหลายเมนูของหวานรายการใหม่ และเครื่องดื่มสุดหลอน… เครื่องดื่มสีเลือด หม้อปิดผ้ายันต์
ฉลองค่ำคืนเทศกาลฮาโลวีน. สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบความอร่อยแบบเขย่าใจ รับประกันความถูกตาต้องใจทุกวัยอย่างแน่นอน
พบ Petit Cake และเครื่องดื่ม ที่มาในธีมต้อนรับทศกาลวัน Halloween ที่จะถึงนี้ Halloween Cakes ทั้งจากเมนู ….

Vlad : Frank : Juju : Hugo
Beverage ▪︎ Devil blood ▪︎ Deadly shot▪︎ Mae Nak

Juju

  • Jasmin tea mousse
  • Pineapple compote
  • Jasmin tea dulcey cremeux
  • Almond sponge
  • Dulcey crunch
    Frank
  • Manjari 64% dark chocolate mousse
  • Mango yuzu jelly
  • Mango yuzu cremeux
  • Earl grey tea ganache
  • Chocolate pain de genes
  • Reconstituted chocolate crunch
    Vlad
  • Blueberry mousse
  • Blueberry compote
  • Blueberry ganache
  • Almond blueberry sponge
  • Sable crust
    Hugo
  • Cream cheese mousse
  • Baked vanilla cheesecake
  • Strawberry compote
  • Chiffon
  • Sable crust
    Beverage🍷
    ▪︎ Devil blood
    ▪︎ Deadly shot
    ▪︎ Mae Nak

พบกับน้องๆ Hallow Gang ได้ที่ Scene Bangkok ตั้งแต่วันที่ 15 Oct 2022 เป็นต้นไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Scenebangkok Pâtisserie & Brasserie

📍พิกัด : ถนนพรานนก-พุทธมณฑล
https://maps.app.goo.gl/M18f5vSADrxDL5Zt5
🚗 : มีที่จอดรถภายในร้าน
💥เปิดทุกวัน : นั่งทานที่ร้าน / ซื้อกลับบ้าน / Delivery
🕗เวลา : 7.00 – 21.00 น.
☎️ : 095 9929 715
📲 Line Official : @scenebkk
หรือ คลิก 👉 https://lin.ee/qPJCAaa

halloween #halloweenfestival #scenebangkok #pâtisserie #Brasserie #cafe #Frenchstyle #shokupan #LemonTart #macaron #croissant #cake #bread #shokupan #coffee #chocolate #icecream #Food #brunch #cocktail #mocktail #birthdaycake #PhranNokPhutthamonthon #bkk

ไปเที่ยวใหม่ให้ใจฉ่ำ ฟินฝนพรำในอ้อมกอดเขา จ.ตาก

เอนกายในสายหมอก บอกรักสายลม ชื่นชมวิถีม้ง

ยามเช้าอันสดชื่น คือการเริ่มต้นที่ดีในแต่ละวัน เมื่อมีโอกาสได้ออกเดินทางอีกครั้ง ทุกคนต่างหวังว่าจะได้เจอกับภาพบรรยากาศที่ชื่นตาชื่นใจ ผ่อนคลายกันตั้งแต่ตื่นลืมตา แบ่งเบาความเหนื่อยล้าด้วยวิวสวย ๆ และอากาศบริสุทธิ์ ใครยังไม่เคยไปเยือน จ.ตาก อาจจะยังไม่รู้ว่า นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวหลากสไตล์ที่มีให้เลือกเที่ยวกันได้ทั้งปีแล้ว ใน อ.พบพระ ยังมีมุมมองดี ๆ ที่รอให้เราไปสัมผัสกับความชื่นตา ชื่นใจ มองไปทางไหนก็สวยงาม เริ่มต้นกันตั้งแต่เช้า สาย บ่าย เย็น ไปจนตลอดค่ำคืน 

“ม่อนหมอกตะวัน”1 ใน Unseen New Siries

โครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนไปดื่มด่ำท่ามกลางธรรมชาติแห่งขุนเขาณ “ม่อนหมอกตะวัน”1 ใน Unseen New Siries อ.พบพระ จ.ตาก ชวนกันไปเดินเล่นในสายลมหนาว เคล้าบรรยากาศในอ้อมกอดของขุนเขา รับอรุณด้วยสายหมอกขาวที่เข้ามาหยอกเย้ากันไปจนยามสาย ชื่นใจกับวิถีถิ่นชาวเชาเผ่าม้ง ที่ยังคงเอกลักษณ์อันน่าชื่นชม

ม่อนหมอกตะวัน มุมชวนฝันแห่งบ้านป่าหวาย
“ม่อนหมอกตะวัน” บ้านป่าหวาย อ.พบพระ จ.ตาก เป็นพื้นที่ราบบนดอยสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,100 เมตร เดิมเป็นพื้นที่ทางการเกษตรของขาวเขาเผ่าม้ง มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และจะเริ่มหนาวมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายฝนไปจนถึงต้นปี สร้างแรงจูงใจให้สายแคมป์ปิ้งเข้ามาปักหลักกางเต้นท์ เกิดเป็นภาพแห่งความสุขที่บอกเล่าสู่กันฟังแบบปากต่อปาก จนเมื่อสามปีที่ผ่านมา ชาวบ้านป่าหวายได้รวมตัวเป็น “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนหมอกตะวัน”เปิดให้บริการที่พักร้านอาหารและร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ทำให้นักท่องเที่ยวโดยทั่วไป สามารถเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางสายหมอกขาวได้ไม่ยาก

บนม่อนหมอกตะวันมีที่พักและร้านอาหาร รวมทั้งลานกางเต้นท์ให้บริการ เป็นลานกว้างใหญ่บนดอยกว่า 300 ไร่ รายล้อมด้วยหุบเขาใหญ่น้อย ในมุมมองแบบ 360 องศา ไฮไลต์ของม่อนหมอกตะวัน คือการได้แอบอิงอยู่ในสายหมอกกันตั้งแต่ยามเช้าไปถึงยามสาย ตลอดช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว ส่วนหน้าแล้งสภาพอากาศบนม่อนหมอกตะวันยังคงเย็นสบายพร้อมสีสันของหุบเขาสีทอง มีการปลูกดอกไม้ที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล อาทิ ดอกเสี้ยน ที่เจริญเติบโตได้ง่ายในพื้นที่แห่งนี้

ด้วยพื้นที่กว้างขวางบนม่อนหมอกตะวัน ที่พักต่าง ๆ จึงกระจายตัวอยู่คนละมุม ต่างก็มีวิวที่เป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญคือ ไม่ต้องดั้นด้นออกไปไหนไกล ก็สัมผัสกับบรรยากาศแห่งสายหมอกได้ง่าย ๆ  โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนนี้

ม่อนหมอกตะวัน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบความเงียบสงบ จึงไม่เหมาะกับสายเฮฮาปาร์ตี้ โดยเฉพาะหลัง 22.00 น. ต้องงดใช้เสียงอย่างเด็ดขาด ระบบไฟฟ้าของที่นี่ใช้โซลาร์เซลล์เป็นหลัก จึงต้องช่วยกันประหยัดไฟ ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกินความจำเป็นขึ้นมาใช้ แต่ถือว่ามีความสะดวกสบายเพียงพอ ที่พักส่วนใหญ่ออกแบบอย่างมีสไตล์กลมกลืนกับธรรมชาติ ตามแนวทางของธุรกิจชุมชนเพื่อความยั่งยืน

เส้นทางขึ้นม่อนหมอกตะวัน ตั้งแต่หมู่บ้านป่าหวายขึ้นไป เป็นถนนคอนกรีตแคบ ๆ เลนเดียว  ค่อนข้างมีความคดเคี้ยวพอสมควร แม้จะมีระยะทางไม่ไกลมากนัก รถเก๋งทั่วไปสามารถขับขึ้นไปได้ แต่ก็ไม่แนะนำให้ขับรถขึ้นไปในช่วงกลางคืน หากมาถึง อ.พบพระ หรือ อ.แม่สอด  แนะนำให้หาที่พักก่อนจะเริ่มต้นเดินทางขึ้นสู่ม่อนหมอกตะวันในตอนเช้า ในตัวเมืองแม่สอดจะมีที่พักให้เลือกหลากหลายระดับ อาทิ โรงแรมฟอร์จูน แม่สอด ที่สะดวกสบาย อยู่ใกล้กับศูนย์การค้าโรบินสันและร้านอาหารต่าง ๆ
ติดต่อท่องเที่ยวม่อนหมอกตะวัน
สุเมธ ศรีธีระวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านป่าหวาย 
โทร 083 903 1263 

