รฟฟท. เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง 29 พ.ย.64

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา ล่าสุดตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง คือ สายบางซื่อ – รังสิต และ สายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

เมื่อเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเชิงพาณิชย์ บริษัทจะปรับเวลาให้บริการจากเดิม 05.30 – 22.00 น. เป็น 05.30 – 24.00 น. ทุกวัน ทั้งวันธรรมดาจันทร์ – ศุกร์ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รวมทั้งวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนความถี่ในการเดินรถสายบางซื่อ – รังสิต จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า – เย็น ( 07.00 – 09.30 น. และ 17.00 – 19.30 น. ) จะใช้ความถี่ 12 นาที นอกช่วงเวลาเร่งด่วนจะใช้ความถี่ 20 นาที ส่วนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน จะใช้ความถี่ 20 นาทีตลอดระยะเวลาการให้บริการ

ซึ่งเมื่อปรับความถี่ในการเดินรถจะสามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวในการรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น โดยจากเดิมที่สายบางซื่อ – รังสิต ใช้ความถี่ 15 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน เช้า-เย็น และ 30 นาที นอกช่วงเวลาเร่งด่วน สามารถเดินรถได้ 88 เที่ยว/วัน เมื่อปรับความถี่จะเพิ่มเป็น 138 เที่ยว/วัน ส่วนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ใช้ความถี่ 30 นาที ตลอดระยะเวลาให้บริการสามารถเดินรถได้ 64 เที่ยว/วัน เมื่อปรับความถี่จะเพิ่มเป็น 112 เที่ยว/วัน

สำหรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงการรถไฟแห่งประเทศไทย กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 12 บาท และสูงสุดไม่เกิน 42 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์ในปัจุบันตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบริษัทยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแล และซ่อมบำรุงเส้นทางเดินรถให้มีความปลอดภัย รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจลาดตระเวนเส้นทางเดินรถอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระบบรถไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นบริษัทยังได้จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าสายสีแดง โดยมอบของขวัญสุดพิเศษ เป็นซองใส่บัตรหนัง พร้อมสายคล้องคอสุดพรีเมี่ยมให้แก่ผู้โดยสาร 1,000 ท่านแรก ที่ซื้อบัตรโดยสารเติมเงินทุกประเภท ( Stored Value Card ) ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ทุกสถานี
( ผู้โดยสารสามารถขอรับได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ซึ่งผู้โดยสาร 1 ท่านสามารถขอรับซองใส่บัตรได้ 1 ชิ้นเท่านั้น )

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หมายเลข Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดแนวคิด Mr. Denis Richter เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา

เว็ปไซต์ Toptotravel มีโอกาสได้เข้าพูดคุยกับ มร. เดนิส ริชเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา แน่นอนไม่มีใครไม่รู้จัก โรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเงียบสงบของตำบลนาจอมเทียน รีสอร์ทออกแบบมาเป็นอาคารที่ทำให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับการผสมผสานความ ทันสมัยและธรรมชาติของชายทะเลไว้อย่างลงตัว

“มร. เดนิส ริชเตอร์ กล่าวถึง จุดเด่นของการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19 และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงสัดส่วนของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยและนักท่องเทียวชาวต่างชาติ โดยโรงแรมการจัดโปรโมชั่น การวางแผนทางด้านการตลาด เพื่อกระตุ้นการเข้าพักของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการบริหารโรงแรมสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง รวมไปการจัดแคมเปญของทางโรงแรม เรามีการออกข้อเสนอพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเข้าพักอยู่อย่างต่อเนื่อง”

Questions Answered by MR. DENIS RICHTER
General Manager
Renaissance Pattaya Resort & Spa

การบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา (2563-2564)
(How’re you manage the 5 stars hotel business during the Covid-19, and how’re you adapt to the situation over the past years (2020-2021)
• We ensure the Safety and Health measures to be always enforced in
all areas.
• เรามีการเน้นย้ำมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ในทุกพื้นที่ของรีสอร์ทและทุกจุดสัมผัสอยู่อย่างต่อเนื่อง
• Implementing social distancing set-up and contactless service to adapt to the situation
• เรายังมีการเพิ่มมาตรการการเว้นระยะห่าง และ การบริการแบบไร้การสัมผัส เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

-สัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในปัจจุบัน
(Portion of Thais and Foreigner tourist.)
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถานาร์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ๋เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ
• In normal situation, before COVID-19, Thais 35%, Foreigner 65%
• อย่างไรในช่วงสถานการณ์ปกติ ก่อนเหตุโควิด-19 เรามีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ประมาณ 35% และต่างชาติ 65%

-กลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมเข้าพักในโรงแรม?
(The foreign nationality that always come to stay.)
• Before COVID-19, we have the mix of
• ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เรามีสัดส่วนของกลุ่มผู้เข้าพักโดยประมาณการณ์ เช่น
• 1. ชาวไทย TH 35%
• 2. ชาวจีน CN 20%
• 3. ชาวอเมริกัน US 15%
• 4. ชาวเกาหลี KR 4%
• 5. ชาวฮ่องกง HK 3%
กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวไทยมีอัตราการเติบโตมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ( How much growth on Domestic market? ) How?
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถาการณ์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ

ความพร้อมในการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง?
(Readiness to welcome foreign tourists again?)

• Renaissance Pattaya Resort & Spa is always open its door to guest and never close the resort. Hence we are more than ready to welcome all tourists again and deliver our premium service and comfortable accommodation options.
• เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ยืนหยัดในการเปิดให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมมาตรการต่างๆ โดยไม่เคยประกาศการปิดให้บริการ ดังนั้น เรามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจมาเข้าพัก อีกทั้งส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักและการบริการระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงตัวเลือกห้องพักมีหลากหลายรูปแบบที่สะดวกสบายครบครัน

-เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข
SHA+(Safety and Health Management?)
• We are operated under Commitment to Clean program of Marriott International and being a certified SHA with compliance to safety and health regulation under Ministry of Health

• เรามีการดำเนินงานภายใต้กรอบของโปรแกรม Commitment to Clean ของเครือ Marriott และ ผ่านการรับรองด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย หรือ SHA โดยเน้นย้ำมาตรการให้สอดคล้องกับแนวทางของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

-ด้านการทำตลาดต้องปรับเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
(Marketing, any adaptive or change? More or Less and How?)
• With changes towards digital world; hence, we have utilized more social media and digital channels to communicate to our guests.
• ด้วยสถาการณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน เราได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยเน้นไปยังสื่อโซเชียลมีเดีย และ สื่ออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าของเรา

ท่านมีความความมั่นใจเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหนและอะไรที่เป็นสิ่งที่ต้องกังวลบ้างหรือไม่อย่างไร?
(How much confidence would you rate on the Thailand Reopening policies to except foreign tourists? And what’re the concerns you may have?)
• We are confidence on our safety and hygiene standards and look forward to welcoming oversea visitors again.

• เรามีความเชื่อมั่นในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย และ พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านอีกครั้ง

• COVID-19 may not disappear; however, we should adapt our lifestyle align with the situation such as always protecting ourselves with DMHTT (Distancing, Mask Wearing, Hand Washing, Testing and Thai Chana scanning)

• โควิด-19 อาจไม่หายไป อย่างไรก็ดี เราควรที่จะปรับไลฟ์สไตล์ของเราให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ด้วยการไม่ประมาท การ์ดอย่าตก พร้อมนำแนวทาง DMHTT มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

สิ่งที่เป็นจุดเด่นจุดขายและความเชี่ยวชาญของเครือโรงแรมเชนใหญ่ (Strength?, USP? and Expertise? of Big Hotel Chain)
• Being part with International Hotel Chain, guest can rest assure with the international standards of service, cleanliness, hygiene, premium product as well as the safety and wellbeing during your stay.

• ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติ แขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถวางใจได้กับมาตรการระดับสากลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริการ ด้านความสะอาด ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ต่างๆระดับสากลตลอดการเข้าพัก

แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงปลายปี
จะช่วยกระตุ้นการเข้าพักมากน้อยแค่ไหน?
(Do you think the events organized by Pattaya City to drive more tourism business will help increase hotel occupancy? How?
(from the news that Pattaya City is organized several events throughout November and December such as Pattaya Music Festival, Loy Krathong, International Fireworks, NaKlua Walk & Eat, and Pattaya Countdown)

• We do expect the Pattaya City campaign will drive more visitors to the area with help to increase the hotel occupancy and bringing life back to all local businesses in the community.

• เราคาดหวังว่า แคมเปญต่างๆของเมืองพัทยา จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเข้าพัก และ นำชีวิตชีวา กลับมาหล่อเลี้ยงธุรกิจในพื้นที่รวมไปถึงชุมชน อย่างยั่งยืน

tps://www.youtube.com/watch?v=-4dLDgIfVAM

(จากข่าว: เมืองพัทยาได้มีการวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพ.ย. ยาวตลอดจนถึงวันส่งท้ายปีทั้งหมด 5 งานหลัก ได้แก่
งานเทศกาลดนตรี (PATTAYA Music Festival)
จัดในวันศุกร์และเสาร์ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ส่วนวันที่ 19 พ.ย. 64 มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทง / วันที่ 26-27 พ.ย. จัดงานจุดพลุนานาชาติบริเวณริมชายหาด ส่วนในเดือนธ.ค. มีการจัดงานเทศกาลอาหารเรียกว่า “งานเดินกินถิ่นนาเกลือ” และมีกิจกรรมทุกสัปดาห์
งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ งานพัทยาเคาท์ดาวน์ (PATTAYA Countdown 2021)

Book your next beach holiday today!
www.marriott.com
/pyxbr

ร้านพิซซ่าของลุงทอม มุมไม่ลับ แต่อยากให้ไปลอง

Uncle Tom’s Pizzeria สวรรค์ของคนรัก พิซซ่าต้องไม่พลาด ความอร่อยเอาใจสายพิซซ่าเลิฟเว่อร์ ชวนมาฟินกับทุกเมนูพิซซ่าชื่อดัง ปักหมุดร้าน อยู่บริเวณ
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เที่ยวเขาค้อ ทั้งทีอยากหาร้านอาหารเขาค้อบรรยากาศสวยๆ เห็นวิวทะเลหมอก รับลมจะไปที่ไหนดี ? วันนี้มีโอกาสแวะมาร้านนี้ คือตั้งใจมาชมวิวโดยเฉพาะ ที่ Uncle Tom’s Pizzeria ร้านพิซซ่าของลุงทอม พิซซ่าเตาถ่าน อารมณ์ของร้านโอบล้อมไปด้วยภูเขาเรียงรายสูงต่ำหลดหลั่นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ตกแต่งสบายๆ มีสไตล์ของตัวเอง นั่งที่ร้านมองเห็นทิวเขาได่ชัดเจน บางจังหวะมีหมอกลอยต่ำๆ มาให้ชมด้วย และที่สำคัญคนไม่พลุกพล่าน มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าที่สวยงามแบบสุดๆ ได้ทุกมุม ส่วนที่นั่งมีทั้งด้านนอก และภานใน เคาน์เตอร์บาร์ด้านนอกเป็นที่นิยมมากเพราะได้นั่งแบบ แนบชิดติดวิวภูเขา

“เสาวรสโซดา” เปรี้ยว ซ่า เพิ่มความสดชื่นแบบเต็มๆ
Uncle Tom’s Pizzeria
ร้านพิซซ่าของลุงทอม มุมไม่ลับ แต่อยากให้ไปลอง
คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง) ผู้บริหารร้าน Uncle Tom’s Pizzeria

นอกจากร้านที่ได้บรรยากาศน่ารักอบอุ่นแล้ว เมนูของทางร้านเป็น พิซซ่าของลุงทอมเป็นพิซซ่าโฮมเมด สูตรต้นตำหรับบางกรอบจากอิตาลีโดยเฉพาะอบร้อนๆ ขนาดใหญ่ที่ผ่านการสูตรต้นตำรับใส่ใจทุกขั้นตอน ทานแล้วเป็นที่ติดอกติดใจของหลายคน จุดเด่นของพิซซ่าที่ร้านคือ เป็นอิตาเลี่ยนโฮมเมดพิซซ่า ที่ทำเองตั้งแต่แป้งยันซอส ในทุกถาดใส่เครื่องและชีสแบบจัดเต็ม ก่อนที่จะนำเข้าไปอบในเตาถ่านหลังร้านเพื่อให้ออกมาเป็นพิซซ่าที่มีความหอมของถ่านไม้ อยู่บนแป้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกว่าจะได้มาซึ่งพิซซ่าถาดเด็ดอย่างในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเจ้าของ คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง) โดยมาดามต้องไปเรียนการทำพิซซ่าสูตรต่างๆ มาจากเพื่อนสนิทของลุงทอม จุดเริ่มต้นของการเป็นคนที่รักและชื่นชอบในงานบริการ จึงตัดสินใจเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพิซซ่าจนสามารถเปิดเป็นร้านของตัวเองกลับมาสร้างธุรกิจอาหารในฐานะผู้ผลิต ครีเอทเมนูอาหารให้กับแบรนด์ชื่อดังมากมาย จนกระทั่งมาเปิดเป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยใช้ทักษะและประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ สร้างสรรค์แบรนด์ ในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ทุกเมนูล้วนเกิดจากความตั้งใจจริงและความรักในงานที่เกิดขึ้นและทำเพราะะชื่นชอบในงานบริการ

วันนี้ เราอยู่ที่เขาค้อ เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเพื่อนๆ ในช่วงอากาศเริ่มเย็นอย่างแน่นอน และหากไปถึงเขาค้อทั้งที ฟินให้ครบไม่ใช่แค่แวะไปเที่ยวที่ต่างๆ ตามกลิ่นพิซซ่าเตาถ่าน พิซซ่าแฮนด์เมด เตาถ่านสูตรต้นตำหรับบางกรอบจากอิตาลี สูตรลุงทอม แค่ชื่อร้านก็พอจะรู้แล้วว่าคือ พิซซ่า ซิกเนอเจอร์ และเป็นพิซซ่าเตาถ่าน มีชื่อเสียงสมคำร่ำลือ นอกจากในเรื่องของแป้งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแล้วก็ยังมีในเรื่องของความสดใหม่ของวัตถุดิบที่จะต้องเตรียมกันใหม่ในทุกเช้าอย่างแป้งพิซซ่าแบบฉบับของลุงทอม

คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง)

ความอร่อยยอดนิยมที่มียอดสั่งสูงสุด อย่าง พิซซ่าฮาวายเอี้ยน (Pizza Hawaiian) ราคา 380 บาท ซอสสไตล์โฮมเมดเข้มข้น หอมกลิ่นชีส แป้งนุ่มบางกรอบ หอมกรุ่นอร่อย ทานแบบร้อนชีสจะละลายเยิ้มยื้อ โดดเด่นด้านการคัดสรรคุณภาพของวัตถุดิบที่ใส่ไปในทุกจาน รับรองว่าใครที่ชื่นชอบพิซซ่าต้องบอกว่า..อร่อยอย่างแน่นอน หอมกรุ่น ชีสเต็มคำ ส่วนเมนูอื่นยอดนิยมของที่นี่ผัดไทยโบราณเมืองเพชร,หมี่กรอบโบราณกุ้ง ,สปาเก็ตตี้หอยลาย,ผัดไทยกุ้งสด

การทำพิซซ่า ในร้าน Uncle Tom’s Pizzeria
การทำพิซซ่า ในร้าน Uncle Tom’s Pizzeria
บรรยากาศในร้าน Uncle Tom’s Pizzeria
เมนูพิซซ่าของลุงทอม
อัญชัญมะนาวสด
น้ำผึ้งมะนาวแท้

Uncle Tom’s Pizzeria
แน่นอนนอกจากมีพิซซ่าเตาถ่านแบบจัดเต็ม เมนูเครื่องดื่มที่แนะนำอยากให้ลอง “เสาวรสโซดา” เปรี้ยว ซ่า เพิ่มความสดชื่นแบบเต็มๆ เมนูน้ำสมุนไพร “อัญชัญมะนาวสด” และ “น้ำผึ้งมะนาวแท้” ทานไปแล้วไม่เพียงแค่รสชาติอร่อยลงตัว
แต่เหมือนเพิ่มสนุกและความมีมิติในการทานยิ่งขึ้น ลองแล้วคุณจะติดใจ! พร้อมเสิร์ฟเอาใจสาวกพิซซ่าโดยเฉพาะ แถมมีบริการเดลิเวอรี่ ส่งตรงถึงหน้าบ้านด้วยนะ ใครที่มาเที่ยวเพชรบูรณ์แนะนำร้านนี้

Uncle Tom’s Pizzeria เขาค้อ
พิซซ่าฟรุตตี้ ดิ มาเร่ (พิซซ่า ซีฟู้ด)
ผัดไทยโบราณเมืองเพชร

พร้อมแล้วมาเริ่มทานอาหารจานแรกกันเลย
พิซซ่าฟรุตตี้ ดิ มาเร่ (พิซซ่า ซีฟู้ด)
หมี่กรอบโบราณกุ้ง
ผัดไทยกุ้งสด
ปลาดอลลี่ทาท่าซอส
ปีกไก่ซอสเกาหลี
สปาเก็ตตี้หอยลาย

ผัดไทยโบราณเมืองเพชร
ปีกไก่ซอสเกาหลี
หมี่กรอบโบราณกุ้ง

ถ้าได้มาลิ้มลองอาหารร้านนี้นอกจากรสชาติความอร่อยอย่างลงตัวแล้ว ถ้าเรามาในช่วงที่มีอากาศหนาว บรรยากาศของร้านนี้จะฟินแบบสุดๆ ไปเลย
นี่คือทั้งหมดของมื้อนี้ที่ร้านอาหาร พิซซ่าของลุงทอม

ชวนมาเติมความสุขกับชีวิต ด้วยการทานของอร่อยแวะมา
ร้านพิซซ่าของลุงทอม (หลังองค์พระใหญ่)
วัดผาซ่อนแก้ว เขาค้อเปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น.
248 ม.7 ตำบล แคมป์สน อำเภอเขาค้อ เพชรบูรณ์ 67280
เสาร์-อาทิตย์ 08.00-20.00 น. โทร. 099 335 5565

ใครที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถสั่งทุกเมนูจากทางร้านได้เช่นกัน
Uncle Tom’s Pizzeria
โทรศัพท์: 086 992 3999

เปิดประสบการณ์ความอร่อย ภายใต้แคมเปญ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen

แค่ได้ยินคำว่า โครงการไทยดิชคัฟเวอรี่ (Thai Dishcovery) อาหารไทยที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ก็การันตีได้ถึงความอร่อย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จับมือเชฟจากร้านอาหารชื่อดัง ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคน
รุ่นใหม่ ร่วมสร้างสรรค์เมนู 20 อาหารไทยโบราณ เพื่อฟู๊ดดี้นักกินรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen

วันนี้ Toptotravel ร่วมงาน โครงการ Thai Dishcovery (ไทยดิชคัฟเวอรี่)
จัดกิจกรรมเปิดตัวเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 ต.ค.2564 ณ ร้าน Whispering Café จ.นครปฐม คาเฟ่ออร์แกนิก จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
มีความตั้งใจที่จะนําเมนูอาหารไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และเมนูไทยดั้งเดิมที่หารับประทานได้ยากใน ปัจจุบัน ทั้งสิ้น 20 รายการ อาทิ ข้าวยํา ข้าวหลาม เมี่ยงคํา กระยาสารท มังคุดคัด สร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ เพื่อให้เข้ากับกลุ่ม คนรุ่นใหม่ สืบเนื่องจากทางกรมฯ
ได้เล็งเห็นถึงกระแสวัฒนธรรมการบริโภคน้ันได้เปลี่ยนแปลงไป การสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมให้ คงอยู่อย่างยั่งยืนน้ัน จําเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของมรดก ได้เห็นคุณค่า มีความรู้สึกหวงแหน อยากที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไปจับมือร้านอาหารชื่อดังของคนรุ่นใหม่ ร่วมกับเชฟจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 28 ร้าน ร่วมถ่ายทอดเมนูอาหาร

นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า การสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้เป็นหน่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของมรดก ได้เห็นคุณค่า มีความรู้สึกหวงแหน อยากที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้คงอยู่กับประเทศไทยสืบไป

อาหารไทยเป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” หนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทย อาหารไทยที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อและแทรนด์อาหารไทยอย่างยั่งยืน โดยมีร้านร่วมโครงการ ได้แก่ ร้าน Greyhound cafe ร้าน Audrey ร้าน On the Table , Tokyo Cafe ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด ร้าน Sood Kua by Supanniga / สุดคั่ว by สุพรรณิการ์ ร้านบ้านหญิง ร้านแก้วแกงใต้ KAEW KANG TAI ร้านไทยนิยม ร้านหลงโถวคาเฟ่ ร้านแสนสําราญที่แสนแสบ ร้าน Ari Café & Bistro ร้าน Club Anda ร้าน My dining chef ร้าน Whispering Cafe ร้าน Lamour cafe ร้าน Wild Coffee & Bistro ร้านทองหยิบทองหยอด ร้านน้องโจ๊ก ร้านคาราเมล ร้านเขาทองเทอเรสต์ ร้านแลเลกริล ร้านเสน่ห์ย่า ร้านอาหารญี่ปุ่นโทบิโกะ ร้านอาหารอัญชลี ร้านหนํา ร้านอาหารชายทะเล ร้านตะโกลา ร้านอรุณดิน่า และ เว็บไซต์ไทยดิชคัฟเวอรี่ด็อทคอม
เปิดตัวโครงการ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen” นําเสนอ
20 เมนูอาหารไทยตํารับโบราณได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ โดยเชฟคนรุ่นใหม่
เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักอาหารไทยโบราณ โดยมี Robinhood foodpanda ร่วมส่งต่อความอร่อยของเมนูอาหารไทย Thai Dishcovery ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลอง

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง : ร้าน Whispering Cafe
เชฟปริ๊นซ์-เสาวรส ศรีสุริยาพัฒน์กุล, เชฟติ๊ก-สุทธิพันธ์ บุษปนิกรกุล และ เชฟแป๊ะ-จาตุรงค์ ขุนทอง
เชฟติ๊ก-สุทธิพันธ์ บุษปนิกรกุล

อาหารไทย หนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ แขกใครมาเยือนติดในในรสชาติ จนได้รับการจัดอันดับว่า เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอร่อยติดอันดับโลก
มีเรื่องเล่า ตํารับสํารับอาหารมากมาย แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งล้วนแล้วแต่สั่งสมประสบการณ์ถ่ายทอดรสมือ และสูตรเด็ดเคล็ดลับ จากรุ่นสู่รุ่น บ้างก็เป็นเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่น ท้ังการเลือกใช้วัตถุดิบ ขั้นตอนการปรุงอาหารที่พิถีพิถัน บ้างก็นําวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามาผสมผสาน ออกมาเป็นเมนูใหม่ที่มี รสอร่อยเป็นเอกลักษณ์ และในปี 2564 นี้ ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีความประสงค์ที่จะยกระดับอาหาร ไทย ให้
มีความทันสมัย เหมาะแก่คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ภายใต้โครงการ Thai Dishcovery : New Dish for New Gen ที่ได้รับ ความร่วมมือกับเชฟจากร้านอาหารชื่อดัง ที่กําลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นํา 20 เมนูอาหารไทย ด้ังเดิม คือ เถ้าคั่วสงขลา จอแหร้ง หมูย่างเมืองตรัง น้ำพริกกากหมูหมูฮ้อง ไก่กอและ ช่อม่วง หมูโสร่ง ม้าฮ่อ แสร้งว่า แกงเผ็ด(ฉู่ฉี่) ข้าวยํา เมี่ยงคํา หมี่ฮกเกี้ยน โอวต้าว ข้าวหลาม ข้าวต้มมัด ขนมฝรั่งกุฎีจีน (ขนมไข่) ขนมหม้อแกง กาละแม กระยาสารท และมังคุดคัด มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ พัฒนารูปลักษณ์ รูปแบบการนําเสนอ และรสชาติให้ตอบโจทย์ของกระแสทางวัฒนธรรม ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความอร่อยแบบไทยดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อตอบเป้าหมาย แคมเปญ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen

โครงการ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen เมนูอาหารไทยตํารับโบราณได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ โดยเชฟคนรุ่นใหม่ และถ้าพูดถึงร้านอาหารไทยรสชาติดีในฉบับแบบต้นตำหรับ ร้านอาหารในโครงการเป็นอีกหนึ่งร้านที่หลายๆ คนรู้จักและใความคุ้นเคยอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่รสชาติที่ดีเยี่ยม แต่ต้องเปี่ยมด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์และความพิถีพิถันในการปรุง

Thai Dishcovery แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาความอร่อยแบบต้นตำหรับร้านอาหารสู่เป้าหมายชีวิตที่สมดุล หลังจากแนะนำโครงการเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงเวลาที่ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสลิ้มลองสุดยอดเมนูในวันนี้ ….

-น้ำมะปี๊ดโซดา
(เชฟ แป๊ะ ร้าน Whispering Cafe)

-ข้าวยำดอกไม้ใบไม้ในสวน
(Whispering cafe)

-ข้าวยำทอด
(แก้วแกงใต้)

-แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุด และ
น้ำพริกกากหมูพริกไทยอ่อน
(แสนสำราญที่แสนแสบ)

-หมูทอดสุดคั่วราดซอสฉู่ฉี่ไข่เค้มแดง
(soodkua by supanniga)

-ข้าวผัดหมูฮ้องซอสคาราเมล
(ari cafe& bistro)

-ชากุหลาบ

-ข้าวหลามสามหน้า
(whispering cafe)

-ยูกิกาละแม
(Club Anda)

น้ำมะปี๊ดโซดา
ข้าวยำดอกไม้ใบไม้ในสวน
ข้าวยำทอด
แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุด และ น้ำพริกกากหมูพริกไทยอ่อน
หมูทอดสุดคั่วราดซอสฉู่ฉี่ไข่เค้มแดง
ข้าวผัดหมูฮ้องซอสคาราเมล
ข้าวหลามสามหน้า และชากุหลาบ
ข้าวหลามสามหน้า
ยูกิกาละแม
 “ยูกิ อิจิโกะ” ขนมโมจิญี่ปุ่นที่จะทำขายเฉพาะฤดูหนาว

โครงการ Thai Dishcovery : New Dish for New Gen ยังคงเดินหน้ารังสรรค์อาหารไทยจานใหม่ร่วมกับเชฟอีกหลายท่าน ในหลายร้าน ไปจนถึงสิ้นปี
ใครที่สนใจก็แวะไปชมไปชิมกันได้ทั้งที่ร้านและบริการเดลิเวอรี่ ถือเป็นอีกไอเดียที่ร้านอาหารเด็ด ที่สามารถนำไปครีเอทเป็นจานใหม่กันได้

สามารถติดตามตัวอย่างการปรุงอาหารไทยรูปแบบใหม่
ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.Thaidishcovery.com

#ThaiDishcovery
#NewThaiDishForNewGen
#กระทรวงวัฒนธรรม
#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

วศิน วรรณพฤกษ์ กับรางวัล คนต้นแบบคมนาคมประจำปี 2564

กระทรวงคมนาคม ถือเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และมุ่งเน้นปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้แก่บุคลากรในสังกัดมาโดยตลอด

ในแต่ละปีกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการพิจารณาค้นหาบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรมเป็น “คนต้นแบบคมนาคม” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตยืนหยัดบนความถูกต้อง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรงคมนาคมได้ยึดเป็นแบบอย่าง ปลุกจิตสำนึกให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต

โดยในปี 2564 ผลการพิจารณาจากคณะกรรมการปรากฏว่าคุณวศิน วรรณพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564

คุณวศิน เปิดเผยว่าตนเองรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัลในครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม หน่วยงานต้นสังกัด และคุณแม่ ที่มีส่วนสำคัญให้ตนเองดำเนินชีวิต ที่ยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและปฏิบัติหน้าที่ต่างๆด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด “ผมต้องขอบคุณ กระทรวงคมนาคม , บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ มารดา ซึ่งเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิต มองโลกในแง่ดีประพฤติตนเป็นคนดีของ ไม่สร้างปัญหาให้สังคม ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม มีระเบียบวินัย ขยัน สุภาพ และ อดทน”

“นอกจากนี้ คุณแม่ยังสอนให้รู้จักเสียสละ มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้ามีเหลือแบ่งให้คนรอบข้าง”สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เพียงแค่รางวัล“คนต้นแบบคมนาคม” เท่านั้น เพราะตลอดปี 2564 ที่ผ่านมาคุณวศินยังได้รับรางวัลต่างๆมากมายจากหลายหน่วยงานด้วยกัน

“ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานี้ได้รับเกียรติรับรางวัลเกียรติยศ เกียรติบัตร และเข็มเขิดชูเกียรติหลากหลายสาขา อย่างเช่น

-รางวัลธรรมาภิบาลสิงห์ทอง สาขาผู้บริหารและพัฒนาองค์กรดีเด่น จาก ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 และ ฯพณฯ พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ปราบไพรีอริยศัตรูพ่ายกิตติมศักดิ์” โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “นักเหินเวหากิตติมศักดิ์” ของกองทัพอากาศ

-เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะที่อุทิศตนทำคุณประโยช์ต่อสังคม จาก สหพันธ์ รักสันติภาพ สหประชาชาติ (UNPKFC) United Nations Peace Keepers Federal Council.

-เข็มวิทยฐานะ และ ประกาศนียบัตรหลักสูตร“นักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง”รุ่นที่ 61 : การบริหารงานประชาสัมพันธ์ยุค New Normal จากสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

“คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564 ทิ้งท้ายว่า คงยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อให้สมกับรางวัลที่ได้รับ และจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมการสร้างคุณธรรม จริยธรมเป็นให้แก่บุคลากรข้าราชการและพนักงานของรัฐต่อไป

โลกธุรกิจหลังโควิด 19 ในมุมมองของ ภาคิน พลอยภิชา

Toptotravel ได้รับเกียรติจาก คุณภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา สปาเพื่อสุขภาพระดับพรีเมี่ยม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงโลกหลังโควิด19 วิธีปรับตัวของธุรกิจ การเปลี่ยน mindset และ ทักษะสำคัญของการบริหารพนักงาน เพื่อปรับตัวให้รอดในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง สปาเป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด19 ซึ่งวิกฤตครั้งนี้รุนแรงที่สุด เป็นวิกฤตที่ไม่เคยเจอ และในช่วงโควิด19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นต้องปิดกิจการทุกสาขาชั่วคราว และสูญเสียรายได้ ตั้งแต่ เดือน มกราคม จนถึง ปัจจุบันและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด19 จะสิ้นสุดเมื่อใด

โอเอซิส สปา สู้โควิดสู่มาตรฐาน Hygiene สปาในรูปแบบที่มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้โอเอซิสสปาได้รับการขนานนามว่า สปาอัตลักษณ์ไทย ที่สร้างประสบการณ์สปาที่น่าจดจำ เป็นที่รู้จักเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทย ด้วยการบริการที่ “เหนือกว่า” ผสมผสานการนวดแบบแผนไทยโบราณเข้ากับการนวดสมัยใหม่ประยุกต์ ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยสมุนไพรไทย ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยพนักงานนวดสปามืออาชีพ

ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

ภาคิน ในวันนี้ปรับตัวด้วยปัญญาผ่าวิกฤต
เพราะชีวิตต้องไปต่อ….จะเป็นภาคินในเวอร์ชั่นที่ทนที่สุด (หัวเราะ) มีสติและเป็นภาคินที่อดทนกับทุกสถานการณ์ในทุกวันได้ดี ภาคินจะเป็นภาคินที่มองอะไรน่าจะหนักแน่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามองคนในแง่ร้าย ความที่ โอเอซีส เป็นองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอธิบายออกมาไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายท่านที่ให้การสนับสนุนในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ผมเชื่อสิ่งที่ ผมทำในอดีตส่งผลให้กับเราในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเส้นทางใด แต่ภาคินในเวอร์ชั่นปัจจุบันกับองค์กร คือ สิ่งที่น่าจะมีและแข็งแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องของ culture ของวัฒนธรรมที่จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นและมีความผูกพันและสามัคคีกันในองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ทำให้โอเอซิสสปา เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ส่วนจะไปในทิศทางใด หรือช่องทางไหน ยังไม่มีความชัดเจน เพราะความชัดเจนคือความไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่เรามีคือความพร้อมที่จะเดินและเป็นธุรกิจที่ world wide มากขึ้น

การมีสติ ทำให้พบทางออกของการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
สิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคหลังโควิด ขอนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เกิดโควิด มีปัญหาหลากหลายที่เข้ามา มันจะไม่ถูกแก้เลยหากเรารู้สึกว่าเยอะและหนักเกินไป และไม่ไหวแล้วก็จะพ่ายแพ้ไป วิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาต้องนิ่งก่อน ทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่รอด แล้วดูว่าปัญหาที่เกิดคือมีทางออกอะไรบ้าง เราเองก็เคยเป็น จิตแตก โวยวาย สภาพจิตใจไม่นิ่งจะหาทางออกไม่ได้ สิ่งที่เป็นทุกวันนี้ เราอยากแชร์ประสบการณ์ที่เราเป็น ในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่ง ควรต้องเป็นผู้นำที่สร้างความมั่นใจให้คนในองค์กร การฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ผู้นำถือเป็น หัวใจสำคัญ หากผู้นำอ่อนแอ ล้มเลยแน่นอน บางครั้งการตัดสินใจทำอะไรลงไป อาจต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ต้องเตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง การแก้ไขปัญหาในตอนนี้เพื่อให้องค์กรอยู่ได้ ไม่ใช่ทุกการแก้ปัญหาจะเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร จริงๆ แล้วเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดเหมือนกัน เพื่อให้เราอยู่รอดสามเดือน การตัดสินใจหลังจากสามเดือนนี้ต่อไป

คุณภาคิน อธิบายเพิ่มเติมว่า.. เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจจะอยู่รอดได้ถ้าคิดใหม่และปรับตัว การตัดสินใจในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีในอีกสามเดือนต่อไป หรือหกเดือน ต้องหนักแน่นและยอมรับสิ่งที่ผมตัดสินใจ และก็เชื่อเสมอว่าต้องมีทางออก ตัวอย่างที่แชร์คือทุกครั้งที่เกิดปัญหา คืนนั้นจะเป็นคืนที่คิดไปต่างๆ นานามากมายจนทำให้คิดไปเยอะ คิดไปหลากหลาย เมื่อถึงเวลาจริงๆ ในวันรุ่งขึ้นตัวผมต้องแก้ปัญหา บางปัญหาก็ไม่ใช่ยิ่งใหญ่มหาศาลเหมือนในคืนนั้นที่ผมคิดไว้ วันรุ่งขึ้นจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้เลวร้าย ผมก็จะรู้สึกว่าเดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไปได้

…เมื่อก่อน ผมเป็นเซลขายยาอยู่ตามโรงพยาบาล ทำให้มีโอกาสเข้าไปที่ รพ.ตลอดเวลา ขายยาหลายชนิด จนสุดท้ายยาส่วนที่รับผิดชอบจะเป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี การเดินทางเข้าออกโรงพยาบาล ทำให้เห็นสภาพของผู้ป่วยป่วย และคนเสียชีวิตมาโดยตลอด จึงมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนในวงการว่ามันเศร้า คนเราน่าจะมีทางเลือกในทางที่ดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ ผมคุยกันกับเพื่อนว่า ถ้าเป็นแกจะทำอะไร? คนหนึ่งจบเทคนิคการแพทย์ จบเภสัชมา อีกคนจบพยาบาล บอกว่า การที่จะมีชีวิตเป็นผู้แทนขายยาในโรงพยาบาลจนตาย มันหดหู่ไปทุกวัน หันมาทำงานที่เพิ่มความสุข ดูแลสุขภาพ นั่นคือยี่สิบปีที่ผ่านมาจนกระทั่งปี 2002 ภาคิน ลาออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายยา และมาเปิด
สปาในปี 2003 ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมาก การประจวบเหมาะที่ทำให้ผมกลายมาเป็นผู้บริหารขององค์กรใหญ่ระดับประเทศ

“ผมมีความคิดว่า….การทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้ดูเทรนด์หรืออะไรทั้งสิ้น (ความคิดในเวลานั้น) ไม่ได้มองเทรนด์ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ได้คิด เพียงแต่รู้สึกว่าเบื่อและเหนื่อยที่ต้องเห็นแต่คนเสียชีวิตจากโรงพยาบาล จึงจบลงด้วยการดูเรื่องสุขภาพ” ทีนี้ก็มาคิดว่า แล้วสุขภาพจะทำอะไร เพื่อนแนะนำบอกขายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่แนวเรา เพราะต้องไปหาอะไรมาขาย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เบื่อการขายคิดว่าเปิดร้านนวดดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยมาก
หลังจากนั้นค่อยเสริมอย่างอื่นร่วมด้วย ระหว่างนั้นเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ มีโอกาสลองใช้บริการสปาในต่างประเทศ ซึ่งรู้สึกว่าแพงและคุณภาพการนวดไม่ดีมากมายไปกว่าบ้านเรา ในเมืองไทยตอนนั้น ค่านวดครั้งละ 150 บาทเท่านั้น แต่นวดต่างประเทศเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาท ผมจึงมามองบ้านเรา ซึ่งการนวดดีมาก ผมจึงคิดว่า น่าจะทำสถานที่นวดแบบมีมาตรฐานขึ้นมา แต่ผมจะไม่ทำนวดราคา 150 บาท คิดว่าให้ดูดี บริการดี สถานที่สวยงาม ระหว่างความคิดตรงนั้นคิดไปเรื่อยๆ สวยไปเรื่อย ไม่ได้จดทะเบียนอะไร ยอดขายได้วันละ 8,000 บาท ถือโอเคแล้วณ.ตอนนั้น ง่ายๆ เลยขายได้วันละ 8000 ค่าพนักงาน ค่าเช่า รายได้ถือว่าโอเคแล้ว ชีวิตผมง่ายๆเลย นั่นคือที่มาของ โอเอซีสแห่งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นบนพื้นที่สองร้อยตารางวา คอนเซ็ปต์เป็นบ้านหลังเล็กๆ หรือวิลล่ากลางเมือง มีสวนสวย มีshower ทำในแบบของเรา ภายหลังเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า สปา ส่วนชื่อ โอเอซิส สปา ก็ได้มาจากความบังเอิญ แต่ที่ที่เราอยู่มีแหล่งน้ำ เข้าไปเหมือนหลุดอีกโลกหนึ่ง เพื่อนคุณโทบี้เข้ามาเขาบอกว่าเหมือน OASIS ก็เลยได้ที่มาของคำว่า โอเอซิส สปา ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ทำอะไรเป็นBusiness plan เป็นแบรนด์หรืออะไรเลย พอเปิดปุ๊บ ติดตลาดในเวลาหนึ่งเดือน ตอนนั้น ราคานวด 1,200 บาท นวดไทย 750 บาท

ตอนนั้น ผมรู้ว่าคนไทยไม่มาแน่นอน ไม่ได้ตั้งเป้าต้องเป็นลูกค้าต่างประเทศ แต่แนวทางเป็นที่ที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ ที่ยินดีที่จะจ่ายกับมาตรฐานที่มีให้ แต่ปรากฏว่า….ไปตอบโจทย์นักท่องเที่ยว กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวบอกว่าราคาไม่แพง และดูดี มาตรฐานการนวดถูกใจ จึงกลายเป็น talk of the town ภายในช่วงไม่ถึงเดือน ตัวผมเอง เข้าใจเรื่อง trainer ,marketing ,service mild เนื่องจาก ผมเคยอยู่บริษัทยามาก่อน ทุกอย่างไม่ง่าย แต่เหมือนทุกอย่างเรามีconnection ที่ดีก็หยิบมาใช้ พอดีtrainer เคยทำงานที่โรงแรมfour season แล้วลาออกมาทำงานสปา ก่อนที่จะทำสปา คิน มีร้านคาเฟ่อยู่ในริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ตอนนั้นทำงาน part time บริษัท ยาและมีร้านกาแฟด้วย