ไก่ต้มสมุนไพร เมนูโดนใจได้สุขภาพ
ชาวเขาเผ่าม้งที่หมู่บ้านป่าหวาย และในพื้นที่ใกล้เคียง ในเขต อ.พบพระ จ.ตาก ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ทำสวน ทำไร่ และทำนาข้าวที่เรียกว่า “ข้าวม้ง” หรือ “ข้าวดอย” ปัจจุบันบนม่อนหมอกตะวัน ยังคงทำการปลูกข้าวตามไหล่เขา เกิดเป็นภาพที่สวยงาม

ไก่ต้มสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย 

วิถีของชาวม้งยังคงความเข้มแข็งตามรากฐานดั้งเดิม ในเทศกาลงานประเพณี เช่น งานปีใหม่ม้ง ชาวบ้านจะแต่งกายชุดชาวเผ่าออกมาร่วมงาน เต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุข อาหารที่นิยมทำกินกันทุกครัวเรือนคือ “ไก่ต้มสมุนไพร” ที่อาศัยไก่ที่เลี้ยงไว้ ทั้งไก่บ้านและไก่ดำ นำมาต้มกับสมุนไพรในท้องถิ่น อาทิ พลูคาว ว่านท้องใบม่วง ก้ามปูหลุด ตะไคร้ ฯลฯ ล้วนเป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย 

มนูไก่ต้มสมุนไพร

เมนูไก่ต้มสมุนไพรมีกระบวนการง่าย ๆ เพียงเตรียมน้ำตั้งไฟให้เดือด ไส่เนื้อไก่ที่หั่นและล้างแล้วลงไป รอประมาณครึ่งชั่วโมงเมื่อเนื้อไก่เปื่อยได้ที่ ก็โปรยสมุนไพรนานาชนิดลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเพียงเล็กน้อย ได้รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นสมุนไพรที่เต็มไปด้วยประโยชน์ ผักทุกชนิดสามารถกินได้  ไม่มีความขม แถมยังหวานอร่อย ในสมัยก่อน ใครที่ป่วยไข้ หรือเหนื่อยหน่ายจากการทำไร่ทำสวน รวมทั้งคนท้อง ก็จะต้องปรุงเมนูไก่ต้มสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย 

ชาวเขาเผ่าม้ง ยังสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าจากใยกัญชง เพื่อนำมาเป็นเครื่องแต่งกาย ด้วยกระบวนการอันพิถีพิถัน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าทอที่ออกแบบเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า และของใช้ต่าง ๆ รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนหมอกตะวัน
วรรณวิไล แซ่กือ 
Facebook/ม่อนหมอกตะวัน – Mon mok tawan ดอยป่าหวาย 
โทร 082 647 6202 

ตระเวนเที่ยวน้ำตกป่าหวาย ทุ่งดอกไม้บนดอย
ใกล้กับม่อนหมอกตะวัน ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวแสนสวย เชื่อมโยงวิถีเกษตรอันตื่นตาตื่นใจท่ามกลางสภาพของหุบเขาใหญ่น้อยที่จะเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล เช่น “น้ำตกป่าหวาย” ที่อยู่ไม่ไกลจากม่อนหมอกตะวันมากนัก นอกจากนั้นระหว่างเส้นทางที่รถแล่นผ่านตลอดสองข้างทาง ใน อ.พบพระ ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนสดชื่น ทั้งการปลูกนาข้าว รวมทั้งไร่ดอกกุหลาบ รวมทั้งไร่ดอกดาวเรือง ที่จะทอแสงสีเหลืองสวยงามท่ามกลางบรรยากาศอันเขียวชอุ่ม

ออกจากม่อนหมอกตะวันแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะรับประทานอาหารในจุดชมวิวสุดชิลที่“ญั่งสู ฟาร์มฮัก”แปลงดอกไม้บนเนินเขาเตี้ย ๆ ที่มีการปลูกไม้ดอกชนิดต่าง ๆ ตามฤดูกาล อย่างในช่วงหน้าฝนนี้ มีทุ่งดอกเสี้ยนที่กำลังชูช่อสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมมุมรับประทานอาหารอันแสนร่มรื่น มีเมนูท้องถิ่นให้เลือกลิ้มหลายรายการ รวมทั้งเมนูดเด็ดของทางร้านอย่าง “ไก่ต้มสมุนไพร” สูตรชาวม้งแท้ ๆ เพราะเจ้าของร้านญั่งสูฟาร์ม ก็คือชาวม้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่เกิด และได้พัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรของตัวเอง เป็นร้านอาหารแสนสวย เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะกับผู้ที่รักธรรมชาติ มีเมนูอร่อยหลากหลายรายการ ที่พลาดไม่ได้ก็คือ “โยเกิร์ตโฮมเมด” สูตรของทางร้าน มาในสไตล์โยเกิร์ตเกล็ดน้ำแข็งเย็นชื่นใจ รสชาติละมุนสุด ๆ 

ญั่งสู ฟาร์มฮัก
ปวีณา ขวัญอาชากุล 
โทร 097 9344269 Facebook/ญั่งสู ฟาร์มฮัก

โยเกิร์ตโฮมเมด

เมื่อสายฝนพรำพากันไปเที่ยวให้ชื่นฉ่ำหัวใจ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนไปสัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขท่ามกลางขุนเขา จ.ตาก ไปกอดเขากอดหมอก ออกไปผ่อนคลาย ให้ลมหนาวช่วยเพิ่มความอบอุ่นใจกันตั้งแต่เช้าไปจนค่ำ เป็นอีกเส้นทางที่อยากให้ทุกคนจูงมือกันไปบอกรักเมืองไทยให้หายคิดถึง

Facebook/ญั่งสู ฟาร์มฮัก

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ททท. สำนักงานตาก โทร 0 5551 4341 – 3 
Facebook/taktravel

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ บันทึกความทรงจำที่ชุมพร ล่องทะเลสุดฟินกินปูห้อยขาลั้นลาวิถีถิ่น

Toptotravel มีโอกาสได้มาท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรอีกครั้ง ความงดงามบรรยากาศท้องทะเลกว้างไกลสุดสายตา พาให้เรารู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย  ได้ย่ำเท้าบนชายหาดสีขาวนวล ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้ผ่อนคลาย ใครหลายคนจึงตกหลุมรักทะเลแบบหัวปักหัวปำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็คิดถึงทะเลอยู่เสมอ อย่างที่จังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ เมืองที่หลายคนอาจมองผ่าน แต่เต็มไปด้วยความชื่นบาน จนอยากจะหยุดเวลาไว้นาน ๆ

               
โครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนเดินทางไปสัมผัสกับบรรยากาศแห่งท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ปักหมุดให้สุดชิลกันที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมืองเลียบทะเลชายฝั่งอ่าวไทย อันเป็นที่ตั้งของสนามบินชุมพร  เริ่มต้นกันที่ “บ้านเกาะเตียบ”เวิ้งหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กับแนวป่าโกงกางอันกว้างไกลสุดสายตา ที่อยู่อาศัยของกุ้ง หอย ปู ปลา ที่พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งปี

กินปูห้อยขา ลั้นลาที่บ้านเกาะเตียบ
“เกาะเตียบ” เป็นเกาะเล็ก ๆ บริเวณหน้าชายหาดบ้านเกาะเตียบ มองจากฝั่งที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง จะสังเกตเห็นลักษณะคล้ายฝ่ามือ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนในหมู่บ้าน ชาวบ้านมีความเชื่อว่าเมื่อมาขอพรที่เกาะเตียบ หากสมหวังแล้วก็จะปีนขึ้นไปผูกผ้าแพรไว้บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ ท่ามกลางวิถีอันเรียบง่าย ที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อ กลุ่มคนรักการกินปูต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “สดและคุ้ม”

สายรุ้ง สาธิตศานนท์ หนึ่งในผู้นำท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะเตียบ เจ้าของกิจการ “สายรุ้งนำเที่ยว”

“สายรุ้ง สาธิตศานนท์”หนึ่งในผู้นำท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะเตียบ เจ้าของกิจการ “สายรุ้งนำเที่ยว” เล่าให้ฟังว่า ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่บ้านเกาะเตียบ บริเวณอ่าวทุ่งมหา มาจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะพันธุ์ปู ซึ่งชาวบ้านจะนำปูไข่นอกกระดองมาปล่อยให้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ประกอบกับแนวป่าชายเลนนับพันไร่ จึงเป็นระบบนิเวศที่เป็นมิตรกับการอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ทำให้บ้านเกาะเตียบมีกุ้ง หอย ปู ปลา ให้กินทั้งปี พร้อมนำเสนอไอเดีย “กินปูห้อยขา” เพื่อสร้างสีสันแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