ร้านกาแฟเก๋ๆ ในสมัยนั้นยังมีไม่มากปรากฏว่ามีหมอ ผู้บริหาร มีใครต่อใครเข้าไปกินในนั้น มีคนทำงานสปาใกล้ๆ เป็นพยาบาล ก็จะมาบ่น ว่าเหนื่อยมาก คนไม่เข้าใจสปา ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ต้องให้ Knowledge อย่างไร โดยฟังๆ ไปไม่ได้สนใจอะไรมาก ปรากฏว่า วันหนึ่งเขาก็ท้อใจ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องที่เคยคุยกันไว้ จนวันหนึ่งคิดขึ้นมา อ้าวเขาจะไม่ทำแล้วนี่นา เราก็จะทำร้านนวด ก็เลยคลิคขึ้นมาว่าเราก็เปลี่ยนมาเป็นสปา โดยเอาเขามาทำงานด้วย มาเป็น trainer ทำให้ได้คนที่เป็น trainer ที่ดีมากมาจาก four season จึงเก็บมาเป็นระบบเทรนนิ่ง โดยเซ็นต์สัญญาร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มต้นที่หกคน ปัจจุบันสามคนยังอยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่แรก โอเอซิสเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ Location ได้ด้วยความบังเอิญ trainer ก็ได้ด้วยความที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว จึงกลายมาเป็นโอเอซิสในปัจจุบันนี้

การออกแบบ รวมไปถึง เรื่องงานตกแต่ง คอนเซ็ปต์ที่คิดเสมอ คือ ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย 1. คือ ต้องเข้ากับโสตประสาททั้งห้า คือ สบายตา สบายตาไม่ได้ก็ต้องสบายใจ เข้าไปแล้ว สะดวกสบายไม่อึดอัด โล่งโปร่งสบาย นั่นคือโจทย์ หลังจากนั้นจึงนำมาซึ่งการคิดว่าเอาอะไรมาตกแต่ง คือ เรามีอะไร ไม่ใช่ไปซื้อมา แต่เราเป็นคนเก็บของไปที่ไหนก็จะซื้อมา อันไหนเหมาะกับตรงไหนความเหมาะสม ทุกครั้งที่เดินทางจะซื้อที่ชอบเก็บสะสม เมื่อผมมีโอกาสเปิดเปิดสปาจึงมีโอกาสนำของที่ซื้อมานำมาตกแต่ง แต่มี บางชิ้นที่สั่งมาใหม่เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะของเก่าอย่างเดียว โดยผมจะเลือกมีธีมส์หรือโทนสีการตกแต่งคล้ายกัน แต่ไม่มีคอนเซ็ปต์อะไรมากเลยนะ การเอาของเก่ามาผสมผสานกับของใหม่มีความสะดวกสบายมีความคอมฟอสเทเบิ้ล ไม่ใช่มีแนวอะไร เรคเทค เราถามเพื่อนที่เป็นอินทีเรีย มาเขาพูดมา เราบอกว่า อืมใช่ เป็นคำที่อินทีเรียเขาใช้กัน หากนำโต๊ะใหญ่มาวาง ก็โอเค เดินเข้ามาบางครั้งก็ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป เช่น วัสดุไม้ ผนังก็จิ้มเลย รูปภาพพต้องลงเอง โทนสีโต๊ะ โทนสีที่มาเลือกใช้ก็ต้องเลือกเอง เรื่องของแสงมีผล แสงหากทำให้ไม่ได้สบาย ร้านจะก็จะหลบหลอดไฟประเภทที่แสงแยงตา โดยปรับไม่ให้แสงมาแยงตาทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย

ซึ่งภาพรวมของการออกแบบ เป็นเรื่องของเซนส์ที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึกได้มากกว่า เช่น การมีสเปซเยอะ นั่งตรงไหนก็มีความเป็นไพรเวซี่ ย้อนกลับมาว่า เลือกสีที่ใช้จะสะท้อนความรู้สึกของคนที่มานั่ง แสง สี เสียง เสียงหากดังไปก็รำคาญ ร้อนไปก็ไม่ได้ หนาวไปก็ไม่ได้ ไม่ได้รู้เรื่องฮวงจุ้ย เราบอกได้ว่า เป็นเซนส์ที่มีเทสด้วย

สถานการณ์โอเอซิสสปา
ส่งผลให้ต้องปรับตัวไม่เพียงเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ต้องไปต่อให้รอดจากวิกฤตการระบาดของโรคอุบัติใหม่นี้ มันเปลี่ยนไปเร็วมากจนสิ่งที่ทำตอนนี้ต้องดูโอกาสก่อนทำต้องดูกับสถานการณ์แบบนี้ว่าจะดูแลคน และ facility ของเราอย่างไร ดูแลเรื่องระบบการเงิน ไฟแนนซ์อย่างไร สามอย่างนี้สำคัญมาก หนึ่งพนักงานเราเองไม่สามารถที่จะ lay off พนักงานได้เลย สอง facility ไม่ดูแลก็จะเสื่อมสภาพลง ซึ่งตรงนี้ก็ต้อง
มีต้นทุนในการดูแล ขณะเดียวกันเรื่องของการเจรจาไฟแนนซ์ ทั้งลูกหนี้และการจ่ายหนี้

คุณภาคิน เล่าว่า “ เจรจาหาแนวทางที่ลดข้อขัดแย้งระหว่างทุกฝ่าย เราต่อรอง ไม่ว่าลูกหนี้ต่างๆ ก็เจรจากับแบงค์เพื่อให้อยูได้ สิ่งที่เราทำตอนนี้ ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ถ้าธุรกิจสปาไม่ถูกสั่งปิดนั่นคือโอกาสที่เราจะสร้างรายได้ อย่างวันที่ถูกสั่งปิดโอกาสก็ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงที่เปิดนั่นคือช่วงที่จะมีรายได้เข้ามาแต่เพราะเรามีทีม back of house ที่ดีทีม Marketing ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างแข็งแรง ก็มีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่คนที่อยู่ในประเทศไทยเป็นใครก็ได้ที่อยู่ในนี้ และมีโอกาสที่สุดที่จะมาใช้บริการ เพราะฉะนั้นก็ต้องมาดูเรื่องราคาสำหรับขายในประเทศไทย การเลือกเอเย่นต์จากหลายกลุ่มที่เหมาะสม เรื่องของความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรราคาถูกที่ผ่านมาคือ จ่าย 500 บาท
สามารถทำสปาได้ในราคาเท่ากับ 2,000 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการทรีทเม้นท์ได้ตามต้องการ โปรที่ดีที่สุดคือ voucher เมื่อออกมาค่อนข้างตอบโจทย์ มีกระแสตอบรับที่ดีมากในสาขาที่กรุงเทพฯ เมื่อสาขาที่กรุงเทพฯ มีปัญหา คือปัญหาเปลี่ยนไปทุกเดือน เราไม่สามารถที่จะนำโปรโมชั่นนี้มาใช้กับทุกช่วงเวลา ต้องปรับตัวเอง กลยุทธที่ใช้ทั้งด้านราคา และอีกหลายราคามากขณะเดียวกัน พอมีการสั่งปิด ไม่สามารถเซอรไวฟ์ได้สามสาขาถูกสั่งให้ปิดหมดทั้งกรุงเทพฯ เพราะเขามองว่าเป็นธุรกิจที่มีการสัมผัสมากพัทยาปิด เชียงใหม่ก็เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ก่อนหน้านี้ที่สาขาภูเก็ตเช่นเดียวกัน ตอนนี้กรุงเทพฯ มีปัญหา เขาตัดสินใจและคิดเยอะขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย

วิกฤตธุรกิจ ….
ผมเปิดโตมาในสายธุรกิจสปามา 19 ปี คิดเรียนรู้ริเริ่มหาการต่อยอด เราเก่งเรื่องสปาเพื่อสุขภาพ ก็ขยายเป็นโรงเรียนสอนสปา ขยายในskin product ซึ่งอยู่ในกลุ่มสุขภาพเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ได้หลุดออกไป มีเพียง Cafe de Oasis ร้านคาเฟ่ที่หลุดจากที่เราเป็น ซึ่งคาเฟ่ได้รับผลกระทบน้อยสุด ลูกค้ายังคงเดินทางเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ซึ่งถือว่าดีมากกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ลูกค้าก็ลดลงไปประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ในการขยาย แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แบบนี้ เรามี knowledge Knowhow ส่วนเรื่องการตกแต่งร้านก็ไม่ยากสถานที่มีพร้อมทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต หากจะขยายสาขา แต่ในขณะนี้ไม่อยากลงทุนอะไร ปัจจุบัน ถือว่าลำบากมากในการประคับประคองธุรกิจ ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าสปาในธุรกิจเดียวกัน ล้มหายตายจากไปค่อนข้างเยอะมาก ดูจากสมาชิกที่อยู่ในสมาคมล้านนาสปา สมาคมสปาไทย สมาคมภูเก็ต คนที่ทำธุรกิจแนวนี้ไปไม่รอดจริงๆ และส่วนใหญ่ก็พึ่งพานักท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีสายป่านที่ยาวพอตลอด 15 เดือน ถือว่ายาวนานมาก ตัวผมเองหวุดหวิดมาก แต่ถามว่าวันนี้ถ้ายังเป็นสถานการณ์แบบนี้ อีกสักสองถึงสามเดือนค่อนข้างลำบาก ถ้ากรุงเทพฯ ยังไม่เปิดตามปกติ

เพราะอะไร โอเอซิสสปาจึงยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและมีความไม่แน่นอนสูง ทางรอดคือ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ วิเคราะห์ตัวเองเหมือนกัน เพราะผมเองมี relationship ที่ดีกับหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเจ้าหนี้ ซึ่งสำคัญมาก หากเขาไม่ดีนี่จบเร็วมาก ทั้งแบงค์เอย เรามีประวัติที่ดีในอดีต ค่อนข้างโปร่งใส สิ่งเหล่านี้ช่วยในยามวิกฤต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเชื่อมั่น ดูประวัติการทำงานร่วมกันในอดีต เทคนิคการเจรจาต่อรอง และ relationship โดยการจัดการที่เข้าใจปัญหา อาจจะต้องยาวแน่ๆ ทำให้เรารู้ว่าต้องเจออะไรนาน จึงตัดสินใจทำอะไรต้องเผื่อเอาไว้ว่า เริ่มตั้งหลัก ลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรก พยายามประคับประคองรายได้ที่จำกัด ต้องให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดี ผมใช้สิทธิที่เกือบทั้งหมดมีไปหมดแล้ว เพราะนั้นสามเดือนสุดท้ายน่าจะวิกฤติหนัก ภูเก็ตแซนบ็อกช่วยได้แต่อย่างที่บอกจากเคยมีรายได้จาก16 สาขา ลดลงมาเหลือรายได้เพียง 2 สาขา ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก แต่ทำให้เก็บพนักงานไว้ได้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ครอบคลุมใดๆ ทั้งสิ้น บางสาขาต้องปิดดำเนินการไป โดยต้องลดต้นทุนและหารายได้จากช่องทางอื่นเพื่อประคับประคองธุรกิจต่อไป

วัย 49 ของ”ภาคิน” กับการก้าวต่อไป เพื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความลำบากนี้ไปด้วยกันสิ่งที่มีตอนนี้คือต้องมีสติ ในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กร ไม่สามารถที่จะไปแสดงอารมณ์อะไรได้ ไปตีโพยตีพายไม่ได้ มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ต้องเป็นผู้นำ คนที่อยู่ข้างหลังเขาต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตินี้ไปได้
จะเห็นได้ว่า จากที่มีพนักงาน 600 กว่าคน ตอนนี้เหลือ 250 คน ไม่ได้หมายความว่าไล่ออก แต่เขาเลือกที่จะไปในทิศทางที่เขาได้เลือก โดยไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้นาน เขากลับไปอยู่บ้านนอก เขาก็มีทางในการที่จะ survive ได้ เลือกที่จะลาออกเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกช่วงนี้ คือเราไม่ได้ไปหลอกเขาว่าเราจะรอดในสภาวะผู้นำนี้ แต่เราสร้างความมั่นใจว่า เราจะเป็นที่พึ่งให้กับเขา ไม่ว่าจะไปถึงจุดไหน ณ ปัจจุบันนี้ แม้เรื่องของโลกโซเชี่ยลอะไรต่างๆ เราก็ไม่เชื่อเรื่องของ Negative Energy หลายคนลงไปแล้ว ไม่มีทางขึ้นมาได้ แต่ผมยังเชื่อว่า หากเรายังเชื่อเรื่อง Positive จะขับเคลื่อนให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเจออะไรมาเยอะก็แล้วแต่ อย่าบอกว่าเจออะไรมาเยอะมาก สองปีนี้ผมไม่จำเป็นต้องไปแสดงอะไรให้ใครรู้ว่าเจอมาเยอะ สติเท่านั้นสำคัญที่สุด บางครั้งอาจรู้สึกว่าสติจะแตกเพราะรับมือกับปัญหาเยอะมาก จนปัญหานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็ต้องยอมรับถ้าไม่ยอมรับต้องพ่ายแพ้ ถ้ายอมรับสู้เดินหน้าต่อไป โดยการเร่งยกระดับตัวเองให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ตลอดเวลา

…..ถ้าเราพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวแต่หมายถึงทั้งองค์กร ตอนนี้เลยตั้งสติ เข้มแข็ง มองอนาคต บางครั้งเดินเข้าออฟฟิศก็มีหดหู่ แต่เราไปแสดงอาการแบบนั้นไม่ได้ ตอนนี้เราเข้าใจเลยว่า การที่เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมีอะไรมากกว่าการเป็นหัวหน้างาน ไม่ใช่ทำงานให้จบ ผู้นำคือเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ความมั่นใจ ความมั่นคง ความเชื่อมั่น เรื่องของอนาคตอะไรหลายอย่าง สร้างความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าและพนักงาน

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายอีกหนึ่ง Business Line การเปิดตัว แอพพลิเคชั่น RLAX.ME massage delivery เป็นอีกหนึ่งบิสสิเนสไลน์ เมื่อสักครู่ผม เล่าถึงธุรกิจที่เราพยายามแตกไลน์ คิดที่จะทำระหว่างที่เกิดโควิด ผมคิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ แต่พอมากลางโควิดคิดว่าไม่ได้แล้ว จึงเริ่มทำแอพพลิเคชั่นนี้ เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมปรึกษาและหาพาร์ทเนอร์ เพราะคิดว่าคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน คือ RLAX.ME massage delivery ใช้แอพพลิเคชั่นที่เป็นแพลตฟอร์มที่เราเป็นคนกลาง ที่ทำให้ลูกค้ากับผู้ให้บริการคือ therapist ได้มาเจอกัน เป็น market place คอนเซ็ปต์ เหมือน Grab ผมจัดเตรียมเรื่องแอพพลิเคชั่น แต่คนนวดกับลูกค้าตกลงยินยอมกันเอง เป็นmassage delivery เปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว จดเป็น BOI Company เพิ่งได้เมื่อต้นเดือนนี้เอง

ธุรกิจนี้ได้พันธมิตรที่เป็น software house เป็นของบริษัทเยอรมัน เป็นบีโอไอ เหมือนกันแต่อยู่ในประเทศไทย และศักยภาพเขา เขียนโปรแกรมให้กับเยอรมันเหมือนกัน เพราะช่วงโควิดกระทบปัญหาเช่นเดียวกัน เขาเก่งเรื่อง software เราเก่งเรื่องคน people management มี Knowledgeมี knowhow เรื่องของโรงเรียน เรื่องของ massage ซอฟแวร์เฮ้าส์เขาจะมาเขียนแบบนี้ เขานึกไม่ออก เขาต้องอาศัยคนมีประสบการณ์ ซอฟแวร์เฮ้าส์มีดีบนโลกใบนี้แต่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมที่มีความเข้าใจ ซึ่งตรงนี้เรากับเขาคลิกกันได้ทันที จึงกลายเป็นเรื่องที่สามารถนำมาต่อยอดการทำธุรกิจหลังโควิด 19

เราเป็นหุ้นส่วนกันในเรื่องของตัวแอพพลิเคชั่นนี้ ซึ่งเราเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว และค่อยๆพัฒนามาเรื่อย ๆ ตอนนี้เปิดให้บริการเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและหัวหิน แต่พอเราเปิดก็เจอโควิด เราก็รู้ว่ามันคืออะไร เลยทำให้ช่วงนี้เราโฟกัสเรื่องแอพนี้ค่อนข้างเยอะและคิดว่า ตัวนี้จะเป็นอนาคตของบริษัท
ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ตัวแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นตัวที่มีความต้องการสูง ถ้าโควิดเริ่มซาไป ข้อดีของแอพพลิเคชั่นนี้คือ เราจดเป็น BOI การที่เราจะไปขยาย
ในอนาคตอาจจะมีโตในต่างประเทศเพราะเป็นการจัดการที่ง่ายมาก แต่ขั้นตอนยากที่สุดคือขั้นตอนการพัฒนาซอฟแวร์ แต่เมื่อเริ่มมีการใช้ มีการแก้ไข การเอาไปใช้ก็ใช้ได้บนโลกใบนี้ได้หมด สิ่งที่เราทำมาจากอดีต จนปัจจุบัน เพื่อวางแผนในอนาคตก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องของ wellness เพราะยังเชื่ออยู่ว่า เป็นเรื่องที่ขาดกันไม่ได้ในการใช้ชีวิตของคนเรา

cr. ภาพ RLAX.ME

ในแอพพลิเคชั่น RLAX มีระบบการจัดเตรียมพนักงานนวด ลูกค้าไม่ต้องเตรียมอะไร มีที่นอน มีน้ำมันหอม มีทุกอย่างเหมือนยกสปาไปไว้ที่บ้านของคุณเอง เพราะฉะนั้นความปลอดภัยแน่นอน เพราะเรามีโรงเรียนสำหรับผู้ให้บริการ therapist ต้องผ่านการเรียนจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปาพนักงานต้องได้รับใบรับรองการตรวจสอบอาชญากรรม ความปลอดภัยด้านโควิด เรื่องของสุขอนามัย การตรวจสอบเรื่องคุณภาพการบริการ ทุก feedback ของลูกค้าก็จะกลับมาที่เรา เกิดเหตุการณ์อะไรจะรู้ทันทีเพราะการใช้ไอที จะรู้ว่าพนักงานเทอราปิสท่านนี้ไปถึงเวลากี่โมง ใช้ massage กี่โมง monitor เพราะฉะนั้นจะ related กับ consumer review ระบบจะสามารถ monitor ได้ โดยไม่มีอะไรปิดบัง

ข้อดีคือ พนักงาน เทอราปิส รับงานแบบนี้ เป็นการรับงานนอกบ้านที่ไม่ผิดกฎหมาย พนักงานนวดไม่ใช่แค่พนักงานนวดของโอเอซิสสปาเท่านั้น แต่พนักงานนวดทั่วไป เพือเพิ่มรายได้ สร้างงาน ซึ่งวิธีคัดเลือก เทอราปิส คือดูทักษะ ประสบการณ์ โดยต้องมีใบรับรองจากสาธารณสุข รับรองผ่านการเรียน ได้รับใบประกาศ เป็นพื้นฐาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หลังจากนั้น ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานอยู่บนมาตรฐานของโอเอซิสสปา ปัจจุบันหลายร้อยคนที่มาลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ ส่วนเรื่องผลตอบรับเป็นอย่างไร ช่วงนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ จึงยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่คิดว่าเป็นอนาคตที่ดี ทุกคนที่เข้ามาในส่วนหนึ่งของแอพฯ จะได้ค่าตอบแทนเป็นชั่วโมง มีรายได้ที่แน่นอนเลย ซึ่งมองว่าคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือพนักงาน เทอราปิส เหตุผลที่เขาจะมาจอยแอพพลิเคชั่นเพราะมีความเชื่อมั่นว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน และตรวจสอบขั้นตอนได้ ในขณะเดียวกัน อดีตที่ผ่านมาอาจจะเรียกจากศูนย์นวด แต่ไม่มีประวัติการตรวจสอบ แอพพลิเคชั่นที่เกิดขึ้นนี้เป็นแอพฯ ที่ทำให้เทอราปิส มีความปลอดภัยและลูกค้าปลอดภัยสูงสุด ตรวจสอบได้ทั้งสองฝั่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการรับบริการ โดยมี GPS ในการตรวจสอบตำแหน่งการเข้าทำงาน ระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของแอพฯ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการ
ใช้บริการนวดที่บ้านหันมาสนใจเป็นสมาชิกของ RLAX มากขึ้น

cr. ภาพ RLAX.ME

RLAX.ME เป็นแบรนด์ใหม่ของโอเอซิสสปา ทีมทำงานคนละทีม เพราะเรามีจอยเวนเจอร์โดยไม่อยากให้เด็กต้องไปทำงานสองงาน ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการวางแผนไว้แต่ช่วงสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เดินหน้าไปก่อนเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ธุรกิจสามารถตอบความคาดหวังของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น


เหตุผลที่ทำแอพพลิเคชั่นนี้ คือ ต้องการขยายธุรกิจใหม่การขยายธุรกิจนำไปสู่การ support พนักงานเทอราปิสที่ไม่มีงานทำพนักงาน เทอราปิส ซึ่งโอเอซีสมีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว โดยเข้าสู่ระบบ RLAX.ME มีโอกาสเข้าร่วมงานเป็น freelance รับผิดชอบตัวเอง เรื่องมาตรฐานของการให้บริการเป็นมาตรฐานเดียวกันกับโอเอซิส แต่ผมไม่ได้นำตรงนี้มาเป็นจุดขาย เพราะว่า พนักงานโอเอซิสไม่ได้มีทั่วโลก แต่เป้าหมาย คือ การจายการให้บริการไปทั่วโลก สิ่งที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าตอนนี้คือ โอเอซีส มีโรงเรียนไทยโอเอซิส
สปา ถือเป็นจุดที่สามารถนำมาโปรโมท โนว์เลท โนว์ฮาว จากรร.นี้โดยตรง
ที่สามารถพัฒนามาตรฐานให้กับพนักงานของ RLAX.ME มาจากโอเอซิสหรือพพนักงานทั่วไปที่ต้องการหารายได้พิเศษ ทำงานเป็นนายของตัวเอง สามารถเข้าร่วมกับแอพพลิเคชั่น RLAX.ME โดยการผ่านการตรวจสอบการคัดกรองตามมาตรฐาน ผมเปิดแอพพลิเคชั่นนี้ ในต่างประเทศ สมมติว่า ไปเปิดที่ประเทศเยอรมัน เปิดโซนตรงไหน วันที่เราพร้อมเราเปิดให้บริการที่เยอรมัน เปิดรับพนักงาน เทอราปิสที่เยอรมัน เพราะรีไวเม้นท์ค่อนข้างต่างกัน โดยต้องให้เข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างเหมือน Grab แอพฯ เดียวสามารใช้ได้ทั่วโลก เช่น ใช้บริการ ที่ลาว เยอรมัน ใครก็แล้วแต่ที่ประเทศนั้นๆ สนใจร่วมงานกับ RLAX.ME ก็เข้ามาสมัคร เป็นเรื่องของการจัดการที่เราต้องทำ โดยหา local partner โดยไม่ต้องลงทุนสิบหรือยี่สิบล้าน อย่างที่ผ่านมาผม เปิดโอเอซิสที่ทองหล่อ ลงทุนสามสิบล้าน เปิดได้เดือนดียวเจอโควิดต้องปิดลง เรามองว่าคนไทยในเยอรมัน มีจำนวนมหาศาลมาก ยิ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของคนไทยเขายิ่งมั่นใจ

cr. ภาพ RLAX.ME

ผมแยกโอเอซิสสปา กับ RLAX.ME เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่าน BOI ซึ่ง defend ให้เข้าใจ เพราะ BOI ไม่ใจว่า ทำไมต้องนวดที่บ้าน แล้วจะสร้างงานสร้างเงินให้กับคนไทยได้อย่างไร ถ้าเรามีพนักงานสามพันคน นั่นคือการจ้างงาน รายได้จากการจ้างงานของ เทอราปิสส่วนหนึ่งจึงมองเห็นภาพด้วยศักยภาพความเข้มแข็งของทีมงานทำให้ ผมสามารถเปิด RLAX.ME ในจังหวัดที่ต้องการได้ในหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ที่หัวหินกับกรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่ที่สุดมีลูกค้าประจำเร็วมาก สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นผู้นำ อันดับแรก คืออยากให้ดูตัวเองก่อนว่าตัวเองจะอยู่รอด ณ จุดไหน ถ้าเราอยู่แล้วรอดให้ไปอยู่ที่นั่น ที่พูดแบบนี้คือบางครั้งคนที่ทำงานในองค์กรแล้วองค์กรรู้สึกว่าไม่ได้ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายอยู่รอด ในฐานะผู้นำ ต้องดูว่าอยู่ตรงไหนถึงจะพาทีมงานให้อยู่รอด พนักงานบางคนเลือกกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับมาว่า ในฐานะที่เป็นคนที่ต้องเอาชีวิตให้รอดในสถานการณ์แบบนี้ เขาน่าจะรู้ตัวเองที่สุดว่า เขาอยู่ตรงไหนแล้วจะรอด มันบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้อะไร แต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งตัวผมเอง ชีวิตในวันนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่ได้รู้สึกว่ารันทด เพราะรันทดจะทำให้ถดถอย แต่เรารู้สึกว่าต้องมี positive energy มาส่งเสริมให้เรามีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป

-ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

ร้านอาหารน่านั่ง บรรยากาศดีงาม รสชาติอาหารถูกใจ Eat Drink Love Bistro

ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารน่านั่ง บรรยากาศดีงาม รสชาติอาหารถูกใจ ที่นี่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ห้องอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ ร้านเน้นความเรียบง่ายอาหารอร่อยรสชาติ กลมกล่อม และได้อรรถรสของความเป็นอาหารชนิดนั้นๆ ห้องอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของ โรงแรมเดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ ออกแบบทันสมัย เรียบหรู มีบรรยากาศสวนสวย โดดเด่นด้วยความโมเดิร์น คาเฟ่และร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ในบรรยากาศสวนสวยถือว่าเป็นโรงแรมหรูที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่านลาดกระบัง /สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ Peacefully Living with Luxurious Lifestyle

อีท ดริ๊งก์ เลิฟ มีเมนูอาหารอร่อยๆ ทุกมื้อ คัดสรรวัตถุดิบอาหารที่ดีที่สุด สำหรับนักชิมที่ชื่นชอบอาหาร สไตล์ฟิวชั่น พร้อมเสริฟด้วยการนำเทคโนโลยีการทำอาหารแบบใหม่มาผสมผสานจนได้เมนูแปลกใหม่ เช่น ซูวี หรือโมเลกูลาร์ และต่อยอด นำวัตถุดิบจากหลายๆประเทศมานำเสนอ โดยรังสรรค์ให้เป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งรูปลักษณ์ สีสัน รสชาติ รวมถึง การเลือกใช้ภาชนะที่ทันสมัย ประดิดประดอยจัดวางอาหารอย่างประณีต และสวยงาม ภายใต้การบริหารงานโดย คุณชาตรี นุ้ยประสิทธิ์ ผู้บริหารกรุ๊ป โรงแรม เดอะ พาร์ค ไนน์ พร้อมตอบโจทย์นักชิมด้วยอาหารที่ต่อยอดจากแนวคิดมาเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่สไตล์ฟิวชั่น ที่เรียกว่า glocal sensation แนวเฉพาะของห้องอาหาร อีท ดริ๊งก์ เลิฟ เป็นการผสมผสานศาสตร์อาหารตะวันตกและเอเซียน รวมถึงเทคนิค วัตถุดิบ หรือวิธีการทำอาหารหลายๆ ชาติเข้าด้วยกัน จนกลายรสชาติของอาหารที่ลงตัว และเป็นซิกเนเจอร์เมนูใหม่เฉพาะที่ ห้องอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ และ ร้าน Cuppers ร้านกาแฟเก๋ๆ ที่อยากให้หลายคนได้รู้จัก

A Cup of Happiness
Cuppers Cafe ร้านสวยตกแต่งตามสมัยนิยม ที่เน้นการนำเสนอความเขียวขจีของต้นไม้โดยรอบ​ทั้งน่ารักและร่มรื่นบรรยากาศนั่งสบายๆ ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มและของหวานหลากสไตล์ ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่เน้นความเยอะ เมนูเครื่องดื่มมีหลากหลาย ซึ่งที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องครัวซองต์กับเค้ก อร่อย ฟินในทุกคำที่กัดไป ขอแนะนำความผ่อนคลายเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ เรียกว่าสวรรค์ของคนรักเมนูเครื่องดื่มร้อน/เย็น ผสมสารสกัดจากธรรมชาติลดความเครียดสะสม เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยชลอวัยการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้เกิดความเครียดสะสมซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ สามารถเลือกสั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบแบบยาวๆ กันได้เลย
Cannabis Hot Americano 130.-
Cannabis Fruit Punch 150.-
Cannabis Lychee Iced Tea 150.-
Cannabis Hot Chamomile Tea 110.-

Cannabis Lychee Iced Tea 150.-
Cannabis Fruit Punch 150.-

ครัวซองต์พรีเมี่ยม ด้วยคุณภาพเน้นๆ สูตรพิเศษของทางร้าน Cuppers Cafe
ครัวซองต์อบใหม่ทุกวัน ผลิตจากเนยคุณภาพเยี่ยมจากต่างประเทศ 100%
ไม่ผสมมาการีน สารกันบูด และไม่ใส่สี คือดีมากๆ สายครัวซองต์โฮมเมดไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ครัวซองต์สีเหลือง กรอบนอกนุ่มในละลายในปากและหอมกลิ่นเนยยั่วยวนใจในทุกคำที่กัดชิ้นใหญ่อีกทั้งยังมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม ครัวซองต์ ทุกชิ้นขายดีมากหมดเร็วทุกวัน

ร้าน Cuppers ครัวซองต์ของทางร้าน อบใหม่ทุกวัน ผลิตจากเนยคุณภาพเยี่ยมจากต่างประเทศ 100% ไม่ผสมมาการีน สารกันบูด และไม่ใส่สี คือดีมากๆ สายครัวซองต์โฮมเมดไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

ภายในห้องอาหารอาหารแห่งนี้ มีบริการอาหาร 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย เมนูอาหารยุโรปแบบอินเตอร์, เมนูอาหารไทยประยุกต์ และเมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิม เมนูของอาหารที่นี่ก็มีให้เลือกอย่างมากมาย พื้นที่ภายในห้องอาหาร ยังได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ให้เลือกนั่งตามความชอบ เช่น โซนเปิดส่วนกลาง หรือ โซนที่มีผนังกระจกใสกั้น เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง โซนด้านในที่ให้ความเป็นส่วนตัวพิเศษ ซึ่งโดยรอบของห้องอาหารยังมีความโล่ง โปร่ง บรรยากาศสบายๆ สไตล์โมเดิร์น คุมโทนด้วยสี เขียวเทา และดำ เรียกว่า เป็นห้องอาหารที่มีความเท่อย่างมีสไตล์ แถมเพิ่มความหรูหรา ด้วยโคมทรงกลมรูปแบบโมเดิร์น สามารถรองรับได้ 25 โต๊ะหรือ 250 คน และสำหรับงานเลี้ยงแบบค็อกเทล สามารถรองรับได้ถึง 400 ท่าน พร้อมรองรับการจัดงานในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของเมนูอาหารรังสรรค์โดย เชฟสราวุฒิ เพชรเอีย (ต่อม) มากประสบการณ์ การปรุงที่พิถีพิถัน คัดสรรคคุณภาพของวัตถุดิบ นอกจากที่ต้องเป็นวัตถุดิบคุณภาพดีเลิศแล้ว ยังต้องรักษาความสดไว้ให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเมนูใด ออกแบบเมนูอาหารใหม่ เช่น กุ้งแม่น้ำ สั่งตรงมาจากแม่น้ำตาปี จนกลายเป็นเมนูยอดนิยมขายดิบขายดีในปัจจุบัน ซึ่งหลายคนจะคุ้นชินกับกุ้งแม่น้ำเผา หรือ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ แต่ อีท ดริ๊งก์ เลิฟ ได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ที่อยากให้นักชิมได้ลิ้มลองคือ ข้าวผัดกุ้งแม่น้ำ ผสมผสานเทคนิคต่างๆเข้ากับข้าวผัดสูตรโบราณแบบไทยๆ ซึ่งต้องนำข้าวไปหมักกับไข่เสียก่อน เพื่อให้ข้าวหอมและมีความนุ่มเป็นพิเศษ ก่อนนำไปหุงและผ่านการผัดกับมันกุ้งแม่น้ำแท้ๆ ปรุงรสและผัดอย่างพิถีพิถัน วัตถุดิบของอาหารแต่ละจานนั้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีจากทั่วภูมิภาคในประเทศไทย ผ่านการปรุงรสชาติที่ละเอียดทุกขั้นตอน บอกเลยว่าถ้ากำลังมองหามื้อพิเศษกับคนที่รักก็ต้องที่นี่

นอกจากนี้ เชฟยังนำวัตถุดิบต่างชาติเข้ามาผสมผสาน เช่น ผักคอส หรือเรียกว่าเป็นอาหารฟิวชั่นหลอมรวมกับประสบการณ์ในการเดินทางของเชฟ ส่วนเมนูแนะนำสำหรับใช้เรียกน้ำย่อยแบบอินเตอร์ Caprese Salad อาหารต้นตำรับจากประเทศอิตาลี โดยมีการผสมผสานเทคนิคการทำอาหารจากประเทศฝรั่งเศส เป็นสลัด ที่มีการผสมผสานของเทกเจอร์ ภายในจานประกอบด้วย มอสซาเรลล่าชีส แบบสดมีความนุ่มเป็นพิเศษ แถมมีคุณค่าทางอาหารสูง, มะเขือเทศ 2 ชนิด, ใบโหระพานอก และยังราดด้วยเบซิลออย จนได้รสชาติที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ส่วนเมนคอร์สจานเด็ด Nori Wrapped Black Cod เป็นเนื้อปลาค็อดสีขาวห่อสาหร่าย และนำไปซูวี เสิร์ฟพร้อมต้นหอมญี่ปุ่น หัวผักกาดกริลล์สุกกำลังดี โดยเฉพาะหัวผักกาด ผ่านการต้ม และเซียกับเนยให้ซึมเข้าเนื้อ นำเสนอออกมามีลักษณะคล้ายกับหอยเซลล์อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ!! เสิร์ฟพร้อมกับฟอนสึโฟม ตกแต่งด้วย ซอเล่อ ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบดั้งเดิมสุดพรีเมี่ยม เรียกได้ว่ากว่าจะจัดเสิร์ฟได้ต้องใช้เวลารังสรรค์ในการจัดแต่งจานกันไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งร้านที่นั่งสบายๆ ครัวซองต์พรีเมี่ยมด้วยคุณภาพเน้นๆ

สำหรับเมนูแนะนำขอเริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง..
-ข้าวผัดมันกุ้ง ( Khao Phad Mun Goong ) สูตรพิเศษของที่นี่
-สลัดร็อคเก็ตกับเซลมอนรมควัน ( Pocket with Smoked Salmon )
-ปลาแบล็คคอดห่อสาหร่าย (Nori wrapped cod with poached leek, daikon and yuzu cream sauce) โดยการคัดสรรปลาแบล็คคอดที่เนื้อแน่นๆนำมาห่อกับสาหร่ายนำไม่นึ่งและเสริฟคู่กับยูสุครีมซอสต้นกระเทียมและหัวใช้เท้าตุ๋น
-ซุปหัวหอม ( French Burnt Onion )
-ลิปอายสเต็ก ( Grilled Australian Ribeye )

เมนูขนมหวาน
-ข้าวเหนียวมะม่วงมูส ( Mango mousse with sticky rice )
เสิร์ฟด้วยความน่ารักมุ้งมิ้งที่สอดคล้องกับสไตล์การจัดน้ำมะม่วงน้าดอกไม้สุกปั้นกับเฟรสครีมให้มีเนื้อเนียนและเสริฟคูกับข้าวเหนียวมูลและไอครีมกะทิ

แนะนำ โปรโมชั่นร้านล่าสุด…
สัมผัสความสดใหม่อร่อยโดนใจพบกับเมนูใหม่ของห้องอาหารได้แล้ววันนี้ และเมนูพิเศษสำหรับฤดูกาล เสิร์ฟในทุกๆ 4 เดือน ที่เรียกว่า Seasons Change เป็นสีสันอาหารแบบใหม่ ที่มีการเปลี่ยนสีอาหารตามไปฤดู เช่น สีเหลือง แสดงถึงฤดูร้อน เช่น แกงเหลือง, แมงโก้มูส, ไอศกรีมทุเรียน หรือ สีเขียว ตัวแทนฤดูฝน โดยจะเน้นอาหารโทนสีเขียวเป็นหลัก ที่มีความสดชื่น ส่วนฤดูหนาว จะเน้นโทนสีม่วง เช่น บีทรูท หรือมันม่วง ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่วัตถุดิบในการประกอบอาหารในฤดูนั้นๆ ให้ลิ้มลองแบบไม่รู้เบื่อ ร่วมสัมผัสประสบการณ์อาหารแนวใหม่ที่น่าประทับใจ

โรงแรมเดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ
599, 599/1 ถ.ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร: +66 (2) 019 9111
อีเมล: reservations.suv@theparknine.com
เว็บไซต์ www.theparknine.com/suvarnabhumi/
เฟสบุ๊ค theparkninesuvarnbhumi
อีเมล์ : reservations.suv@theparknine.com
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/TheParkNineSuvarnabhumi

#restaurant #alldaydining #foodlover #healthyfood #fooddelivery #theparkninehotelParkNineSuvarnabhumi #eatdrinklove #takeaway #drivethru #foodboxes #Croissant #ชัญญ่าว่าดี #toptotravel

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดจำหน่ายบัตรโดยสารสมาร์ทพาสลายใหม่ทุกประเภท

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดจำหน่ายบัตรโดยสารสมาร์ทพาสลายใหม่ทุกประเภท วันที่ 16 มิ.ย. 2564 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการเผยแพร่ลายหน้าบัตรโดยสารลายใหม่มาระยะหนึ่งผ่านทาง Facebook Official Page Airport Rail Link ได้มีบรรดาผู้โดยสารและแฟนพันธุ์แท้รถไฟฟ้าให้ความสนใจและสอบถามมาเป็นจำนวนมาก บริษัทฯจึงได้ประกาศเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 16 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ซึ่งบริษัทจะเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารสมาร์ทพาสรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ลายใหม่ก่อน 3 ประเภท ได้แก่

-บัตรสมาร์ทพาสบุคคลทั่วไป (Adult Card) รับส่วนลดร้านค้าและบริการ

-บัตรสามร์ทพาสนักเรียน นักศึกษา (Student Card) รับส่วนลดการเดินทาง 20% ทุกการเดินทาง

-บัตรสมาร์ทพาสผู้สูงอายุ (Senior Card) รับส่วนลดการเดินทาง 50% ทุกการเดินทาง

โดยผู้โดยสารสามารถหาซื้อได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทั้ง 8 สถานี

นอกจากนั้น สำหรับบัตรสมาร์ทพาสลายพิเศษประเภทบุคคลทั่วไป ( Adult Card) อีก 2 ลายใหม่ ได้แก่ “Happy Birthday Card” และ “Happy Gift Card” ที่ออกแบบเป็นลายไทย มีลักษณะเป็น “ลายประจำยาม” ซึ่งเป็นลวดลายที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสตะแคง มีลักษณะคล้ายดอกไม้ โดยดัดแปลงมาจากดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ดอกสี่ทิศ” เหมาะสำหรับให้ผู้โดยสารได้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก หรือ มอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ จะทำการเปิดจำหน่ายในเร็วๆนี้อีกด้วย