จากชายหาดบ้านเกาะเตียบ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เรือหางยาวพาเรามาถึงเกาะยอ เกาะเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของแพขนาดใหญ่ จุดเช็คอินกลางทะเลอันแสนสดชื่น ภายในแพมีการออกแบบโต๊ะกระจกใส และช่องสำหรับการนั่งหย่อนขาลงไป เพื่อให้มองเห็นน้ำทะเลด้านล่าง นักท่องเที่ยวที่ติดต่อเข้ามาล่วงหน้า สามารถจองแพ็กเกจ “กินปูห้อยขา” ที่เสิร์ฟทั้งปูม้า ปูทะเล และอาหารทะเลอีกหลายชนิดที่หาได้จากแหล่งธรรมชาติ รับประกันความสด ในรสชาติอร่อยเด็ด หลายคนร้องว้าวกับไข่ปูดำที่อัดแน่น ใครเห็นแล้วอยากตามไปชิม ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

อิ่มท้องกันแล้วเดินข้ามสะพานไม้ไปชมวิวกันบนเกาะยอ  หรือจะเดินทางต่อออกไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะร้านเป็ด และเกาะร้านไก่ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียง นักท่องเที่ยวต่างบอกต่อกันว่า เป็นแนวปะการังที่มีดอกไม้ทะเลที่สวยงามอลังการแห่งหนึ่งของประเทศไทย หากวันไหนอากาศเป็นใจก็จะได้ชมฉลามวาฬยักษ์ที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลชุมพรอีกด้วย

กิจกรรมกินปูห้อยขา เกาะยอ
เปิดทุกวัน เวลา8.00 -16.00 น.
สายรุ้งนำเที่ยว
โทร.0872769390
Facebook/กินปู ห้อยขา พาดูปะการัง กับสายรุ้งนำเที่ยว

เช็คอินวิวอลังการร้านต้นไม้ไอเดียเก๋
บริเวณชายฝั่งบ้านเกาะเตียบ มีบริการท่องเที่ยวของชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร
ตั้งอยู่อย่างกลมกลืนกับวิถีชุมชน ชายหาดแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของเหล่าแคมป์ปิ้ง หรือจะเลือกพักแบบโฮมสเตย์ ก็สามารถดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนสดชื่นท่ามกลางความเงียบสงบ

ออกจากบ้านเกาะเตียบแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแวะจุดชมวิวที่วัดแก้วประเสริฐ จะสามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวทุ่งมหาได้แบบสุดลูกหูลูกตา การันตีความอุดมสมบูรณ์ด้วยภาพของป่าชายเลนสีเขียวที่ปกคลุมเป็นผืนกว้างหรือจะแวะที่
“ซุ้มทิพย์” ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าวัด เป็นร้านขายไม้ประดับสุดเก๋ นอกจากทำเลอันอลังการแล้ว เจ้าของยังมีไอเดียว่า คนที่มาซื้อต้นไม้จะต้องใช้เวลาในการคัดเลือกสินค้านาน จึงสร้างคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด ให้ผู้ติดตามที่รอคอยได้โชว์ฝีมือชงเครื่องดื่มด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟ ก็คิดราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น

ชื่นวิถีดีต่อใจ บ้านไม้ชายคลอง
ชุมพรเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะมาเยือนเมื่อไหร่ก็จะได้สัมผัสกับภาพบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก นั่นเป็นเพราะความเข้มแข็งของชุมชนที่ร่วมมือกันป้องป้องทรัพยากรธรรมชาติในบ้านของตัวเองเอาไว้ และวันนี้เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศดี ๆ นี้ได้จะเป็นอย่างไรต้องลองแวะไปที่ “บ้านไม้ชายคลอง” ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร

สมโชค พันธุรัตน์ ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนคลองบางสน

“สมโชค พันธุรัตน์”ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนคลองบางสน เจ้าของ “บ้านไม้ชายคลอง โฮมสเตย์” เล่าว่า ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้สัมผัสกับธรรมชาติริมคลองบางสน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมดำน้ำ ตกหมึก ตกปลา พายเรือคายัค ล่องเรือไปหาหอย ไปชมหิ่งห้อย หรือออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่ปากอ่าว ได้ดื่มด่ำกับวิถีชุมชนอันเรียบง่าย กินอยู่แบบคนพื้นถิ่น แน่นอนว่าจะต้องได้ชิมเมนูอร่อย ๆ จากอาหารทะเลสด ๆ  รวมทั้งได้ร่วมลงมือทำอาหารหรือขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมจาก ที่ใช้วัสดุใกล้ตัวมาสร้างสีสันของวันพักผ่อน

จากความตั้งใจของชุมชนในการสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาได้เป็นหนึ่งของกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า  กิจกรรมปลูกป่าชายเลน ฯลฯ ถือเป็นการท่องเที่ยวเพื่อชุมชน เพื่อสังคม และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของบ้านและนักท่องเที่ยว

บรรยากาศของบ้านไม้ชายคลองเต็มไปด้วยความสดชื่น ลานระเบียงกว้างขวางของที่พักเหมาะสำหรับการเลือกมุมเหมาะ ๆ นั่งพักสายตาไปกับสายน้ำและผืนป่าชายเลนตรงหน้า บริเวณชั้น 2 ของบ้านยังเปิดเป็น “บ้านไม้ชายคลองคาเฟ่” ในบรรยากาศสุดว้าว เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มเพื่อความผ่อนคลาย ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่ปลูกในจังหวัดชุมพรเบลนด์กับกาแฟอาราบิก้าของทางเชียงราย จนได้รสชาติของตนเองอีกทั้งยังสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ กาแฟนมมะพร้าว มะม่วงหาวมะนาวโห่สมูทตี้ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสินค้าชุมชนวางจำหน่ายในร้านอีกด้วย

ชื่นกายชื่นใจ มาแล้วได้มากกว่าการพักผ่อน แต่หมายถึงการส่งต่อสิ่งดี ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อชุมชน ให้เราได้มีธรรมชาติสวย ๆ ของกินอร่อยๆ พร้อมรอยยิ้มอันยืนยาวของทุกคน

บ้านไม้ชายคลอง โฮมสเตย์
โทร. 0807791650
Facebook /บ้านไม้ชายคลองโฮมสเตย์ 

ตามนายใหญ่เข้าสวนชวนเล่นหนาม
ในเขตอำเภอปะทิว จ.ชุมพร นอกจากวิถีชีวิตแบบชาวเลแล้ว ยังมีวิถีชาวสวนให้ตามไปชมกันอีกหลายจุด เพราะจังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในดินแดนแห่งผลไม้ หากสนใจเข้าไปเรียนรู้หรืออุดหนุนผลผลิต หนึ่งในสวนเกษตรที่น่าสนใจคือ “สวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม” เห็นชื่อแล้วไม่ต้องตกใจ นายใหญ่ใจดี แถมหนามที่ว่า ยังนำมาซึ่งความอร่อยอีกด้วย

สุวัชช์ ขยายแย้ม” เจ้าของสวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม เล่าวว่าที่นี่เป็นสวนเกษตรผสมผสานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อยู่ห่างสนามบินชุมพรเพียง 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่รอขึ้นเครื่องจึงนิยมแวะเข้ามาเที่ยวชมและชิมผลผลิตทางการเกษตร ภายในพื้นที่ 10 ไร่ ปลูกพืชสวนผสมตามคอนเซ็ปต์ “คนเล่นหนาม” โดยจะเน้นต้นไม้ที่มีหนาม เช่น ทุเรียน และสละ รวมทั้งการปลูกพืชผักสวนครัว และการเลี้ยงผึ้ง นอกจากแวะเข้ามาซื้อหาผลไม้แล้ว ยังเปิดให้ทุกคนได้เรียนรู้วิถีเกษตร เช่น การผสมเกสรดอกสละ เนื่องจากสละเป็นพืชที่แยกเพศอย่างชัดเจน ต้นตัวผู้จะไม่มีลูก ส่วนต้นตัวเมียจำเป็นต้องรอเกสรจากตัวผู้มาผสมเพื่อออกผล เราจึงต้องนำเกสรตัวผู้มาผสมกับเกสรตัวเมีย หลังจากนั้นก็ติดป้ายบอกวันเวลาไว้ นับไปอีก 8 เดือนก็จะออกผลที่หอมหวานพร้อมรับประทาน หากสนใจผลสละจากการผสมเกสรของตัวเอง ก็สามารถสั่งจองไว้ได้

สุวัชช์ ขยายแย้ม เจ้าของสวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม

“สุธารัตน์ ขยายแย้ม” ทายาทคนเล่นหนาม อธิบายเพิ่มเติมว่า หากนักท่องเที่ยวเข้ามาที่สวน จะพบผลผลิตตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน และมังคุด ส่วนผลผลิตที่มีให้ชิมทั้งปีคือสละ ทั้งสละสด และสละลอยแก้ว รวมทั้งน้ำผึ้งเดือนห้า ซึ่งทางสวนจะทำบ้านพักผึ้งไว้ตามป่าชายเขาและริมคลอง เมื่อผึ้งมารวมตัวกันแล้ว ก็จะนำกลับมาเลี้ยงไว้ในสวน เลี้ยงด้วยเกสรสมุนไพรต่าง ๆ และจะเก็บน้ำผึ้งตอนเดือนห้าเท่านั้น

 นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ  เช่น ปลาดุกร้าดองน้ำผึ้งเดือนห้าโดยการนำผลผลิตจากชุมชนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมทั้งผลิตภัณฑ์ตะกร้าจักสาน ที่ชาวบ้านร่วมกับผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

สวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม
โทร.0937319587  , 0927726788
Facebook/สวนนายใหญ่ คนเล่นหนาม

ร่วมเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ กับวิถีของชาวชุมพรอันน่าชื่นชม ในโครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนทุกคนออกเดินทางสร้างความสุขจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใส มีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องชวนกลับไปให้หายคิดถึง

ร่วมเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ กับวิถีของชาวชุมพรอันน่าชื่นชม ในโครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนทุกคนออกเดินทางสร้างความสุขจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใส มีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องชวนกลับไปให้หายคิดถึง

14 จุดเช็คอิน ฟินทั้งกายและใจ เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”


อุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ภายใต้วิถีอันเรียบง่าย พร้อมความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงาม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ต่างอาศัยพื้นที่ทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงชีวิต ชาวอุทัยธานีจึงมีใจ “รักษ์” ในทรัพยากรในถิ่นอาศัย กิน ใช้ ในวิถีปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ทุกคนไปสัมผัส กับเส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ทั้งจุดเช็คอิน ที่กิน ที่พัก ที่ผ่อนคลายทั้งกายใจ เปิดมุมมองกว้างใหญ่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ท่ามกลางวิถีชุมชนอันน่าชื่นชม

เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้คัดสรร14 จุดเช็คอินฟินทั้งกายและใจ ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอทับทัน อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่ มาให้ทุกคนได้ชื่นใจ ก่อนจะไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นด้วยกัน

1.ล่องวิถีสะแกกรัง ฟังเรื่องราววิถีชาวแพ
เริ่มต้นจาก แม่น้ำสะแกกรัง อ.เมืองอุทัยธานี เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำสะแกกรัง คือ วิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรังใน อ.เมืองอุทัยธานี ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี ส่งต่อภูมิปัญญาวิถีชาวเรือนแพจากรุ่นสู่รุ่น ชาวแพในปัจจุบันมีอาชีพที่หลากหลายทั้งงานรับจ้าง เลี้ยงปลา หาปลา ค้าขาย รวมทั้งภูมิปัญญาการทำเกษตรลอยน้ำ ทั้งการปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด และเตยหอม โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาประชังน้ำจืด ซึ่งมีจุดกำเนิดที่แม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้

แน่นอนว่าเมื่อมาเยือนสะแกกรังแล้ว จะต้องได้ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์จากสายน้ำ อาทิ ปลาย่าง ปลาจ่อม และน้ำพริกปลาย่าง ที่ “แพป้าแต๋ว”จากนั้นเมื่อขึ้นฝั่งแล้วยังมีเวลา สามารถแวะชมความงดงามของ “วัดโบสถ์”ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเมืองอุทัยธานี ชาวบ้านจึงได้ทำแพรับเสด็จที่วัดแห่งนี้ ปัจจุบันยังมีสิ่งของพระราชทานจัดแสดงอยู่ภายในวัดอีกด้วย

2.แรดได้ใจ ต้อง ปลาแรด GI อุทัยธานี
ชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง บนเกาะเทโพ มีการรวมตัวของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลาแรดสะแกกรังตำบลท่าซุงซึ่งได้การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็น “ปลาแรด GI” หนึ่งเดียวในเมืองไทยจุดเด่น คือ “เกล็ดหนา หน้างุ้ม เนื้อนุ่ม แน่นหวาน”ด้วยการเลี้ยงแบบผสมผสานกับพืชผัก ผลไม้นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรดให้เลือกซื้ออีกมากมาย
หากอยากชิมเมนูปลาแรด ของดีจังหวัดอุทัยธานี ที่การันตีได้ว่าไม่มีกลิ่นสาบโคลนแน่ ๆ เพราะเลี้ยงในกระชังที่มีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา บนเกาะเทโพยังมีร้านอาหารให้เลือกชิมหลายร้าน อาทิ ร้านป้าสำราญ ที่มีสารพัดเมนูปลาแรด ปลาในท้องถิ่น รวมทั้งเมนูพื้นบ้านต่าง ๆ ให้เลือกชิม ในบรรยากาศริมน้ำอันแสนสดชื่น

Facebook/กลุ่มแปรรูปปลาตำบลท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

3.วันวานยังชื่นใจ “อุไทย เฮอริเทจ”

ในตัวเมืองอุทัยธานี ยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวิถีสโลว์ไลฟ์แบบที่หลายคนชื่นชอบ ท่ามกลางกลิ่นอายของวันวานจากตึกรามและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เช่นที่“อุไทย เฮอริเทจ” โรงแรมที่ได้รับการออกแบบปรับโฉมจากอาคารโรงเรียนเก่าที่มีอายุราว 80 ปี จึงคงกลิ่นอายแบบวินเทจให้ผู้ที่คิดถึงวัยเด็กเข้ามาชื่นชม

ปัจจุบัน “อุไทย เฮอริเทจ” เปิดให้บริการห้องพักหลายรูปแบบ ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น สะท้อนคุณค่าของเมืองอุทัยธานีผ่านเรื่องราวของโรงเรียน ข้าว และงานไม้ ทุกเช้าและเย็น ยังมีกิจกรรมเคารพธงชาติในทุกวัน นอกจากการเข้าพักแล้ว สามารถแวะมาจิบกาแฟและเครื่องดื่มในคาเฟ่ของโรงแรมได้
Facebook/uthaiheritage

4.ส่งต่อสิ่งดี ๆ สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท มาถึง อ.ทัพทัน
นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพของพื้นที่ทางการเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีการทำนาทำไร่กันมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาผสมผสานเป็นการเกษตรยุคใหม่ที่น่าสนใจ เปิดให้ทุกคนเข้าชม ในบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนสไตล์บ้านไร่บ้านสวนอย่างแท้จริง

ทริปนี้ขอแนะนำ “สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท” พื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชาที่ว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ในพื้นที่กว่า 26 ไร่ มีที่พักสไตล์ลอฟท์พร้อมสระว่ายน้ำเพื่อต้อนรับผู้ที่ต้องการเข้ามาชื่นชมธรรมชาติ ตื่นมาพร้อมบรรยากาศอันแสนสดชื่น และการรับประทานอาหารอร่อย ๆ จากวัตถุดิบปลอดภัยภายในสวน
Facebook/สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ทอ.ทัพทัน อุทัยธานี

5.บ้านไร่วรัญญ์รัช มุมของคนรักแคคตัส

หรือจะแวะไปที่ “บ้านไร่วรัญญ์รัช” ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟาร์มแคคตัสและบอนสี ตั้งอยู่กลางทุ่งนากว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้เรียนรู้การเลี้ยงแคคตัสและบอนสี ภายในไร่ยังปลูกผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงปลา ส่วนของคาเฟ่มีวิวชมนาข้าวที่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล แวะมาจิบกาแฟ หรือกินก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ สูตรของทางร้าน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีแพทย์แผนจีนมาเปิดให้บริการตรวจรักษาในราคาย่อมเยาอีกด้วย

Facebook/banraiwaranrach


6.หุบป่าตาด ดินแดนแห่งความเร้นลับ

จาก อ.ทับทัน เข้าสู่ อ.ลานสัก กับบรรยากาศแห่งขุนเขาและทุ่งกว้าง หันไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความชื่นใจจากบรรยากาศที่เขียวชอุ่มใน อ.ลานสัก มีผืนป่าโบราณ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “อันซีนไทยแลนด์” นั่นคือ “หุบป่าตาด” ดินแดนอันเร้นลับที่ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2522 โดย พระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง จากสภาพป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาด ไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ด้วยลักษณะของป่าที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอันลึกลับ จึงเรียกที่นี่ว่า “หุบป่าตาด” 