ส่วนบริการลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง www.facebook.com/AirportRailLink , Twitter : Airport Rail Link

Diva Café & Bistro พร้อมเสิร์ฟเมนูเสริมสุขภาพสไตล์โฮมเมดคูซีน

ร้านอาหาร Diva Cafe’ & Bistro ตั้งอยู่ในย่านดัง RCA ที่มีบริการครบเครื่องทั้งเครื่องดื่มน่าลอง เมนูอาหารรสเลิศ และเอนเตอร์เทนในที่เดียวกัน แถมรีโนเวทร้านเพื่อสร้างสีสันใหม่ ให้ทุกท่านได้เข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศ รวมไปถึงการเปิดให้บริการเดลิเวอรี่ ส่งมอบอาหารอร่อยที่ทำด้วยใจ แบ่งปันด้วยความรัก ในรูปแบบอาหารใหม่ โฮมเมดคูซีน ล่าสุด เสริมจุดเด่นให้ถูกใจคนไทยมากขึ้นด้วยอาหารประเภทยำ จากฝีมือ เชฟอรรถพล สุทธิประภา และบริหารงานโดย คุณดวงตวัน เตชวิวัฒน์วาณิชย์ (แจง) แต่จากสถานการณ์ของ COVID-19 ทำให้เราเห็นถึงปรากฏการณ์ ที่คนทั้งโลกหันมาสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น

Diva Cafe’ & Bistro ตั้งอยู่ในย่านดัง RCA ย้ายจาก The Corner Sport club ถนนบรมราชชนนี มาที่ RCA ปรับปรุงรายการอาหาร ปรับปรุงการแต่งร้านปรับปรุงรสชาติและคุณภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการบริการที่ดีขึ้น ที่ร้านมีมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดในช่วงโควิด-19 มีการเช็ดทำความสะอาดจุดสัมผัสในทุกชั่วโมง และทุกโต๊ะจะมีบริการเจลแอลกอฮอล์วางไว้ให้ รวมทั้งจุดวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้าน

เรื่องราวของ Diva Cafe’ & Bistro ไม่ได้เป็นเพียงแค่ ร้านอาหารเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณแจง เจ้าของร้าน ซึ่งคลุกคลีอยู่ในธุรกิจผับบาร์ร้านอาหารมาก่อน สำหรับร้าน Diva Café & Bistro ใน RCA เปิดให้บริการมาเป็นปีที่ 5 แต่หากนับรวมสาขาที่ตลิ่งชัน (ซึ่งปิดไปแล้ว) ก็จะเป็น 7ที่นี่มีเมนูใหม่และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่มีเป้าหมายในการเป็น Community ของคนรักสุขภาพ ผ่านการแบ่งปันความรู้และความเข้าใจในการกินใหม่ๆ ให้กับคนไทย ภายใต้แนวคิดที่ว่าคนไทยชอบกินแต่อาหารที่ตัวเองชอบ ในบางครั้งอาจจะไม่ได้คำนึงถึงเรื่องสุขภาพ Diva Cafe’ & Bistro อยากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในการกิน ที่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ 100% แต่อย่างน้อยคุณก็ได้กลับมาทานอาหรคุณภาพ วัตถุดิบใหม่สดสะอาด โดยเริ่มต้นจากการกินเมนูง่ายที่เราชอบ และอย่างน้อยคุณก็ได้กลับมาเติมสิ่ดีๆ ให้กับตัวเองทีละน้อย เพียงเริ่มต้นจากการได้กินของอร่อยเสริมสุขภาพ

คุณดวงตวัน (แจง) เตชวิวัฒน?วานิชย์

Diva มาจากความชอบส่วนตัวของคุณดวงตวัน (แจง) เพราะเรา….เข้าใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างดีว่าการเลือกสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ แจงและน้ำฝน โดยเริ่มจากความพิถีพิถัน จึงกลายเป็นโจทย์อันท้าทายของสองสาวผู้ริเริ่มเมนูอร่อยเพื่อสุขภาพ หากให้พูดถึงความพิเศษของเมนูอาหารของ Diva Cafe’ & Bistro คงต้องเริ่มจากรัก ใส่ใจและความพิถีพิถัน คัดเลือกวัตถุดิบต่างๆ รวมไปถึงเครื่องปรุง มีความง่ายในการกินเหมือนเดิม แต่ต้องไม่มีผงชูรส ทั้งยังมีโซเดียมน้อย ส่วนผสมของแต่ละเมนู ไม่ใช้สารปรุงรสเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ และเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ ยังคงความอร่อยในรูปแบบ อาหารสไตล์โฮมเมดคูซีน ซึ่งดีต่อร่างกายมาก

เมนูแนะนำยอดนิยม ที่โดดเด่น เช่น สลัดดีว่า สลัดไส้กรอก สลัดซี่โครงหมูบาร์บีคิวชื่อดัง ขาหมูเยอรมัน ซี่โครงหมูบาร์บีคิว หรือ น้ำพริกหมูชะมวง ข้าวผัดกิมจิ เมนูอาหารทั้งหมดในร้าน มีเมนูอาหารกว่า 100 เมนู ให้เลือกลิ้มลองได้ไม่รู้จบ รวมถึงอาหารจานเดียวของทอดจานเด็ดต่างๆ มากมาย เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาด อาทิ เช่น ข้าวผัดน้ำพริกมันกุ้ง ,ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ ,ยำไข่สามยาม , สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม เมนูขายดิบขายดีในช่วงที่ผ่านมา สปาเกตตีสไตล์อิตาเลียนแท้ , ขาหมูเยอรมัน ขาหมูเยอรมัน สูตรของดีว่า โด่งดังในย่าน RCA , ตอร์ติญ่า

นภัสศรณ์ กุลทวีพัฒน์ (น้ำฝน)
สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม
ตอร์ติญ่า
ยำไข่สามยาม
ข้าวผัดน้ำพริกมันกุ้ง
ขาหมูเยอรมัน สูตรของดีว่า โด่งดังในย่าน RCA

DIVA CAFÉ & BISTRO
เลขที่ 23/51 ซอยศูนย์วิจัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
เปิดบริการตั้งแต่เวลา 12.00-20.00 น.
วันศุกร์-วันเสาร์เปิด ถึง 21.30 น.
สนใจสอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่งโทร. 096-935-9565

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดตัวบัตรสมาร์ทพาสลายใหม่ และ ลายพิเศษ เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดตัวบัตรสมาร์ทพาสลายใหม่ และลายพิเศษ เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ บริษัทจึงได้ออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายใหม่ทุกประเภท ทั้งบัตรประเภทบุคคลทั่วไป (Adult Card) คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางปกติ , บัตรประเภทนักเรียน นักศึกษา ( Student Card ) รับส่วนลด 20% จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทางสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่อายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งกำลังศึกษาในสถานศึกษาในประเทศ และบัตรประเภทผู้สูงอายุ ( Senior Card ) รับส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทาง สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปสัญชาติไทย

นอกจากนั้นในโอกาสพิเศษนี้ บริษัทยังได้ออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายพิเศษประเภทบุคคลทั่วไป ( Adult Card) “Happy Birthday Card” และ “Happy Gift Card” ที่ออกแบบเป็นลายไทย มีลักษณะเป็น “ลายประจำยาม” ซึ่งเป็นลวดลายที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสตะแคง มีลักษณะคล้ายดอกไม้ โดยดัดแปลงมาจากดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ดอกสี่ทิศ” เหมาะสำหรับให้ผู้โดยสารได้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ

ส่วนงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

กุนเชียงหมูแบรนด์ กล่องทิพย์ พร้อมลงสนามตลาดกุนเชียง 6 พันล้าน

กุนเชียง นั้นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารแปรรูปยอดนิยมของคนไทย ยิ่งในยุคโควิด-19 กุนเชียงยิ่งขายดี เพราะสามารถเก็บไว้ในบ้านได้นาน ในช่วงที่คนไม่ค่อยออกไปไหน ที่สำคัญสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น กุนเชียงทอด, ยำกุนเชียง, ข้าวผัดกุนเชียง ,ขนมปังไส้กุนเชียง (สไตล์เวียดนาม) ก๋วยเตี๋ยวหลอด ฯลฯ


อีกทั้งบริโภคครั้งใดก็อร่อย กุนเชียงจึงเป็นสิ่งที่หลายบ้านมีติดตู้เย็นไว้ หิวเมื่อไรก็นำมาประกอบอาหารทานได้ทันที เรียกว่าทั้งอร่อย กลมกล่อม ทานง่าย ทานได้ทุกเพศทุกวัย รวมทั้งเหมาะกับการดำรงชีวิตอย่างเร่งรีบของคนในยุคปัจจุบัน เพราะมีกระบวนการทำที่รวดเร็ว สุกง่าย ไม่ยุ่งยากในการประกอบอาหารอีกด้วย
นางฐนิวรรณ กุลมงคล เจ้าของแบรนด์อาหาร “กล่องทิพย์” และอีกบทบาทคือนายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า พร้อมจะนำกุนเชียงหมูภายใต้แบรนด์กล่องทิพย์ลงตลาด โดยเน้นเป็นกุนเชียงคุณภาพเกรด A ด้วยความร่วมมือกับนายสมพล ถ้ำน้อย เจ้าของบริษัท โชคนิพลหมูป่า ผลิตกุนเชียงหมูที่มีเนื้อหมูในสัดส่วนถึง 95% หวานน้อย ไขมันต่ำ ไม่ผสมแป้ง

กุนเชียงกล่องทิพย์ เน้นเป็นกุนเชียงคุณภาพสูง อร่อย ภายใต้ราคาไม่แพง และเราพร้อมแล้วที่จะลงสนามตลาดกุนเชียงที่มีมูลค่าต่อปีสูงถึง 6 พันล้านบาท แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมาก และหลายรายเป็นเจ้าตลาดรายใหญ่ แต่เรามั่นใจในคุณภาพสินค้าและช่องทางต่างๆ ที่จะขยายต่อไปในอนาคต

ในอนาคตแบรนด์กล่องทิพย์และโรงงาน โชคนิพลหมูป่า พร้อมที่จะนำสินค้าตัวอื่นๆ ลงสนามไปสู่ผู้บริโภคและเจ้าของร้านอาหาร โดยจะเป็นความร่วมมือในการนำนวัตกรรมต่างๆ ที่มี มาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคและร้านอาหารให้มากที่สุด โดยสินค้าตัวต่อไปเช่นหมูชาชู ขาหมูเยอรมัน ขาหมูพะโล้ หมูหัน ลูกชิ้นหมู ฯลฯ

ในระยะแรกของการทำตลาดกุนเชียงกล่องทิพย์ จะเน้นการเจาะกลุ่มตลาดร้านอาหาร รวมถึงการเจาะตรงถึงผู้บริโภค ทั้งการขายปลีกและขายผ่านเอเย่นต์ ซึ่งหากสนใจเป็นเอเย่นต์ของกุนเชียงกล่องทิพย์หรือหากร้านอาหารที่สนใจสั่งกุนเชียงเป็นจำนวนมาก หรือแม้แต่สนใจสั่งแบบขายปลีก ก็สามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์ 091-119-8875

ก่อนหน้านี้ แบรนด์กล่องทิพย์สร้างสรรค์อาหารไทยและอาหารกล่อง เพื่อรองรับยุค Dilivery โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจัดทำอาหารกล่องสำหรับงานประชุมสัมมนา รวมถึงสำนักงานต่างๆ ที่ต้องการอาหารไทยชาววังในบรรจุภัณฑ์สวยงาม อร่อย ปรุงสุกใหม่ ในระดับราคาไม่แพง

นางฐนิวรรณในฐานะนายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้มุมมองสำหรับธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารว่า ตั้งแต่เกิดโควิด 19 ระลอกแรกยิ่งตอกย้ำว่า งานวิจัยที่มีบริษัทชั้นนำเคยทำไว้เป็นความจริงว่าในไม่ช้าร้านอาหารจะมีขนาดหน้าร้านเล็กลง ผู้คนจะซื้อของขายของกันทางออนไลน์หรือทางอากาศ ร้านอาหารที่เป็น Fine Dining จึงจะอยู่รอด เพราะค่าแรงจะสูงขึ้น แรงงานจะหายากขึ้น ในที่สุดโควิด19 ซึ่งขณะนี้มาถึงระลอก 3 แล้ว ก็สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจอาหารยุคนี้จำหน่ายกันบนอากาศหรือทางออนไลน์มากจริงๆ และร้านอาหารต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจกันต่อไปได้

ก่อนหน้านี้สมาคมภัตตาคารไทยได้เคยเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้เห็นใจผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารในเรื่องเวลาเปิดปิดในยุคโควิด 19 เพื่อให้สามารถประคองธุรกิจฝ่าวิกฤตการณ์โควิดไปได้ ซึ่งล่าสุดก็ได้รับการตอบรับที่ให้ร้านอาหารสามารถนั่งได้ถึง 21.00 น.

สนใจสั่งแบบขายปลีก ก็สามารถติดต่อ 091-119-8875
#กุนเชียงกล่องทิพย์ #กุนเชียง

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ คุมเข้มมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย โควิด-19 ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 9 – 15 เมษายน 2564

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ คุมเข้มมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย รวมทั้งมาตรการป้องกันโควิด-19 ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 9 – 15 เมษายน 2564

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ คุมเข้มมาตรการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย รวมทั้งมาตรการป้องกันโควิด-19 ให้แก่ผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 9 – 15 เมษายน 2564 สอดคล้องตามนโยบายกระทรวงคมนาคม

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 9 – 15 เมษายน 2564 บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร และให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการใช้บริการมากที่สุด ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยมีมาตรการดังนี้

ด้านการอำนวยความสะดวก ได้จัดจุดบริการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ( TAXI STAND ) ที่สถานีรถไฟฟ้าพญาไท และตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดที่ห้องควบคุมการเดินรถไฟฟ้า ศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัย กำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบทางเข้า-ออกทุกสถานี , พื้นที่ในจุดลับตา และตรวจสอบบุคคลที่มีอาการมึนเมาอย่างเข้มงวดในการเข้าใช้บริการ และตรวจสอบระบบการใช้งานโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอรวมถึงกำหนดวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้ามาในระบบรถไฟฟ้าได้แก่ อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง พลุดอกไม้ไฟ และวัตถุที่จะทำให้เกิดประกายไฟ

ด้านความมั่นคงกำหนดให้ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้าทบทวนการทำงานด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับวัตถุต้องสงสัย ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระเป๋า หรือกล่องหีบห่อ สัมภาระที่วางทิ้งไว้แบบผิดสังเกต และระมัดระวังบุคคลภายนอกที่อาจแปลกปลอมเข้ามาในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานหรือพื้นที่สถานี พร้อมจัดชุดตรวจผสม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด , พนักงานรักษาความปลอดภัย , เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจรถไฟสุวรรณภูมิ , เจ้าหน้าที่ชุดสุนัขทหารตรวจวัตถุระเบิด (K9) ออกตรวจสอบพื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นอกจากนั้นบริษัทยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีมาตรการต่างๆ ทั้งตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการในทุกสถานี ,เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสภายในสถานี และในขบวนรถ , เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในขบวนรถไฟฟ้าก่อนให้บริการ ซึ่งขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการรถไฟฟ้า และสแกน QR Code ไทยชนะบริเวณสถานีทุกครั้ง เพื่อเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรค รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ( Social Distancing ) ในขณะใช้บริการ และงดเว้นการพูดคุยภายในตู้โดยสาร เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าหากได้ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ และผู้โดยสารให้ความร่วมมือตามแผนดังกล่าว จะส่งผลให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ส่วนงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel)

ยินดีต้อนรับ….สู่สถานที่พักผ่อนอันน่าทึ่งของครอบครัว ตื่นรับอรุณพร้อมชมวิว ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม หลวงพระบางเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของลาว ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ศิลปะและหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รวมไปถึงผลผลิตสดใหม่จากทุ่งนาและฟาร์ม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว กำลังถูกยกให้เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลาว เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เพิ่งเปิดมาได้ 9 เดือน ด้วยพื้นที่ 100 ไร่ ความสูงของอาคาร 2 ชั้น ถูกออกแบบใสในรูปแบบเรียบง่าย ที่นี่จัดเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีสวยงาม ตั้งอยู่ท่าม กลางธรรมชาติ ธารน้ำ ภูเขาโอบล้อม รวมไปถึงทุ่งนาขั้นบันไดบริเวณใจกลางโรงแรม เป็นคอลเลกชั่นล่าสุดของ แบรนด์พูลแมน อันโด่งดังของเครือ Accor กลางหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก

ภายในโรงแรมมีพื้นที่ห้องจัดประชุมใหญ่ที่สุด ในหลวงพระบาง ใครอยากมาเที่ยวหลวงพระบาง แล้วได้ฟีลเก๋หลายๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวคนอาจจะเห็นว่ามีการเปิดตัวของโรงแรมใหม่ๆ คับคั่งมากหน้าหลายตา บางที่มาพร้อมกับจุดขายเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้ง การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงดีไซน์และการตกแต่งที่เป็นจุดสำคัญในการทำให้ผู้เข้าพักประทับใจ


ที่สุดของบริเวณ Lobby พร้อรับบริการ

เรียนรู้กับการใช้ชีวิต เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก ด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน จึงทำให้ภาพรวมของ พูลแมน หลวงพระบาง รีสอร์ท ที่มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

พูลแมน หลวงพระบาง ให้บริการห้องพักรวม 123 ห้อง ในรูปแบบโลว์ไรส์ (low-rise) มีทั้งแบบห้องสวีท ไปจนถึงพูลวิลล่าขนาด 2 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบตกแต่งสไตล์ Laos Contemporary อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องพักทันสมัยครบครัน พนักงานที่นี่เค้าสามารถเข้าใจภาษาไทย ได้รับความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวเรื่อยมาตั้งแต่เปิดให้บริการโดยในส่วนของห้องพักมี ให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละแบบ พร้อมพักผ่อนในห้องพักสุดหรูอย่างเต็มที่เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

หลังจาก เช็คอินที่ล็อบบี้ พร้อม Welcome Drink ด้านหน้าโรงแรมล็อบบี้และที่จอดรถอยู่ฝั่งเดียวกับตัวตึก ตรงบริเวณล็อบบี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเราจะเห็นร้าน Junction Bar รวมถึงมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่เราสามารถนั่งเล่นอินเตอร์เนต

โดยรีวิวนี้ Toptotravel จะแบ่งเป็น ห้องพัก, สระว่ายน้ำ และห้องประชุม , อาหารเช้า และ สปา นะคะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย


รูปแบบห้องพัก + สิ่งอำนวยความสะดวก
ให้รางวัลกับร่างกายและให้ของขวัญกับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อน วันนี้เ
Toptotravel มีโอกาสได้มาพักห้องพรีเมี่ยมดีลักซ์ Premium Deluxe Room ห้องใหญ่มากที่พักมี 2 ชั้น จากทั้งหมด 4 ห้อง ของตัวตึกโรงแรม ตกแต่งในรูปแบบ เน้นความเป็นไม้และสีสันสว่าง สไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของล้านนา ห้องน้ำใหญ่ ต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิว ห้องน้ำมีฝักบัวอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ และเลือกได้ระหว่างเตียงขนาดคิงไซส์ที่หรูหรา 1 เตียง หรือเตียงขนาดนอนได้สองคน 2 เตียง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องพักได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วน มินิบาร์ อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ ตู้นิรภัยในห้องพัก ไดร์เป่าผม เครื่องชั่งน้ำหนัก เตารีด เครื่องรับโทรทัศน์จอแบน พร้อมช่องรายการดาวเทียม โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย

เปิดเข้ามาห้องน้ำก็จะนอนแช่น้ำ จากห้องน้ำ แช่น้ำไปเห็นวิวสระว่ายน้ำและสนามหญ้า และทุ่งนาขั้นบันไดใจกลางโรงแรม ส่วนการเดินทางไปจุดต่างๆ ภายในโรงแรม สามารถกดเรียกปุ๊บแทบจะมาทันที ห้องพักที่นี่ใช้ระบบคีย์การ์ดจนถึงเข้าห้องพัก ค่อนข้างปลอดภัยแน่นอน ถ้าขี้เกียจเดิน โรงแรมเค้ามีการส่ง ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว

เรื่องหมอนและเตียง นี่คิดว่าคือจุดเด่น หมอนนอนแล้วไม่ปวดคอ อันนี้ตัวชัญญ่าเอง ค่อนข้างประทับใจเลย กลับจากมาเที่ยวเหนื่อยๆ นอนบนเตียงและหมอนดีๆ คือช่วยให้เราหายเหนื่อยได้เร็วมาก นอกจากนี้ ในห้องเค้ายังมีตู้เซฟไว้ให้เราใส่ของมีค่า มีทีวี มีราวแขวนเสื้อที่ให้ไม้แขวนมาเหลือเฟือ และมีไวไฟสัญญาณแรงๆ เล่นเน็ตเร็วปรี๊ดมาก สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่โรงแรมให้มาคือค่อนข้างครบ

เมื่อเราเดินเข้ามายังตัวโรงแรม ด้านหน้าโรงแรม เราจะเห็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Junction Bar ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนที่นำคุณไปสู่มุมมองของนาข้าวขั้นบันได ส่วนด้านหน้าโรงแรมนั้นมีที่จอดรถ รวมถึงถ้า ใครเช่ารถมาไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถเลย อีกสิ่งหนึ่งที่เก๋คือ ห้องพักที่นี่มีทั้งแอร์และพัดลมติดเพดาน แอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าใครแพ้แอร์ ก็เปิดหน้าต่าง + เปิดพัดลมได้เลยส่วนห้องน้ำทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก สบู่ ยาสระผม และครีมนวดผมในตัว ที่ดีและประทับใจมากคือ ทุกห้องของที่นี่ฝักบัวแรงสะใจ อันนี้ชอบมากๆ เพราะปกติถ้าฝักบัวไม่แรง นี่จะเฟลกับการอาบน้ำ

ในส่วนห้องพัก มีการออกแบบให้แขกได้รับอารมณ์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน ให้ความสำคัญที่ความสะดวกสบาย พักแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง Facilities ครบมาก ที่นี่มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระด้วยกัน

บรรยากาศดี การบริการ เน้นความน่ารักเป็นกันเองของพนักงาน ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ให้บริการด้วยใจ แต่คงไว้ซึ่งมาตราฐานระดับสากล โรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลก ของตกแต่งที่เลือกใช้ก็สื่อถึงวัฒนธรรมของลาว จึงทำให้ภาพรวมของตัวรีสอร์ท มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางดั้งเดิม เป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร L’Atelier ห้องอาหารริมทะเลสาบ อาหารเช้าที่ห้องอาหาร มีบริการอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลหรือแบบบุฟเฟต์ All-Day Dining อยู่แล้ว เมนู A La Carte มีอาหารหลากหลาย ทั้งลาว ไทย และ ตะวันตก อาหารของที่นี่ได้จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (farm-to-table) โรงแรมใช้วัตถุดิบท้องถิ่นออร์แกนิกตามฤดูกาล สมุนไพรลาว ผักและผลไม้เมืองร้อนที่ปลูกในสถานที่ของโรงแรม รวมถึงเก็บเกี่ยวข้าวจากทุ่งนาขั้นบันไดภายในรีสอร์ทมาใช้ในร้านอาหาร

“The Junction” เลานจ์ และห้องสมุดที่ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง ศูนย์ออกกำลังกายตลอด 24 ชั่วโมง สปา คิดส์คลับ สระว่ายน้ำ 3 แห่ง
พร้อมพูลบาร์ “H2O” และพื้นที่จัดการประชุมและกิจกรรมที่สามารถรองรับได้ถึง 300 คน ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางเพลิดเพลินกับการพักผ่อนแล้ว เปิดประสบการณ์กับโปรแกรมท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่หลากหลายที่ทางโรงแรมจัดให้อย่างเต็มอิ่ม อาทิ โยคะยามเช้า ไทชิ บนดาดฟ้าของรีสอร์ท

ขอบคุณข้อมูลต่างของโรงแรม ด้วยการดูแลและแนะนำของ :
Khun : Supatta Noimuang (ZII)
Director of Sales Marketing
Khun : Sheila May Reas Buenafe
PR & Marketing Communication Manager

Khun : Supatta Noimuang (ZII) and Khun : Sheila May Reas Buenafe

สุดท้าย Toptotravel ขอพาไปชม พูลแมน สปากันค่ะ ตรงนี้เราขอเข้าไปชมบรรยากาศ และ พูดคุยกับ คุณณันท์นภัส ไกรหิรัฐปวีร์ SPA & WELLNESS MANAGER

สรุปทุกอย่างดีงาม ตามท้องเรื่องในระดับห้าดาวของโรงแรมพูลแมน
พูลแมน สปา ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Pullman Hotels and Resort หลวงพระบาง อยู่ด้านในสุดของโรงแรม โดยมีแนวคิดว่า เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวแลความเงียบสงบ รู้สึกผ่อนคลาย

พูลแมน สปา ประกอบด้วยห้องทรีทเมนท์ทั้งหมด 6 ห้อง แต่ละห้องสร้างแบ่งแยกจากกันเป็นสัดส่วน ทุกห้องทาสีขาวสะอา ห้องทรีทเมนท์ออกแบบอย่างเรียบง่ายหรูหราด้วยการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ คุณณันท์นภัส เล่าให้ Toptotravel ฟังในขณะพาเราเดินเข้าเยี่ยมชม บริเวณภายใน พูลแมน สปา เราเรียกห้องทรีทเมนท์เป็นตึก 1 -3 เป็นห้องเตียงคู่ ตึก 4 เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับการนวด ตึก 5 เป็นห้องนวดไทยมี 4 เบาะ สำหรับนวดไทยโดยเฉพาะ และตึกสุดท้ายก็จะเป็นห้องนวดเท้าซึ่งสามารถทำเล็บ

… ด้วยสนนราคาที่ไม่แพง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้บริการ โดยเฉพาะกับฝีมือการนวดของเทอราปิส ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านประสบการณ์มาอย่างดี ทำให้ พูลแมนสปา ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกว่าต้องจองกันล่วงหน้า เพราะคิวยาวอย่างไรก็ตาม หากมาเที่ยวที่ หลวงพระบาง และอยากทดลองฝีมือการนวดของเทอราปิสชาวลาว ระดับพรีเมี่ยม ต้องลองแวะเข้ามา แล้วจะประทับใจ

ที่นี่ พูลแมน สปา….หากใครต้องการอยากไปหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมการจองบริการสปา ที่นี่เปิดทุกวัน 10.00 -21.00 น.
ลูกค้าจากภายนอกโรงแรมสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยติดต่อผ่าน
โอเปอร์เรเตอร์ของโรงแรม Pullman Luang Prabang

พูลแมน หลวงพระบาง คือการคงไว้ซึ่ง วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืนของชาวหลวงพระบางที่เป็นรากฐานของเมืองมาตั้งแต่โบราณ โดยได้เชื่อมต่อกับกลิ่นอายของหลวงพระบางเอาไว้ในทุกย่างก้าวของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์การบริการที่เป็นพันธมิตรกับท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การทำฟาร์มและสวนครัวแบบยั่งยืนภายในโรงแรม และการคิดค้นเมนูอาหารจากวัตถุดิบขึ้นชื่อในพื้นที่ ควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษ์โลก Planet 21 ที่เครือข่าย Accor ทั่วโลก

เคล็ดลับอย่างแรก ถ้าเราคิดจะมาพักโรงแรมในเครือ ACCOR แนะนำให้จองห้องพักโดยตรงกับเว็บไซต์ เพราะนอกจากเว็บโรงแรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่ครบครัน เว็บไซต์หน้าตาดีแล้ว คือเราจะได้เรทห้องพักที่ถูกกว่าที่อื่นๆ อย่างแน่นอน

เรื่องทำเลที่ตั้งของ Pullman Luang Prabang
Amazing huge room. Lovely staff. Great pool and nice restaurant.
สัมผัสวิถีลาวบทใหม่ที่ พูลแมน หลวงพระบาง ได้แล้ววันนี้
Pullman Luang Prabang
Ban Pong Wanh, 06000 LUANG PRABANG LAO PDR
Tel: +856 71 211 112
อีเมล H9112@accor.com

ที่สุดของ บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเตาถ่านเนื้อ ร้าน เบสท์บีฟ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

ไม่ต้องมีเนื้อคู่เพราะชอบอยู่กับเนื้อย่าง กินอิ่มพุงกางกินจุใจกันกว่า 50 เมนู เลือกให้ฟิน..กินให้อร่อย เอาจริงสายเนื้อไม่ควรพลาด และเป็นร้านยอดนิยมมากวันนี้เราอยู่ที่ ร้าน เบสท์บีฟสุขุมวิท กินแบบไม่อั้น!! บุฟเฟ่ต์สเต็กเนื้อสุดคุ้มเอาใจทั้งคนรักเนื้อและซีฟู้ด เพราะนอกจากจะได้กิน บุฟเฟ่ต์เนื้อแบบไม่อั้นแล้ว ส่วนใครที่ไม่ถูกปากกับเนื้อวัว เค้าก็มีทั้งเนื้อหมู คูโรบูตะพอร์คชอปนุ่มๆ ติดมันนิดๆ คือดีและยังมีเมนูอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้ง อาหารทะเล กุ้ง ปู หอย ด้วยรูปแบบความอร่อย 3 สไตล์ กะทะร้อนและจิ้มจุ่มหม้อไฟ และย่างตะแกรงเตาถ่าย พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดรสจัดจ้าน 3 รูปแบบ เสริฟ 2 ชั่วโมงเต็มๆ แบบไม่อั้น ด้วยราคาที่เป็นมิตร อาหารคุณภาพดีมาก สั่งได้ไม่อั้น เพื่อนๆ สายบุฟเฟ่ต์ต้องเลิฟ สายเนื้อ สายกุ้งแม่น้ำ บอกเลยว่า
ฟินมากที่สุด

ร้านปิ้งย่างบรรยากาศสบายๆ มีเมนูเด็ดจากเนื้อวัวและบุฟเฟ่ต์ในพื้นที่กว้างและมาดูกันว่าเนื้อส่วนไหนอร่อยที่สุด! เลือกกินเนื้อให้อร่อยทั้งที ก็ต้องเลือกกันสักหน่อย อย่ารอช้าตามร้าน เบสท์บีฟสุขุมวิท เนื้อเน้นๆ มีทั้งเนื้อริบอาย เนื้อบริสเก็ต เนื้อใบพาย เนื้อสันนอก ลิ้นวัว ร้าน Buffet ขนาดใหญ่ แต่ทางร้านเลือกให้บริการลูกค้าแบบ Full Service ทางร้านมีพนักงานคอยให้บริการช่วยเสริฟอาหารและเครื่องดื่มให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าไม่ต้องตักอาหารเองเหมือนกับร้าน Buffet ทั่วไป จนทำให้ร้าน เบสท์บีฟ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทางร้านยังได้คัดเลือกเนื้อคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมจากต่างประเทศ ย่างตามความสุกที่เราต้องการ เรียกว่าประสบการณ์ปิ้งย่างเนื้อระดับพรีเมี่ยม ซึ่งรับรองได้ว่า อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ และอุ่นใจในเรื่องราคา ได้ที่ร้าน เบสท์บีฟ ทุกสาขา #ฟินเว่อร์ถ่ายแทบไม่ทัน กินรัวๆ ตามมาชมด้วยกันเลย

มาถึงที่นี่ต้องลองนื้อวัว แต่มาดูกันว่าเนื้อวัวส่วนไหนบ้างอร่อยฟินเว่อร์ที่สุด! เลือกทานเนื้อให้อร่อยควรเลือกกินส่วนไหน เลือกเนื้อส่วนที่ใช่ เลือกอร่อยกับเนื้อส่วนที่ชอบรู้แล้วลุย รออะไรสั่งเลย

เนื้อเสือร้องไห้ (Brisket)
เป็นเนื้อที่อยู่ส่วนอกของวัว ติดมันเยอะเป็นส่วนที่นุ่มน้อยแต่อร่อย เหมาะสำหรับย่าง หรือสไลด์บางย่างกับเนยหอม ๆ เพิ่มรสชาติให้ดียิ่งขึ้น

เนื้อลูกมะพร้าว (Knuckle)
เป็นเนื้อที่อยู่ตรงช่วงโคนขาหลังบริเวณสะโพก ซึ่งมีก้อนใหญ่คล้ายกับลูกมะพร้าว และที่สำคัญเนื้อในส่วนนี้ยังมีความนุ่มพอสมควร และมีมันน้อยมาก เหมาะกับคนที่เน้นโปรตีนทานแบบเนื้อล้วน ๆ

เนื้อน่องลาย (Shank)
เนื้อท่อนขาซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีความหนึบของเอ็น ผสมผสานเข้ากันได้ดีกับเนื้อและไขมัน อยู่ภายในตัวเอง ทำให้เคี้ยวมัน จนหยุดไม่อยู่

เนื้อหนอก (Hamp)
เนื้อส่วนที่นูนออกมาจากหลังของวัว เป็นเนื้อส่วนที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว เนื้อจึงนุ่มมาก มีไขมันค่อนข้างมากมีสีอ่อนกว่าส่วนอื่น

เนื้อสันคอ (Chuck)
เป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันเเทรกสวย มีคอลลาเจนที่หลอมละลายเร็วเมื่อโดนความร้อน มีรสชาติเข้มข้น เเต่ก็เป็นเนื้อที่มีเนื้อเยื่อพังผืด ไม่ควรย่างจนสุกเกินไป

เนื้อใบพาย (Chuck eye)
เนื้อส่วนกลางระหว่างสันคอกับท้องเนื้อส่วนนี้ค่อนข้างนุ่ม เพราะมีไขมันแทรก เป็นชิ้นส่วนยอดนิยม และหายากในวัว 1 ตัว มีไม่เกิน10กก. เมื่อแล่ออกมาแล้วเหมือนกับใบพาย มีเอ็นตรงกลางรสชาติอร่อยมาก

ลิ้นเนื้อ (Ox’s Tongue)
เนื้อส่วนของไขมันทำให้มีความนุ่มอร่อย การทานแบบย่าง พอย่างเสร็จก็บีบมะนาวลงไปแล้วทาน ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย

เพราะทุกส่วนของเนื้อวัวก็มีความอร่อยที่แตกต่างกันไปตามกรรมวิธี และการหมักปรุงรสให้อร่อยเลย สำคัญสุด!! อยู่ตรงที่สายพันธ์ เกรดดีรสชาติดีตาม เช่นเดียวกับ BEST BEEFที่คัดสรรเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง

มาถึงที่นี่ต้องลองไฮไลท์อย่าง A La cart สันในออสเตรเลีย Australian Tenderloin /
ริบอายออสเตรเลีย Australian Ribeye

แต่ละเมนูบอกเลยว่าคุ้มมากมากินกุ้งแม่น้ำผ่าก็คุ้มแล้ว เนื้อเน้นๆ มีทั้งเนื้อริบอาย เนื้อบริสเก็ต เนื้อใบพาย เนื้อสันนอก ลิ้นวัวพันธุ์ดีมีคุณภาพ #ฟินเว่อร์

ลุยต่อกับนอกจากนี้ยังมี ข้าวหน้าเนื้อ เมนูกินเล่น ซุป สลัด เฟรน์ฟราย์ นักเก็ต และไอติม เป็นของหวานสุดฟิน

  • บุฟเฟต์ราคา 299 บาท (ยังไม่รวมเครื่องดื่ม)
  • บุฟเฟต์ราคา 369 บาท (น้ำเปล่า+น้ำแข็ง+น้ำอัดลม+ชามะนาว)
  • บุฟเฟต์ราคา 499 บาท (บุฟเฟต์อาหาร+เครื่องดื่ม)
  • เด็กต่ำกว่า 100 ซม. ทานฟรี
  • ถ้าเกิน 100 ซม.อายุต่ำกว่ลา 120 ซม. ราคา 159 บาท(แบบไม่รวมเครื่องดื่ม) และราคา 179 บาท(แบบรวมเครื่องดื่ม)
  • ถ้าเกิน 120 ซม. เป็นราคาปกติ
  • บุฟเฟต์แบบรวมเบียร์ อนุญาติให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และสตรีที่มีครรภ์ สามารถเลือกทานแบบราคา 369 บาท
  • ในส่วนของบุฟเฟต์ให้เวลาในการสั่งอาหารและเครื่องดื่มภายใน 2 ชม. เมื่อครบเวลาแล้วสามารถนั่งทานต่อได้จนกว่าอาหารจะหมด

ใครไม่สะดวกมีเมนูซื้อกลับบ้าน Take Home ด้วยนะ ส่วนเราสั่งทานที่นี่กันเลย กับเมนูกุ้งดอง แซลมอนดอง และหอยนางรมราคาพิเศษสุด….สดอร่อยเหมือนทานที่ร้านเลย

เราอยู่ที่ สาขาสุขุมวิท ระหว่างปากซอย 48/2 และ 48/3 อยู่ก่อนถึงสะพานพระโขนง ใกล้ๆ แยกไฟแดงอ่อนนุช ห่างจาก BTS สถานีอ่อนนุช เพียง 300 เมตร
Tel: 091-626-9894
Parking: มีที่จอดรถ 60 คัน
Map: https://goo.gl/maps/WwvKr9qx5kcQAnkK6

สาขาศรีนครินทร์ Tel: 097-245-1818
Parking: มีที่จอดรถ 100 คัน
Map: https://goo.gl/maps/XmYsc6GCdvqNRqbU8

สาขาบางแค Tel: 097-245-8051
Parking: มีที่จอดรถ 200 คัน
Map: https://goo.gl/maps/8TM3r6SSBURrfevQ9

สาขาเกษตรนวมินทร์ Tel: 062-296-6262
Parking: มีที่จอดรถ 200 คัน
Map: https://goo.gl/maps/DgLb4okNWFKFcu8K9

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น
BESTBEEF : เบสท์บีฟสุขุมวิท
LINE : https://lin.ee/juv4Dix
Instagram : https://www.instagram.com/bestbeef_sukhumvit
Website : https://bestbeefrestaurant.com

#BestBeef #Sukhumvit #Srinakarin #BangKhae #KasetNawamin #BarBQinBangkok #บุฟเฟ่ต์
#ร้านเนื้อย่างโคขุน #สวรรค์ของคนรักเนื้อ #เบสท์บีฟ #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี #ปิ้งย่าง #bestbarbq #bestintown

The 6th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6ลิ้มรสต้นตำรับความอร่อยสไตล์อิตาลี ใจกลางกรุงเทพฯ

เริ่มต้นแล้ว! สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 “The 6th Italian Cuisine Week” กลับมาแล้ว สำหรับ เทศกาลอาหารอิตาเลียนสุดยิ่งใหญแห่งปี ที่พร้อมให้ทุกคนได้มาลิ้มรสความอร่อยของอาหาร อิตาเลียนอันเลื่องชื่ออีกครั้ง โดย สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (ITA Italian Trade Agency) ได้จัดงานครั้งนี้ พร้อมกว่าอีก 110 ประเทศทั่วโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sustainability – Traditional – Innovation” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าอิตาลีอย่างยั่งยืน และใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานกับเสน่ห์การปรุงอาหารแบบต้นตำรับ ท่ามกลางบรรยากาศดนตรีสดเคล้าไปกับรสชาติของอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ จากร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังทั่วกรุง รวมทั้งพบกับผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานสุดพรีเมียมรวมกว่า 30 แบรนด์ ที่คัดมาให้เลือกสรร ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า
ดิ เอ็มควอเทียร์