หุบป่าตาด อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ไดรับการประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้หายากหลากชนิด  รวมทั้ง “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ที่จะพบได้ในช่วงฤดูฝนนับเป็นสัตว์หายากพบได้ที่หุบป่าตาดเท่านั้น

7.เช็คอินสุดว้าว ที่จุดชมวิวบ้านชายเขา

ห่างจากหุบป่าตาดเพียง 2 กิโลเมตร บรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ท่ามกลางแปลงเกษตรผืนใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง เป็นที่ตั้งของจุดชมวิวบ้านชายเขา มีลานกางเต้นท์และร้านอาหารเล็ก ๆ ให้บริการ ด้วยความสดชื่นในมุมมองอลังการ จึงถูกเปรียบเทียบว่า “สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย” 
DCIM\100MEDIA\DJI_0108.JPG

8.ต้นไม้ยักษ์ คุณทวดแห่งป่า อ.บ้านไร่

มาถึง อ.บ้านไร่ เป็นอีกดินแดนของความ “อยู่ดี Green ดี” ท่ามกลางวิถีทางวัฒนธรรมอันงดงาม เมื่อมาถึงแล้ว ต้องไปรายงานตัวกับคุณทวดแห่งผืนป่า “ต้นไม้ยักษ์” ขนาด 40 คนโอบ อายุราว 300-400 ปี ยืนต้นตระหง่านท่ามกลางป่าหมากและป่าสมุนไพร มาแล้วยังแวะอุดหนุนผลผลิตจากชาวสวนชาวไร่และของดีจากชุมชนในตลาดต้นไม้ยักษ์ได้อีกด้วย

9.แจ่ว 100 สำรับ ชุมชนลาวครั่ง

ชาวบ้านลาวครั่งอาศัยอยู่ในบ้านสะนำ อ.บ้านไร่ มาอย่างยาวนาน และมีภูมิปัญญาการกินอยู่ที่เรียบง่าย แต่ก็มีสไตล์ ตั้งแต่การกินน้ำพริก หรือ แจ่ว ซึ่งดัดแปลงสูตรเป็น “แจ่ว 100 สำรับ” นั่นมาจากการผสมผสานวัตถุดิบต่าง ๆ ในหมู่บ้าน รวมทั้งวัตถุดิบตามฤดูกาล อาทิ “แจ่วมะเขือด้าน” ที่จะใช้มะเขือเจ้าพระยาลูกใหญ่“แจ่วบักเขียเคีย” ทำจากมะเขือส้ม หรือมะเขือเครือ“แจ่วน้ำข้าวใส่หมู”ที่มีส่วนผสมของน้ำซาวข้าว ฯลฯ

10.จานใบไม้ รวมใจรักษ์บ้านสะนำ
ในละแวกบ้านสะนำ มีป่าหมากรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า “ป่าหมากล้านต้น”ชาวบ้านยังเห็นว่ากาบหมากที่ร่วงหล่นลงมาเป็นขยะ น่าจะนำมาปรับโฉมเป็นของใช้ได้ จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มผลิตจานจากใบไม้ นอกจากกาบหมากยังใช้ใบไม้ขนาดใหญ่นำมาแปลงเป็นภาชนะ เช่น ใบไม้สัก ใบตองตึง ใบมะเดื่อกวาง ที่อยู่ในละแวกหมู่บ้าน นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกแล้ว ชาวบ้านก็กลับมาปลูกต้นหมากกันมากขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศที่ดีสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นให้กับหมู่บ้าน

(ติดต่อวิถีลาวครั่งบ้านสะนำ โทร. 06 2259 1285)

11.บ้านไร่สไตล์อินเตอร์ พิซซ่าหน้าผักกูด

เดิมทีผักกูดเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หาเก็บได้จากป่า แต่ปัจจุบันชาวบ้านใน อ.บ้านไร่ ได้หันมาปลูกผักกูด เพื่อป้อนให้กับร้านอาหาร ปรุงเป็นเมนูโปรดของนักท่องเที่ยว  เพราะเป็นผักที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีในการปลูก จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย แถมรสชาติยังกรอบอร่อย ปัจจุบันร้านพิซซ่าห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ ได้นำมาต่อยอดเป็น “พิซซ่าหน้าผักกูด”และ “ผักกูดอบชีส” ใช้เป็นส่วนผสมหนึ่งของหน้าพิซซ่า กลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ขายดิบขายดี เพราะอร่อยและเข้ากันได้ดี แถมยังใช้เตาฟืนในการอบพิซซ่าจึงหอมเป็นพิเศษใครอยากมาชิม ต้องมาวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น 
และทางร้านใช้แป้งสดแบบวันต่อวัน จำกัดเพียงวันละ 50 ถาดเท่านั้น
Facebook/พิซซ่าห้วยป่าปก

12.ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ มุมเช็คอินสุดสร้างสรรค์
เดิมทีฝายปูนกั้นน้ำแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นเพื่อชะลอการไหลของน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการเกษตร แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งอันเขียวขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาอยู่ไกล ๆ ในช่วงหน้าฝนที่มีปริมาณน้ำมากจนเอ่อล้น เกิดเป็นม่านน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมาจากทั้งสองฝั่งของฝายกั้นน้ำ สามารถลงไปเพื่อเล่นน้ำหรือถ่ายรูปได้ บริเวณฝายมีตลาดนัดชุมชนเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้อุดหนุนสินค้าจากชาวบ้าน

13.ไร่ลูกรักของพ่อ ในอ้อมกอดของขุนเขา

(Facebook/ railookrakkongpor)

14.ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่ บ้านเฮา
“ตลาดซาวไฮ่” แหล่งรวมคนมีใจแบบฉบับบ้านไร่ เป็นตลาดที่ชาวบ้านทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งใจนำเสนอวิถีชีวิตแบบเกษตรพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น พืชผักปลอดสารพิษ แหล่งรวมของกินของใช้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านจะนำสินค้าทางการเกษตร ทั้งของกิน ของใช้ รวมทั้งไอเดียหลากสไตล์ของผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ และผ้าทอบ้านไร่ วางจำหน่ายกันทุกวันเสาร์และอาทิตย์ พร้อมกิจกรรมน่ารัก ๆ ที่ทางชุมชนเตรียมให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม

Facebook/sawhai2018

อุทัยธานี เป็นดินแดนแห่งความสุขใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความเขียวขจี ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์ แต่ละจุดหมายเต็มไปด้วยความ “อยู่ดี Green ดี” ที่อยากให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสความรู้สีกดี ๆ นี้ไปด้วยกัน

เส้นทางท่องเที่ยว “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”สร้างสรรค์
โดย MEETTHINKS (www.meetthinks.com) ติดตามภาพแห่งความสุข

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
• e-book “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้ที่ https://online.anyflip.com/maibb/zrfn/mobile/ หรือQRCode ด้านล่างนี้(สำหรับการเปิดด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถรับชมได้ทั้งแบบหน้าเดี่ยวในแนวตั้ง และการแสดงผลแบบหน้าคู่ในแนวนอน)

• คลิปวิดีโอเส้นทางอยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี ตามลิงค์ด้านล่างนี้ https://www.youtube.com/watch?v=oz3p4FCJzbQ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทร. 056514651
Facebook/TAT.Uthai

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ ดื่มด่ำวิถีระยอง ในมุมมองน่ารัก

สไลว์ไลฟ์ริมชายหาด  อัศจรรย์ป่าชายเลน เดินเล่นสวนไม้หอม

ความเร่งรีบกดดันในแต่ละวัน อาจทำให้คนเราสะสมความเครียดไว้โดยไม่รู้ตัว ทางออกที่ดีคือการได้หยุดพักผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ พาตัวเองออกไปพบเจอกับมุมมองที่โล่ง โปร่ง สบายตา พร้อมเติมเต็มแรงบันดาลใจจากผู้คนรอบข้าง อย่างที่จังหวัดระยอง แม้จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ก็มีมุมสโลว์ไลฟ์ให้เลือกชิลอยู่หลายจุด ภายใต้บรรยากาศของท้องทะเลชายฝั่ง ที่ยังคงความเงียบสงบ

โครงการ Refresh life …by the wayไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำชวนออกเดินทางไปผ่อนคลายในมุมที่น่าชื่นตาชื่นใจ ในจังหวัดระยอง ขับรถออกจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร ก็จะได้พักสายตาไปกับชายหาดที่ทอดยาว ไล่เรียงตั้งแต่หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ ไปถึงหาดสุชาดา โดดเด่นด้วยโค้งเว้าของแนวกำแพงหินที่สร้างไว้เพื่อป้องกันการกัดเซาะของชายฝั่ง และทำให้การลงเล่นน้ำเป็นไปอย่างปลอดภัย เรียงรายด้วยที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ผสมผสานเรื่องราวของวิถีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย

หาด Coffee Truck เพียงแรกพบก็ตกหลุมรัก

                ประโยคที่ว่า “อยากไปนั่งโง่ ๆ ริมทะเล” แม้จะออกแนวประชดประชัน แต่สะท้อนภาพความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี การได้นั่งเฉย ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องคิดกังวลใด ๆ กลายเป็นเทรนด์ฮิตบนชายหาดแหลมเจริญ บรรดา Food Truck และ Coffee Truck พร้อมบูทจำหน่ายสินค้าและอาหารแบบดั้งเดิม เรียงรายไปตลอดทาง แต่ก็ทิ้งระยะห่างเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ทุกคนได้สัมผัส

                ที่โดดเด่นมากในตอนนี้คือบรรดา Coffee Truck คาเฟ่เคลื่อนที่สไตล์มินิมอล ให้บริการกาแฟและเครื่องดื่มแบบต่าง ๆ มาพร้อมสไตล์ของตัวเอง เป็นสีสันใหม่ของการนั่งเล่นริมชายหาด นอกจากเมนูเด็ดของแต่ละร้านแล้ว การเลือกเก้าอี้ชายหาดเก๋ ๆ มาให้บริการฟรีสำหรับลูกค้า เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและชาวระยอง เข้ามานั่งเล่นกันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือจะฉายเดี่ยว ต่างก็นั่งหันหน้าทิ้งสายตาไปกับทะเลกว้าง นับเป็นบรรยากาศการพักผ่อนที่ดีต่อใจสุด ๆ

วิถีชาวเล กลุ่มประมงพื้นบ้านตำบลปากน้ำ

บริเวณชายหาดแหลมเจริญ เป็นที่ตั้งของชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ภาพที่ทุกคนจะได้เห็นคือเรื่องราวชีวิตชาวประมงที่ยังคงสืบสานวิถีชีวิตของชาวบ้านชายทะเลที่มีมาอย่างยาวนาน คนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงลูกเด็กเล็กแดง ยังทำประมงพื้นบ้านแบบดั้งเดิม และเต็มไปด้วยเสน่ห์เรียบง่าย อบอุ่นใจเมื่อได้พบเจอ

“ส้ม-กุสุมา ชูทอง ทรัพย์ประเสริฐ”สมาชิกวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยองเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านบริเวณนี้เป็นประมงเรือเล็กพื้นบ้านที่ผูกพันกับทะเลมานานในทุกวันสามีของเธอจะออกไปวางอวนทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันรุ่งขึ้นก็จะออกไปเก็บอวนกันตั้งเช้ามืด จากนั้นเธอและลูก ๆ ก็นำมาคัดเลือกด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ติดอวนมาจะค่อนข้างพัลวัน หากเส้นอวนขาดก็ต้องเสียเวลาซ่อม จึงต้องใช้เวลานาน สมาชิกในบ้านก็ต้องมาช่วยกันทั้งหมด

ผลผลิตที่ได้ก็คละ ๆ กันไป ทั้งปูดำ ปูม้า ปูแป้น หอย ปลา รวมทั้งขยะที่ติดมากับอวน จึงต้องใช้เวลาทำความสะอาดเป็นอย่างดี ก่อนจะนำไปวางในทะเลอีกครั้ง เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน สนใจมาชมแนะนำว่าให้มาประมาณแปดโมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่มีผลผลิตมาก หากต้องการซื้อก็สามารถติดต่อได้ทันที บางเจ้าก็นำไปส่งให้ร้านอาหาร บ้างก็ส่งตลาดในระยอง บางส่วนก็วางขายกันหน้าหาด ในราคาแบบชาวบ้าน และรับประกันความสด นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง หมึกแดดเดียว ฯลฯ วางจำหน่ายริมสองข้างทางบริเวณหน้าหาด

ล่องเพลิน เดินชิล ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ

ระยองเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ที่จับต้องได้ไม่ยาก จากเอกลักษณ์ของตัวเมืองที่ติดทะเล โดดเด่นด้วยทรัพยากรอันสมบูรณ์ ชื่นตาชื่นใจจากความอลังการของผืนป่าชายเลนขนาดใหญ่ขนาด 500 ไร่ ครอบคลุม ต.ปากน้ำ และ ต.เนินพระ เป็นผืนป่าที่อยู่คู่เมืองระยองมาอย่างยาวนานประกอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นแสม โกงกาง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากชนิด จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่สำคัญคือสวยงามมาก

ความอลังการของผืนป่ากว้างที่มองได้จากมุมสูง นอกจากการขึ้นหอชมวิวแล้ว สามารถเลือกที่พักริมชายหาดที่มองเห็นผืนป่าได้อย่างอลังการเช่น หาดแสงจันทร์ อันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและที่พักสวยหลายแห่ง รวมทั้ง “โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช ระยอง” ระเบียงของทุกห้องจะมองเห็นความอัศจรรย์ของสองฝั่ง ทั้งฝั่งชายทะเล และฝั่งของคลองที่ลัดเลาะเลียบแนวป่าชายเลน เป็นภาพประทับใจ ท่ามกลางการเข้าพักที่แสนสะดวกสบาย

นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือหรือเดินเล่นบนสะพานเลียบป่าชายเลนระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตรเพื่อชื่นชมความงดงามของ “ป่าในเมือง” หรือทีเรียกกันว่า“ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ” ด้วยความโดดเด่นของเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ ล้อมด้วยป่าชายเลนท่ามกลางอากาศอันบริสุทธิ์สร้างขึ้นตั้งแต่งปี พ.ศ. 2416 เพื่อแสดงให้ผู้ที่เดินเรือรู้ว่ามาถึงระยองแล้ว สามารถเดินล่องเรือหรือขับรถเข้าไปชมได้อย่างสะดวก

กรุ่นกลิ่นกฤษณา กับช่วงเวลาแสนผ่อนคลาย               

เพราะกลิ่นเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความผ่อนคลาย ในเส้นทางเที่ยวระยองครั้งนี้ จึงขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สอดแทรกความรู้เรื่องไม้กฤษณา พร้อมช่วงเวลาอันน่าประทับใจ ในพื้นที่ของ “มีสุข ฟาร์ม” (Mesook Farm)ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง 

“พิกุล กิตติพล”ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาเล่าว่าในพื้นที่กว่า 200 ไร่ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกป่าเบญจพรรณ เช่น ไม้สักยางนา มะค่าโมง มะค่าแต้ รวมทั้งประดู่ กระถินณรงค์ และต้นไผ่กว่า 180  ชนิด นับเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกไม้กฤษณาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปัจจุบันมีการส่งออกไม้ น้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากกฤษณา ไปกว่า 10 ประเทศ

มาแล้วต้องแวะร้านจำหน่ายสินค้า “บ้านมีสุข” มีผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณากว่า 40 ชนิด เช่นธูปปั้น ธูปหอม น้ำมันหอม น้ำหอมระงับกลิ่นกาย โลชั่น แชมพู เซรั่มโฟมล้างหน้า ฯลฯ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาอุดหนุนสินค้า จะได้สัมผัสกับน้องหมาซามอยด์แห่งผืนป่ากฤษณาที่จะร่วมแอคท่าถ่ายรูปกับทุกคน

“มีสุข ฟาร์ม” ยังนำเสนอความสุขของการเข้าพักในสวนป่าที่รายล้อมบึงน้ำขนาดใหญ่  มีบริการทั้งที่พัก และร้านอาหาร “คาเฟ่ มีสุข” ให้บริการอาหารท้องถิ่นเมนูเพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัลเชฟชุมชน พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิดพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันกฤษณาที่ให้ความหอมและผ่อนคลาย อาทิ กาแฟน้ำผึ้ง กฤษณามรกต กฤษณารัญจวน ฯลฯ อิ่มแล้วก็ไปพบกับฐานการเรียนรู้แนวแอดเวนเจอรอีก 14 ฐาน หรือจะออกไปพายเรือ เดินชมน้องควาย น้องแพะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนทุกวัย

               

ใครที่อยากเติมพลังรับพลังธรรมชาติตามศาสตร์ฮวงจุ้ย แนะนำได้เดิมข้าม“สะพานเปี่ยมสุข” และ “สะพานแขวน” ที่ได้รับการยืนยันจากปากของซินแสขาวสิงคโปร์ว่า สายลมที่พัดโชยในผืนป่ากว้าง พร้อมอากาศอันบริสุทธิ์ ถือเป็นแหล่งรับพลังที่ดีมาก

               

ออกไปผ่อนคลายในบรรยากาศอันน่าชื่นใจที่จังหวัดระยอง กับโครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนท่องเที่ยวเมืองไทย ไปซบไหล่ธรรมชาติ รับพลังอันแสนบริสุทธิ์ พร้อมสนับสนุนแง่มุมดี ๆ ให้กับชุมชน ถือเป็นเส้นทางแห่งความสุขและการส่งต่อแรงบันดาลใจ เติมพลังจิตพลังใจก่อนที่จะกลับมาต่อสู่กับงานอีกครั้ง

วิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยอง

กุสุมา ชูทอง

โทร.0824618933

(มีบริการปูนึ่งพร้อมน้ำจิ้ม-หากต้องการเนื้อปูแกะต้องสั่งล่วงหน้า)

ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1  โทร. 038 020 070

ติดต่อเรือ โทร. 095225 7993 (เรือออกช่วงบ่าย ค่าบริการรอบละ 300 บาท นั่งได้ 6 ท่าน)

ททท.สำนักงานระยองโทร : 038 655 420

มีสุขฟาร์ม(ห่างจากตัวเมือง 42 กิโลเมตร)
เปิดบริการทุกวัน : 09.00 – 17.00 น.
โทร.0828987886

(กรุณาติดต่อล่วงหน้า สำหรับกิจกรรมฐานเรียนรู้ และการเข้าชมเป็นหมู่คณะ)

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ รับพลังธรรมชาติ ที่ บ้านไร่ยายชะพลู

วิถีเกษตรปลอดภัย สุขกาย สุขใจ ในมุมมองใหม่ของมวกเหล็ก

เที่ยวหน้าฝน รับอากาศเย็น เห็นทะเลหมอก ตามแบบฉบับคนรักการท่องเที่ยว
สีเขียวเป็นสีที่มองเห็นแล้วสบายตา วันที่ผ่านการทำงานอย่างเหนื่อยล้าอยู่กับหน้าจอ เราจึงอยากพักสายตาเพื่อมองหาความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ไม่ว่าจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ บนโต๊ะทำงาน หรือจะมองออกนอกหน้าต่าง แต่จะดีแค่ไหน หากได้เดินทางออกไปในที่โล่งกว้าง ผ่านถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี ได้ซึมซับรับพลังบวกท่ามกลางขุนเขา พื้นที่เที่ยวมีความกว้างใหญ่มาก อุดมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหล่าต้นไม้ใบหญ้าได้ส่งพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูกายใจ ให้สดใสยิ่งกว่าเดิม

โครงการ “Refresh life …by the wayไป เที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวรับพลังธรรมชาติท่ามกลางความเขียวขจี ในดินแดนที่แสนดีต่อใจ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่เที่ยวหน้าฝน ใกล้กรุงเทพ สัมผัสกับความกรีนแบบฉ่ำๆ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นภาพภูเขาเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย เต็มไปความเขียวขจีของภูเขาและต้นไม้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสีเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่

ที่นี่เครือขายเกษตรปลอดภัยรวมตัวอยู่กันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ
“บ้านไร่ยายชะพลู” ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี มุมพักกายพักใจที่แสนอบอุ่น จากบรรยากาศอันแสนสงบ ด้วยสภาพอากาศอันบริสุทธิ์ ลมพัดโชยเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปี ที่จะมีอากาศหนาวเย็นยิ่งขึ้น

พักกาย พักใจ ในมุมผ่อนคลาย บ้านไร่ยายชะพลู

พักกาย พักใจ ในมุมผ่อนคลาย บ้านไร่ยายชะพลู
“บ้านไร่ยายชะพลู” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ภายในไร่มีการปลูกพืชผักสวนครัว สวนผลไม้ สวนสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ  อาทิ อะโวคาโด มัลเบอร์รี่ ฯลฯ ตามแนวทางของการทำการเกษตรอย่างปลอดภัย และเป็นหนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตพืชผักผลไม้เพื่อความปลอดภัย (GAP)

นอกจากความโดดเด่นด้านธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์แล้วการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ประกาศให้บ้านไร่ยายชะพลู เป็นหนึ่งในเส้นทาง Dark Sky Thailand เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ (Astro Tourism) ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างที่สามารถมองเห็นทิศเหนือ ทิศตะวันออกทิศ และทิศตะวันตกได้อย่างชัดเจน ประกอบกับสภาพท้องฟ้าที่มีคุณภาพในระดับที่ดีเหล่าสาวกดวงดาวหรือนักดาราศาสตร์ จึงมุ่งหน้าเข้ามาลงหลักปักเต้นท์กันอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งนักท่องเที่ยวสายแคมป์ปิ้ง ที่หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองเพื่อมานอนนับดาวกันที่นี่ นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ในที่เดียวกันอีกด้วย

แพทย์หญิงวนิดา ศศิวิมลกุล เจ้าของบ้านไร่ยายชะพลู เล่าให้ฟังว่า เดิมทีคุณหมอวนิดา และคู่ชีวิต “นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล”เป็นคุณหมออยู่ในกรุงเทพฯ จนถึงวัยเกษียณ เมื่อปี 2554 จึงมองหาพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการทำงานที่เรียบง่าย หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ออกจากสภาพการดำเนินชีวิตที่ส่งผลต่อความเครียดโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้มาเจอที่นี่แล้วได้มองเห็นวิวโล่งกว้างท่ามกลางความเขียวขจี จึงรู้สึกผ่อนคลาย สบายทั้งกายและใจ

สำหรับ “บ้านไร่ยายชะพลู” ตั้งตามหลานยายที่มีเพียงคนเดียวในกลุ่มหลาน 7 คน สื่อความหมายเป็นบ้านไร่ที่คุณยายสร้างขึ้น และคุณยายมีหลานยายชื่อ “ชะพลู” เพื่อแสดงถึงความรักความผูกพัน และความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้เด็ก ๆ เกิดความรักธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงกับแนวคิดที่ว่า อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับธรรมชาติที่รายล้อมรอบตัวอย่างแท้จริง เนื่องจากสภาพพื้นที่บริเวณ ต.หนองย่างเสือ มีเนินเขาสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยความเขียวขจีและอากาศอันบริสุทธิ์

นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล และ แพทย์หญิงวนิดา ศศิวิมลกุล

“จุดเริ่มต้นเมือ 10 ปีก่อน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร เราจึงเริ่มเข้ามาปลูกผัก ผลไม้ และร่วมก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ ส่วนใครอยากปลูกอะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในแนวทางของเกษตรปลอดภัย เน้นใช้ปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อสร้างอาหารจากธรรมชาติเพื่อการบริโภคและจำหน่ายผลผลิตที่ปลอดภัยส่งต่อให้ลูกค้า”คุณหมอวนิดา กล่าว

เริ่มต้นเที่ยวพักผ่อนที่ บ้านไร่ยายชะพลู จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติ และรักความสงบ ทางไร่มีลานกางเต้นท์ให้บริการ หรือจะนำเต้นท์มาตั้งแค้มป์เองได้ บริเวณลานกางเต้นท์มีบริการปลั๊กไฟ มีห้องน้ำที่สะอาดสะอ้านเป็นสัดส่วน

นอกจากนั้นบ้านไร่ยายชะพลู ยังให้บริการห้องพักท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านเดี่ยวสำหรับ 2-6 ท่าน จำนวน 2 หลัง ซึ่งแต่ละหลังมีลานระเบียงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ไมโครเวฟ อ่างล้างจาน อุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหาร ฯลฯ และยังมีบ้านแคปซูล 5 หลัง พักได้ 2 ท่านต่อหลัง (ไม่มีส่วนครัว) แอบอิงอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบวิวแบบมินิมอลแต่ให้ภาพสวยหลักล้าน

“แม้จะอยู่ใกล้เมือง ด้วยความห่างจากถนนใหญ่เพียง 500 เมตร แต่สถานที่แห่งนี้มีสภาพเหมือนเข้ามาอยู่ในป่า เพราะฉะนั้นการดูแลเรื่องอาหาร คงต้องใช้เวลา หากท่านประสงค์ให้เราบริการเรื่องอาหารก็ต้องแจ้งล่วงหน้า” คุณหมอวนิดากล่าว

นอกจากบรรยากาศแสนดี พร้อมที่พักวิวสุดแจ่มแล้ว บ้านไร่ยายชะพลูยังมีร้านกาแฟสด พร้อมจุดเช็คอินเพื่อชมวิวท่ามกลางหุบเขา หากวันไหนอากาศเปิดสามารถมองเห็นเขื่อนป่าสักได้อย่างชัดเจน ให้บริการกาแฟสดที่คั่วบดใหม่ ที่เป็นไฮไลต์คือผลผลิตจากการเกษตร อย่าง นมสดมัลเบอร์รี่ ที่ทุกคนห้ามพลาด