ฯพณฯ ลอเรนโซ กาลานติ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “อาหารอิตาเลียน มีความหมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังรวมถึงนวัตกรรม ความกินดีอยู่ดี และความยั่งยืน ความจริงแล้ว อาหาร ’เมดิเตอร์เรเนียน’ จัดว่าเป็นอาหารต้นตำรับที่รับประทานกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นต้นแบบของแพทย์และนักวิจัยว่าช่วยในเรื่องลดน้ำหนัก ปัญหาสุขภาพหัวใจ รวมทั้งองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้ศิลปะการทำพิซซ่าแบบเนเปิลส์ (pizzaiuolo napoletano) ถูกรวมให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ สำหรับงานสัปดาห์อาหารอิตาเลียน (The 6th Italian Cuisine Week) เป็นงานประจำปีของชาวอิตาลีที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อร่วมส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมของอาหารอิตาเลียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งเพื่อร่วมสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากอิตาลีอีกด้วย เราจึงมีความยินดีที่จะเฉลิมฉลองสัปดาห์พิเศษนี้ในประเทศไทย”

ในปีนี้ได้เนรมิตพื้นที่ของศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็นแหล่งความอร่อย โดยรวบรวมร้านอาหารอิตาเลียนระดับแถวหน้า พร้อมคัดสรรวัตถุดิบอิตาเลียนดั้งเดิมมาไว้ในงานเดียว ให้เหล่าอิตาเลียนเลิฟเวอร์ได้มาเช็คอิน และลองลิ้มชิมรสกันแบบไม่มีเบื่อ โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ “โซนพลาซ่า” ที่ทุกคนจะได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารอิตาลีรสเลิศจากสูตรต้นตำรับ “โซนมาร์เก็ต” มาพร้อมวัตถุดิบชั้นดีจากประเทศอิตาลี ให้ได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ “โซนดนตรีสด” กับการบรรเลงดนตรีสดบนเวที โดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะขับกล่อมทุกคนด้วยเสียงเพลงสุดไพเราะตลอดทั้งวัน ปิดท้ายที่รวม “โซน Exhibition” มาพร้อมการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์งานของปีนี้ อย่าง “Sustainability – Traditional – Innovation” ซึ่งตลอด 3 วันของการจัดงาน อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย หลากหลายความอร่อย ควบคู่ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

· วันที่ 22 พ.ย.64 – พบกับการนำเสนอเกี่ยวกับอาหารอิตาเลียน จาก ALMA School (La Scuola Internazionale di Cucina Italiana สถาบันและศูนย์ฝึกสอนการประกอบอาหารอิตาเลียนชั้นนำระดับโลก) ร่วมกับ Food School ในหัวข้อ “Italian Street Food” ซึ่งมีการแนะนำเรื่องราวที่น่าสนใจด้วยการไลฟ์สด โดย Fabio Amadei ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมศาสตร์การทำอาหาร อิตาเลียน (Culture of Italian Gastronomy) จาก ALMA รวมถึงยังมีเชฟ Carlo Maria Ricci แบรนด์แอมบาสเดอร์ ALMA ที่จะร่วมกับ Fabio Amadei เปิดบทเรียนสอนทำอาหารอิตาเลียนทางออนไลน์ผ่านวิดีโอ
· วันที่ 23 พ.ย. 64 – พบกับการนำเสนอเกี่ยวกับอาหารอิตาเลียน ในหัวข้อ “Italian Wine Pairing” ผ่านไลฟ์สด โดย Ciro Fontanesi ซอมเมอลิเยร์ จาก ALMA นอกจากนี้เชฟ Carlo Maria Ricci พร้อมด้วย Ciro Fontanesi ยังมาเปิดบทเรียนสอนทำอาหารทางออนไลน์ผ่านวิดีโอ รวมถึง ผศ.ดร.ฟ้าลั่น ศรีสุริยชัย จะมาแนะนำการจับคู่ไวน์อิตาเลียนกับอาหาร และพาผู้ที่หลงใหลไปท่องโลกไวน์แดงของอิตาลีด้วยกัน
· วันที่ 24 พ.ย. 64 – รับฟังดนตรีสดและสัมผัสมนต์เสน่ห์ลิ้มลองอาหารอิตาเลียน สำหรับผู้ที่สนใจสปาร์กลิงไวน์อิตาลี ห้ามพลาด เพราะ ผศ.ดร.ฟ้าลัน ศรีสุริยะชัย จะขึ้นเวทีนำเสนอการจับคู่และสปาร์กลิ้ง ไวน์ ของอิตาลี กับอาหาร ในงานด้วย
· วันที่ 24 – 26 พ.ย. 64 – เปิดคลาสเรียนออนไลน์กับผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.ฟ้าลั่น ศรีสุริยชัย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากประเทศไทยและพม่า มาร่วมนำเสนอการเรื่องราวของไวน์แดง ไวน์ขาว และสปาร์กลิ้ง ไวน์ ของอิตาลี และการจับคู่ไวน์กับอาหารแต่ละประเภทอีกด้วย

ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ตกหลุมรักประเทศอิตาลีต้องไม่พลาด งาน The 6th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 เอาใจทุกสายช้อป สายชิม สายท่องเที่ยว แบบที่ไม่ต้องบินไกลไปถึงอิตาลี

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ฯ บริหารงานภายใต้แบรนด์ฟอร์จูนกรุ๊ปเปิดให้บริการในรูปแบบใหม่ด้วยระบบฆ่าเชื้อเทคโนโลยีสุดล้ำ ไบโอโซน (BIOZONE)

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ฯ บริหารงานภายใต้แบรนด์ฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งใน 13 โรงแรม การพัฒนาและออกแบบภายใต้เครือฟอร์จูน เปิดให้บริการในรูปแบบใหม่ด้วยระบบฆ่าเชื้อ มีการติดตั้งเครื่องไบโอโซน (BIOZONE) เพื่อกำจัดเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรียซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก BCS Laboratories, INC – Gaineville, Florida ที่ได้ติดตั้งบริเวณห้องพัก ห้องอาหาร สถานที่ต่างๆ ภายในโรงแรม และที่สำคัญ เป็นโรงแรมต้นแบบในเครือฟอร์จูน แห่งแรกในประเทศไทยที่ติดตั้ง เครื่องไบโอโซน (BIOZONE) ฆ่าเชื้อโรคได้ 99.99% ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ ”ฟอร์จูน” มีทั้งซื้อกิจการมาและมีการปรับปรุงใหม่ ลงทุนใหม่รวม 4-5 โรงแรม จำนวนห้องพักกว่า400 ห้อง และปีนี้เปิดพร้อมให้บริการครบแล้ว13โรงแรม ใน 9 จังหวัด ห้องพักรวม 2,000 ห้อง

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร
โรงแรมในเครือฟอร์จูน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน)

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร โรงแรมในเครือฟอร์จูน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) ด้วยวิสัยทัศน์สุดแข็งแกร่ง กับแนวคิดที่ฉีกกฎเดิมๆ เพื่อนำพาสู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พร้อมแล้วที่จะพานักเดินทาง พันธมิตร ตลอดจนทีมงาน และสมาชิกในชุมชน ก้าวการเปลี่ยนแปลงแห่งการบริการด้านท่องเที่ยว

โรงแรมในเครือฟอร์จูน นำเสนอการพักผ่อนที่มีสไตล์ เข้าถึงง่าย และมั่นใจเรื่องการท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและศักยภาพของกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่จะเปิดให้บริการในประเทศไทยพร้อมเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ซึ่งได้ทำการปรับปรุงพร้อมกับคอนเซปท์ที่ทันสมัย ภายใต้การออกแบบสไตล์ร่วมสมัยผสานเข้ากับความสง่างามคลาสสิค อันน่าประทับใจให้กับแขกผู้เข้าพักและผู้เข้าใช้ เปิดไปเมื่อวันที่15 ตุลาคมที่ผ่านมา โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร มีห้องพักจำนวน 402 ห้อง พร้อมทั้งให้บริการห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ฟิตเนส สปา ห้องอาหารนานาชาติ วัน รัชดา เมโทรเลาจน์ และห้องอาหารจีน หนาน หยวน ภายใต้การรับรองความสะอาดตามมาตรฐานของ SHA Plus จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับธุรกิจโรงแรมยุคใหม่อย่างแท้จริง

โรงแรมในเครือฟอร์จูน แบ่งการให้บริการ ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1.City Hotel ระดับ 4-5 ดาว ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช โรงแรมฟอร์จูน โคราช จังหวัดนครราชสีมา ฯลฯ
2.Resort Hotelระดับ 3-4 ดาว ได้แก่ โรงแรมฟอร์จูน เชียงของ โรงแรมฟอร์จูนริเวอร์วิวนครพนม โรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยองและ โรงแรมฟอร์จูนคอร์ทยาร์ดเขาใหญ่ ฯลฯ
3.Lifestyle and Convenient Hotel ระดับ 2-3 ดาว ได้แก่ โรงแรมฟอร์จูน ดี เขาใหญ่ โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย และ โรงแรมฟอร์จูน บุรีรัมย์ โรงแรม ฟอร์จูน พิษณุโลก ฯลฯ

นายสุนทร กล่าวว่า แนวคิดการขยายธุรกิจโรงแรม เน้นจังหวัดเมืองท่องเที่ยว ด่านการค้าชายแดน แหล่งอุตสาหกรรมและมองภาพร่วม ที่เกิดจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวปัจจุบันที่เปลี่ยนไป มีรูปแบบท่องเที่ยวที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น บริษัทจึงหันมาโฟกัสลงทุนในโรงแรมที่เจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้นทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ที่นิยมเดินทางท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์ แต่ก็ยังชอบเรื่องความง่าย ความสะดวกสบายและสะอาดเป็นสำคัญ

อีกทั้ง โรงแรมในเครือฟอร์จูน ยังตอบสนองของนโยบาลรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งโรงแรมในเครือฟอร์จูน เป็นโรงแรมอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่สะดวก ทันสมัย อาทิโรงแรมฟอร์จูน ดี เขาใหญ่, โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด, โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย และ โรงแรม ฟอร์จูน พิษณุโลก โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช จ.ระยองและ โรงแรมฟอร์จูนคอร์ทยาร์ดเขาใหญ่ ฯลฯเป็นต้น

Grand Fortune Hotel Bangkok
www.GrandFortuneBangkok.com

เปิดตัว “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจโรงแรมและบริการแนวใหม่

UHG เตรียมพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการธุรกิจโรงแรมในภูเก็ต ชูโมเดล Hospitality Ecosystem ครบวงจรพร้อมวางแผนผุดโรงแรมแบรนด์แฟชั่นระดับโลกต้อนรับนักเดินทาง

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น (Utopia Corporation: UCORP) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในภูเก็ต เปิดตัว “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” (Utopia Hospitality Group: UHG) บริษัทเรือธงในการประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และการบริการ รวมถึงรับบริหารงานโรงแรม ด้วยวิสัยทัศน์แนวใหม่สุดแกร่ง ที่จะพลิกโฉมประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการธุรกิจโรงแรมบนเกาะภูเก็ต ด้วยโมเดลธุรกิจครอบคลุมระบบนิเวศด้านการบริการ (Hospitality ecosystem) แบบครบวงจร และกล้าการันตีผลลัพธ์ ผ่านการสร้างสรรค์แบรนด์โรงแรมใหม่แนวไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างแต่ตอบโจทย์ พร้อมเผยโฉมในปี 2565 นี้

มร.ฮาชิ ยิน (Hachi Yin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น

มร.ฮาชิ ยิน (Hachi Yin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1-3/2564 ที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงวิกฤตแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ผ่านการ Transform องค์กรให้ทันตาม
เทรนด์ พฤติกรรมของผู้บริโภค และดีมานด์ของตลาด โดยในไตรมาส 4 นี้ ยูโทเปียยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่น ด้วยการเปิดตัวบริษัทใหม่ในเครือ “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” เพื่อดำเนินกิจการด้านโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงด้านการบริการแบบครบวงจร ซึ่งนับเป็นการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการ (hospitality) อย่างเต็มตัว โดยเล็งเห็นว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นโอกาสใหม่ ๆ ที่มีแน้วโน้มการเติบโตสูง และสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของยูโทเปียในฐานะนักพัฒนาที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกกลุ่มลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ของการใช้ชีวิต ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่ทั้งหมดซึ่งดำเนินการในรูปแบบคอนโดเทลและที่อยู่อาศัย แขกที่เข้าพักกับเราสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์เสมือนบ้านซึ่งโรงแรมทั่วไปไม่สามารถให้ได้ บวกรวมกับศักยภาพของภูเก็ตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่มั่นใจว่า จะกลับมาฟื้นตัวในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

“ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” (UHG) ดำเนินธุรกิจครอบคลุมระบบนิเวศด้านการบริการ (Hospitality ecosystem) แบบครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย และความเชี่ยวชาญระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การพัฒนาโรงแรมและรีสอร์ท การจัดการ การตลาด การบริการเทคโนโลยีสุดล้ำที่เป็นกรรมสิทธิ์หนึ่งเดียวของ UHG โดยเฉพาะ การสร้างแบรนด์ การบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง และรับบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทให้กับนักลงทุน ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเป็นธรรม ด้วยโมเดลธุรกิจที่ “ยืดหยุ่น” ตามความต้องการของนักลงทุน ไม่มีข้อจำกัดที่เข้มงวด รวมถึงมีแนวทางการจัดการและสัญญาแฟรนไชส์ที่ “ปรับเปลี่ยนได้” ด้วยดีลที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การลงทุนมากยิ่งขึ้น และกล้าการันตีรายได้ให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งนับเป็นการพลิกประวัติศาสตร์วงการธุรกิจโรงแรมและการบริการ เป็น “ทางเลือก” และ “ทางออก” สำหรับธุรกิจโรงแรมยุคใหม่อย่างแท้จริง

“UHG กำเนิดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์สุดแข็งแกร่ง กับแนวคิดที่กล้าหาญ ฉีกกฎเดิมๆ เพื่อจะพาทุกนำไปสู่การรังสรรค์ประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง รวมถึงพลิกโฉมโลกแห่งการบริการและการท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง และช่วยยกระดับสนามแข่งขันในตลาดการบริการและการท่องเที่ยวยุคใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจจากความกล้าหาญและกล้าสร้างสรรค์ UHG พร้อมแล้วที่จะพาพันธมิตร นักเดินทาง ตลอดจนทีมงาน และสมาชิกในชุมชน ก้าวสู่โลกใหม่แห่งภาคการบริการและการท่องเที่ยวไปด้วยกัน เรากล้าการันตี เรายืดหยุ่น เราเข้าใจผู้ลงทุนและนักเดินทาง เราพร้อมให้คุณปรับแต่งธุรกิจได้ตามความสำเร็จที่คุณต้องการ (LIVE YOUR OWN WAY)…เราคือ “UHG” ” ฮาชิกล่าว
ภายใต้ร่ม UHG ประกอบด้วยแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ชาญฉลาด ได้แก่ แบรนด์ที่พักระดับกลาง (Midscale Aparthotel Brand) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานระดับสูง (Luxury Scale Hotel & Resort) และ แบรนด์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra-Luxury) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับแบรนด์ High-fashion ระดับโลก โดย UHG จะดำเนินการเปิดโรงแรมใหม่หลายแห่ง รวมถึงการรีแบรนด์ และปรับปรุงโรงแรมโฉมใหม่ในปี 2565 เป็นต้นไป

· แบรนด์ที่พักระดับกลาง (Midscale Aparthotel Brand) โรงแรมระดับกลางที่จะนำเสนอการพักผ่อนที่มีสไตล์ เข้าถึงง่าย สะดวกสบายตามาตรฐานสากล โดยเป็นผสมผสานไลฟ์สไตล์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตี้ เป็นที่พบปะของคนสไตล์เดียวกัน ตามแนวคิดของ Hostel, Co-Living, Lifestyle Hotel เข้ากับความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นเหมือนอยู่อพาร์ตเมนต์ส่วนตัว ตามแนวคิด Residence, Apartment, Airbnb เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ชาญฉลาด เลือกความคุ้มค่า และคุ้มที่จะมาเยือน การรังสรรค์แบรนด์ผ่าน 4 แนวคิดหลักคือ โรงแรมระดับกลางที่ครบครันด้วยความสะดวกสบาย (Midscale with comfort) การเข้าพักที่ยืดหยุ่นได้ และเลือกรูปแบบได้ (Flexible stay Purposeful) เน้นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ (Design) อาหารอร่อยถูกปากนักชิมแนวใหม่ (Hip F&B concept) และให้ความรู้สึกอบอุ่น มีความสนุกสนานเมื่ออยู่ร่วมกัน (Sense of community)

· แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานระดับสูง (Luxury Scale Hotel & Resort) ที่พักระดับ 5 ดาว ที่เน้นความหรูหราและมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างแท้จริง แบรนด์นี้เป็นการผสานระหว่างโลกแห่งไลฟ์สไตล์รีสอร์ท และสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพ (Wellbeing Retreat) ตอบโจทย์ผู้เข้าพักที่ต้องการความเหนือระดับ และรักษาสุขภาพและจิตใจไปในคราวเดียวกัน โดยได้พัฒนาแบรนด์ขึ้นมาจากสโลแกน “Live slow, play well” (ใช้ชีวิตให้ช้าลง แล้วฟื้นฟูตัวเองให้ดีขึ้น)

· แบรนด์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra-Luxury) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับแบรนด์ High-fashion ระดับโลก โดยล่าสุดได้ร่วมมือครั้งสำคัญกับ “โทนิโน ลัมโบร์กีนี” (Tonino Lamborghini) ลักซัวรี่แบรนด์ในตำนานของอิตาลีที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์และการออกแบบที่หรูหรา เตรียมเปิดให้บริการโรงแรมแห่งใหม่และแห่งแรกในประเทศไทยบนเกาะภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “โทนิโน ลัมโบร์กีนี บูติค
โฮเทล ภูเก็ต” (Tonino Lamborghini Boutique Hotel Phuket) ซึ่งมีกำหนดจะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2566 เป็นรีสอร์ทสุดหรูที่ไม่เหมือนใคร ตั้งอยู่บน “อ่าวปอ” ชายฝั่งตะวันออก ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต และวิวอ่าวพังงาอันตระการตา

นลินา สุรนัคครินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น

นลินา สุรนัคครินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่า แบรนด์โรงแรมที่เรากำลังเตรียมตัวกันอยู่นี้ จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางทั้งแบบเดิมและแบบใหม่ มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักไม่ว่าจะทางด้านพื้นที่หรือบริการ การวางคอนเซปต์ที่สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการพักผ่อน แต่ต้องให้ความรู้สึกที่เหมือนบ้าน ให้อิสระในการเลือกบริการ ดีไซน์ที่ทันสมัย”

นอกจากนั้น UHG ยังตั้งเป้ากำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการบริการ บนพื้นฐานของปรัชญาการพัฒนาที่ยั่งยืนและส่งมอบผลประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยการนำแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาและการจัดการที่ยั่งยืนผนวกเข้ากับจริยธรรมทางธุรกิจทั้งหมด ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง ภายใต้การดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การลดของเสีย ลดค่าใช้จ่าย และการขับเคลื่อนผลประโยชน์ระยะยาวให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันก็ช่วยดึงดูดนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเยือนชุมชนท้องถิ่นที่สวยงามมากยิ่งขึ้น

สำหรับแผนการเปิดตัวของ UHG ในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 จะเริ่มต้นด้วยแบรนด์ที่พักระดับกลาง (Midscale Aparthotel Brand) ตามมาด้วยการเปิดตัวแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานระดับสูง (Luxury Scale Hotel & Resort) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และจะประกาศแบรนด์พันธมิตรระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra-Luxury) ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลก

รวมถึงแผนการเนรมิต 2 อภิมหาแลนด์มาร์คใหม่ บนทำเลทองทั้งเหนือและใต้ของเกาะภูเก็ต ได้แก่ “Bay of Icons” จุดหมายปลายทางใหม่ที่จะเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับนักลงทุนและนักเดินทางระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก ตั้งอยู่บน “อ่าวปอ” ชายฝั่งทางเหนือของเกาะภูเก็ต ประกอบด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกสุดล้ำ บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หรูหราอย่างแท้จริง และ “Entertainment Complex” ยูโทเปีย ดรีม (Utopia Dream) *ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ อาณาจักรแห่งการพักผ่อนที่จะเต็มไปด้วยสีสันความสุขและกิจกรรมบันเทิงระดับโลก ที่จะผุดขึ้นในย่าน “ในหาน” ชายฝั่งทางใต้ของเกาะภูเก็ต

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ยูโทเปีย คอร์ปอเรชั่น” ได้ที่เว็บไซต์ www.utopia.co.th

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ยูโทเปีย ฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป” ได้ที่ www.utopiahospitalitygroup.com

It’s the Beach Time! Premium Lifestyle Beachfront Resort


เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา Premium Lifestyle Beachfront Resort ระดับ 5 ดาว

ทริปนี้เราจะพาไปพักผ่อนกันไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ… ที่ เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่สุดแห่งความสงบใกล้กรุงเทพฯ ริมทะเลนาจอมเทียน เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา,Premium Lifestyle Beachfront Resort ระดับ 5 ดาว และทุกครั้งก็จะมีความประทับใจต่างๆ กัน ออกไป ครั้งนี้ที่เห็นชัดเลยว่าการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่ได้ใช้เวลานานอย่างช่วงที่กำลังทำถนนที่แยกหลักๆ ก่อนถึงโรงแรม การเดินทางรวดเร็วขึ้นจาก กทม. ใช้เวลาการเดินทางเพียง 1.30 ชม.ลงทางด่วนมอเตอร์เวย์ แต่ต้องบอกว่ารเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่มีวิวสวย..ติดอันดับ

การเดินทางมาพักที่ เรเนซองส์ พัทยา ครั้งนี้ ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหนนอกจากใช้เวลาในครั้งนี้ให้เต็มที่ ทั้งกิจกรรมต่างๆ ของโรงแรม รวมทั้งการใช้บริการของร้านอาหารส่วนช่วงบ่ายดื่มด่ำ Afternoon Tea Set สุดหรู ให้บริการทุกวัน ที่ห้องอาหาร 609 Kitchen มาพักผ่อนและกินอาหารอร่อยที่นี่ แล้วจะออกไปทำไมให้เสียเวลากับการเดินทาง

ทันทีที่มาถึงพนักงานจะช่วยยกกระเป๋า และพาเราเข้าไปวัดไข้ ก่อนเช็คอินที่ล้อบบี้ พร้อมเสิร์ฟ welcome drink เย็นๆ ชื่นใจระหว่างรอเช็คอิน บอกเลยว่าแค่เห็นล้อบบี้ และทางเดินไปห้องสวยถูกใจใช่เลย กดชัตเตอร์ถ่ายรูปแบบรัวๆมอบความอบอุ่นและสงบให้ทุกท่านได้พักผ่อนกับคนรัก หรือครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย เรเนซองส์ รีสอร์ทพัทยาที่มีวิวสวย สำหรับห้องพักที่นี่มีทั้ง pool Villa แบบต่างๆ ให้เลือก โดยห้องที่เราพักจะเป็นแบบ Deluxe Balcony Sea View ถือเป็นห้องที่ราคาน่ารัก มองเห็นวิวทะเลได้อย่างงดงามใหญ่สวยงาม พร้อมทั้งความสะดวกสบาย อบอุ่น และเงียบสงบได้พักผ่อนกับคนรักหรือครอบครัวได้อย่างเต็มที่ โดยที่นี่มีตัวเลือกห้องพักที่หลากหลาย เพื่อรองรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ รวมไปถึงพลูวิลล่าสุดชิคและแฟมิลี่สวีทที่กว้างขวาง ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้คอยบริการ ส่วน Hotel Amenites ของที่นี่แอบหลงรักกลิ่นหอม และขวดที่สวยงาม

Deluxe Balcony Sea View

สระว่ายน้ำสีฟ้าตัดกับสีขาวของสระว่ายน้ำสีฟ้าตัดกับสีขาวของขอบสระ วิวทะเลวิวทะเลดีไซน์สระว่ายน้ำยิ่งใหญ่ถึงสองสระแบบ infinity pool เห็นวิวทะเล และมีโซนสระตื้นสำหรับเด็ก และสำหรับครอบครัว และสุดยอดมุมเครื่องเล่น Kids Club บริการดูแลเด็ก ,สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก, สปาและห้องอบไอน้ำ,Gym เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ฟรีอินเตอร์เนตความเร็วสูงที่จอดรถภายในและภายนอกอาคาร ถูกใจทุกครอบครัวภูมิทัศน์ส่วนนี้ทำได้งดงามลงตัวในพื้นที่อย่างเหมาะเจาะ แต่ห้องพักก็มีสระไร้ขอบในตัวภูมิทัศน์ส่วนนี้ทำได้งดงามลงตัวในพื้นที่อย่างเหมาะเจาะ ภูมิทัศน์ส่วนนี้ทำได้งดงามลงตัวในพื้นที่อย่าง เหมาะเจาะ มีความยาวตามขนาดหน้ากว้างของท้องเหมาะมองออกไปเห็นทะเล ธรรมชาติจัดแต่งมาให้อย่างไม่จงใจ สะท้อนความเงียบสงบของริมชายหาดนาจอมเทียน และหมู่บ้านชาวประมงของพัทยาในสมัยก่อนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจตามเอกลักษณ์ของแบรนด์เรเนซองส์ ที่หมายกระตุ้นความรู้สึกของผู้คนให้อยากสร้างจินตนาการและ ค้นพบสิ่งแปลกใหม่ การตกโล่ง โปร่งสบายๆ จนรู้สึกว่าที่นี่เป็นเป็นบ้านหลังที่สองของคุณอย่างสนิทใจ

อาหารเช้าที่ 609 Kitchen

อาหารเช้าที่ 609 Kitchen เสิร์ฟแบบ Buffet มีทั้งอาหารนานาชาติ เมนูไข่ที่ทำให้สดใหม่จานต่อจาน และอาหารไทย เช่น ข้าวต้ม ผัดซีอิ๊ว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด (เมนูจะปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละวัน) และยังมี สลัดบาร์ ซีเรียล ผลไม้ รวมถึงชา กาแฟ ที่สามารถสั่งจากพนักงาน

Afternoon Tea Set

อีกหนึ่งอย่างที่อยากให้ลองถ้ามาที่นี่ ช่วงบ่าย ดื่มด่ำ Afternoon Tea Set สุดหรู
Afternoon Tea ขนมที่เสิร์ฟมี สโคน (Scone) มักทานคู่กับคลอทท์ครีม (Clotted Cream) แยม ให้ทานเป็นอันดับแรก ตามด้วยแซนด์วิช (Finger Sandwich) แซนด์วิชเล็กพอดีคำ และขนมหวานอื่นๆ เช่น เค้กชนิดต่างๆ จะอยู่ชั้นล่างสุด เห็นแล้ว จัดไป! ในราคาเพียง 765 บาทสุทธิ/เซต (สำหรับทาน 2 ท่าน) ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14:30 น. – 17:00 น. ที่ห้องอาหาร 609 Kitchen

เข้ามาในส่วนห้องอาหาร 609 Kitchen ห้องอาหารและบาร์
เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ที่ได้รับการคัดสรรความสดใหม่ที่มีคุณภาพจากวัตถุดิบท้องถิ่นและรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเชฟมืออาชีพ นี้เป็นห้องอาหารสำหรับแขกที่มาพักที่นี่ ซึ่งแขกจากข้างนอก เข้ามาใช้บริการอาหารเข้าได้เช่นกัน เหมือนเป็นที่นัดพบรับประทานบรันซ์หรือมื้อสายในวันหยุด ห้องอาหารและบาร์เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ที่ได้รับการคัดสรรความสดใหม่ที่มีคุณภาพจาก วัตถุดิบท้องถิ่นและรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเชฟมืออาชีพ เพราะคุณภาพและรสชาติอาหารเป็นที่ขึ้นชื่อของ เรเนซองส์ พัทยารีสอร์ท ห้องอาหารสองห้อง ล็อบบี้บาร์และพูลบาร์ รวมไปถึงสระว่ายถึงสองสระ สระว่ายน้ำและคิดส์คลับสำหรับเด็ก กิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ พร้อมห้องออกกำลังกายที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งสปาสุดหรูให้ทุกท่านได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 038 259 099
เว็ปไซต์ www.marriott.com/pyxbr
อีเมล : reservations@renaissancepattaya.com

Book your next beach holiday today!
www.marriott.com/pyxbr

#RenaissancePattaya #Najomtien #LuxuryResort #ที่พักติดทะเล #beachfront #pattaya #renaissancepattaya

Uncle Tom’s Cabin at Khaokho กระท่อมน้อยของลุงทอม เขาค้อ

กระท่อมน้อยของลุงทอม เป็นฟาร์มสเตย์ อยู่ที่ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่บนพื้นที่สูง 750 เมตร/เหนือระดับน้ำทะเลอากาศดีอุณหภูมิเฉลี่ย 19-25 องศาตลอดทั้งปีช่วงฤดูฝนจะมีหมอกที่สวยงามลอยพัดผ่านทุกวัน
ฟาร์มลุงทอม ปลูกเมล่อน และ มะเขือเทศปลอดสารพิษ ในโรงเรือนระบบปิด
(ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงพื้นที่) ในบางช่วงของปีจะมีทุ่งดอกดาวเรืองให้ลูกค้าชม นอกจากนั้นที่นี่ ยังมีชื่อเสียงมากทางด้านการทำพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาเลี่ยนตอนเหนือที่ใครได้ลิ้มลองทานแล้วรับรองว่าลืมไม่ลง

บ้านหลังที่6 กระท่อมน้อยของลุงทอม เขาค้อ
หน้าบ้านหลังที่ 2 อีวิวที่แตกต่าง
ระเบียงห้องหลังที่ 6

เขาค้อหนึ่งใน Best Destination ถือเป็นทิวเขาที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะโอบล้อมไปด้วยทิวทัศน์น่าทึ่ง เจิดจรัสโดดเด่นหลายเท่าตัว สามารถมองเห็นทุ่งกังหันลม ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของเขาค้อเมื่อได้สถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยอย่าง กระท่อมน้อยของลุงทอม ฟาร์มสเตย์ ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างผสมผสานกลมกลืนเข้ากับภูมิทัศน์ธรรมชาติของเขาค้อ ภายใต้คอนเซปต์ บ้านดินกลางสายหมอก กระท่อมน้อยของลุงทอม เขาค้อโฮมสเตย์ พร้อมยกระดับความเป็นเลิศด้านการบริการของ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างความประทับใจ ให้สมกับเป็นแลนด์มาร์กของทะเลเขาค้อ สไตล์พักบ้านดิน ท่ามกลางขุนเขาและท้องทุ่งนา บรรยากาศชิลมีกระจกบานใสเห็นวิวธรรมชาติสุดฟิน พักบ้านดินเพียง 6 ห้องและรถคาราวาน 1คัน ช่วงปลายปีมี บูทีคเต๊นท์ ที่สะดวกสบาย บรรยากาศเยี่ยมยอดเปิดให้บริการ จุดเด่นของบ้านดิน คือความเย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว บ้านพักของเราทุกหลังมีระเบียงที่กว้าง แต่ละหลังมีระยะห่าง มีความเป็นส่วนตัวมาก วิวสวยจากด้านหน้าห้องของทุกหลังมองเห็นวิวภูเขาและทุ่งกังหันลมลูกค้าแทบทุกคนที่ได้มาพักจะบอกว่านึกไม่ถึงว่าจะมีสถานที่เงียบ สงบ สวยงามและวิวดีซ่อนอยู่ ณ.ที่แห่งนี้

ด้านหน้าร้านพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาเลี่ยนตอนเหนือ
การทำพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาเลี่ยนตอนเหนือ
กระท่อมน้อยของลุงทอม

กระท่อมน้อยของลุงทอมเป็นนวนิยายที่ขายดีที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่19
กระท่อมน้อยของลุงทอม หรือ Uncle Tom’s Cabin at Khaokho บ้านดิน เป็น
ตัวเลือกที่เข้าพักแล้ว ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยภายในห้องพักไม่จำเป็นต้องใช้แอร์คอนดิชั่น มีเพียงพัดลมเล็กตัวเดียวและผ้าห่มอุ่น มีสัญญาณ Wifi แต่ไม่มี โทรทัศน์ หรือ แอร์คอนดิชั่น หรือ ส่วนท่านใดที่ชอบกางเต็นท์นอน ลุงทอมมีบริการพื้นที่ให้ได้นอนนับดาว ลูกค้าแทบทุกคนมาพักจะบอกว่านึกไม่ถึงว่าจะมีสถานที่เงียบ สงบ สวยงามและวิวดีซ่อนอยู่ ณ.ที่แห่งนี้

คลิกเพื่อชมคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=O0nscZrMuhA

ภายใต้บริการห้องพักพักบ้านดินเพียง 6 ห้องและรถคาราวาน 1 คัน มองเห็นทัศนียภาพของทะเลหมอก ทิวป่าสนที่ล้อมรอบแบบพาโนรามา บนที่ดิน 30 ไร่ ในตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อากาศเย็นสบายและมีสายหมอก ให้เห็นตลอดปี คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง) สร้างธุรกิจเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาที่โอบล้อม บนเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
และกำลังเป็นที่กล่าวขานถึงไม่ว่าจะเป็น ที่พักบ้านดินฟาร์มสเตย์ กระท่อมน้อยของลุงทอม Uncle Tom’s Cabin at Khaokho และ ร้าน อาหารUncle Tom’s Pizzeria มีพิซซ่าเตาถ่านแป้งบางกรอบต้นตำรับจากอิตาลี เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน พร้อมสายหมอกและขุนเขาเป็นฉากหลังตั้งใจปลุกปั้นให้รีสอร์ตแห่งนี้เป็น พักบ้านดิน ท่ามกลางขุนเขาและท้องทุ่งนาของนักท่องเที่ยว ด้วยรูปแบบการบริการจากใจจริงที่ไม่เหมือนใครในทุกย่างก้าว โดยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวเหนือระดับ นำวัฒนธรรมไทยพื้นบ้านเข้ามาผสมผสานอย่างกลมกลืนลงตัวกับภูมิทัศน์ธรรมชาติ เพื่อสร้างเสน่ห์แบบไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็นบ้านดินที่พักแบบไทยสไตล์ สร้างในแบบบ้านดิน ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินขุนเขาและท้องทุ่งนา การตกแต่งรีสอร์ตสร้างด้วยผลงานศิลปะฝีมือคนไทย พร้อมส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้วัสดุจากดินธรรมชาติจากพื้นที่ของชุมชน และ
ที่นี่มีร้านอาหาร ใช้วัตถุดิบจากชุมชน ตลอดจนช่วยสร้างอาชีพให้คนท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบูรณ์และใกล้เคียงตลอดมา

แปลงผักวัตถุดิบจากชุมชน ใกล้ที่พัก
พื้นที่บริการบูทีคเต๊นท์
คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง)

เบื้องหลังไอเดียสร้างสรรค์สุดบรรเจิดและพลังความคิด ของ คุณทอม และ คุณกาญจนาวดี (มาดามถิง) เกิดจากฝีมือ ภายใต้แนวคิด “สวรรค์บนบ้านดิน” โดยนำแนวคิดของ โจน จันใด เจ้าของแนวคิด ชีวิตต้องง่าย วลีนี้ไม่เพียงพูดถึงการทำบ้านดินที่ทำให้เรารู้จักบ้านดินของ ด้วยแรงบันดาลใจจากสไตล์พักบ้านดิน คุณโจน จันใด ปลุกกระแสบ้านดินฟีเว่อร์ในประเทศไทย กระท่อมน้อยของลุงทอม สร้างบ้านดินหลายหลังที่มีความแตกต่างกัน พักที่นี่รู้สีกได้ถึงการใช้ชีวิตกิน-อยู่ง่ายๆ ให้ธรรมชาติ ท่ามกลางขุนเขาและท้องทุ่งนา บรรยากาศชิลเพราะกระท่อมน้อยของลุงทอม ทุกหลังมีประตูที่ทำจาก กระจกบานใส เห็นวิวธรรมชาติ และกระท่อมบ้านดินมีเพียง 6 ห้อง และ รถคาราวาน 1คัน ช่วงปลายปี กระท่อมน้อยของลุงทอม มีบริการบูทีคเต๊นท์ ที่สะดวกสบาย และมีห้องน้ำพอเพียง กับบรรยากาศเยี่ยมยอดตลอดทั้งปี พร้อมเปิดให้บริการ

พักแบบรถบ้านคาราวาน
Uncle Tom’s Cabin at Khaokho พักแบบรถบ้านคาราวาน ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในสวรรค์บนดิน
อาหารเช้า กระท่อมน้อยของลุงทอม เขาค้อ

จุดเด่นของบ้านดินคือ ความเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว บ้านพักของเราทุกหลังมีระเบียงที่กว้าง แต่ละหลังมีระยะห่าง มีความเป็นส่วนตัวมาก
วิวสวยจากด้านหน้าห้องของทุกหลังมองเห็นวิวภูเขาและทุ่งกังหันลมมีบริการ
เตียงเสริมขึ้นอยู่กับประเภทห้องที่เลือก ลูกค้าแทบทุกคนที่ได้มาพักบอกว่าตอนเดินทางเข้ามาที่นี่ ผ่านย่านชุมชน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีสถานที่เงียบ สงบ สวยงามและวิวดีซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ชอบจัง ห้องพักพักบ้านดิน พักแล้วรู้สึกได้เลยว่า เราจะค้นหาความเรียบง่ายของชีวิตไว้อย่างถ่องแท้ ความรู้สึกเมิื่อมาเยือนมีความกลมกลืนกับธรรมชาติ และเรียบง่ายโปร่งโล่ง สบายติผสานกับเอกลักษณ์ความเป็นไทยหลากหลายมุมโดย แถมยังมีไฮไลท์ อยู่ที่ รถบ้านคาราวาน ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในสวรรค์บนดินล้อมรอบด้วยทิวเขาสวนสวยเปรียบเชื่อมต่อเนินเขาสายหมอก และสร้างความสุขให้กับผู้มาเยือนได้อย่างน่าอัศจรรย์

บ้านพักหมายเลข 2 ที่ Toptotravel เข้าพัก

เปลี่ยนวันวุ่นวายเป็นวันหยุดสุดหรูประทับใจมิรู้ลืม
คลิกจองห้องพักบ้านดิน เพียง 6 ห้องและรถคาราวาน 1 คัน
ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 ธ.ค.2564 รับสิทธิพิเศษราคาที่พัก สำหรับห้องพัก
ที่วิวสวยห้องพักสะาดพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

Uncle Tom’s Cabin at Khaokho กระท่อมน้อยของลุงทอม เขาค้อ
กระท่อมน้อยของลุงทอม @ เขาค้อเพชรบูรณ์
89 หมู่ 10 ทุ่งสมอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ 67270
ติดต่อสอบถาม 086 992 3999
และ 099 335 5565

GIT เร่งต่อยอดการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติหรือ GIT เปิดเผยว่า GIT เล็งเห็นความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ผ่านการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบเครื่องประดับไทยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ให้ความสำคัญ และยกระดับนักออกแบบไทยผ่านงานประกวดการออกแบบเครื่องประดับ และเชิญชวนผู้ประกอบการและนักออกแบบเข้าชมงานประกวดการออกแบบเครื่องประดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานไลฟ์-สไตล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอนในวันที่ 27 ตุลาคม 2564 เพื่อเป็นเวทีให้นักออกแบบเครื่องประดับไทยได้แสดงความสามารถสู่นานาชาติ พร้อมมองอนาคตหนุนนักออกแบบไทยให้ก้าวไปยืนบนเวทีโลก