รังสรรค์ผลผลิตเกษตรปลอดภัย ไปสู่เมนูสุขภาพสุดเก๋

สุกัลยา ไชยเชาวน์ หรือ “คุณยิ้ม” เจ้าของไร่สอาดจิตร

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตพืชผักผลไม้เพื่อความปลอดภัย (GAP)
ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก มีสมาชิก 10 ราย ก่อตั้งมาแล้ว 8 ปี โดยมี “นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล”เป็นประธาน สมาชิกแต่ละรายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกผัก ผลไม้ และปศุสัตว์ อาทิ ทุเรียน หม่อน (มัลเบอร์รี่) อะโวคาโด มะม่วง น้อยหน่า การเลี้ยงแพะ ฯลฯ   นอกจากการรวมตัวในการทำเกษตรอย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีการพัฒนาไปสู่การแปรรูป และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตอีกด้วย

นายแพทย์วิบูลย์ ศศิวิมลกุล ประธานสมาชิกเกษตรกร
มัลเบอร์รี่อัญชัน

หนึ่งในนั้นคือ “นางสาวสุกัลยา ไชยเชาวน์” หรือ “คุณยิ้ม” เจ้าของไร่สอาดจิตร ที่ได้ต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร มาสู่แบรนด์ “มียิ้ม” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากมัลเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยอุดมไปด้วยวิตามินซี ธาตุเหล็ก วิตามินเค 1 วิตามินอี และโพแทสเซียม โดยได้แปรรูปเป็น แยม ท้อปปิ้ง น้ำสลัดมัลเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ทูอินวัน ฯลฯ  ปัจจุบันวางจำหน่ายที่ร้านกาแฟ บ้านไร่ยายชะพลู และร้านข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ รวมทั้งรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่

หากนักท่องเที่ยวนัดหมายล่วงหน้า ก็จะได้ลิ้มลองความสด สะอาด ปลอดภัย พร้อมเมนูอร่อย ๆ จากเกษตรกรในพื้นที่ เช่นเดียวกับวันนี้ ทางคุณยิ้มได้นำผลผลิตมาเสิร์ฟที่บ้านไร่ยายชะพลู ให้ทุกคนได้ร้องว้าวกับเมนูสุขภาพที่อร่อยเกินคาด

เรียกน้ำย่อยด้วย “มัลเบอร์รี่อัญชัน” เครื่องดื่มลูกผสมสีสันสดใส รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี ดื่มแล้วชื่นใจ ตามมาด้วย “สลัดผักกับน้ำสลัดมัลเบอร์รี่” ชิมแล้วต้องบอกว่ากระปุกนี้ต้องมีติดบ้าน วันนี้ได้ผักสด ๆ เป็นผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมด้วยผลมัลเบอร์รี่สดและอะโวคาโด ยิ่งทำให้สลัดชามนี้พิเศษยิ่งขึ้น โดยน้ำสลัดมัลเบอร์รี่แบรนด์ “มียิ้ม” เป็นน้ำสลัดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู แต่จะใช้มัลเบอร์รี่สีแดงที่ให้ความเปรี้ยวแทน สีของน้ำสลัดจึงเป็นสีชมพู มี 2 สูตร คือ สูตรผสมพริกไทย และสูตรไม่ผสมพริกไทย รสชาติไม่หวานมาก เปรี้ยวกำลังดี

เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน
เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน

มาถึงเมนูหลักในวันนี้ “เส้นหมี่หมูตุ๋นใบหม่อน” ใช้ยอดใบหม่อน หรือ ใบของต้นมัลเบอร์รี่มาต้มสุกแทนถั่วงอก รสชาติหวานมัน น้ำซุปหอมเข้มข้นด้วยสมุนไพร  ใช้กระเทียมและกระชายเป็นส่วนผสม เคี่ยวหมูตุ๋น 4 ชั่วโมงจนเปื่อย เพิ่มความหอมด้วยโหระพาซอยละเอียด กินกับน้ำจิ้มสูตรของทางไร่ เน้นรสเผ็ดเปรี้ยว ซึ่งผักต่าง ๆ มาจากพืชสวนครัวที่ปลูกเองในเส้นทางเกษตรปลอดภัย อร่อยและมั่นใจได้ ส่วนที่ใช้เส้นหมี่ เพราะเป็นเส้นที่มีอยู่คู่ครัว เกษตรกรสามารถซื้อติดบ้านไว้ใช้ได้ตลอดเวลา

“มักกะโรนีซอสมัลเบอร์รี่
สลัดผักกับน้ำสลัดมัลเบอร์รี่

              

มัลเบอร์รี่ชีสพาย

อีกเมนูที่อยู่ในขั้นตอนการสร้างสรรค์ คือ “มักกะโรนีซอสมัลเบอร์รี่”โดยใช้ตัวซอสที่ผลิตจากมัลเบอร์รี่ เกิดเป็นรสชาติใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ ปิดท้ายกันที่ของหวาน“มัลเบอร์รี่ชีสพาย” ดูเผิน ๆ เหมือนบลูเบอร์รี่ชีสพาย แต่ใช้มัลเบอร์รี่เป็นท้อปปิ้งแทน ด้านล่างเป็นแคร็กเกอร์ผสมเนย ชั้นที่สองเป็นครีมชีส ส่วนชั้นบนสุดจะก็คือมัลเบอร์รี่ชีสที่เก็บจากสวน

นอกจากจากมัลเบอร์รี่แล้วยังมี “น้อยหน่าฝ้ายเกษตร” ที่ปลูกในไร่ตามหลักการเกษตรปลอดภัย ให้ชิมกันอีกด้วยนับเป็นช่วงเวลาแสนอร่อยและอบอุ่นใจ ได้เห็นผลผลิตจากสวนที่ปลอดภัยต่อร่างกาย แปลงร่างมาเป็นเมนูที่เป็นทั้งอาหารตาและอาหารใจ ด้วยรสชาติที่ถูกปากถูกใจ กินไปยิ้มไป เสมือนชื่อแบรนด์เลยจริง ๆ

อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก
อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก

รับพลังแห่งธรรมชาติที่อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ไม่ไกลจากบ้านไร่ยายชะพลู ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้แวะชมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไร่องุ่น สวนผลไม้ สวนดอกไม้ หรือน้ำตก และที่สดใหม่ไม่อยากให้พลาด คือ “อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก”ที่สามารถขับรถออกจากบ้านไร่ยายชะพลูได้ในระเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ตั้งอยู่ที่ ต.คำพราน อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน กว้าง 9 เมตร สูง 44 เมตร ยาว 1,157 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ราว 61 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานกว่า 25,500 ไร่ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการผลิตน้ำประปา และส่งให้พื้นที่ชลประทานอีก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร

ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก มาจากสภาพพื้นที่โล่งท่ามกลางผืนป่าและผืนน้ำกว้างใหญ่ มีภูเขาน้อยใหญ่เป็นฉากหลัง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำมีความคดเคี้ยวเป็นระยะทางยาว ถือเป็นจุดชมวิวที่เงียบสงบ เพียงได้มายืนนิ่ง ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ก็ได้รับพลังบวกให้กับวันพักผ่อนอย่างสดชื่นในทุกเวลา โดยเฉพาะยามเย็นที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกอันงดงาม หลายคนหลงรักจนต้องมาซ้ำเมื่อมีโอกาส ท้องฟ้าหลังฝนตกยังสวยอย่าบอกใคร

กดปุ่มรีเฟรชเติมความสดใส กับโครงการ “Refresh life …by the wayไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ”ชวนทุกคนออกไปเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้ง เติมพลังทั้งกายและใจ เพราะเมืองไทยยังมีหลากเรื่องราวให้เราไปค้นหา หลายมุมมองให้เราได้ค้นพบการพักผ่อนในช่วงเวลาอันแสนพิเศษ

บ้านไร่ยายชะพลู (กรุณาติดต่อล่วงหน้า)
บ้านหนองมะกรูด ตำบล หนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก สระบุรี
Facebook/บ้านไร่ยายชะพลู โทร. 081443 4016

ผลิตภัณฑ์จากไร่สอาดจิตร แบรนด์ “มียิ้ม”
โทร.0915621987 (คุณยิ้ม)

ติดตามชมเส้นทางท่องเที่ยว Refresh life …by the way
ท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ได้ที่ YouTube : https://youtu.be/xlnOuzFrf-Y

Refresh life …by the way
ท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี