ร้านอาหารอิตาเลียน บูโอนิชชิโม Buonissimo โดยเชฟอดอล์โฟ ฟาซิน อดีตวิศวกร

Toptotravel อยู่ที่ร้านอาหาร Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน เพื่อนชาวอิตาลีคนนี้มีอัธยาศัยที่ดี เช่นเดียวกับชาวอิตาลีคนอื่นๆ เมื่อมาถึงด้านในร้าน สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร้านเหมือนบ้านน่ารักดูอบอุ่น ชวนให้มานั่งกินอาหาร ส่วนด้านในร้านเป็นห้องแอร์
ถูกตกแต่งอย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ มีโต๊ะเก้าอี้นั่งหลายรูปแบบ หลากหลายมุมให้
เลือกนั่งตามชอบใจ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ แบบเป็นกันเอง

“Mattia” ผู้จัดการร้าน
“Carlo” นักดนตรีชาวอิตาลี
“Mattia” ผู้จัดการร้าน และเจ้าของร้าน “อดอล์โฟ”

“Mattia” ผู้จัดการร้าน คนเวนิสบ้านเดียวกับเจ้าของร้าน “อดอล์โฟ” เวนิสเมืองสุดคลาสสิคแห่งนี้ยังมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง รวมทั้ง “Carlo” นักดนตรีชาวอิตาลี ที่มาอยู่ในเมืองไทย เกือบสิบปี ซึ่งมาโชว์ลีลาแมนโดลินทั้งเพลงไทยและสากล เป็นการเพิ่มเติมบรรยากาศอันอบอุ่นและไม่ว่าจะเป็นอาหารจากชนชาติใด ต้นทางของวัตถุดิบมีความสำคัญเสมอ อาหารของแต่ละประเทศใช้การผสมผสานศิลปะและภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นเข้าไป  เมื่อทุกอย่างรวมตัวกันภายใต้คำว่า “ความตั้งใจ” กลายเป็นอาหารจานพิเศษ

การทำอาหาร และนำเสนออาหารเมนูพิเศษต้นตำรับเวนิส จึงกลายเป็นการแสดงออกถึงความรักความห่วงใย ปรุงเมนูอิตาเลียนแบบที่ทั้งต้นตำรับและโฮมเมดได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังไม่หนักท้องจนเกินไป เชฟหลายคนมีเมนูในความทรงจำท่ามกลางบรรยากาศในวัยเยาว์ที่ยังอบอุ่นเสมอ เช่นเดียวกับเขา
อดอล์โฟฟาซิน (Adolfo Faccin) ชาวอิตาลีรูปหล่อและอารมณ์ดี เจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน Buonissimo (บูโอนิชชิโม)

อดอล์โฟ ฟาซิน อดีตวิศวกร เขาเป็นนักชิมตัวยง การทำอาหารเป็นงานอดิเรกของเขา เขาอยู่ในเมืองไทยมาประมาณ 30 ปี และมีประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพมาก่อน จนในช่วงโควิด-19 เขาได้มาพบพื้นที่เปิดร้านแห่งใหม่ ในซอยศรีด่าน 6 ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยพบว่า มีตึกที่สามารถเปิดร้านขนาดใหญ่กำลังดี เข้าซอยเพียง 100 เมตร เป็นทำเลที่กำลังได้รับการพัฒนาจากโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างในปัจจุบัน 2565

ปลายปี 2020 Buonissimo ถือกำเนิดขึ้นในย่านแห่งนี้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองชัดเจน แม้จะห่างไกลใจกลางกรุง ไม่ใช่แหล่งที่มีชาวต่างชาติที่คึกคักมากนัก เริ่มต้นสี่เดือนแรกหลังจากทดลองตลาดเดลิเวอรี่ เขาพบว่าคนไทย กับ พิซซ่า ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลกันเลย โดยเฉพาะพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ แป้งบางกรอบนอกนุ่มใน ใช้วัตถุดิบอย่างดี นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ เทียบแล้วถูกกว่าแบรนด์ใหญ่ในตลาดเสียด้วยซ้ำ ทำให้การเปิดตัวในตอนนั้นมีผลตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันทางร้านขายพิซซ่าชนิดต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ได้กว่า 600 ถาดต่อเดือน

อดอล์โฟ ฟาซิน เล่าว่า วัตถุดิบมีส่วนสำคัญมากสำหรับอาหารอิตาเลียนสร้างสรรค์อาหารจานพิเศษ หลายอย่างจึงต้องอาศัยการนำเข้าจาก อิตาลี ไม่ว่าจะเป็นชีส ไส้กรอก พริก แองโชวี่ ฯลฯ รู้สึกเหมือนได้มากินอาหารบ้านเพื่อน ขณะที่หัวใจรักในการทำอาหาร เป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวเขาตลอดเวลา 30 ปีที่อยู่ในเมืองไทย อดอล์โฟ มีภรรยาชาวไทย เขาเองชอบกินอาหารไทย และอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจากความตั้งใจของ อดอล์โฟ เช่นกัน สำหรับอาหารของที่นี่อย่างที่บอกว่าโดดเด่นด้วยพิซซ่าโฮมเมดแบบเตาฟืน โดยมี อดอล์ฟ ฟาซิน (Adolfo Faccin) ผู้ซึ่งเป็นทั้งเชฟมากฝีมือและเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งในวันนี้ อดอล์ฟ ฟาซิน ภูมิใจนำเสนอเมนูจานเด่นที่อยากแนะนำเริ่มต้นที่

สลัดบูราต้าชีส พาร์มาแฮม (BURRATA E PROSCIUTTO DI PARMA) เมนูแรกที่แอบซ่อนความลับแสนอร่อยไว้ภายใน เป็นบูราต้าชีสถุงกลมเนื้อเนียน ด้านในซ่อนชีสครีมนุ่มละมุน  ด้านบนเป็นพาร์มาแฮมเกรดดี ร็อกเก็ตสลัดและมะเขือเทศเชอรี่ เหยาะ บัลซามิก กลิ่นหอม รสอมเปรี้ยวกำลังดี

มิกซ์ บรูสเก็ตต้า (MIXED BRUSCHETTA) ขนมปังโฮมเมด ทำจากแป้งสาลีคาร์โบไฮเดรตต่ำ สดใหม่ทุกวัน  นำมาปิ้งและท้อปปิ้งสไตล์อิตาเลียนที่สามารถเลือกหน้าได้ถึง 5 ชิ้น 5 แบบ จากสิบกว่ารายการ

SAUTE AI FRUTTI DI MARE

ซีฟู้ดซุปไวท์ไวน์ซอส (SAUTE AI FRUTTI DI MARE ) ซุปรสชาติหอมละมุน ด้วยความสดจากอาหารทะเล ทั้งกุ้ง หอย และปลาหมึก หอมกลิ่นกระเทียมและพาร์สลีย์รสชาติเข้มข้น อร่อยมาก

พาสต้าโฮมเมด ทางร้านมีพาสต้าหลายแบบให้เลือก ปรุงได้หลากหลายเมนู
ในวันนี้มี 3 เมนูมาแนะนำ

พาสต้ากุ้งและซูกินี่ (GAMBERI E ZUCCHINE) ใช้เส้นพาสต้าทาญเลียเตลเล่ (TAGLIATELLE) ผัดกับมะเขือเทศเชอรี่และซูกินี่ แต่ความกรุบกรอบต่างกัน เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี

(PUTTANESCA PICCANTE

ราวิโอนี่ครีมซอสเห็ดไส้กรอกอิตาเลียน (BOSCAIOLA) พาสต้าราวิโอลี่ (RAVIOLI) ลักษณะคล้ายเกี๊ยวรูปสี่เหลี่ยม ตัวราวิโอลี่นุ่มหนึบกำลังดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป ซอสครีมหอมละมุน เมื่อกัดเข้าไปในไส้ชีสด้านในแป้งยิ่งทำให้ได้สัมผัสรสที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง

พาสต้าไส้ผักโขมและแองโชวี่ (PUTTANESCA PICCANTE ) จานนี้จะมีรสเข้มข้น จากส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ แองโชวี่ และมะกอกดำ แสดงถึงความพิถีพิถันในการรังสรรค์อาหารสไตล์อิตาลี ในรสชาติที่นักชิมเข้าถึงได้

FILETTO DI BRANZINO SERVITO CON SALSA AL LIMONE

เสต็กเนื้อปลากะพง เลม่อนซอส” (FILETTO DI BRANZINO SERVITO CON SALSA AL LIMONE) เมนูที่คุ้นลิ้นของคนไทย  ด้วยกรรมวิธีที่ไม่ทำให้เสียรสชาติปลามากเกินไป ดูภายนอกเนื้อปลาจึงดูเสมือนไร้การปรุงแต่ง แต่ลองได้ชิมแล้ว จะมีรสเค็มมาเสริมแต่งความสดของเนื้อปลาที่มีความหวานในตัว เมื่อราดเลม่อนซอสสัมผัสที่แตกต่าง

มาถึงเมนูเด็ดที่คนไทยคุ้นเคยอย่างพิซซ่า วัตถุดิบสูตรพิเศษ แป้งเกรดดี บางเหนียว-นุ่มตัวขอบโป่งฟู อบด้วยเตาฟืน วันนี้เชฟนำเสนอพิซซ่าแบบ 2 หน้า เพื่อจะได้ชิมกันทั้งสองแบบ โดยพิซซ่าสองหน้าจะคิดราคาตามหน้าที่แพงกว่าพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาลี ใช้เวลาเพียงไม่ 1-2นาที หอมกรุ่นออกจากเตา วางลงเพื่อเติมรสชาติบางอย่าง วันนี้ครึ่งหนึ่งเป็น พิซซ่า “ดิอาโวล่า” (DIAVOLA) ชื่อ DIAVOLA ภาษาอิตาลีมาจาก “Devil” หมายถึงปีศาจ เป็นที่มาของพิซซ่าปีศาจ ที่มีรสร้อนแรงจากซาลามี่รสเผ็ด เมื่ออบเสร็จแล้วเหยาะด้วยน้ำมันพริก ให้ความเผ็ดร้อนกำลังดี เป็นอีกเมนูที่คนไทยชอบมากๆ มาเจอพิซซ่าร้านนี้เพราะเพื่อนแนะนำ ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมมี่ที่เสิร์ฟเมนูแป้งพิซซ่า เหนียวนุ่ม ขึ้นรูปกันสดๆ พิซซ่าโฮมเมดรสดี ที่นี่นวดแป้งแบบสดใหม่ ทำพิซซ่าแบบถาดต่อถาดเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ หอมกรุ่นจากเตา นำเข้าเตาอบที่ส่งตรงมาจากอิตาลีโดยตรง และที่สำคัญพิซซาแป้งบาง ต้องทานตอนอบเสร็จ ออกจากเตาแล้วทันทีอร่อยมากๆ

บูโอนิชชิโม (BUONISSIMO) ซิกเนเจอร์ของทางร้าน พิซซ่าโฮมเมดรสดีหน้าชีส แฮมเห็ด ซาลามี พริกหวาน และมะกอกดำ ถาดใหญ่จัดเต็ม  แป้งเนื้อนุ่มหนึบได้ที่ กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังได้กลิ่นหอมกลิ่นเตาถ่าน ผสานกับรสชาติของวัตถุดิบที่อร่อยลงตัว

SEMIFREDDO

ปิดท้ายที่ของหวานด้วยเมนูของหวานสไตล์อิตาลีที่ทางร้านตั้งใจนำเสนอ เซมิเฟรโด (SEMIFREDDO) เป็นของหวานสไตล์อิตาเลียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์แบบ Half Cold หรือเย็นครึ่ง ๆ ตัวขนมเหมือนมูสแช่แข็ง แต่มีความฉ่ำนุ่มละมุนคล้ายไอศกรีม นำเสนอมาในรสกาแฟอ่อน ๆ ตัดกับความกรอบของเนื้อคุ้กกี้เล็ก ๆ หวานเย็นชื่นใจ

CANOLI WITH ICE CREAM TOPPING

อีกเมนูชื่อว่า CANNOLI (CANOLI WITH ICE CREAM TOPPING) คาโนลี เป็นขนมแป้งทอดสไตล์อิตาเลียน ตัวแป้งจะกรอบมากภายในอัดแน่นไปด้วยครีมชีสรีคอตต้ารสหวาน เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีม โรยช็อกโกแลต เป็นของหวานที่ชวนฝัน เชฟบอกว่าไม่นิยมตัดด้วยช้อน ให้ใช้มือยกขึ้นมาเข้าปากได้เลยจะได้รสชาติเต็ม ๆ

Homemade Orange Balsamic Reduction

ทางร้านยังมีสินค้าจากภูมิปัญญาของชาวอิตาลี Homemade Orange Balsamic Reduction ความหลงใหลในวัตถุดิบจากอิตาลี บัลซามิกที่ผ่านการหมักอย่างดี เปรี้ยวกลมกล่อม ใครได้ชิมแล้วก็อยากจะซื้อกลับไปเหยาะสลัดหรือปรุงอาหารที่บ้าน

ใครที่เป็นแฟนอาหารอิตาเลี่ยน คงพอจะคุ้นเคยกับ Pizza เราเคยคิดว่าถ้ากินพิซซ่าแป้งหนาๆ เดี๋ยวกินไม่หมดถาด โดยเฉพาะ ถ้าได้ลอง พิซซ่ากินแบบบางอร่อยกว่าแบบหนา พิซซ่าและหลายๆ อย่างในบ้านเรา พิซซ่าที่นี่ความอร่อยที่แตกต่าง ทำให้รสชาติของพิซซ่าอร่อยแบบสูตรดั้งเดิม ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่าง แวะมาเปลี่ยนบรรยากาศพาคนสนิทหรือครอบครัวไปกินข้าวในคืนวันพิเศษ แนะนำให้ไปลองชิมกันได้

ร้านอาหารอิตาเลียน บูโอนิชชิโม
Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria
เลขที่ 29/8 ซอยศรีด่าน 6 (เข้าซอยเพียง 100 เมตร)
ถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
เปิดให้บริการ 11.00-22.00 น.
(มีดนตรีสดทุกคืนวันศุกร์และโอกาสพิเศษ)
บริการเดลิเวอรี่ ROBINHOOD, GRAB และ LINEMAN

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งที่
Facebook/ Buonissimo Italian Restaurant & Pizzeria
LINE/IG @buonissimo.bkk
โทร.096 370 0749 หรือ 02 0044741

#ร้านอาหารอาหารอิตาเลียน #บูโอนิชชิโม #Buonissimo

รฟฟท.สวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ส่งมอบความสุข และความห่วงใย ผ่านกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษ

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ จัดกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษ เพื่อส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสาร ทั้งรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์ โดยส่งมาสคอต “MR.RED Line” ออกแจกหน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) จำนวน 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) ภายในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี และแจกบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท 50 รางวัล ให้แก่ผู้โดยสารที่ร่วมสนุกโพสต์ภาพการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงลงใน Instagram ส่วนตัว และติดแฮชแท็ก #สวัสดีปีใหม่ไทยรถไฟฟ้าสายสีแดง และแท็กมาที่ Instagram red_line_srtet  

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่าเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2565 บริษัทฯถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสาร พร้อมส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสารด้วยกิจกรรมการตลาดทั้งรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์

โดยกิจกรรมการตลาดออฟไลน์ บริษัทฯส่งมาสคอต “MR.RED Line” เป็นตัวแทนอวยพรปีใหม่ไทยและแจกหน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) จำนวน 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) ภายในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี ในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2565 ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น.

สำหรับกิจกรรมการตลาดออนไลน์ เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารร่วมสนุกโพสต์ภาพการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงลงใน Instagram ส่วนตัว และติดแฮชแท็ก #สวัสดีปีใหม่ไทยรถไฟฟ้าสายสีแดง และแท็กมาที่ Instagram red_line_srtet ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน 2565 โดยผู้ร่วมสนุกกิจกรรมต้องตั้งค่า Instagram ส่วนตัวเป็นสาธารณะ ภาพที่ถูกใจคณะกรรมการรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท จำนวน 50 รางวัล ส่งตรงถึงบ้านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกาศผลการร่วมสนุกวันที่ 25 เมษายน 2565 ทั้งนี้การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด  บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้โดยสารจะได้รับความสุข และรู้สึกถึงความปลอดภัยทุกครั้งจากการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ปรากฎโฉม อ่าวมาหยา ครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจ ทริปเดียวเที่ยวครบ

ทริปนี้..เปิดประเดิม ‘อ่าวมาหยา’เมื่อ มกราคม 2565 เป็นความลับที่ซ่อนอยู่ ตั้งอยู่ท่ามกลางทำเลที่เงียบสงบ และนับเป็นการปรากฎโฉมครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจ เที่ยวได้ไม่เกินคนละชั่วโมง และห้ามเรือจอดในอ่าว 3 ปีเศษ ที่กรมอุทยานฯ ประกาศปิดอ่าวมาหยา โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอ่าวมาหยาการท่องเที่ยวกระบี่หมู่เกาะพีพี เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล ในที่สุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็กำหนดวันเปิดอ่าวมาหยา จ.กระบี่ ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์กลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวและจุดเช็คอินอีกครั้วอีกครั้ง พร้อมเงื่อนไขใหม่ เปิดให้ท่องเที่ยวตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. รอบละ 300 คน เที่ยวได้ไม่เกินคนละชั่วโมง และห้ามเรือจอดในอ่าว เที่ยวได้คนละ 1 ชั่วโมง และห้ามเล่นน้ำ และคงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการถ่ายรูป เพราะเดินลงชายหาดได้ไม่เกิน 20 เมตร จากชายฝั่ง

โดยเรือทุกลำที่มาส่งนักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้จอดบริเวณอ่าว ให้เรือเทียบท่าเข้าจอดยังบริเวณ อ่าวโล๊ะซามะ ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จัดเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว โดยจอดได้ประมาณ 10-15 ลำ เพื่อจัดระเบียบเรือทัวร์ ให้ทยอยเข้ามาส่งนักท่องเที่ยวแล้ววนออกไปจอดยังจุดที่กำหนดกับการกลับมาเปิดให้เที่ยวชมได้อีกครั้งเมื่อต้นปี 2565 นับเป็นการปรากฎโฉมครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจ ด้วยการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติส่งผลให้ปัจจุบันบริเวณอ่าวมาหยา มีฝูงฉลามครีบดำ ว่ายวนไปมายังชายหาด มาหยา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ปฏิบัติตามระเบียบใหม่ ใช้วิธีการถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึกใครที่มีวางแผนไปเยือน อย่าลืมประพฤติตนเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี งดทิ้งขยะแบบใช้แล้วทิ้งบนเกาะ เรียกได้ว่าเป็นนักท่องเทียวที่ จัดเต็มจุใจกันไปเล้ย

ในครั้งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของ Toptotravel พาคุณขึ้นเรือลงเรือสปีดโบ๊ทสุดคูล (เรือใหม่) สายลมฤดูร้อนที่อ่อนนุ่มและเสียงคลื่นที่อยู่เบื้องหน้า รู้สึกตื่นเต้นและว้าวมาก นับเป็นการปรากฎโฉม อ่าวมาหยา ครั้งใหม่ ที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุด สู่ช่วงที่เราเดินทางไปน้ำทะเลใสมาก “มาหยา” เรียกว่าที่แห่งนี่คือที่ดีที่สุดและงดงามของโลก ถ้าไม่เชื่อเลื่อนไปดูภาพกันเลยสิคะ มาเที่ยวกับ อันดา กระบี่ ซีทัวร์ เป็นทริปหนึ่งวัน 09:00-16:00 ราคาที่จองรวม ทริปดำน้ำเกาะพีพี อุปกรณ์ดำน้ำ พร้อมมื้ออาหารง่ายๆ อย่างข้าวเหนียวไก่ทอด น้ำผลไม้ ผลไม้ฟรียามเช้า อาหารกลางวัน เครื่องดื่มบริการตลอดทั้งวัน ประกันอุบัติเหตุ รับรองว่าจุใจแน่นอน

อากาศเดือนกุมภาพันธ์ เหมาะกับการออกเรือไปชมความงามของท้องทะเล เมื่อลงเรือสปีดโบ๊ท ทุกคนสวมเสื้อชูชีพ พร้อมออกเดินทางใช้เวลาประมาณ 45 นาที มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลกว้างอ่าวมาหยา ด้วยความสวยงามระดับโลกอยากบอกเล่าความประทับใจกับเหล่าอเวนเจอร์ทีมไกด์ที่น่ารักทุกคน เที่ยวครั้งนี้ได้ภาพสวยๆ กลับมาเยอะเลยไปสัมผัสมากมายจนไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าจากที่ไหนดีเลยพร้อมแล้ว ทีมของอันดา กระบี่ ซีทัวร์ มารับเราถึงที่พัก ก่อนจะพาไปลงเรือสปีดโบ๊ทที่เทียบท่าคอย การเตรียมตัวเตรียมของที่จะไปเที่ยวอ่าวมาหยา ดังนี้
-ครีมกันแดด แว่นกันแดด
-ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
-เสื้อผ้าบางๆ เพื่อเปลี่ยนหลังเล่นน้ำ /ถุงกันน้ำ – ถุงใส่ผ้าเปียก

คำว่า “มาหยา” เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหนึ่งแห่ง “เจ้าหญิงแห่งท้องทะเล”หรือ“เจ้าหญิงแห่งอันดามัน”ใครได้มาเยือนรับรองว่าต้องหลงรัก และไม่มีทางที่จะเดินจากไปง่ายๆ แต่หากว่ามาแล้วอยากกลับอีกกลับไปแล้วยังคิดถึง ด้วยสีน้ำทะเลที่มีสีสันสดใส หาดทรายขาวละเอียดขาวเนียนนุ่ม ดุจดั่งเหยีบอยู่บนผงแป้ง และ มาหยาถูกโอบล้อมด้วยพลังแห่งขุนเขา เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เคยเสื่อมคลายจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก หมู่เกาะพีพีเป็นหมู่เกาะทางทะเลที่สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ชาวเลสมัยก่อนเรียกกลุ่มเกาะแถบนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ ส่วน “ปิอาปิ”แปลว่าต้นไม้ทะเล จำพวกแสมและโกงกาง เรียกไปเรียกมาก็เพี้ยนเป็น “ต้นปีปี” และเป็น “เกาะพีพี” ความงดงามทางท้องทะเล ทั้งบนบก ผืนน้ำและโลกใต้ทะเล จึงเป็นแหล่งที่หมู่นักดำน้ำนิยมมาดำผุดดำว่ายกันอย่างไม่ขาดสาย หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ คือ พีพีเล และ พีพีดอน ส่วนของพีพีดอนจะเป็นชายหาด ร้านอาหาร และที่พัก ส่วนพีพีเล ครอบคลุมเวิ้งอ่าวใหญ่น้อยกระจายตัวกันไป โดยมีเกาะข้างเคียงเล็ก ๆ อย่างเกาะไม้ไผ่ และเกาะยูง

อ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ณ.จุดที่เวลาค่อนข้างจำกัด
มุ่งหน้าจากชายฝั่งประมาณ 1 ชั่วโมง ในยามสายที่ใกล้เที่ยงแล้ว เราก็มาถึงดินแดนของเจ้าหญิงแห่งท้องทะเล ตั้งแต่ลำเรือเลี้ยวเข้าไปในอ่าว ม่านผาก็เปิดฉากการแสดงได้อย่างน่าประทับใจ แต่ด้วยกฎระเบียบที่วางไว้ เราสามารถล่องเข้าไปชมชายหาดได้ในระยะไกล ๆ เท่านั้น โดยทางอุทยานฯ ได้ทำจัดทำทุ่นสัญลักษณ์แบ่งอาณาเขตเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “ห้ามเข้า” ซึ่งหมายถึงการห้ามเรือเข้าใกล้ชายหาด ที่ช่วงนี้มีฝูงฉลามอาศัยอยู่ เสียงปรี๊ด ๆ ยังคงดังเป็นระยะ เพราะใคร ๆ ต่างอดใจลำบาก อยากจะแตะผืนน้ำสีมรกตนี้สักครั้ง กลุ่มเขาหินปูนที่ล้อมรอบ ยิ่งทำให้อาณาจักรของเจ้าหญิงทรงพลัง เวิ้งอ่าวตรงชายหาด ยังมีผาหินที่ยื่นออกมาให้คนได้ลอดผ่าน ไกด์หนุ่มทั้งสองที่ร่วมทริปดูแลพวกเราอย่างใกฃ้ชิดยังอดใจไม่ได้เลย ต้องแชะภาพไว้เป็นที่ระลึก เพราะการกลับมาเปิดให้เข้าชมรอบนี้ มาหยา…..ไม่เห็นด้วยตาไม่ได้แล้ว เดินเลียบชายหาด บริเวณสุดโค้งชายหาดด้านขวา เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเฝ้ามองบรรดาฉลามครีบดำ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดตื่นเต้น ฉลามครีบดำที่มักจะว่ายวนเข้ามา เรียกว่าทักทายได้หรือไม่ เพราะคงไม่มีใครอยากสัมผัสครีบหรือโอบกอดมันหรอกนะ เมื่อเดินไปถึงก็ทราบว่า เป็นเบบี้ชาร์คตัวไม่น้อยที่ลอยตัวไปมาในระยะที่ไม่ใกล้มากนัก นักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจกันมากพอสมควร อาจจะทำให้พวกมันไม่กล้าออกมาเผยตัวกันเป็นกลุ่ม ที่เห็นแวบไปแวบมาไม่รู้ว่ามีกันกี่ตัว กับความจริงที่ว่า ท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า เพื่อมาหยางดงามอย่างยั่งยืนเป็นธรรมชาติตลอดไป

เรือสปีทโบ๊ตค่อยๆ ขยับออกจากอ่าวมาหยา สถานที่ต่อไปคือ อ่าวปิเละ ตั้งอยู่พีพีเล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เป็นอ่าวที่มีทางเข้าแคบประมาณ 50 เมตร เมื่อเข้าไปแล้วจะถูกล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงรอบด้าน เป็นอ่าวที่ซ่อนตัวจากภายนอก น้ำทะเลนิ่ง และใสมาก เมื่อก่อนมีปะการังอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันลดลง เป็นบริเวณที่ลำเรือจะมาจอดให้ทุกคนได้พักผ่อนหย่อนใจได้ชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีเขียวดั่งมรกต เราแวะเล่น/ดำน้ำ และที่สุดว้าว ก็คือไกด์คนเก่งและกัปตันเรือ ช่วยกันเนรมิตกลางเรือ ตรงกลางเรือเดิมเป็นที่วางถังน้ำแข็ง เครื่องดื่ม กลายเป็นโต๊ะอาหารกลางวันสุดชิคบนเรือ มื้อนี้พิเศษจังได้สัมผัสกับอาหารรสเด็ดในแบบที่เราไม่คาดคิด ปิ่นโตที่ทางอันดา กระบี่ ซีทัวร์ จัดมาสุดว้าว สุดคุ้ม และสุดอร่อย แกงส้มกุ้งผักรวม ผัดวุ้นเส้น น้ำพริกกะปิด **เด็ดมาก ไก่ทอด และผักสด อาหารมื้อนี้รสชาติดีในแบบอาหารใต้แท้ๆ ระหว่างทานอยากบอกอีกเรื่องว่าอิ่มอร่อยจนไม่รู้สึกเลยว่า กำลังนั่งทานอาหารกลางวันลอยอยู่บนผืนน้ำ อ่าวปิเละ คลื่นสงบนิ่งมาก

การล่องเรือ สปีดโบ๊ทของ อันดา กระบี่ ซีทัวร์ ในพีพีเล มีข้อดีหลายประการ ด้วยความสวยงาม มาตรฐานของหมู่เกาะต่าง ในการนั่งเรื่อโดยไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัย และในวันหยุดการนั่งเรื่อสปีดโบ๊ทท่องเที่ยวจะพบว่าราคาจะไม่แพงมาก และก็สุดคุ้มถ้ามาเป็นหมู่คณะ สะดวกจริงๆ ตอนนี่อิ่มแล้วช่วงบ่ายแก่ๆ ออกจากอ่าวปิเละ มายังถ้ำไวกิ้ง ทั้งสองที่นี้อยู่บนเกาะพีพีเล ถ้ำไวกิ้งเป็นถ้ำที่อยู่ทางทิศเหนือของเกาะถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นสัมปทานรังนก ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ ถัดจากถ้ำไวกิ้ง เรือพาเราเข้ามายังอ่าวเล็กๆ ที่มีชายหาดระยะสั้นๆ อ่าววังหลง เป็นอ่าวที่เล็กที่สุดบนเกาะพีพี มีป้ายของสัมปทานรังนกเจ้าเดิมอยู่บนชายหาด ที่อยู่ใกล้กับอ่าวนุ้ย ถึงแม้อ่าววังหลงจะเป็นอ่าวที่เล็กที่สุดก็ตามก็ถ้าเรื่องของความสวยงามแล้วติดอันดับสวยที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากอ่าวนี้มีความโดนเด่นเรื่องทางเข้าที่เล็กถ้าได้เข้าไปแล้วเหมือนหลงไปอยู่ในถ้ำนำทะเลสีเขียวสดราวกับว่าไม่ใช่น้ำทะเล

“อ่าวนุ้ย”ท่ามกลางน้ำทะเลใสที่ “อ่าวนุ้ย” อ่าวเล็ก ๆ ที่มีชายหาดสีขาวแสนสงบ ขาวสะอาด น่าเล่นน้ำ เหมาะกับการมาดำน้ำดูปะการัง แต่จะไล่เรียงกันจริง ๆ ทุกหาด ทุกอ่าว ก็เหมาะกับการดำน้ำแทบทั้งสิ้นถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด

เกาะไม้ไผ่-ทะเลแหวก ตามแผนที่จะทราบว่า เรามุ่งหน้าไปเที่ยวหมู่เกาะพีพีในระยะไกลก่อนที่จะย้อนแวะเที่ยวก่อนเข้าสู่ฝั่ง จากอ่าวนุ้ยสปีดโบ๊ทของ อันดา กระบี่ ซีทัวร์ แวะชม “เกาะไม่ไผ่” เกาะที่ได้ชื่อว่า “ดงปะการังแสนไร่” นักท่องเที่ยวส่วนมากใช้เวลาไปกับการเล่นน้ำ รูปร่างของเกาะไม้ไผ่เป็นทรงสามเหลี่ยมหัวมน มีหาดทรายรอบเกาะ สลับกับโขดหินเล็กๆ สามารถเดินได้รอบเกาะระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เกาะไม้ไผ่เป็นเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลอันดามันมีชายหาดตั้งแต่ฝั่งทิศเหนือยาวมาถึงฝั่งทิศตะวันออก เราจึงสามารถเดินวนได้รอบเกาะมีน้ำใสชายหาดขาวทอดยาว มองไปทางไหนก็สัมผัสได้ถึงช่วงเวลาอันแสนสุข

ก่อนจะกลับเข้าฝั่ง สปีดโบ๊ทและไกด์ยังพาเราไปแวะ ทะเลแหวก เราเลยถามว่า ทะเลจะแหวกตอนไหน? แนวสันทรายค่อยๆ จมหายไปใต้ผืนน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาน้ำขึ้นของแต่ละวัน ช่วงเวลาบ่ายของวันนั้น น้ำทะเลยังลดไม่มากนัก เราได้แต่นั่งมองสักพัก และเดินทางกลับ เรียกว่าเป็นโปรแกรมทัวร์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่

วันแห่งความสุขมักจะผ่านไปได้อย่างเร็ว เส้นทางนี้ได้รับการจารึกไว้อย่างวิจิตรบรรจงและสวยงดงามตามธรมมชาติ จัดว่าเป็นทริปเที่ยวสบายๆ อยากบอกว่า ที่เที่ยวกระบี่ยังมีอะไรรออยู่อีกมากมายนัก ทั้งทางบกทางทะเล มาแล้วต้องให้เวลากันมาก ๆ ได้มาเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารักทั้งที อยากให้ทุกคนได้เติมความฟินให้จุใจ

สำหรับเราเลือกมาเที่ยวกับ Anda Krabi Seatour
โปรแกรมเที่ยว ANDA KRABI SEATOUR อันดา กระบี่ ซีทัวร์ เข้าไปดูกันได้เลย
https://www.facebook.com/krabiseatour
หรือคลิ๊กไปที่ลิ้งค์ / Click on the link.
https://line.me/R/ti/p/%40andakrabiseatour
โทร. 081-7195944 คุณปิงปอง
Email : info@andakrabiseatour.com

อ่าวมาหยา #การท่องเที่ยวกระบี่ #หมู่เกาะพีพี
#อันดากระบี่ซีทัวร์ #ทะเลแหวก #toptptravel

เริ่มแล้ว! กาดดอยตุงปี5 พาม่วนใจ๋ เนรมิต 4 โซนชอปปิ้งสุดคูลสไตล์คนดอย สร้างสุขให้ใจกลางกรุง

ยกความสุขสไตล์ดอยตุงกลับมาให้นักชอปคนเมืองได้เช็กอิน ชิม ชิล แชร์ กันอีกครั้งในงาน “กาดดอยตุง”ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล 

จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อให้คนเมืองได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตชาวดอยตุงมากขึ้น จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม รายได้จากการขายสินค้าและงานในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย

งานกาดดอยตุงในปีนี้มาในธีม Urban Park นำบรรยากาศชวนพักผ่อนหย่อนใจบนดอยสูงมาไว้กลางเมือง จัดเต็ม 4 โซนชอปปิ้งสุดปังครบทุกมิติแห่งความสุข  เริ่มด้วย “โซนบาริสโต” คาเฟ่ ดอยตุง ต้อนรับนักชอปด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษ อาทิ กาแฟเอสเปรสโซหมักกับน้ำผึ้งผสมโซดา ต่อด้วยน้องใหม่อย่าง น้ำผึ้งหมักสุดเข้มข้นและหอมหวาน 4 รส 4 สไตล์ ทั้งเลมอนและกลีบกุหลาบ ผลไม้รวมตระกูลเบอร์รีและเปปเปอร์มินต์ ช็อตกาแฟเอสเปรสโซ และกาแฟสกัดเย็นเข้มข้น น้ำเชื่อมวานิลลา โฮมเมดที่ผลิตจากวานิลลาคุณภาพพันธุ์ Planifolia ปลูกในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพิ่มรสชาติให้เมนูเครื่องดื่มและขนมที่ชื่นชอบ แถมด้วยเวิร์กชอปที่หลายคนรอคอย สร้างสรรค์เครื่องดื่มเมนูพิเศษด้วยตัวเองพร้อมกับบาริสต้ามืออาชีพจากดอยตุง    

จากนั้นไปต่อกันที่ “โซนโตโกกรีน” เอาใจคนรักต้นไม้ที่ต้องการเติมโอโซนและพื้นที่สีเขียวรอบตัวด้วยกล้วยไม้รองเท้านารี เอกลักษณ์ของดอยตุง นอกจากนี้ยังมีไม้มงคลไม้แฟชั่นยอดฮิตอย่างต้นคล้า ไม้ใบลวดลายสวย อีกทั้งยังมีประโยชน์ช่วยฟอกอากาศ ต้นยางอินเดีย ไม้หัวเลี้ยงง่าย แคคตัสและไม้อวบน้ำต้นจิ๋ว ฯลฯ และผักผลไม้สด ราคาน่ารักที่คนรักสุขภาพต้องปลื้มมาให้เลือกชอปทุกวัน  

สำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมต้องไม่พลาดโปรโมชันสุดเย้ายวนชวนให้เดินทางขึ้นเหนือไปสัมผัสธรรมชาติบนดอยตุง อาทิ ชวนเปลี่ยนบรรยากาศ work from home มาทำงานชิวๆ บนดอย 5 วัน หรือท่องเที่ยวสั้นๆ แบบ 2 วัน 1 คืน หรือ ครึ่งวันสุดคุ้ม ชวนจิบน้ำชา ฟังเสียงนกร้อง ท่ามกลางดอกไม้ในสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง รายล้อมด้วยวิวสูงสุดบนเทือกเขานางนอน หรือจะเลือกไปเที่ยวชมหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หรือจุดชมวิวแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมไหว้พระขอพรที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวงแฟชั่นนิสต้าและคนรักงานศิลปะห้ามพลาดสินค้าหัตถกรรมดอยตุงที่ออกแบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการผลิตใน “โซนโตคราฟต์” นำงานคราฟต์มาให้เลือกมากมาย

อาทิ สินค้าไอเท็มพิเศษมีเพียงชิ้นเดียวในโลก เสื้อผ้าคอลเล็กชั่น Pha Khao Ma แรงบันดาลใจจากผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยแต่โบราณ รังสรรค์มาเป็นเสื้อผ้าสไตล์เวิร์กเเวร์ (Workwear) จากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล และครั้งแรกกับการใช้เทคนิคอัดจีบด้วยความร้อน! การันตีด้วย 3 รางวัลงานดีไซน์ระดับประเทศ Demark 2021, Gmark 2021, PM Award 2021 และยังได้ไปเผยโฉมในเวทีระดับโลกอย่างงาน MQ Vienna Fashion Week 2021

ภายในงานยังมีเซรามิกชิ้นพิเศษจากงาน Bangkok Design Week 2022 Agritecture DoiTung
“คิดสร้างดิน” จาก 13 ศิลปินและสตูดิโอเซรามิกชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ชุดจานเซรามิกคอลเล็กชั่น Zhangri-La ผลงานสร้างสรรค์จำนวนจำกัดระหว่าง DoiTung x Whattadish by Dinfi & Q บรรจุในกล่องกระดาษสาจากดอยตุง สื่อถึงดินแดนอันสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ในแบบศิลปะพื้นบ้าน (Folk Art) โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินขาวของเครื่องลายครามผสานทองคำแท้ มาพร้อมนวัตกรรมใหนำเข้าไมโครเวฟได้ สั่งจองได้ในราคาชุดละ 2,990 บาท

​หลังจากชอปปิ้งกันจนเหนื่อย เชิญแวะ “โซนเชฟโต” ชิมอาหารเหนือทั้งเมนูฟิวชั่นและชนเผ่าดั้งเดิมเมนูเด็ดจากครัวตำหนัก อาทิ ข้าวอบซุปไก่ดำตุ๋นยาจีน เฟตตูชินีแกงฮังเลหมู ยำบะหมี่เหลืองน้ำพริกกากหมู ส่วนใครที่ชอบไส้กรอกและแฮมรสชาติพรีเมียมแนะนำ Sloane’s X DoiTung เมนูพิเศษจาก ‘หมูดำดอยตุง’ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ส่งเสริมให้ชุมชนดอยตุงเลี้ยงเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ข้าวปุ๊กน้ำตาลอ้อย ของหวานชนเผ่าเสิร์ฟพร้อมชาอู่หลงยอดน้ำค้าง ครัมเบิ้ลสับปะรดภูแล เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาดอยตุง

​พบความสุขในงาน “กาดดอยตุง” ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข

ระหว่าง 24 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.
ณ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และติดตามข่าวสารงาน “กาดดอยตุง”
ได้ที่ www.facebook.com/DoiTungClub และ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

#กาดดอยตุง2022#DoiTungMarket2022

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดภารกิจ 3 ด้านสืบสานพระราชกระแสในหลวงรัชกาลที่ 9

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดภารกิจ 3 ด้านสืบสานพระราชกระแสในหลวงรัชกาลที่ 9 ดำเนินงานด้านทันตนวัตกรรมเน้นหลักการ ค้นคว้า ปฏิบัติ และพัฒนา 10กว่าปีที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือประชาชนผ่านหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ทั้ง 8 หน่วยได้มากกว่า 5 แสนคน คิดค้นนวัตกรรมด้านทันตกรรมผลิตใช้ได้เองภายในประเทศทดแทนการนำเข้า ช่วยภาครัฐประหยัดเงินได้มหาศาล ล่าสุด ร่วมกับภาคีเครือข่าย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาบริการนวัตกรรมทางด้านทันตกรรม (Digital Dentistry) ตั้งเป้าดูแลผู้สูงอายุ ให้มีสภาวะสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นต่อไป

นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยในโอกาสจัดกิจกรรม “มูลนิธิทันตนวัตกรรมฯ พบสื่อมวลชน” ว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการจัดตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนการให้บริการด้านทันตกรรมแก่ประชาชนผ่านหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไปแล้วประมาณ 500,000 คนรวมทั้งมีโครงการที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมที่ผลิตได้ภายในประเทศ โดยให้เครือข่ายนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน อย่างเช่น โครงการรากฟันเทียเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
ได้มากกว่า30,000 คน

ทพญ.สุปราณี ดาโลดม ผอ.ศูนย์พัฒนาระบบบริการและคลินิกทันตกรรม และ นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดิมเป็นหน่วยงานหนึ่งในหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ต่อมามีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิฯ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ตามพระราชกระแส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ว่าทันตแพทย์ไม่ควรจะทำการรักษาอย่างเดียว ควรจะได้มีการคิดค้น พัฒนาวิจัย และพัฒนา เพื่อที่จะผลิต วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ขึ้นมาใช้เองในประเทศด้วย

ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ผู้อำนวยการหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ผู้อำนวยการหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ดำเนินการเลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจของมูลนิธิฯ มีหน้าที่หลักอยู่ 3 ประการ คือ
ภารกิจส่วนแรก เป็นฝ่ายเลขานุการของหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ซึ่งมีหน่วยบริการอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมูลนิธิฯ สนับสนุนเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการออกให้บริการประชาชน ซึ่งแต่ละปีสามารถให้บริการประชาชนได้ประมาณ 50,000 คน ภายใน 10 ปี มียอดรวมประมาณ 500,000 กว่าคน

ภารกิจส่วนที่ 2 คือทำการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เกิดนวัตกรรมสำหรับนำไปรักษา แก้ไข ฟื้นฟู ป้องกัน ทางทันตกรรมให้กับประชาชน ปัจจุบันนี้มีผลิตผลซึ่งเกิดจากการวิจัยและพัฒนาของมูลนิธิฯ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารทางการแพทย์ เช่น เจลลี่โภชนา อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก วุ้นชุ่มปาก หรือนวัตกรรมน้ำลายเทียมชนิดเจลสำหรับผู้ที่มีภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย หรือ ผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าถึงประชาชนผู้ใช้ได้ประมาณ240,000 คน ในช่วงเวลา 10 กว่าปี ที่ผ่านมา กลุ่มเครื่องมือแพทย์มี รากฟันเทียมสำหรับผู้สูญเสียฟัน ฟันเทียมทั้งปาก ซึ่งฟันเทียมประเภทนี้จำเป็นมากสำหรับผู้สูงอายุซึ่งจะต้องได้ใส่ฟันเทียมเพื่อที่จะได้มีฟันเทียมเคี้ยวอาหาร

นอกจากนี้ยังมีสารผนึกหลุมร่องฟันเรซิน เอาไว้สำหรับป้องกันฟันผุ กรณีผู้ที่ที่มีปัญหาหลุมร่องฟันซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาฟันผุ ล่าสุดผลงานที่สำคัญคือ งานวิจัยและพัฒนาผลิตน้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อในช่องปากจากหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งที่ผ่านมาใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นหลัก

ภารกิจส่วนที่ 3 คือร่วมกับภาคีเครือข่ายในการให้บริการกับประชาชน เกิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่นโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งปกติแล้วรากฟันเทียมหนึ่งซี่ราคาแพงแต่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาประชาชนได้รับบริการฟรีไปแล้วประมาณ 30,000 กว่าคนคิดเป็นมูลค่าในการประหยัดเงินได้มหาศาล

เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานสิ่งสำคัญไว้หลายประการ แต่สิ่งสำคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องที่มีแนวพระราชกระแสเกี่ยวกับการค้นคว้า ปฏิบัติ พัฒนา ซึ่งทำให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯมีทิศทางที่ชัดเจน และเนื่องจากในเวลานี้เป็นยุคดิจิทัล เป็นกระแสของโลก ในปี 2565 ถึงปี 2570 มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมมือกับกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อเปลี่ยนระบบการให้บริการทันตกรรมเดิมที่เรียกว่า Analog ไปสู่ Digital Systemเพื่อทำให้ประชาชนนับสิบล้านคนเข้าถึงการให้บริการรวมทั้งเข้าถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงที่เกิดจากการวิจัย พัฒนาของมูลนิธิฯ

“เราให้ความสำคัญกับวิจัยและพัฒนา ซึ่งยังมีหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จ รวมทั้งเรื่องที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งไว้เป็นพระราชกระแส เป็นรับสั่งสุดท้ายก่อนสวรรคตว่า ผู้สูงอายุอย่างเรามีจำนวนมาก ทันตแพทย์ต้องช่วยดูแล ซึ่งผู้สูงอายุปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นถึง 14 ล้านคน อันนี้ก็เป็นโจทย์สำคัญที่มูลนิธิฯและภาคีเครือข่ายจะต้องหากรรมวิธีที่จะดำเนินการที่จะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นได้รับการดูแลรักษาทางด้านทันตกรรมให้เหมาะสมและมีสภาวะสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นต่อไป”เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าว

เดอะ ลูนา ป่าตอง : The Lunar Patong

ใครที่วางแผนมาเที่ยวภูเก็ตในช่วงนี้ หน้าร้อนมาแล้ว อยากชวนมาหนีความวุ่นวายในเมือง ไปรับวิตามินดีแบบเต็มๆ กับริมชายหาดในภูเก็ตกันดีกว่า กับที่พักราคาถูกและดี ใกล้ทะเล ใกล้ชายหาด ใกล้ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านสะดวกซื้อ โรงแรมเดอะ ลูนา หาดป่าตอง เป็นที่พักที่มีชื่อเสียงและได้รับมาตรฐานใน ภูเก็ต ตั้งอยู่ใกล้หาดป่าตอง อีกทั้งยังใกล้กับห้างสรรพสินค้าและถนนบางลาซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนชื่อดังของเมืองภูเก็ต ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีสวนส่วนตัวที่ช่วยให้บรรยากาศร่มรื่นอีกด้วย

ตั้งแต่เดินก้าวลงจากรถ เข้าสู่บริเวณโรงแรมเดอะ ลูนา โรงแรมออกแบบสไตล์โมเดิร์น โรงแรมยังให้ความสำคัญในเรื่องฟังก์ชันการใช้งานที่ดีมาก การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานทุกคนในโรงแรม การบริการดีเยี่ยม ที่พักกว้างขวางสวยงามอลังการ ดูไม่วุ่นวายด้วย ที่จอดรถสะดวกสบาย ที่พักพร้อมวิวภูเขา สระว่ายน้ำ บรรยากาศดี สะดวกสบาย ใกล้ทะเล ใกล้ชายหาด มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ จัดว่าเป็นที่พักราคาหลักร้อยสุดคุ้มในช่วงเวลานี้ เหมาะสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงหรือมาพักกันเป็นหมู่คณะ เพราะที่นี่มีห้องรองรับหลากหลายรูปแบบ ห้องสวยมาก เลือกที่พักเรียบหรูและราคาแสนจะประหยัด

ชื่อที่พักเขียนว่า เดอะ ลูนา ป่าตอง : The Lunar Patong
เป็นอีกหนึ่งโรงแรม ที่มีทำเลอยู่ใจกลางป่าตอง สำหรับห้องพัก ดีลักซ์/เตียงคู่ หรือเตียงเดี่ยวพร้อมระเบียง วิวสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ช่วงที่ไปราคาโปรหลักร้อย ช่วงนี้ยังไม่มีอาหารเช้า ห้องพักตกแต่งสวยงาม สะดวกสบาย น่าพัก หากอยากได้ความเป็นส่วนตัวที่นี่มีห้อง ห้องสวีทแบบหนึ่งห้องนอน ห้องพักมีขนาดกว้างขวาง มีระเบียงมองเห็นวิวสระว่ายน้ำ และวิวภูเขา สระว่ายน้ำเป็นสระที่มีขนาดยาว กว้างตามตัวโรงแรม ว่ายไปมาได้จริงๆ บริเวณสระว่ายน้ำมีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ห้องพักปรับอากาศทุกห้องมีทีวีจอแบนและห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัว มีพื้นที่นั่งเล่นเพื่อผ่อนคลาย รวมทั้งยังมีเสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะ และเครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี มีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) สะดวกสบายมาก ในส่วนของห้องพักมีขนาดกว้างมาก ห้องพักตกแต่งเรียบๆ สวยงาม สะดวกสบาย เตียงใหญ่นอนสบาย หมอนนุ่ม มีโชฟาใหญ่ ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว แต่งทันสมัย และมีอ่างอาบน้ำสุดฟิน เหมาะสำหรับการมาฮันนีมูนสุดๆ ดีงามไปหมด หากใครกำลังมองหาที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวแต่บรรยากาศเงียบสงบ เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

อ้อ! ช่วงนี้โรงแรมยังไม่ได้เปิดบริการอย่างเต็มๆ พนักงานบางส่วนจะไม่ได้อยู่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถโทรฉุกเฉินได้ตลอดเช่นกัน

โรงแรมเดอะ ลูนา ป่าตอง
31/1 Rat-Uthit 200 Pee Road Patong Beach, Katu, Phuket 83150

Inbox : Face book : The Lunar Patong
โทรมาก็ได้ที่ 076 380500 หรือ 088 7915284
https://thelunar.com-patong.com/th/

#TheLunarPatong #ที่พัก #โรงแรมสวย #ท่องเที่ยว #เที่ยวภูเก็ต
#โรงแรมเดอะลูนาป่าตอง #toptotravel

เสน่ห์แห่งบ้านเก่า Narisa Cafe & Creative Space

วันนี้เราจะชวนทุกคนไปลิ้มรสกาแฟ Narisa Cafe ร้านกาแฟแสนอบอุ่นชวนผ่อนคลายบนพื้นที่ใจกลางเมือง กลายเป็นคาเฟ่บรรยากาศส่วนตัวที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน ท่ามกลางการตกแต่งภายใน ร้านที่รื่นรมย์ไปด้วยธรรมชาติและงานศิลปะที่บอกเลยว่า แค่เข้าไปก็เหมือนหลุดเข้าไปในอีกยุคนึงเลย เรียกว่าเป็นคาเฟ่หลงยุคใจกลางกรุงเทพ มาพร้อมบรรยากาศสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายจากพื้นที่ในเมืองมีความวินเทจแต่ยังคงความคลาสสิก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย

NARISA CAFE & CREATIVE SPACE
coworking space

คาเฟ่แห่งนี้ บรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน ภายในโล่ง โปร่งสบาย อาคารเรือนครึ่งไม้ครึ่งตึก ทำด้วยไม้สัก บรรยากาศอบอุ่นจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสง ต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกคัดสรรมาอย่างเฉพาะ และลงตัวมากๆ ทำให้คาเฟ่แห่งนี้อบอวลไปด้วยความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลายอยพร้อมเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้น่าจดจำ ที่ร้านมีเครื่องดื่มและกาแฟดีๆ นอกจากตัวร้านจะตกแต่งได้คลาสสิกแล้ว ภายนอกและภายในร้าน ยังมีโซน coworking space ที่สามารถแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกันพร้อมบรรยากาศร่มรื่น ภายในออกแบบโดยการเก็บของเก่าในบ้านมาดีไซน์ใหม่ จึงทำให้ของทุกชิ้นไม่เหมือนใครมีความหมายและสื่อถึงความทรงจำอันงดงาม การผสมผสานงานศิลปะ ความชอบส่วนตัวและยังใส่ใจในการจัดวางของตกแต่งให้ดูเข้ากันในสไตล์ Narisa Cafe

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่น ซึ่งเกิดขึ้นจากการปรับปรุงบ้านหลังเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ ที่มาพร้อมบรรยากาศชวนนั่งเล่น Narisa Cafe & Creative Space สร้างขึ้นจากการปรับปรุงบ้านเก่า คงร่องรอยดั้งเดิมของตัววัสดุที่เก่าแก่ไปตามกาลเวลา กลมกลืนกับวัสดุไม้และปูนของตัวบ้านอย่างลงตัว Narisa Cafe & Creative Space สร้างขึ้นจากการปรับปรุงบ้านเก่าของคุณพ่อคุณแม่ของ ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอธิบดีกรมธนารักษ์ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวความทรงจำที่มีค่าไว้มากมายสำหรับบ้านหลังนี้สร้างขึ้นในปี 2501 เป็นอาคารเรือนครึ่งไม้ครึ่งตึก ทำด้วยไม้สัก ออกแบบโดย อาจารย์ประดิษฐ์ ยุวะพุกกะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (แบบประเพณี) ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติที่มีอายุยืนยาวมากถึง 96 ปี ผลงานสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมจึงมีอยู่ทุกหนแห่ง ครอบครัวของท่านเป็นช่างสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 จึงได้รับอิทธิพลและได้รับการสืบทอด ตลอดจากครูบาอาจารย์อีกหลายท่านประสิทธิประสาทวิชการให้ เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ท่านยังได้ร่วมงานกับอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ในช่วงที่ท่านรับราชการ อยู่ที่กรมศิลปากร

Narisa Cafe & Creative Space สร้างขึ้นจากการปรับปรุงบ้านเก่าของคุณพ่อคุณแม่ของ ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ณนริศา ชัยสูตร ( น้องฟ้า )

กลับมาปรับปรุงบ้านไม้เก่า อายุกว่า 60 ปี ปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้เป็นร้านกาแฟ Narisa Cafe & Creative Space ที่ออกแบบเอง เพิ่มมิติให้สเปซใช้สอยภายในและภายนอกร้านดูโดดเด่นและเป็นสัดส่วนด้วยการปรับปรุงบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่ 2 ชั้น กลายเป็นคาเฟ่สุดคลาสสิก ไอเดียของเจ้าของร้านคือ คุณนริศา ชัยสูตร หรือ น้องฟ้า ผู้เป็นหลานสาวที่ใกล้ชิดกับคุณย่าสมจิตร ชัยสูตร คุณแม่ของ ดร.นริศ ชัยสูตร โดยคุณย่าสมจิตร เมื่อคร้ังมีชีวิตอยู่รับราชการอยู่ที่กรมศิลปากร ได้รู้จักใกล้ชิดกับศิลปินในด้านต่างๆมากมายและคุณย่าสมจิตร เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้น้องฟ้า สอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร และจบการศึกษาได้ปริญญาตรีเกียรตินิยม จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ จากนั้น
ได้จบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Lancaster University ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการตลาดของประเทศอังกฤษ จึงไม่แปลกใจเลย่ว่า Narisa Cafe & Creative Space จึงเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและการตลาด ผ่านการตกแต่งที่ผสมผสานไปด้วยความชื่นชอบ เน้นความเรียบง่าย และงานดีไซน์วินเทจ สะท้อนความรู้สึกสนุกสนานกับไลฟ์สไตล์สุดชิคที่ดูอบอุ่น บรรยากาศผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น น้องฟ้ายังเป็น blogger
ที่มีประสบการณ์ด้านอาหารและท่องเที่ยว เคยเดินทางไปประเทศต่างๆ มากกว่า 40 ประเทศ จึงมีผู้ติดตามข้อเขียนของน้องฟ้าเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศด้านหน้าร้าน บ้านไม้เก่า อายุกว่า 60 ปี

ในส่วนของเครื่องดื่ม ร้านมีทั้งเมนูชา กาแฟ และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ให้เลือกมากมาย แต่จะเน้นไปที่ชาร้อน เสิร์ฟมาในภาชนะทรงวินเทจอีกแล้ว ร้านนี้
เขาไม่หลุดธีมจริงๆ หยิบจับอะไรมาถ่ายก็สวยเข้ากันไปหมดและสำหรับเครื่อง
ดื่มสุดคลาสสิคของร้าน

Narisa latte (Singature)
Blueberry apple soda
Cotton candy sky (Singature)

Espresso con panna (Singature)
Espresso
Espresso macchiato
Americano
Cloudy (Singature)
Cappucino
Caramel Macchiato
Orange espresso soda (Singature)
Es’ Yen (Thai style)
Affogato
*Extra shot +20

non-coffee
Narisa latte (Singature)
Black cocoa
Brown cocoa
Matcha latte
Cotton candy sky (Singature)

ufushing
Lemon tea
Strawberry lemom soda
Blueberry apple soda

สำหรับสายวินเทจ สายถ่ายรูปทั้งหลาย บอกเลยว่าไม่ควรพลาด มีมุมดีๆ มุมสวยๆ จิบกาแฟรสเข้มข้น ให้เลือกนั่งชิลได้ทั้งวัน สามารถสัมผัสบรรยากาศแห่งวันวาน Narisa Cafe & Creative Space

บ้านเลขที่ 5 ซอยพหลโยธิน 17 กรุงเทพฯ
Facebook/ Narisa Cafe & Creative Space
เวลาเปิดให้บริการช่วง Soft Opening
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 9.00- 17.00 น.
จันทร์ และ ศุกร์ ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น.
(ปิดวันอังคาร-พฤหัส)

การเดินทางมีที่จอดรถหน้าร้านประมาณ (8-10 คัน)หรือสามารถจอดรถที่เซนทรัลลาดพร้าว/ โลตัสลาดพร้าว เดินเข้าซ.พหลโยธิน 17
รถสาธารณะ ลง BTS ห้าแยกลาดพร้าว ทางออก 3

Facebook
https://www.facebook.com/Narisa-Cafe-Creative-Space-107459265037666/

ข้อมูลร้าน : NARISA CAFE & CREATIVE SPACE
แผนที่: https://goo.gl/maps/qKEXauCMqqQodMB67

อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ สาขาใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

คุณใหญ่- ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ เจ้าของ และ Chef Director ร้านอำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์

วันนี้ Toptotravel พาไปรู้จักร้านอาหารไทยพื้นบ้าน ที่อยากพาทุกคนไปเสพราชาติของอาหารที่ผสมผสานเมนูจีนฮ่องกง สูตรต้นฉบับชื่อดัง ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่มีเรื่องราวดีดีมากมาย เดิมร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท นักชิมรู้จักกัน ร้านอำแดงไต้ฝุ่น คือ ร้านอาหารไทยชื่อดัง ที่เคยตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท เชื่อว่านักชิมหลายท่านรู้จักเป็นอย่างดี ถึงความเชี่ยวชาญเรื่องอาหารไทย/จีน ที่โด่ดเด่น และเปิดให้บริการมามากว่า 4 ปี ที่นี่พรั่งพร้อมไปด้วย อาหารต้นตำรับไทย/จีน รสชาติที่หลายคนโหยหาอาหารแบบดั้งเดิม จนเป็นเอกลักษณ์ที่นักชิมจดจำได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน านอำแดงไต้ฝุ่น ย้ายร้าน ใหม่ ใหญ่กว่าเดิม บนถนนพระราม 3 ชื่อร้าน อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์

อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ ร้านใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใกล้ออกปากอ่าวไทย ที่นี่นอกจากจะมีอาหารไทยต้นตำรับ รสมือดั้งเดิมแบบอำแดงไต้ฝุ่นแล้ว
ยังได้เพิ่มเติม เมนูอาหารทะเล ซีฟู้ด ผัดสไตล์เตาจีน เข้ามาเพิ่มขึ้น รับรองว่าถึงเครื่องถึงรสหอมกลิ่นกระทะสไตล์จีนๆ อย่างแน่นอน บริหารงานโดย คุณใหญ่- ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์

คุณใหญ่- ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ เจ้าของ และ Chef Director ร้านอำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ ให้เกียรติมาแนะนำร้านและเมนูอาหารด้วยตนเอง จุดเริ่มต้นของอำแดง บายเดอะริเวอร์ พระราม 3 เป็นสถานที่ต้องตา ตรงใจกับคุณใหญ่มากๆ ตอบโจทย์คอนเซปต์ของ ร้านอำแดงไต้ฝุ่น ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคุณใหญ่ ทำธุรกิจร้านอาหารริมแม่น้ำมาตลอด จนเรียกว่า อาหารจากสายน้ำ ประกอบไปด้วยร้าน จางวางอิ่ม ที่ตรงข้ามเกาะเกร็ด, บ้านชิดกรุง, ท่าน้ำขวัญ จังหวัดนนทบุรี หรือครัวบุษบัน จังหวัดปทุมธานี ล้วนแล้วอยู่ริมน้ำทั้งหมด

อำแดงไต้ฝุ่น

อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ ร้านใหม่บนถนนพระราม 3 ตั้งอยู่ในโครงการ
บางกอกสแควร์ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารบ้านไม้ 2 ชั้น หลังใหญ่ ปูด้วยพื้นไม้สร้างแบบไทยร่วมสมัย ที่ผสมผสานกลมกลืนในความเป็นไทย
จีน และดูอบอุ่น โปร่งสบาย พร้อมมีมุมนั่งพักรอที่มีกลิ่นอายตะวันตก เพิ่มเคาน์เตอร์บาร์ ให้ดูเฮฮา สำหรับการพบปะสังสรรค์เพิ่มความสุขให้ลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยสถานที่กว้างขวาง โอ่โถงมากกว่าเดิมแถมยัง โล่ง โปร่งสบาย ในสไตล์เท่ๆเหมาะกับยุคสมัยนี้ ที่ต้องนั่งเว้นระยะห่าง และมีมาตรการสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้บริการ ส่วนอินดอร์ เอาต์ดอร์ ทั้งหมดกว่า 160
บริเวณโซนที่นั่ง มีทั้งห้องแอร์ และด้านนอกที่แดดร่มลมตกมีระเบียงด้านข้างหรือระเบียงริมแม่น้ำ นั้งสบายๆ ชมวิวทิวทัศน์ได้มุมกว้างมากขึ้น สวยงามตระการตาในยามค่ำคืน

อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ ร้านวิวริมแม่น้ำ ช่วงแดดร่มยามเย็น นั่งชิลล์ตอนใกล้ค่ำ ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา อีกด้านหนึ่งก็สามารถชมสะพานภูมิพลที่ตั้งโดดเด่นสง่างามใกล้ตา รวมถึงไปถึงการได้ชมเรือเดินสมุทรที่แล่นผ่านด้านหน้าร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ เรียกได้ว่า เพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้นนอกจากเมนูอร่อยแบบไทยๆ ที่เรียกว่าเป็นเมนูอำแดงคลาสสิกต้นฉบับอำแดงไต้ฝุ่นตั้งใจรังสรรค์ และอีกหลายเมนู
ที่น่าสนใจ ปลอดโปร่งโล่งสบาย ถือเป็นอีกร้านที่ควรไปนั่งทานอาหารพร้อมจิบค็อกเทล ดูพระอาทิตย์ตก ชมวิวสะพานภูมิพล


สำหรับ Toptotravel ไม่ได้สันทัดอาหารจีนมากนัก แต่พอได้ฟังเรื่องราวต่างๆและรายละเอียดที่มีความพิถีพิถัน ทำให้รู้สึกอยากรู้อะไรมากขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นโอกาสดีที่พิเศษสุดสำหรับอาหารในมื้อนี้ อาหารมื้อนี้จะพิเศษขนาดไหนตามมาชมด้วยกัน

ส่วนเมนูไฮไลต์แนะนำห้ามพลาด เช่น ปูผัดสไปซี่ เป็นเมนูเด็ดที่ได้รางวัลการันตีจากมิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน 2022-2021 เพราะทางร้านฟ้านเนื้อปูก้อนใหญ่สดๆ ผัดกับกระเทียม พริก เต้าซี่ และเครื่องปรุงสูตรพิเศษสไตล์จีนฮ่องกง ผัดคั่วแบบแห้งหรือเมนูไฮไลท์ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน จัดมาเอาใจคนชอบกินกุ้งโดยเฉพาะ โดยคัดสรรกุ้งแม่น้ำสดๆตัวโตๆเผาเตาถ่านจนได้กลิ่นหอมๆสีสันสวยงาม เสิร์ฟมาร้อนๆพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษ สัมผัสได้ถึงความสดจริงๆ เนื้อกุ้งเด้งแน่นสดหวานมันกุ้งเยิ้มๆขณะที่ เมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารแนะนำ รากบัวทอด เหนียวหนึบหอมกลิ่นซอส รับรองว่ากินเล่นเคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ นอกจากนี้เมนูใหม่คอนเซ็ปต์ และเสริมเพิ่มทัพด้วยเมนูอาหารทะเลหลากหลาย หอยลาย หอยแมลงภู่ ปลาเก๋า ปลาอินทรี ให้ลูกค้าได้เลือกมากขึ้น

กุ้งแม่น้ำเผา 3 ตัวโล

กุ้งแม่น้ำเผา 3 ตัวโล
ปูก้อนสไปซี่
ปูดอง 2 แซ่ป
ไข่ปลาริวกิว ผัดฉ่าพริกสด
ปลาตาเดียวทอด
ต้มยำปลาเก๋าน้ำข้น
ผัดสามหอมกุ้งสด
ข้าวผัดกากหมู
หอยลายผัดพริกขี้หนู
เมี่ยงปลากะพง
แกงเหลืองไข่ปลาริวกิว
ผัดฉ่าปลาอินทรี
แกงจืดบ๊วยหมูสับโหระพา
ขนมอำแดงไต้ฝุ่น

จัดหนักทั้งอาหารและบรรยากาศ ทุกเมนูอัดแน่นด้วยสมุนไพรเพื่อสุขภาพดีต่อใจและไม่ลืมปิดท้ายความอร่อยด้วยของหวานซิกเนเจอร์ที่มีชื่อเดียวกับร้านคือ อำแดงไต้ฝุ่น ขนมที่มีรูปเป็นแท่งสีเหลี่ยมสีขาวนวลแปลกตาและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร หาได้เฉพาะที่ร้านนี้ เพราะทำจากเต้าหูโฮมเมดนำไปทอดมีความนุ่มความหนึบ คลุกเคล้าด้วยถั่วลิสง งา และเม็ดมะม่วงหอมพานต์ บดจนละเอียด หอมหวานมันอย่าบอกใคร

ใครอยากทานอาหารพร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีต่อใจ ไปกับใครก็ฟิน
ในส่วนของภายในร้านด้านโซนบาร์ ที่สามารถสังสรรค์สร้างความสนุกสนานครื้นเครงไปกับการให้บริการเครื่องดื่ม โดยออกแบบตกแต่งได้อย่างสวยงาม ด้วยโทนสีเขียวเทอร์คอยซ์ผสมผสานสีน้ำทะเลยามต้องแสงไฟจะยิ่งสวยงามชวนให้รื่นรมย์ขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม โดยรวมเป็นร้าน อาหารที่มีการออกแบบตกแต่งที่ผสมผสานไทยจีนอย่างสุดคลาสสิก และยังมีกลิ่นอายตะวันตก รวมถึงก็ไม่ทิ้งความเป็นอำแดงไต้ฝุ่น ที่ใช้สีแดง ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ประจำร้าน ใส่กิมมิคที่ดูหรูหรา โดยเฉพาะผ้าม่านที่แขวนตรงหน้าต่าง เป็นผ้าม่านสีแดงก่ำตัดกับสีเขียวเทอร์คอยซ์บริเวณบาร์ ได้เป็นอย่างดี ส่วนโซนที่นั่ง ที่มักถูกนักชิมจับจองเป็นอันดับแรกๆก็คือ โซนที่มีภาพวาดสาวจีนสมัยใหม่ สวมแว่นตาทรงกลมสุดเท่ มือถือปูยักษ์ขนาดใหญ่ สื่อให้เห็นว่า ถ้ามาร้านนี้แล้ว ไม่รับประทานปู ก็เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่ไม่ใชขายแค่รสชาติ แต่บรรยากาศในร้านยังเหมาะกับการเป็นจุดเช็คอินคูลๆ กลายเป็น Fine Dining ที่ดูทันสมัยมาก

ขนมอำแดงไต้ฝุ่น

โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดร้านใหม่ เพียงลูกค้าแชร์ภาพไม่ว่าจะเป็นภาพอาหาร หรือบรรยากาศภายในร้านสามารถรับส่วนลดค่าอาหารทันที 10% (ไม่รวมกุ้งแม่น้ำเผาและเครื่องดื่ม)

อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ : Am-Dang-Typhoon by The River
ที่อยู่ อาคาร G โครงการบางกอกสแควร์ เลขที่ 762/7 ถนนพระราม 3
แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10125
โทร. 0957164712
www.amdangtyphoon.net
Id line: @amdangtyphoon
หรือเพิ่มเติมข้อมูลโปรโมชันที่ FB. amdangtyphoon

แผนที่เดินทาง อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ คลิ๊ก
https://maps.app.goo.gl/6jB2PWh8SCfgze1c8

ตามรอยพ่อฯ ปี 9 คืนสู่ลุ่มน้ำป่าสัก จัดกิจกรรมเอามื้อที่ จ.นครราชสีมา

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) จัดกิจกรรมเอามื้อ ณ จังหวัดนครราชสีมา ลุ่มน้ำป่าสัก เดินหน้าภารกิจถ่ายทอดองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่ปีที่ 9 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยลงมือทำเกษตรแบบโคก หนอง นา ตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คืนสมดุลให้กับระบบนิเวศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร อันเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำหรับการรับมือกับวิกฤตต่างๆ ของมนุษย์ได้อีกด้วย โดยวางมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น

“โคก หนอง นา” ฝ่าวิกฤตสิ่งแวดล้อม
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ให้โลกพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการทำเกษตรแบบโคก หนอง นา ตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น นับเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ เพราะในโคก หนอง นา จะมีป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งจะเป็น ตัวสร้างสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ นำมาสู่ความหลากหลายทางชีวภาพหรือ biodiversity จากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ทั้งในน้ำ ใต้ดิน บนดิน หรือในป่า อันไม่เพียงช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน แต่ยังช่วยให้มีอาหาร การกินสมบูรณ์ เกิดความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของสหประชาชาติในการขจัดความอดอยาก (zero hunger) อีกด้วย การทำเกษตรแบบโคก หนอง นา จึงเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และ ช่วยโลกไปพร้อมๆ กัน”

นอกจากนั้น การทำเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นยังช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนของภาคการเกษตร ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า “จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ระบุว่าภาคการเกษตรมีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูง ส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ก๊าซมีเทนเกิดมากใน การทำเกษตรเชิงเดี่ยว หรือเลี้ยงสัตว์ประเภทเดียวที่เป็นฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่และใช้ยาปฏิชีวนะ ก็จะทำให้กระบวนการย่อยสลายเกิดก๊าซมีเทนขึ้น ไม่ว่าจะในลำไส้ของสัตว์หรือมูลสัตว์ที่ถ่ายทิ้งออกมา แม้แต่กระบวนการหมักของฟางกิ่งไม้ใบไม้ที่มีสารเคมีอยู่ด้วย ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการใช้น้ำสมุนไพรรสจืดเพื่อกระตุ้นกลไกการทำงานของจุลินทรีย์ให้สามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดก๊าซมีเทน ในทางตรงกันข้ามกลับกระตุ้นให้เกิดออกซิเจนขึ้นมาด้วยซ้ำ”

ตามรอยพ่อฯ ปี 9 คืนสู่ลุ่มน้ำป่าสัก
ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงแนวคิดหลักและรายละเอียดกิจกรรมว่า “ครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมเอามื้อครั้งแรกของโครงการ ‘ตามรอยพ่อฯ’ ปี 9 หลังจากที่ได้ชะลอการจัดกิจกรรมออนกราวด์ถึงกว่า 1 ปีเต็ม ซึ่งเป็นผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมา โครงการ ‘ตามรอยพ่อ’ ได้เดินหน้าเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน’ ผ่านกิจกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของโครงการทั้งเว็บไซต์และ เฟซ บุ๊ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปวิดีโอ ‘คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ’ ที่ให้ความรู้พื้นฐานแก่ผู้สนใจลงมือทำการเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนั้นเรายังช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในแคมเปญ ‘รวมพลังสู้โควิด-19’ โดยทำงานร่วมกับศูนย์ช่วยโควิด-19 ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติรวม 19 แห่งทั่วประเทศ จัดคาราวานแจกตะกร้าปันสุข ชุดต้มและน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า และกล่องกรีนบ็อกซ์ (Home Isolation Green Box) ชุดดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาตัวที่บ้านไปเป็นจำนวนมาก ไปยัง 252 พื้นที่ทั่วประเทศ”

นายอาทิตย์ กล่าวถึงกิจกรรมเอามื้อ ณ จังหวัดนครราชสีมา ในครั้งนี้ว่า “โครงการตามรอยพ่อฯ ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 9 ซึ่งเป็นปีสรุปผลความสำเร็จของโครงการ เราจึงกลับมาจัดกิจกรรมในพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการตามรอยพ่อฯ เมื่อ 9 ปีที่แล้วอีกครั้ง โดยเลือกพื้นที่เสงี่ยมคำกสิกรรมวิถีของคุณสุณิตา เหวนอก ซึ่งเป็นหนึ่งใน คนต้นแบบ ‘คนหัวไวใจสู้’ ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ผู้มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่ของตนเองตามแนวทางศาสตร์พระราชาเพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรในพื้นที่และคนรุ่นลูกหลาน รวมถึงแปลงพื้นที่ของตนเองเป็น 1 ใน 19 ศูนย์ช่วยโควิด-19 ในแคมเปญรวมพลังสู้โควิด-19 เราจึงมาจัดกิจกรรมเอามื้อในพื้นที่ของคุณสุณิตา เพื่อแสดงความขอบคุณในความมุ่งมั่นและความเสียสละ”

นายบุญล้อม เต้าแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนล้อมศรีรินทร์ กล่าวเสริมข้อมูลพื้นที่ว่า “นครราชสีมาหรือโคราชเป็นจังหวัดใหญ่ในภาคอีสาน มีพื้นที่ป่าเขาและพื้นที่เกษตรจำนวนมาก ทางทิศตะวันตกเชื่อมกับจังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งรวมลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่ม คือ ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี และทางทิศตะวันตกมีพื้นที่บางส่วนที่ไหลไปลงใน ลุ่มน้ำป่าสัก เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรมากมีความต้องการน้ำสูง ประกอบกับมีภัยแล้งบ่อยครั้ง โครงการจึงนำเสนอพื้นที่ของคุณสุณิตา เหวนอก เป็นพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในโคราช เพราะได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การนำศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปลงมือปฏิบัตินั้น สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใด ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย หรือภัยจากโรคระบาด เสงี่ยมคำกสิกรรมวิถีของคุณสุณิตาก็ผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างดี นอกจากจะสามารถพึ่งตนเองได้แล้ว ยังส่งต่อความช่วยเหลือไปยังเพื่อนมนุษย์ในสังคมในชุมชนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ตามรอยพ่อฯ ด้วยหัวใจ
ด้าน นางสาวสุณิตา เหวนอก (นวล) เจ้าของพื้นที่ เสงี่ยมคำกสิกรรมวิถี ขนาด 6 ไร่ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัวกลาง ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา กล่าวว่า “นวลเป็นคนโคราชโดยกำเนิด พี่น้อง 4 คนเป็นลูกคนที่ 2 ครอบครัวเป็นเกษตรกรที่ทำงานหนัก มีแต่หนี้สิน เมื่อจบ ป.6 ก็ทำสวนทำนากับที่บ้าน พออายุ 16-17 ปี พ่อแม่ให้ไปทำงานโรงงานจึงแอบเรียน กศน. โดยทำงานส่งตัวเองเรียนและส่งเงินให้ที่บ้านด้วย จึงต้องทำงานหนักมากทำทั้งโรงงานเย็บผ้า โรงงานของเล่น ฯลฯ ในที่สุดก็เรียนจนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏโคราช พออายุ 29 ปี สอบติดราชการและเรียนต่อจนจบนิติศาสตร์ มหาวิธรรมศาสตร์ หลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน อายุ 30 กว่าทำงานเป็นนิติกรที่รังสิตปัจจุบันย้ายมาที่ อ.จักราช จุดเปลี่ยนคือหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ได้ดูรายการสารคดีโทรทัศน์ ‘แสงจากพ่อสู่ความยั่งยืน’ ทุกคืน ทำให้เกิดคำถามกับตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ จนมีโอกาสพบ อ.เข้ม (ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ) ซึ่งได้ชวนให้มาเป็นจิตอาสาช่วยโครงการท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ แล้วจึงไปอบรมการทำเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาทั้งที่ศูนย์ภูมิรักษ์ฯ อบรมออกแบบโคก หนอง นา โมเดลที่วัดหนองสองห้อง อบรมที่ศูนย์คืนป่าสัก แล้วตัดสินใจลงมือทำบนที่ดินแปลงนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยของครอบครัว เพราะทำเองรู้ว่าเราใส่อะไรลงไป โดยปลูกพืชต่างๆ เช่น กล้วย ละมุด อ้อยพันธุ์สุพรรณ 50 ถั่วลิสง เป็นต้น”

นางสาวสุณิตา กล่าวถึงความสุขที่ได้จากการตามรอยศาสตร์พระราชาว่า “มีความสุขมาก ช่วงแรกที่ลงมือทำแม่ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมมาดู เพราะเสียดายที่ดิน แต่พอปีนี้ สิ่งที่เราทำเริ่มผลิดอกออกผล แม่ก็เข้ามาดูเกือบทุกวันรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่เดินตามรอยพ่อ แม้จะต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมาก แต่ก็คุ้มค่าที่ทำให้ครอบครัวยอมรับได้ และยังสร้างความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น สร้างความมั่นคงปลอดภัยทางอาหารให้ครอบครัว อีกทั้งยังภูมิใจที่เป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนทำตามด้วย โดยหลังจากนี้อยากทำสวนสมุนไพรเพิ่มในพื้นที่เพื่อดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว”

กิจกรรมเอามื้อในครั้งนี้ประกอบด้วยการทำแปลงปลูกผักอินทรีย์ ขุดปรับคลองไส้ไก่รอบแปลงนาและหนองน้ำ ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ห่มฟาง ใส่ปุ๋ยแห้งปุ๋ยน้ำ ทำเครื่องกรองน้ำถัง 200 ลิตร ทำเครื่องสูบน้ำพลังงานโซล่าเซล แปรรูปผลผลิต อาทิ สบู่ฟักข้าว แชมพูดอกอัญชัน กล้วยหมัก ชาตะไคร้ ไข่เค็ม โดยดำเนินมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น อาทิ การควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนต้องแสดงผลยืนยันการตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ก่อนร่วมงานไม่เกิน 72 ชั่วโมง รวมถึงเอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ร่วมกิจกรรม เป็นต้น

ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

รฟฟท. เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา ล่าสุดตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง คือ สายบางซื่อ – รังสิต และ สายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

เมื่อเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเชิงพาณิชย์ บริษัทจะปรับเวลาให้บริการจากเดิม 05.30 – 22.00 น. เป็น 05.30 – 24.00 น. ทุกวัน ทั้งวันธรรมดาจันทร์ – ศุกร์ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รวมทั้งวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนความถี่ในการเดินรถสายบางซื่อ – รังสิต จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า – เย็น ( 07.00 – 09.30 น. และ 17.00 – 19.30 น. ) จะใช้ความถี่ 12 นาที นอกช่วงเวลาเร่งด่วนจะใช้ความถี่ 20 นาที ส่วนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน จะใช้ความถี่ 20 นาทีตลอดระยะเวลาการให้บริการ

ซึ่งเมื่อปรับความถี่ในการเดินรถจะสามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวในการรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น โดยจากเดิมที่สายบางซื่อ – รังสิต ใช้ความถี่ 15 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน เช้า-เย็น และ 30 นาที นอกช่วงเวลาเร่งด่วน สามารถเดินรถได้ 88 เที่ยว/วัน เมื่อปรับความถี่จะเพิ่มเป็น 138 เที่ยว/วัน ส่วนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ใช้ความถี่ 30 นาที ตลอดระยะเวลาให้บริการสามารถเดินรถได้ 64 เที่ยว/วัน เมื่อปรับความถี่จะเพิ่มเป็น 112 เที่ยว/วัน

สำหรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงการรถไฟแห่งประเทศไทย กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 12 บาท และสูงสุดไม่เกิน 42 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์ในปัจุบันตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบริษัทยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแล และซ่อมบำรุงเส้นทางเดินรถให้มีความปลอดภัย รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจลาดตระเวนเส้นทางเดินรถอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระบบรถไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นบริษัทยังได้จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าสายสีแดง โดยมอบของขวัญสุดพิเศษ เป็นซองใส่บัตรหนัง พร้อมสายคล้องคอสุดพรีเมี่ยมให้แก่ผู้โดยสาร 1,000 ท่านแรก ที่ซื้อบัตรโดยสารเติมเงินทุกประเภท ( Stored Value Card ) ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ทุกสถานี
( ผู้โดยสารสามารถขอรับได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ซึ่งผู้โดยสาร 1 ท่านสามารถขอรับซองใส่บัตรได้ 1 ชิ้นเท่านั้น )

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.srtet.co.th/index.php/th/

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่
https://www.srtet.co.th/index.php/th/
หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th ,
www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

เปิดแนวคิด Mr. Denis Richter เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา

เว็ปไซต์ Toptotravel มีโอกาสได้เข้าพูดคุยกับ มร. เดนิส ริชเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา แน่นอนไม่มีใครไม่รู้จัก โรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเงียบสงบของตำบลนาจอมเทียน รีสอร์ทออกแบบมาเป็นอาคารที่ทำให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับการผสมผสานความ ทันสมัยและธรรมชาติของชายทะเลไว้อย่างลงตัว

“มร. เดนิส ริชเตอร์ กล่าวถึง จุดเด่นของการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19 และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงสัดส่วนของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยและนักท่องเทียวชาวต่างชาติ โดยโรงแรมการจัดโปรโมชั่น การวางแผนทางด้านการตลาด เพื่อกระตุ้นการเข้าพักของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการบริหารโรงแรมสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง รวมไปการจัดแคมเปญของทางโรงแรม เรามีการออกข้อเสนอพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเข้าพักอยู่อย่างต่อเนื่อง”

Questions Answered by MR. DENIS RICHTER
General Manager
Renaissance Pattaya Resort & Spa

การบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม 5 ดาวในช่วงโควิด-19และสถานการณ์การปรับตัวในช่วงปีที่ผ่านมา (2563-2564)
(How’re you manage the 5 stars hotel business during the Covid-19, and how’re you adapt to the situation over the past years (2020-2021)
• We ensure the Safety and Health measures to be always enforced in
all areas.
• เรามีการเน้นย้ำมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ในทุกพื้นที่ของรีสอร์ทและทุกจุดสัมผัสอยู่อย่างต่อเนื่อง
• Implementing social distancing set-up and contactless service to adapt to the situation
• เรายังมีการเพิ่มมาตรการการเว้นระยะห่าง และ การบริการแบบไร้การสัมผัส เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

-สัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในปัจจุบัน
(Portion of Thais and Foreigner tourist.)
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถานาร์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ๋เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ
• In normal situation, before COVID-19, Thais 35%, Foreigner 65%
• อย่างไรในช่วงสถานการณ์ปกติ ก่อนเหตุโควิด-19 เรามีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ประมาณ 35% และต่างชาติ 65%

-กลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมเข้าพักในโรงแรม?
(The foreign nationality that always come to stay.)
• Before COVID-19, we have the mix of
• ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เรามีสัดส่วนของกลุ่มผู้เข้าพักโดยประมาณการณ์ เช่น
• 1. ชาวไทย TH 35%
• 2. ชาวจีน CN 20%
• 3. ชาวอเมริกัน US 15%
• 4. ชาวเกาหลี KR 4%
• 5. ชาวฮ่องกง HK 3%
กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวไทยมีอัตราการเติบโตมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ( How much growth on Domestic market? ) How?
• During COVID-19 pandemic, majority of market is Domestic & Expats
• ในช่วงสถาการณ์โควิด-19 ส่งผลให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นตลาดภายในประเทศและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ

ความพร้อมในการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง?
(Readiness to welcome foreign tourists again?)

• Renaissance Pattaya Resort & Spa is always open its door to guest and never close the resort. Hence we are more than ready to welcome all tourists again and deliver our premium service and comfortable accommodation options.
• เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ยืนหยัดในการเปิดให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมมาตรการต่างๆ โดยไม่เคยประกาศการปิดให้บริการ ดังนั้น เรามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจมาเข้าพัก อีกทั้งส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักและการบริการระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงตัวเลือกห้องพักมีหลากหลายรูปแบบที่สะดวกสบายครบครัน

-เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข
SHA+(Safety and Health Management?)
• We are operated under Commitment to Clean program of Marriott International and being a certified SHA with compliance to safety and health regulation under Ministry of Health

• เรามีการดำเนินงานภายใต้กรอบของโปรแกรม Commitment to Clean ของเครือ Marriott และ ผ่านการรับรองด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย หรือ SHA โดยเน้นย้ำมาตรการให้สอดคล้องกับแนวทางของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

-ด้านการทำตลาดต้องปรับเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
(Marketing, any adaptive or change? More or Less and How?)
• With changes towards digital world; hence, we have utilized more social media and digital channels to communicate to our guests.
• ด้วยสถาการณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน เราได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยเน้นไปยังสื่อโซเชียลมีเดีย และ สื่ออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าของเรา

ท่านมีความความมั่นใจเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหนและอะไรที่เป็นสิ่งที่ต้องกังวลบ้างหรือไม่อย่างไร?
(How much confidence would you rate on the Thailand Reopening policies to except foreign tourists? And what’re the concerns you may have?)
• We are confidence on our safety and hygiene standards and look forward to welcoming oversea visitors again.

• เรามีความเชื่อมั่นในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย และ พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านอีกครั้ง

• COVID-19 may not disappear; however, we should adapt our lifestyle align with the situation such as always protecting ourselves with DMHTT (Distancing, Mask Wearing, Hand Washing, Testing and Thai Chana scanning)

• โควิด-19 อาจไม่หายไป อย่างไรก็ดี เราควรที่จะปรับไลฟ์สไตล์ของเราให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ด้วยการไม่ประมาท การ์ดอย่าตก พร้อมนำแนวทาง DMHTT มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

สิ่งที่เป็นจุดเด่นจุดขายและความเชี่ยวชาญของเครือโรงแรมเชนใหญ่ (Strength?, USP? and Expertise? of Big Hotel Chain)
• Being part with International Hotel Chain, guest can rest assure with the international standards of service, cleanliness, hygiene, premium product as well as the safety and wellbeing during your stay.

• ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติ แขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถวางใจได้กับมาตรการระดับสากลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริการ ด้านความสะอาด ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ต่างๆระดับสากลตลอดการเข้าพัก

แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงปลายปี
จะช่วยกระตุ้นการเข้าพักมากน้อยแค่ไหน?
(Do you think the events organized by Pattaya City to drive more tourism business will help increase hotel occupancy? How?
(from the news that Pattaya City is organized several events throughout November and December such as Pattaya Music Festival, Loy Krathong, International Fireworks, NaKlua Walk & Eat, and Pattaya Countdown)

• We do expect the Pattaya City campaign will drive more visitors to the area with help to increase the hotel occupancy and bringing life back to all local businesses in the community.

• เราคาดหวังว่า แคมเปญต่างๆของเมืองพัทยา จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเข้าพัก และ นำชีวิตชีวา กลับมาหล่อเลี้ยงธุรกิจในพื้นที่รวมไปถึงชุมชน อย่างยั่งยืน

tps://www.youtube.com/watch?v=-4dLDgIfVAM

(จากข่าว: เมืองพัทยาได้มีการวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพ.ย. ยาวตลอดจนถึงวันส่งท้ายปีทั้งหมด 5 งานหลัก ได้แก่
งานเทศกาลดนตรี (PATTAYA Music Festival)
จัดในวันศุกร์และเสาร์ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ส่วนวันที่ 19 พ.ย. 64 มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทง / วันที่ 26-27 พ.ย. จัดงานจุดพลุนานาชาติบริเวณริมชายหาด ส่วนในเดือนธ.ค. มีการจัดงานเทศกาลอาหารเรียกว่า “งานเดินกินถิ่นนาเกลือ” และมีกิจกรรมทุกสัปดาห์
งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ งานพัทยาเคาท์ดาวน์ (PATTAYA Countdown 2021)

Book your next beach holiday today!
www.marriott.com
/pyxbr

ร้านพิซซ่าของลุงทอม มุมไม่ลับ แต่อยากให้ไปลอง

Uncle Tom’s Pizzeria สวรรค์ของคนรัก พิซซ่าต้องไม่พลาด ความอร่อยเอาใจสายพิซซ่าเลิฟเว่อร์ ชวนมาฟินกับทุกเมนูพิซซ่าชื่อดัง ปักหมุดร้าน อยู่บริเวณ
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เที่ยวเขาค้อ ทั้งทีอยากหาร้านอาหารเขาค้อบรรยากาศสวยๆ เห็นวิวทะเลหมอก รับลมจะไปที่ไหนดี ? วันนี้มีโอกาสแวะมาร้านนี้ คือตั้งใจมาชมวิวโดยเฉพาะ ที่ Uncle Tom’s Pizzeria ร้านพิซซ่าของลุงทอม พิซซ่าเตาถ่าน อารมณ์ของร้านโอบล้อมไปด้วยภูเขาเรียงรายสูงต่ำหลดหลั่นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ตกแต่งสบายๆ มีสไตล์ของตัวเอง นั่งที่ร้านมองเห็นทิวเขาได่ชัดเจน บางจังหวะมีหมอกลอยต่ำๆ มาให้ชมด้วย และที่สำคัญคนไม่พลุกพล่าน มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าที่สวยงามแบบสุดๆ ได้ทุกมุม ส่วนที่นั่งมีทั้งด้านนอก และภานใน เคาน์เตอร์บาร์ด้านนอกเป็นที่นิยมมากเพราะได้นั่งแบบ แนบชิดติดวิวภูเขา

“เสาวรสโซดา” เปรี้ยว ซ่า เพิ่มความสดชื่นแบบเต็มๆ
Uncle Tom’s Pizzeria
ร้านพิซซ่าของลุงทอม มุมไม่ลับ แต่อยากให้ไปลอง
คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง) ผู้บริหารร้าน Uncle Tom’s Pizzeria

นอกจากร้านที่ได้บรรยากาศน่ารักอบอุ่นแล้ว เมนูของทางร้านเป็น พิซซ่าของลุงทอมเป็นพิซซ่าโฮมเมด สูตรต้นตำหรับบางกรอบจากอิตาลีโดยเฉพาะอบร้อนๆ ขนาดใหญ่ที่ผ่านการสูตรต้นตำรับใส่ใจทุกขั้นตอน ทานแล้วเป็นที่ติดอกติดใจของหลายคน จุดเด่นของพิซซ่าที่ร้านคือ เป็นอิตาเลี่ยนโฮมเมดพิซซ่า ที่ทำเองตั้งแต่แป้งยันซอส ในทุกถาดใส่เครื่องและชีสแบบจัดเต็ม ก่อนที่จะนำเข้าไปอบในเตาถ่านหลังร้านเพื่อให้ออกมาเป็นพิซซ่าที่มีความหอมของถ่านไม้ อยู่บนแป้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกว่าจะได้มาซึ่งพิซซ่าถาดเด็ดอย่างในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเจ้าของ คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง) โดยมาดามต้องไปเรียนการทำพิซซ่าสูตรต่างๆ มาจากเพื่อนสนิทของลุงทอม จุดเริ่มต้นของการเป็นคนที่รักและชื่นชอบในงานบริการ จึงตัดสินใจเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพิซซ่าจนสามารถเปิดเป็นร้านของตัวเองกลับมาสร้างธุรกิจอาหารในฐานะผู้ผลิต ครีเอทเมนูอาหารให้กับแบรนด์ชื่อดังมากมาย จนกระทั่งมาเปิดเป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยใช้ทักษะและประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ สร้างสรรค์แบรนด์ ในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ทุกเมนูล้วนเกิดจากความตั้งใจจริงและความรักในงานที่เกิดขึ้นและทำเพราะะชื่นชอบในงานบริการ

วันนี้ เราอยู่ที่เขาค้อ เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเพื่อนๆ ในช่วงอากาศเริ่มเย็นอย่างแน่นอน และหากไปถึงเขาค้อทั้งที ฟินให้ครบไม่ใช่แค่แวะไปเที่ยวที่ต่างๆ ตามกลิ่นพิซซ่าเตาถ่าน พิซซ่าแฮนด์เมด เตาถ่านสูตรต้นตำหรับบางกรอบจากอิตาลี สูตรลุงทอม แค่ชื่อร้านก็พอจะรู้แล้วว่าคือ พิซซ่า ซิกเนอเจอร์ และเป็นพิซซ่าเตาถ่าน มีชื่อเสียงสมคำร่ำลือ นอกจากในเรื่องของแป้งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแล้วก็ยังมีในเรื่องของความสดใหม่ของวัตถุดิบที่จะต้องเตรียมกันใหม่ในทุกเช้าอย่างแป้งพิซซ่าแบบฉบับของลุงทอม

คุณกาญจนาวดี สิริอินทร์ (มาดามถิง)

ความอร่อยยอดนิยมที่มียอดสั่งสูงสุด อย่าง พิซซ่าฮาวายเอี้ยน (Pizza Hawaiian) ราคา 380 บาท ซอสสไตล์โฮมเมดเข้มข้น หอมกลิ่นชีส แป้งนุ่มบางกรอบ หอมกรุ่นอร่อย ทานแบบร้อนชีสจะละลายเยิ้มยื้อ โดดเด่นด้านการคัดสรรคุณภาพของวัตถุดิบที่ใส่ไปในทุกจาน รับรองว่าใครที่ชื่นชอบพิซซ่าต้องบอกว่า..อร่อยอย่างแน่นอน หอมกรุ่น ชีสเต็มคำ ส่วนเมนูอื่นยอดนิยมของที่นี่ผัดไทยโบราณเมืองเพชร,หมี่กรอบโบราณกุ้ง ,สปาเก็ตตี้หอยลาย,ผัดไทยกุ้งสด

การทำพิซซ่า ในร้าน Uncle Tom’s Pizzeria
การทำพิซซ่า ในร้าน Uncle Tom’s Pizzeria
บรรยากาศในร้าน Uncle Tom’s Pizzeria
เมนูพิซซ่าของลุงทอม
อัญชัญมะนาวสด
น้ำผึ้งมะนาวแท้

Uncle Tom’s Pizzeria
แน่นอนนอกจากมีพิซซ่าเตาถ่านแบบจัดเต็ม เมนูเครื่องดื่มที่แนะนำอยากให้ลอง “เสาวรสโซดา” เปรี้ยว ซ่า เพิ่มความสดชื่นแบบเต็มๆ เมนูน้ำสมุนไพร “อัญชัญมะนาวสด” และ “น้ำผึ้งมะนาวแท้” ทานไปแล้วไม่เพียงแค่รสชาติอร่อยลงตัว
แต่เหมือนเพิ่มสนุกและความมีมิติในการทานยิ่งขึ้น ลองแล้วคุณจะติดใจ! พร้อมเสิร์ฟเอาใจสาวกพิซซ่าโดยเฉพาะ แถมมีบริการเดลิเวอรี่ ส่งตรงถึงหน้าบ้านด้วยนะ ใครที่มาเที่ยวเพชรบูรณ์แนะนำร้านนี้

Uncle Tom’s Pizzeria เขาค้อ
พิซซ่าฟรุตตี้ ดิ มาเร่ (พิซซ่า ซีฟู้ด)
ผัดไทยโบราณเมืองเพชร

พร้อมแล้วมาเริ่มทานอาหารจานแรกกันเลย
พิซซ่าฟรุตตี้ ดิ มาเร่ (พิซซ่า ซีฟู้ด)
หมี่กรอบโบราณกุ้ง
ผัดไทยกุ้งสด
ปลาดอลลี่ทาท่าซอส
ปีกไก่ซอสเกาหลี
สปาเก็ตตี้หอยลาย

ผัดไทยโบราณเมืองเพชร
ปีกไก่ซอสเกาหลี
หมี่กรอบโบราณกุ้ง

ถ้าได้มาลิ้มลองอาหารร้านนี้นอกจากรสชาติความอร่อยอย่างลงตัวแล้ว ถ้าเรามาในช่วงที่มีอากาศหนาว บรรยากาศของร้านนี้จะฟินแบบสุดๆ ไปเลย
นี่คือทั้งหมดของมื้อนี้ที่ร้านอาหาร พิซซ่าของลุงทอม

ชวนมาเติมความสุขกับชีวิต ด้วยการทานของอร่อยแวะมา
ร้านพิซซ่าของลุงทอม (หลังองค์พระใหญ่)
วัดผาซ่อนแก้ว เขาค้อเปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น.
248 ม.7 ตำบล แคมป์สน อำเภอเขาค้อ เพชรบูรณ์ 67280
เสาร์-อาทิตย์ 08.00-20.00 น. โทร. 099 335 5565

ใครที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถสั่งทุกเมนูจากทางร้านได้เช่นกัน
Uncle Tom’s Pizzeria
โทรศัพท์: 086 992 3999

เปิดประสบการณ์ความอร่อย ภายใต้แคมเปญ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen

แค่ได้ยินคำว่า โครงการไทยดิชคัฟเวอรี่ (Thai Dishcovery) อาหารไทยที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ก็การันตีได้ถึงความอร่อย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จับมือเชฟจากร้านอาหารชื่อดัง ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคน
รุ่นใหม่ ร่วมสร้างสรรค์เมนู 20 อาหารไทยโบราณ เพื่อฟู๊ดดี้นักกินรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen

วันนี้ Toptotravel ร่วมงาน โครงการ Thai Dishcovery (ไทยดิชคัฟเวอรี่)
จัดกิจกรรมเปิดตัวเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 ต.ค.2564 ณ ร้าน Whispering Café จ.นครปฐม คาเฟ่ออร์แกนิก จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
มีความตั้งใจที่จะนําเมนูอาหารไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และเมนูไทยดั้งเดิมที่หารับประทานได้ยากใน ปัจจุบัน ทั้งสิ้น 20 รายการ อาทิ ข้าวยํา ข้าวหลาม เมี่ยงคํา กระยาสารท มังคุดคัด สร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ เพื่อให้เข้ากับกลุ่ม คนรุ่นใหม่ สืบเนื่องจากทางกรมฯ
ได้เล็งเห็นถึงกระแสวัฒนธรรมการบริโภคน้ันได้เปลี่ยนแปลงไป การสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมให้ คงอยู่อย่างยั่งยืนน้ัน จําเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของมรดก ได้เห็นคุณค่า มีความรู้สึกหวงแหน อยากที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไปจับมือร้านอาหารชื่อดังของคนรุ่นใหม่ ร่วมกับเชฟจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 28 ร้าน ร่วมถ่ายทอดเมนูอาหาร

นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า การสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้เป็นหน่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของมรดก ได้เห็นคุณค่า มีความรู้สึกหวงแหน อยากที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้คงอยู่กับประเทศไทยสืบไป

อาหารไทยเป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” หนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทย อาหารไทยที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อและแทรนด์อาหารไทยอย่างยั่งยืน โดยมีร้านร่วมโครงการ ได้แก่ ร้าน Greyhound cafe ร้าน Audrey ร้าน On the Table , Tokyo Cafe ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด ร้าน Sood Kua by Supanniga / สุดคั่ว by สุพรรณิการ์ ร้านบ้านหญิง ร้านแก้วแกงใต้ KAEW KANG TAI ร้านไทยนิยม ร้านหลงโถวคาเฟ่ ร้านแสนสําราญที่แสนแสบ ร้าน Ari Café & Bistro ร้าน Club Anda ร้าน My dining chef ร้าน Whispering Cafe ร้าน Lamour cafe ร้าน Wild Coffee & Bistro ร้านทองหยิบทองหยอด ร้านน้องโจ๊ก ร้านคาราเมล ร้านเขาทองเทอเรสต์ ร้านแลเลกริล ร้านเสน่ห์ย่า ร้านอาหารญี่ปุ่นโทบิโกะ ร้านอาหารอัญชลี ร้านหนํา ร้านอาหารชายทะเล ร้านตะโกลา ร้านอรุณดิน่า และ เว็บไซต์ไทยดิชคัฟเวอรี่ด็อทคอม
เปิดตัวโครงการ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen” นําเสนอ
20 เมนูอาหารไทยตํารับโบราณได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ โดยเชฟคนรุ่นใหม่
เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักอาหารไทยโบราณ โดยมี Robinhood foodpanda ร่วมส่งต่อความอร่อยของเมนูอาหารไทย Thai Dishcovery ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลอง

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง : ร้าน Whispering Cafe
เชฟปริ๊นซ์-เสาวรส ศรีสุริยาพัฒน์กุล, เชฟติ๊ก-สุทธิพันธ์ บุษปนิกรกุล และ เชฟแป๊ะ-จาตุรงค์ ขุนทอง
เชฟติ๊ก-สุทธิพันธ์ บุษปนิกรกุล

อาหารไทย หนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ แขกใครมาเยือนติดในในรสชาติ จนได้รับการจัดอันดับว่า เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอร่อยติดอันดับโลก
มีเรื่องเล่า ตํารับสํารับอาหารมากมาย แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งล้วนแล้วแต่สั่งสมประสบการณ์ถ่ายทอดรสมือ และสูตรเด็ดเคล็ดลับ จากรุ่นสู่รุ่น บ้างก็เป็นเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่น ท้ังการเลือกใช้วัตถุดิบ ขั้นตอนการปรุงอาหารที่พิถีพิถัน บ้างก็นําวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามาผสมผสาน ออกมาเป็นเมนูใหม่ที่มี รสอร่อยเป็นเอกลักษณ์ และในปี 2564 นี้ ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีความประสงค์ที่จะยกระดับอาหาร ไทย ให้
มีความทันสมัย เหมาะแก่คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ภายใต้โครงการ Thai Dishcovery : New Dish for New Gen ที่ได้รับ ความร่วมมือกับเชฟจากร้านอาหารชื่อดัง ที่กําลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นํา 20 เมนูอาหารไทย ด้ังเดิม คือ เถ้าคั่วสงขลา จอแหร้ง หมูย่างเมืองตรัง น้ำพริกกากหมูหมูฮ้อง ไก่กอและ ช่อม่วง หมูโสร่ง ม้าฮ่อ แสร้งว่า แกงเผ็ด(ฉู่ฉี่) ข้าวยํา เมี่ยงคํา หมี่ฮกเกี้ยน โอวต้าว ข้าวหลาม ข้าวต้มมัด ขนมฝรั่งกุฎีจีน (ขนมไข่) ขนมหม้อแกง กาละแม กระยาสารท และมังคุดคัด มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ พัฒนารูปลักษณ์ รูปแบบการนําเสนอ และรสชาติให้ตอบโจทย์ของกระแสทางวัฒนธรรม ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความอร่อยแบบไทยดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อตอบเป้าหมาย แคมเปญ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen

โครงการ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen เมนูอาหารไทยตํารับโบราณได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ โดยเชฟคนรุ่นใหม่ และถ้าพูดถึงร้านอาหารไทยรสชาติดีในฉบับแบบต้นตำหรับ ร้านอาหารในโครงการเป็นอีกหนึ่งร้านที่หลายๆ คนรู้จักและใความคุ้นเคยอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่รสชาติที่ดีเยี่ยม แต่ต้องเปี่ยมด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์และความพิถีพิถันในการปรุง

Thai Dishcovery แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาความอร่อยแบบต้นตำหรับร้านอาหารสู่เป้าหมายชีวิตที่สมดุล หลังจากแนะนำโครงการเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงเวลาที่ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสลิ้มลองสุดยอดเมนูในวันนี้ ….

-น้ำมะปี๊ดโซดา
(เชฟ แป๊ะ ร้าน Whispering Cafe)

-ข้าวยำดอกไม้ใบไม้ในสวน
(Whispering cafe)

-ข้าวยำทอด
(แก้วแกงใต้)

-แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุด และ
น้ำพริกกากหมูพริกไทยอ่อน
(แสนสำราญที่แสนแสบ)

-หมูทอดสุดคั่วราดซอสฉู่ฉี่ไข่เค้มแดง
(soodkua by supanniga)

-ข้าวผัดหมูฮ้องซอสคาราเมล
(ari cafe& bistro)

-ชากุหลาบ

-ข้าวหลามสามหน้า
(whispering cafe)

-ยูกิกาละแม
(Club Anda)

น้ำมะปี๊ดโซดา
ข้าวยำดอกไม้ใบไม้ในสวน
ข้าวยำทอด
แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุด และ น้ำพริกกากหมูพริกไทยอ่อน
หมูทอดสุดคั่วราดซอสฉู่ฉี่ไข่เค้มแดง
ข้าวผัดหมูฮ้องซอสคาราเมล
ข้าวหลามสามหน้า และชากุหลาบ
ข้าวหลามสามหน้า
ยูกิกาละแม
 “ยูกิ อิจิโกะ” ขนมโมจิญี่ปุ่นที่จะทำขายเฉพาะฤดูหนาว

โครงการ Thai Dishcovery : New Dish for New Gen ยังคงเดินหน้ารังสรรค์อาหารไทยจานใหม่ร่วมกับเชฟอีกหลายท่าน ในหลายร้าน ไปจนถึงสิ้นปี
ใครที่สนใจก็แวะไปชมไปชิมกันได้ทั้งที่ร้านและบริการเดลิเวอรี่ ถือเป็นอีกไอเดียที่ร้านอาหารเด็ด ที่สามารถนำไปครีเอทเป็นจานใหม่กันได้

สามารถติดตามตัวอย่างการปรุงอาหารไทยรูปแบบใหม่
ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.Thaidishcovery.com

#ThaiDishcovery
#NewThaiDishForNewGen
#กระทรวงวัฒนธรรม
#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

วศิน วรรณพฤกษ์ กับรางวัล คนต้นแบบคมนาคมประจำปี 2564

กระทรวงคมนาคม ถือเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และมุ่งเน้นปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้แก่บุคลากรในสังกัดมาโดยตลอด

ในแต่ละปีกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการพิจารณาค้นหาบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรมเป็น “คนต้นแบบคมนาคม” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตยืนหยัดบนความถูกต้อง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรงคมนาคมได้ยึดเป็นแบบอย่าง ปลุกจิตสำนึกให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต

โดยในปี 2564 ผลการพิจารณาจากคณะกรรมการปรากฏว่าคุณวศิน วรรณพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564

คุณวศิน เปิดเผยว่าตนเองรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัลในครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม หน่วยงานต้นสังกัด และคุณแม่ ที่มีส่วนสำคัญให้ตนเองดำเนินชีวิต ที่ยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและปฏิบัติหน้าที่ต่างๆด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด “ผมต้องขอบคุณ กระทรวงคมนาคม , บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ มารดา ซึ่งเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิต มองโลกในแง่ดีประพฤติตนเป็นคนดีของ ไม่สร้างปัญหาให้สังคม ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม มีระเบียบวินัย ขยัน สุภาพ และ อดทน”

“นอกจากนี้ คุณแม่ยังสอนให้รู้จักเสียสละ มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้ามีเหลือแบ่งให้คนรอบข้าง”สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เพียงแค่รางวัล“คนต้นแบบคมนาคม” เท่านั้น เพราะตลอดปี 2564 ที่ผ่านมาคุณวศินยังได้รับรางวัลต่างๆมากมายจากหลายหน่วยงานด้วยกัน

“ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานี้ได้รับเกียรติรับรางวัลเกียรติยศ เกียรติบัตร และเข็มเขิดชูเกียรติหลากหลายสาขา อย่างเช่น

-รางวัลธรรมาภิบาลสิงห์ทอง สาขาผู้บริหารและพัฒนาองค์กรดีเด่น จาก ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 และ ฯพณฯ พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ปราบไพรีอริยศัตรูพ่ายกิตติมศักดิ์” โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “นักเหินเวหากิตติมศักดิ์” ของกองทัพอากาศ

-เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะที่อุทิศตนทำคุณประโยช์ต่อสังคม จาก สหพันธ์ รักสันติภาพ สหประชาชาติ (UNPKFC) United Nations Peace Keepers Federal Council.

-เข็มวิทยฐานะ และ ประกาศนียบัตรหลักสูตร“นักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง”รุ่นที่ 61 : การบริหารงานประชาสัมพันธ์ยุค New Normal จากสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

“คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564 ทิ้งท้ายว่า คงยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อให้สมกับรางวัลที่ได้รับ และจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมการสร้างคุณธรรม จริยธรมเป็นให้แก่บุคลากรข้าราชการและพนักงานของรัฐต่อไป

โลกธุรกิจหลังโควิด 19 ในมุมมองของ ภาคิน พลอยภิชา

Toptotravel ได้รับเกียรติจาก คุณภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา สปาเพื่อสุขภาพระดับพรีเมี่ยม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงโลกหลังโควิด19 วิธีปรับตัวของธุรกิจ การเปลี่ยน mindset และ ทักษะสำคัญของการบริหารพนักงาน เพื่อปรับตัวให้รอดในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง สปาเป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด19 ซึ่งวิกฤตครั้งนี้รุนแรงที่สุด เป็นวิกฤตที่ไม่เคยเจอ และในช่วงโควิด19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นต้องปิดกิจการทุกสาขาชั่วคราว และสูญเสียรายได้ ตั้งแต่ เดือน มกราคม จนถึง ปัจจุบันและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด19 จะสิ้นสุดเมื่อใด

โอเอซิส สปา สู้โควิดสู่มาตรฐาน Hygiene สปาในรูปแบบที่มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้โอเอซิสสปาได้รับการขนานนามว่า สปาอัตลักษณ์ไทย ที่สร้างประสบการณ์สปาที่น่าจดจำ เป็นที่รู้จักเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทย ด้วยการบริการที่ “เหนือกว่า” ผสมผสานการนวดแบบแผนไทยโบราณเข้ากับการนวดสมัยใหม่ประยุกต์ ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยสมุนไพรไทย ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยพนักงานนวดสปามืออาชีพ

ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

ภาคิน ในวันนี้ปรับตัวด้วยปัญญาผ่าวิกฤต
เพราะชีวิตต้องไปต่อ….จะเป็นภาคินในเวอร์ชั่นที่ทนที่สุด (หัวเราะ) มีสติและเป็นภาคินที่อดทนกับทุกสถานการณ์ในทุกวันได้ดี ภาคินจะเป็นภาคินที่มองอะไรน่าจะหนักแน่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามองคนในแง่ร้าย ความที่ โอเอซีส เป็นองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอธิบายออกมาไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายท่านที่ให้การสนับสนุนในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ผมเชื่อสิ่งที่ ผมทำในอดีตส่งผลให้กับเราในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเส้นทางใด แต่ภาคินในเวอร์ชั่นปัจจุบันกับองค์กร คือ สิ่งที่น่าจะมีและแข็งแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องของ culture ของวัฒนธรรมที่จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นและมีความผูกพันและสามัคคีกันในองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ทำให้โอเอซิสสปา เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ส่วนจะไปในทิศทางใด หรือช่องทางไหน ยังไม่มีความชัดเจน เพราะความชัดเจนคือความไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่เรามีคือความพร้อมที่จะเดินและเป็นธุรกิจที่ world wide มากขึ้น

การมีสติ ทำให้พบทางออกของการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
สิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคหลังโควิด ขอนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เกิดโควิด มีปัญหาหลากหลายที่เข้ามา มันจะไม่ถูกแก้เลยหากเรารู้สึกว่าเยอะและหนักเกินไป และไม่ไหวแล้วก็จะพ่ายแพ้ไป วิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาต้องนิ่งก่อน ทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่รอด แล้วดูว่าปัญหาที่เกิดคือมีทางออกอะไรบ้าง เราเองก็เคยเป็น จิตแตก โวยวาย สภาพจิตใจไม่นิ่งจะหาทางออกไม่ได้ สิ่งที่เป็นทุกวันนี้ เราอยากแชร์ประสบการณ์ที่เราเป็น ในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่ง ควรต้องเป็นผู้นำที่สร้างความมั่นใจให้คนในองค์กร การฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ผู้นำถือเป็น หัวใจสำคัญ หากผู้นำอ่อนแอ ล้มเลยแน่นอน บางครั้งการตัดสินใจทำอะไรลงไป อาจต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ต้องเตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง การแก้ไขปัญหาในตอนนี้เพื่อให้องค์กรอยู่ได้ ไม่ใช่ทุกการแก้ปัญหาจะเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร จริงๆ แล้วเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดเหมือนกัน เพื่อให้เราอยู่รอดสามเดือน การตัดสินใจหลังจากสามเดือนนี้ต่อไป

คุณภาคิน อธิบายเพิ่มเติมว่า.. เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจจะอยู่รอดได้ถ้าคิดใหม่และปรับตัว การตัดสินใจในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีในอีกสามเดือนต่อไป หรือหกเดือน ต้องหนักแน่นและยอมรับสิ่งที่ผมตัดสินใจ และก็เชื่อเสมอว่าต้องมีทางออก ตัวอย่างที่แชร์คือทุกครั้งที่เกิดปัญหา คืนนั้นจะเป็นคืนที่คิดไปต่างๆ นานามากมายจนทำให้คิดไปเยอะ คิดไปหลากหลาย เมื่อถึงเวลาจริงๆ ในวันรุ่งขึ้นตัวผมต้องแก้ปัญหา บางปัญหาก็ไม่ใช่ยิ่งใหญ่มหาศาลเหมือนในคืนนั้นที่ผมคิดไว้ วันรุ่งขึ้นจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้เลวร้าย ผมก็จะรู้สึกว่าเดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไปได้

…เมื่อก่อน ผมเป็นเซลขายยาอยู่ตามโรงพยาบาล ทำให้มีโอกาสเข้าไปที่ รพ.ตลอดเวลา ขายยาหลายชนิด จนสุดท้ายยาส่วนที่รับผิดชอบจะเป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี การเดินทางเข้าออกโรงพยาบาล ทำให้เห็นสภาพของผู้ป่วยป่วย และคนเสียชีวิตมาโดยตลอด จึงมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนในวงการว่ามันเศร้า คนเราน่าจะมีทางเลือกในทางที่ดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ ผมคุยกันกับเพื่อนว่า ถ้าเป็นแกจะทำอะไร? คนหนึ่งจบเทคนิคการแพทย์ จบเภสัชมา อีกคนจบพยาบาล บอกว่า การที่จะมีชีวิตเป็นผู้แทนขายยาในโรงพยาบาลจนตาย มันหดหู่ไปทุกวัน หันมาทำงานที่เพิ่มความสุข ดูแลสุขภาพ นั่นคือยี่สิบปีที่ผ่านมาจนกระทั่งปี 2002 ภาคิน ลาออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายยา และมาเปิด
สปาในปี 2003 ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมาก การประจวบเหมาะที่ทำให้ผมกลายมาเป็นผู้บริหารขององค์กรใหญ่ระดับประเทศ

“ผมมีความคิดว่า….การทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้ดูเทรนด์หรืออะไรทั้งสิ้น (ความคิดในเวลานั้น) ไม่ได้มองเทรนด์ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ได้คิด เพียงแต่รู้สึกว่าเบื่อและเหนื่อยที่ต้องเห็นแต่คนเสียชีวิตจากโรงพยาบาล จึงจบลงด้วยการดูเรื่องสุขภาพ” ทีนี้ก็มาคิดว่า แล้วสุขภาพจะทำอะไร เพื่อนแนะนำบอกขายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่แนวเรา เพราะต้องไปหาอะไรมาขาย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เบื่อการขายคิดว่าเปิดร้านนวดดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยมาก
หลังจากนั้นค่อยเสริมอย่างอื่นร่วมด้วย ระหว่างนั้นเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ มีโอกาสลองใช้บริการสปาในต่างประเทศ ซึ่งรู้สึกว่าแพงและคุณภาพการนวดไม่ดีมากมายไปกว่าบ้านเรา ในเมืองไทยตอนนั้น ค่านวดครั้งละ 150 บาทเท่านั้น แต่นวดต่างประเทศเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาท ผมจึงมามองบ้านเรา ซึ่งการนวดดีมาก ผมจึงคิดว่า น่าจะทำสถานที่นวดแบบมีมาตรฐานขึ้นมา แต่ผมจะไม่ทำนวดราคา 150 บาท คิดว่าให้ดูดี บริการดี สถานที่สวยงาม ระหว่างความคิดตรงนั้นคิดไปเรื่อยๆ สวยไปเรื่อย ไม่ได้จดทะเบียนอะไร ยอดขายได้วันละ 8,000 บาท ถือโอเคแล้วณ.ตอนนั้น ง่ายๆ เลยขายได้วันละ 8000 ค่าพนักงาน ค่าเช่า รายได้ถือว่าโอเคแล้ว ชีวิตผมง่ายๆเลย นั่นคือที่มาของ โอเอซีสแห่งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นบนพื้นที่สองร้อยตารางวา คอนเซ็ปต์เป็นบ้านหลังเล็กๆ หรือวิลล่ากลางเมือง มีสวนสวย มีshower ทำในแบบของเรา ภายหลังเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า สปา ส่วนชื่อ โอเอซิส สปา ก็ได้มาจากความบังเอิญ แต่ที่ที่เราอยู่มีแหล่งน้ำ เข้าไปเหมือนหลุดอีกโลกหนึ่ง เพื่อนคุณโทบี้เข้ามาเขาบอกว่าเหมือน OASIS ก็เลยได้ที่มาของคำว่า โอเอซิส สปา ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ทำอะไรเป็นBusiness plan เป็นแบรนด์หรืออะไรเลย พอเปิดปุ๊บ ติดตลาดในเวลาหนึ่งเดือน ตอนนั้น ราคานวด 1,200 บาท นวดไทย 750 บาท

ตอนนั้น ผมรู้ว่าคนไทยไม่มาแน่นอน ไม่ได้ตั้งเป้าต้องเป็นลูกค้าต่างประเทศ แต่แนวทางเป็นที่ที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ ที่ยินดีที่จะจ่ายกับมาตรฐานที่มีให้ แต่ปรากฏว่า….ไปตอบโจทย์นักท่องเที่ยว กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวบอกว่าราคาไม่แพง และดูดี มาตรฐานการนวดถูกใจ จึงกลายเป็น talk of the town ภายในช่วงไม่ถึงเดือน ตัวผมเอง เข้าใจเรื่อง trainer ,marketing ,service mild เนื่องจาก ผมเคยอยู่บริษัทยามาก่อน ทุกอย่างไม่ง่าย แต่เหมือนทุกอย่างเรามีconnection ที่ดีก็หยิบมาใช้ พอดีtrainer เคยทำงานที่โรงแรมfour season แล้วลาออกมาทำงานสปา ก่อนที่จะทำสปา คิน มีร้านคาเฟ่อยู่ในริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ตอนนั้นทำงาน part time บริษัท ยาและมีร้านกาแฟด้วย

ร้านกาแฟเก๋ๆ ในสมัยนั้นยังมีไม่มากปรากฏว่ามีหมอ ผู้บริหาร มีใครต่อใครเข้าไปกินในนั้น มีคนทำงานสปาใกล้ๆ เป็นพยาบาล ก็จะมาบ่น ว่าเหนื่อยมาก คนไม่เข้าใจสปา ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ต้องให้ Knowledge อย่างไร โดยฟังๆ ไปไม่ได้สนใจอะไรมาก ปรากฏว่า วันหนึ่งเขาก็ท้อใจ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องที่เคยคุยกันไว้ จนวันหนึ่งคิดขึ้นมา อ้าวเขาจะไม่ทำแล้วนี่นา เราก็จะทำร้านนวด ก็เลยคลิคขึ้นมาว่าเราก็เปลี่ยนมาเป็นสปา โดยเอาเขามาทำงานด้วย มาเป็น trainer ทำให้ได้คนที่เป็น trainer ที่ดีมากมาจาก four season จึงเก็บมาเป็นระบบเทรนนิ่ง โดยเซ็นต์สัญญาร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มต้นที่หกคน ปัจจุบันสามคนยังอยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่แรก โอเอซิสเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ Location ได้ด้วยความบังเอิญ trainer ก็ได้ด้วยความที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว จึงกลายมาเป็นโอเอซิสในปัจจุบันนี้

การออกแบบ รวมไปถึง เรื่องงานตกแต่ง คอนเซ็ปต์ที่คิดเสมอ คือ ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย 1. คือ ต้องเข้ากับโสตประสาททั้งห้า คือ สบายตา สบายตาไม่ได้ก็ต้องสบายใจ เข้าไปแล้ว สะดวกสบายไม่อึดอัด โล่งโปร่งสบาย นั่นคือโจทย์ หลังจากนั้นจึงนำมาซึ่งการคิดว่าเอาอะไรมาตกแต่ง คือ เรามีอะไร ไม่ใช่ไปซื้อมา แต่เราเป็นคนเก็บของไปที่ไหนก็จะซื้อมา อันไหนเหมาะกับตรงไหนความเหมาะสม ทุกครั้งที่เดินทางจะซื้อที่ชอบเก็บสะสม เมื่อผมมีโอกาสเปิดเปิดสปาจึงมีโอกาสนำของที่ซื้อมานำมาตกแต่ง แต่มี บางชิ้นที่สั่งมาใหม่เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะของเก่าอย่างเดียว โดยผมจะเลือกมีธีมส์หรือโทนสีการตกแต่งคล้ายกัน แต่ไม่มีคอนเซ็ปต์อะไรมากเลยนะ การเอาของเก่ามาผสมผสานกับของใหม่มีความสะดวกสบายมีความคอมฟอสเทเบิ้ล ไม่ใช่มีแนวอะไร เรคเทค เราถามเพื่อนที่เป็นอินทีเรีย มาเขาพูดมา เราบอกว่า อืมใช่ เป็นคำที่อินทีเรียเขาใช้กัน หากนำโต๊ะใหญ่มาวาง ก็โอเค เดินเข้ามาบางครั้งก็ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป เช่น วัสดุไม้ ผนังก็จิ้มเลย รูปภาพพต้องลงเอง โทนสีโต๊ะ โทนสีที่มาเลือกใช้ก็ต้องเลือกเอง เรื่องของแสงมีผล แสงหากทำให้ไม่ได้สบาย ร้านจะก็จะหลบหลอดไฟประเภทที่แสงแยงตา โดยปรับไม่ให้แสงมาแยงตาทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย

ซึ่งภาพรวมของการออกแบบ เป็นเรื่องของเซนส์ที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึกได้มากกว่า เช่น การมีสเปซเยอะ นั่งตรงไหนก็มีความเป็นไพรเวซี่ ย้อนกลับมาว่า เลือกสีที่ใช้จะสะท้อนความรู้สึกของคนที่มานั่ง แสง สี เสียง เสียงหากดังไปก็รำคาญ ร้อนไปก็ไม่ได้ หนาวไปก็ไม่ได้ ไม่ได้รู้เรื่องฮวงจุ้ย เราบอกได้ว่า เป็นเซนส์ที่มีเทสด้วย

สถานการณ์โอเอซิสสปา
ส่งผลให้ต้องปรับตัวไม่เพียงเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ต้องไปต่อให้รอดจากวิกฤตการระบาดของโรคอุบัติใหม่นี้ มันเปลี่ยนไปเร็วมากจนสิ่งที่ทำตอนนี้ต้องดูโอกาสก่อนทำต้องดูกับสถานการณ์แบบนี้ว่าจะดูแลคน และ facility ของเราอย่างไร ดูแลเรื่องระบบการเงิน ไฟแนนซ์อย่างไร สามอย่างนี้สำคัญมาก หนึ่งพนักงานเราเองไม่สามารถที่จะ lay off พนักงานได้เลย สอง facility ไม่ดูแลก็จะเสื่อมสภาพลง ซึ่งตรงนี้ก็ต้อง
มีต้นทุนในการดูแล ขณะเดียวกันเรื่องของการเจรจาไฟแนนซ์ ทั้งลูกหนี้และการจ่ายหนี้

คุณภาคิน เล่าว่า “ เจรจาหาแนวทางที่ลดข้อขัดแย้งระหว่างทุกฝ่าย เราต่อรอง ไม่ว่าลูกหนี้ต่างๆ ก็เจรจากับแบงค์เพื่อให้อยูได้ สิ่งที่เราทำตอนนี้ ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ถ้าธุรกิจสปาไม่ถูกสั่งปิดนั่นคือโอกาสที่เราจะสร้างรายได้ อย่างวันที่ถูกสั่งปิดโอกาสก็ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงที่เปิดนั่นคือช่วงที่จะมีรายได้เข้ามาแต่เพราะเรามีทีม back of house ที่ดีทีม Marketing ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างแข็งแรง ก็มีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่คนที่อยู่ในประเทศไทยเป็นใครก็ได้ที่อยู่ในนี้ และมีโอกาสที่สุดที่จะมาใช้บริการ เพราะฉะนั้นก็ต้องมาดูเรื่องราคาสำหรับขายในประเทศไทย การเลือกเอเย่นต์จากหลายกลุ่มที่เหมาะสม เรื่องของความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรราคาถูกที่ผ่านมาคือ จ่าย 500 บาท
สามารถทำสปาได้ในราคาเท่ากับ 2,000 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการทรีทเม้นท์ได้ตามต้องการ โปรที่ดีที่สุดคือ voucher เมื่อออกมาค่อนข้างตอบโจทย์ มีกระแสตอบรับที่ดีมากในสาขาที่กรุงเทพฯ เมื่อสาขาที่กรุงเทพฯ มีปัญหา คือปัญหาเปลี่ยนไปทุกเดือน เราไม่สามารถที่จะนำโปรโมชั่นนี้มาใช้กับทุกช่วงเวลา ต้องปรับตัวเอง กลยุทธที่ใช้ทั้งด้านราคา และอีกหลายราคามากขณะเดียวกัน พอมีการสั่งปิด ไม่สามารถเซอรไวฟ์ได้สามสาขาถูกสั่งให้ปิดหมดทั้งกรุงเทพฯ เพราะเขามองว่าเป็นธุรกิจที่มีการสัมผัสมากพัทยาปิด เชียงใหม่ก็เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ก่อนหน้านี้ที่สาขาภูเก็ตเช่นเดียวกัน ตอนนี้กรุงเทพฯ มีปัญหา เขาตัดสินใจและคิดเยอะขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย

วิกฤตธุรกิจ ….
ผมเปิดโตมาในสายธุรกิจสปามา 19 ปี คิดเรียนรู้ริเริ่มหาการต่อยอด เราเก่งเรื่องสปาเพื่อสุขภาพ ก็ขยายเป็นโรงเรียนสอนสปา ขยายในskin product ซึ่งอยู่ในกลุ่มสุขภาพเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ได้หลุดออกไป มีเพียง Cafe de Oasis ร้านคาเฟ่ที่หลุดจากที่เราเป็น ซึ่งคาเฟ่ได้รับผลกระทบน้อยสุด ลูกค้ายังคงเดินทางเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ซึ่งถือว่าดีมากกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ลูกค้าก็ลดลงไปประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ในการขยาย แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แบบนี้ เรามี knowledge Knowhow ส่วนเรื่องการตกแต่งร้านก็ไม่ยากสถานที่มีพร้อมทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต หากจะขยายสาขา แต่ในขณะนี้ไม่อยากลงทุนอะไร ปัจจุบัน ถือว่าลำบากมากในการประคับประคองธุรกิจ ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าสปาในธุรกิจเดียวกัน ล้มหายตายจากไปค่อนข้างเยอะมาก ดูจากสมาชิกที่อยู่ในสมาคมล้านนาสปา สมาคมสปาไทย สมาคมภูเก็ต คนที่ทำธุรกิจแนวนี้ไปไม่รอดจริงๆ และส่วนใหญ่ก็พึ่งพานักท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีสายป่านที่ยาวพอตลอด 15 เดือน ถือว่ายาวนานมาก ตัวผมเองหวุดหวิดมาก แต่ถามว่าวันนี้ถ้ายังเป็นสถานการณ์แบบนี้ อีกสักสองถึงสามเดือนค่อนข้างลำบาก ถ้ากรุงเทพฯ ยังไม่เปิดตามปกติ

เพราะอะไร โอเอซิสสปาจึงยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและมีความไม่แน่นอนสูง ทางรอดคือ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ วิเคราะห์ตัวเองเหมือนกัน เพราะผมเองมี relationship ที่ดีกับหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเจ้าหนี้ ซึ่งสำคัญมาก หากเขาไม่ดีนี่จบเร็วมาก ทั้งแบงค์เอย เรามีประวัติที่ดีในอดีต ค่อนข้างโปร่งใส สิ่งเหล่านี้ช่วยในยามวิกฤต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเชื่อมั่น ดูประวัติการทำงานร่วมกันในอดีต เทคนิคการเจรจาต่อรอง และ relationship โดยการจัดการที่เข้าใจปัญหา อาจจะต้องยาวแน่ๆ ทำให้เรารู้ว่าต้องเจออะไรนาน จึงตัดสินใจทำอะไรต้องเผื่อเอาไว้ว่า เริ่มตั้งหลัก ลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรก พยายามประคับประคองรายได้ที่จำกัด ต้องให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดี ผมใช้สิทธิที่เกือบทั้งหมดมีไปหมดแล้ว เพราะนั้นสามเดือนสุดท้ายน่าจะวิกฤติหนัก ภูเก็ตแซนบ็อกช่วยได้แต่อย่างที่บอกจากเคยมีรายได้จาก16 สาขา ลดลงมาเหลือรายได้เพียง 2 สาขา ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก แต่ทำให้เก็บพนักงานไว้ได้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ครอบคลุมใดๆ ทั้งสิ้น บางสาขาต้องปิดดำเนินการไป โดยต้องลดต้นทุนและหารายได้จากช่องทางอื่นเพื่อประคับประคองธุรกิจต่อไป

วัย 49 ของ”ภาคิน” กับการก้าวต่อไป เพื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความลำบากนี้ไปด้วยกันสิ่งที่มีตอนนี้คือต้องมีสติ ในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กร ไม่สามารถที่จะไปแสดงอารมณ์อะไรได้ ไปตีโพยตีพายไม่ได้ มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ต้องเป็นผู้นำ คนที่อยู่ข้างหลังเขาต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตินี้ไปได้
จะเห็นได้ว่า จากที่มีพนักงาน 600 กว่าคน ตอนนี้เหลือ 250 คน ไม่ได้หมายความว่าไล่ออก แต่เขาเลือกที่จะไปในทิศทางที่เขาได้เลือก โดยไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้นาน เขากลับไปอยู่บ้านนอก เขาก็มีทางในการที่จะ survive ได้ เลือกที่จะลาออกเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกช่วงนี้ คือเราไม่ได้ไปหลอกเขาว่าเราจะรอดในสภาวะผู้นำนี้ แต่เราสร้างความมั่นใจว่า เราจะเป็นที่พึ่งให้กับเขา ไม่ว่าจะไปถึงจุดไหน ณ ปัจจุบันนี้ แม้เรื่องของโลกโซเชี่ยลอะไรต่างๆ เราก็ไม่เชื่อเรื่องของ Negative Energy หลายคนลงไปแล้ว ไม่มีทางขึ้นมาได้ แต่ผมยังเชื่อว่า หากเรายังเชื่อเรื่อง Positive จะขับเคลื่อนให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเจออะไรมาเยอะก็แล้วแต่ อย่าบอกว่าเจออะไรมาเยอะมาก สองปีนี้ผมไม่จำเป็นต้องไปแสดงอะไรให้ใครรู้ว่าเจอมาเยอะ สติเท่านั้นสำคัญที่สุด บางครั้งอาจรู้สึกว่าสติจะแตกเพราะรับมือกับปัญหาเยอะมาก จนปัญหานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็ต้องยอมรับถ้าไม่ยอมรับต้องพ่ายแพ้ ถ้ายอมรับสู้เดินหน้าต่อไป โดยการเร่งยกระดับตัวเองให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ตลอดเวลา

…..ถ้าเราพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวแต่หมายถึงทั้งองค์กร ตอนนี้เลยตั้งสติ เข้มแข็ง มองอนาคต บางครั้งเดินเข้าออฟฟิศก็มีหดหู่ แต่เราไปแสดงอาการแบบนั้นไม่ได้ ตอนนี้เราเข้าใจเลยว่า การที่เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมีอะไรมากกว่าการเป็นหัวหน้างาน ไม่ใช่ทำงานให้จบ ผู้นำคือเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ความมั่นใจ ความมั่นคง ความเชื่อมั่น เรื่องของอนาคตอะไรหลายอย่าง สร้างความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าและพนักงาน

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายอีกหนึ่ง Business Line การเปิดตัว แอพพลิเคชั่น RLAX.ME massage delivery เป็นอีกหนึ่งบิสสิเนสไลน์ เมื่อสักครู่ผม เล่าถึงธุรกิจที่เราพยายามแตกไลน์ คิดที่จะทำระหว่างที่เกิดโควิด ผมคิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ แต่พอมากลางโควิดคิดว่าไม่ได้แล้ว จึงเริ่มทำแอพพลิเคชั่นนี้ เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมปรึกษาและหาพาร์ทเนอร์ เพราะคิดว่าคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน คือ RLAX.ME massage delivery ใช้แอพพลิเคชั่นที่เป็นแพลตฟอร์มที่เราเป็นคนกลาง ที่ทำให้ลูกค้ากับผู้ให้บริการคือ therapist ได้มาเจอกัน เป็น market place คอนเซ็ปต์ เหมือน Grab ผมจัดเตรียมเรื่องแอพพลิเคชั่น แต่คนนวดกับลูกค้าตกลงยินยอมกันเอง เป็นmassage delivery เปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว จดเป็น BOI Company เพิ่งได้เมื่อต้นเดือนนี้เอง

ธุรกิจนี้ได้พันธมิตรที่เป็น software house เป็นของบริษัทเยอรมัน เป็นบีโอไอ เหมือนกันแต่อยู่ในประเทศไทย และศักยภาพเขา เขียนโปรแกรมให้กับเยอรมันเหมือนกัน เพราะช่วงโควิดกระทบปัญหาเช่นเดียวกัน เขาเก่งเรื่อง software เราเก่งเรื่องคน people management มี Knowledgeมี knowhow เรื่องของโรงเรียน เรื่องของ massage ซอฟแวร์เฮ้าส์เขาจะมาเขียนแบบนี้ เขานึกไม่ออก เขาต้องอาศัยคนมีประสบการณ์ ซอฟแวร์เฮ้าส์มีดีบนโลกใบนี้แต่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมที่มีความเข้าใจ ซึ่งตรงนี้เรากับเขาคลิกกันได้ทันที จึงกลายเป็นเรื่องที่สามารถนำมาต่อยอดการทำธุรกิจหลังโควิด 19

เราเป็นหุ้นส่วนกันในเรื่องของตัวแอพพลิเคชั่นนี้ ซึ่งเราเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว และค่อยๆพัฒนามาเรื่อย ๆ ตอนนี้เปิดให้บริการเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและหัวหิน แต่พอเราเปิดก็เจอโควิด เราก็รู้ว่ามันคืออะไร เลยทำให้ช่วงนี้เราโฟกัสเรื่องแอพนี้ค่อนข้างเยอะและคิดว่า ตัวนี้จะเป็นอนาคตของบริษัท
ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ตัวแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นตัวที่มีความต้องการสูง ถ้าโควิดเริ่มซาไป ข้อดีของแอพพลิเคชั่นนี้คือ เราจดเป็น BOI การที่เราจะไปขยาย
ในอนาคตอาจจะมีโตในต่างประเทศเพราะเป็นการจัดการที่ง่ายมาก แต่ขั้นตอนยากที่สุดคือขั้นตอนการพัฒนาซอฟแวร์ แต่เมื่อเริ่มมีการใช้ มีการแก้ไข การเอาไปใช้ก็ใช้ได้บนโลกใบนี้ได้หมด สิ่งที่เราทำมาจากอดีต จนปัจจุบัน เพื่อวางแผนในอนาคตก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องของ wellness เพราะยังเชื่ออยู่ว่า เป็นเรื่องที่ขาดกันไม่ได้ในการใช้ชีวิตของคนเรา

cr. ภาพ RLAX.ME

ในแอพพลิเคชั่น RLAX มีระบบการจัดเตรียมพนักงานนวด ลูกค้าไม่ต้องเตรียมอะไร มีที่นอน มีน้ำมันหอม มีทุกอย่างเหมือนยกสปาไปไว้ที่บ้านของคุณเอง เพราะฉะนั้นความปลอดภัยแน่นอน เพราะเรามีโรงเรียนสำหรับผู้ให้บริการ therapist ต้องผ่านการเรียนจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปาพนักงานต้องได้รับใบรับรองการตรวจสอบอาชญากรรม ความปลอดภัยด้านโควิด เรื่องของสุขอนามัย การตรวจสอบเรื่องคุณภาพการบริการ ทุก feedback ของลูกค้าก็จะกลับมาที่เรา เกิดเหตุการณ์อะไรจะรู้ทันทีเพราะการใช้ไอที จะรู้ว่าพนักงานเทอราปิสท่านนี้ไปถึงเวลากี่โมง ใช้ massage กี่โมง monitor เพราะฉะนั้นจะ related กับ consumer review ระบบจะสามารถ monitor ได้ โดยไม่มีอะไรปิดบัง

ข้อดีคือ พนักงาน เทอราปิส รับงานแบบนี้ เป็นการรับงานนอกบ้านที่ไม่ผิดกฎหมาย พนักงานนวดไม่ใช่แค่พนักงานนวดของโอเอซิสสปาเท่านั้น แต่พนักงานนวดทั่วไป เพือเพิ่มรายได้ สร้างงาน ซึ่งวิธีคัดเลือก เทอราปิส คือดูทักษะ ประสบการณ์ โดยต้องมีใบรับรองจากสาธารณสุข รับรองผ่านการเรียน ได้รับใบประกาศ เป็นพื้นฐาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หลังจากนั้น ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานอยู่บนมาตรฐานของโอเอซิสสปา ปัจจุบันหลายร้อยคนที่มาลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ ส่วนเรื่องผลตอบรับเป็นอย่างไร ช่วงนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ จึงยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่คิดว่าเป็นอนาคตที่ดี ทุกคนที่เข้ามาในส่วนหนึ่งของแอพฯ จะได้ค่าตอบแทนเป็นชั่วโมง มีรายได้ที่แน่นอนเลย ซึ่งมองว่าคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือพนักงาน เทอราปิส เหตุผลที่เขาจะมาจอยแอพพลิเคชั่นเพราะมีความเชื่อมั่นว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน และตรวจสอบขั้นตอนได้ ในขณะเดียวกัน อดีตที่ผ่านมาอาจจะเรียกจากศูนย์นวด แต่ไม่มีประวัติการตรวจสอบ แอพพลิเคชั่นที่เกิดขึ้นนี้เป็นแอพฯ ที่ทำให้เทอราปิส มีความปลอดภัยและลูกค้าปลอดภัยสูงสุด ตรวจสอบได้ทั้งสองฝั่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการรับบริการ โดยมี GPS ในการตรวจสอบตำแหน่งการเข้าทำงาน ระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของแอพฯ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการ
ใช้บริการนวดที่บ้านหันมาสนใจเป็นสมาชิกของ RLAX มากขึ้น

cr. ภาพ RLAX.ME

RLAX.ME เป็นแบรนด์ใหม่ของโอเอซิสสปา ทีมทำงานคนละทีม เพราะเรามีจอยเวนเจอร์โดยไม่อยากให้เด็กต้องไปทำงานสองงาน ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการวางแผนไว้แต่ช่วงสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เดินหน้าไปก่อนเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ธุรกิจสามารถตอบความคาดหวังของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น


เหตุผลที่ทำแอพพลิเคชั่นนี้ คือ ต้องการขยายธุรกิจใหม่การขยายธุรกิจนำไปสู่การ support พนักงานเทอราปิสที่ไม่มีงานทำพนักงาน เทอราปิส ซึ่งโอเอซีสมีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว โดยเข้าสู่ระบบ RLAX.ME มีโอกาสเข้าร่วมงานเป็น freelance รับผิดชอบตัวเอง เรื่องมาตรฐานของการให้บริการเป็นมาตรฐานเดียวกันกับโอเอซิส แต่ผมไม่ได้นำตรงนี้มาเป็นจุดขาย เพราะว่า พนักงานโอเอซิสไม่ได้มีทั่วโลก แต่เป้าหมาย คือ การจายการให้บริการไปทั่วโลก สิ่งที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าตอนนี้คือ โอเอซีส มีโรงเรียนไทยโอเอซิส
สปา ถือเป็นจุดที่สามารถนำมาโปรโมท โนว์เลท โนว์ฮาว จากรร.นี้โดยตรง
ที่สามารถพัฒนามาตรฐานให้กับพนักงานของ RLAX.ME มาจากโอเอซิสหรือพพนักงานทั่วไปที่ต้องการหารายได้พิเศษ ทำงานเป็นนายของตัวเอง สามารถเข้าร่วมกับแอพพลิเคชั่น RLAX.ME โดยการผ่านการตรวจสอบการคัดกรองตามมาตรฐาน ผมเปิดแอพพลิเคชั่นนี้ ในต่างประเทศ สมมติว่า ไปเปิดที่ประเทศเยอรมัน เปิดโซนตรงไหน วันที่เราพร้อมเราเปิดให้บริการที่เยอรมัน เปิดรับพนักงาน เทอราปิสที่เยอรมัน เพราะรีไวเม้นท์ค่อนข้างต่างกัน โดยต้องให้เข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างเหมือน Grab แอพฯ เดียวสามารใช้ได้ทั่วโลก เช่น ใช้บริการ ที่ลาว เยอรมัน ใครก็แล้วแต่ที่ประเทศนั้นๆ สนใจร่วมงานกับ RLAX.ME ก็เข้ามาสมัคร เป็นเรื่องของการจัดการที่เราต้องทำ โดยหา local partner โดยไม่ต้องลงทุนสิบหรือยี่สิบล้าน อย่างที่ผ่านมาผม เปิดโอเอซิสที่ทองหล่อ ลงทุนสามสิบล้าน เปิดได้เดือนดียวเจอโควิดต้องปิดลง เรามองว่าคนไทยในเยอรมัน มีจำนวนมหาศาลมาก ยิ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของคนไทยเขายิ่งมั่นใจ

cr. ภาพ RLAX.ME

ผมแยกโอเอซิสสปา กับ RLAX.ME เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่าน BOI ซึ่ง defend ให้เข้าใจ เพราะ BOI ไม่ใจว่า ทำไมต้องนวดที่บ้าน แล้วจะสร้างงานสร้างเงินให้กับคนไทยได้อย่างไร ถ้าเรามีพนักงานสามพันคน นั่นคือการจ้างงาน รายได้จากการจ้างงานของ เทอราปิสส่วนหนึ่งจึงมองเห็นภาพด้วยศักยภาพความเข้มแข็งของทีมงานทำให้ ผมสามารถเปิด RLAX.ME ในจังหวัดที่ต้องการได้ในหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ที่หัวหินกับกรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่ที่สุดมีลูกค้าประจำเร็วมาก สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นผู้นำ อันดับแรก คืออยากให้ดูตัวเองก่อนว่าตัวเองจะอยู่รอด ณ จุดไหน ถ้าเราอยู่แล้วรอดให้ไปอยู่ที่นั่น ที่พูดแบบนี้คือบางครั้งคนที่ทำงานในองค์กรแล้วองค์กรรู้สึกว่าไม่ได้ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายอยู่รอด ในฐานะผู้นำ ต้องดูว่าอยู่ตรงไหนถึงจะพาทีมงานให้อยู่รอด พนักงานบางคนเลือกกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับมาว่า ในฐานะที่เป็นคนที่ต้องเอาชีวิตให้รอดในสถานการณ์แบบนี้ เขาน่าจะรู้ตัวเองที่สุดว่า เขาอยู่ตรงไหนแล้วจะรอด มันบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้อะไร แต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งตัวผมเอง ชีวิตในวันนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่ได้รู้สึกว่ารันทด เพราะรันทดจะทำให้ถดถอย แต่เรารู้สึกว่าต้องมี positive energy มาส่งเสริมให้เรามีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป

-ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

ร้านอาหารน่านั่ง บรรยากาศดีงาม รสชาติอาหารถูกใจ Eat Drink Love Bistro

ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารน่านั่ง บรรยากาศดีงาม รสชาติอาหารถูกใจ ที่นี่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ห้องอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ ร้านเน้นความเรียบง่ายอาหารอร่อยรสชาติ กลมกล่อม และได้อรรถรสของความเป็นอาหารชนิดนั้นๆ ห้องอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของ โรงแรมเดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ ออกแบบทันสมัย เรียบหรู มีบรรยากาศสวนสวย โดดเด่นด้วยความโมเดิร์น คาเฟ่และร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ในบรรยากาศสวนสวยถือว่าเป็นโรงแรมหรูที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่านลาดกระบัง /สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ Peacefully Living with Luxurious Lifestyle

อีท ดริ๊งก์ เลิฟ มีเมนูอาหารอร่อยๆ ทุกมื้อ คัดสรรวัตถุดิบอาหารที่ดีที่สุด สำหรับนักชิมที่ชื่นชอบอาหาร สไตล์ฟิวชั่น พร้อมเสริฟด้วยการนำเทคโนโลยีการทำอาหารแบบใหม่มาผสมผสานจนได้เมนูแปลกใหม่ เช่น ซูวี หรือโมเลกูลาร์ และต่อยอด นำวัตถุดิบจากหลายๆประเทศมานำเสนอ โดยรังสรรค์ให้เป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งรูปลักษณ์ สีสัน รสชาติ รวมถึง การเลือกใช้ภาชนะที่ทันสมัย ประดิดประดอยจัดวางอาหารอย่างประณีต และสวยงาม ภายใต้การบริหารงานโดย คุณชาตรี นุ้ยประสิทธิ์ ผู้บริหารกรุ๊ป โรงแรม เดอะ พาร์ค ไนน์ พร้อมตอบโจทย์นักชิมด้วยอาหารที่ต่อยอดจากแนวคิดมาเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่สไตล์ฟิวชั่น ที่เรียกว่า glocal sensation แนวเฉพาะของห้องอาหาร อีท ดริ๊งก์ เลิฟ เป็นการผสมผสานศาสตร์อาหารตะวันตกและเอเซียน รวมถึงเทคนิค วัตถุดิบ หรือวิธีการทำอาหารหลายๆ ชาติเข้าด้วยกัน จนกลายรสชาติของอาหารที่ลงตัว และเป็นซิกเนเจอร์เมนูใหม่เฉพาะที่ ห้องอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ และ ร้าน Cuppers ร้านกาแฟเก๋ๆ ที่อยากให้หลายคนได้รู้จัก

A Cup of Happiness
Cuppers Cafe ร้านสวยตกแต่งตามสมัยนิยม ที่เน้นการนำเสนอความเขียวขจีของต้นไม้โดยรอบ​ทั้งน่ารักและร่มรื่นบรรยากาศนั่งสบายๆ ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มและของหวานหลากสไตล์ ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่เน้นความเยอะ เมนูเครื่องดื่มมีหลากหลาย ซึ่งที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องครัวซองต์กับเค้ก อร่อย ฟินในทุกคำที่กัดไป ขอแนะนำความผ่อนคลายเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ เรียกว่าสวรรค์ของคนรักเมนูเครื่องดื่มร้อน/เย็น ผสมสารสกัดจากธรรมชาติลดความเครียดสะสม เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยชลอวัยการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้เกิดความเครียดสะสมซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ สามารถเลือกสั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบแบบยาวๆ กันได้เลย
Cannabis Hot Americano 130.-
Cannabis Fruit Punch 150.-
Cannabis Lychee Iced Tea 150.-
Cannabis Hot Chamomile Tea 110.-

Cannabis Lychee Iced Tea 150.-
Cannabis Fruit Punch 150.-

ครัวซองต์พรีเมี่ยม ด้วยคุณภาพเน้นๆ สูตรพิเศษของทางร้าน Cuppers Cafe
ครัวซองต์อบใหม่ทุกวัน ผลิตจากเนยคุณภาพเยี่ยมจากต่างประเทศ 100%
ไม่ผสมมาการีน สารกันบูด และไม่ใส่สี คือดีมากๆ สายครัวซองต์โฮมเมดไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ครัวซองต์สีเหลือง กรอบนอกนุ่มในละลายในปากและหอมกลิ่นเนยยั่วยวนใจในทุกคำที่กัดชิ้นใหญ่อีกทั้งยังมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม ครัวซองต์ ทุกชิ้นขายดีมากหมดเร็วทุกวัน

ร้าน Cuppers ครัวซองต์ของทางร้าน อบใหม่ทุกวัน ผลิตจากเนยคุณภาพเยี่ยมจากต่างประเทศ 100% ไม่ผสมมาการีน สารกันบูด และไม่ใส่สี คือดีมากๆ สายครัวซองต์โฮมเมดไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

ภายในห้องอาหารอาหารแห่งนี้ มีบริการอาหาร 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย เมนูอาหารยุโรปแบบอินเตอร์, เมนูอาหารไทยประยุกต์ และเมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิม เมนูของอาหารที่นี่ก็มีให้เลือกอย่างมากมาย พื้นที่ภายในห้องอาหาร ยังได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ให้เลือกนั่งตามความชอบ เช่น โซนเปิดส่วนกลาง หรือ โซนที่มีผนังกระจกใสกั้น เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง โซนด้านในที่ให้ความเป็นส่วนตัวพิเศษ ซึ่งโดยรอบของห้องอาหารยังมีความโล่ง โปร่ง บรรยากาศสบายๆ สไตล์โมเดิร์น คุมโทนด้วยสี เขียวเทา และดำ เรียกว่า เป็นห้องอาหารที่มีความเท่อย่างมีสไตล์ แถมเพิ่มความหรูหรา ด้วยโคมทรงกลมรูปแบบโมเดิร์น สามารถรองรับได้ 25 โต๊ะหรือ 250 คน และสำหรับงานเลี้ยงแบบค็อกเทล สามารถรองรับได้ถึง 400 ท่าน พร้อมรองรับการจัดงานในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของเมนูอาหารรังสรรค์โดย เชฟสราวุฒิ เพชรเอีย (ต่อม) มากประสบการณ์ การปรุงที่พิถีพิถัน คัดสรรคคุณภาพของวัตถุดิบ นอกจากที่ต้องเป็นวัตถุดิบคุณภาพดีเลิศแล้ว ยังต้องรักษาความสดไว้ให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเมนูใด ออกแบบเมนูอาหารใหม่ เช่น กุ้งแม่น้ำ สั่งตรงมาจากแม่น้ำตาปี จนกลายเป็นเมนูยอดนิยมขายดิบขายดีในปัจจุบัน ซึ่งหลายคนจะคุ้นชินกับกุ้งแม่น้ำเผา หรือ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ แต่ อีท ดริ๊งก์ เลิฟ ได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ที่อยากให้นักชิมได้ลิ้มลองคือ ข้าวผัดกุ้งแม่น้ำ ผสมผสานเทคนิคต่างๆเข้ากับข้าวผัดสูตรโบราณแบบไทยๆ ซึ่งต้องนำข้าวไปหมักกับไข่เสียก่อน เพื่อให้ข้าวหอมและมีความนุ่มเป็นพิเศษ ก่อนนำไปหุงและผ่านการผัดกับมันกุ้งแม่น้ำแท้ๆ ปรุงรสและผัดอย่างพิถีพิถัน วัตถุดิบของอาหารแต่ละจานนั้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีจากทั่วภูมิภาคในประเทศไทย ผ่านการปรุงรสชาติที่ละเอียดทุกขั้นตอน บอกเลยว่าถ้ากำลังมองหามื้อพิเศษกับคนที่รักก็ต้องที่นี่

นอกจากนี้ เชฟยังนำวัตถุดิบต่างชาติเข้ามาผสมผสาน เช่น ผักคอส หรือเรียกว่าเป็นอาหารฟิวชั่นหลอมรวมกับประสบการณ์ในการเดินทางของเชฟ ส่วนเมนูแนะนำสำหรับใช้เรียกน้ำย่อยแบบอินเตอร์ Caprese Salad อาหารต้นตำรับจากประเทศอิตาลี โดยมีการผสมผสานเทคนิคการทำอาหารจากประเทศฝรั่งเศส เป็นสลัด ที่มีการผสมผสานของเทกเจอร์ ภายในจานประกอบด้วย มอสซาเรลล่าชีส แบบสดมีความนุ่มเป็นพิเศษ แถมมีคุณค่าทางอาหารสูง, มะเขือเทศ 2 ชนิด, ใบโหระพานอก และยังราดด้วยเบซิลออย จนได้รสชาติที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ส่วนเมนคอร์สจานเด็ด Nori Wrapped Black Cod เป็นเนื้อปลาค็อดสีขาวห่อสาหร่าย และนำไปซูวี เสิร์ฟพร้อมต้นหอมญี่ปุ่น หัวผักกาดกริลล์สุกกำลังดี โดยเฉพาะหัวผักกาด ผ่านการต้ม และเซียกับเนยให้ซึมเข้าเนื้อ นำเสนอออกมามีลักษณะคล้ายกับหอยเซลล์อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ!! เสิร์ฟพร้อมกับฟอนสึโฟม ตกแต่งด้วย ซอเล่อ ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบดั้งเดิมสุดพรีเมี่ยม เรียกได้ว่ากว่าจะจัดเสิร์ฟได้ต้องใช้เวลารังสรรค์ในการจัดแต่งจานกันไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งร้านที่นั่งสบายๆ ครัวซองต์พรีเมี่ยมด้วยคุณภาพเน้นๆ

สำหรับเมนูแนะนำขอเริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง..
-ข้าวผัดมันกุ้ง ( Khao Phad Mun Goong ) สูตรพิเศษของที่นี่
-สลัดร็อคเก็ตกับเซลมอนรมควัน ( Pocket with Smoked Salmon )
-ปลาแบล็คคอดห่อสาหร่าย (Nori wrapped cod with poached leek, daikon and yuzu cream sauce) โดยการคัดสรรปลาแบล็คคอดที่เนื้อแน่นๆนำมาห่อกับสาหร่ายนำไม่นึ่งและเสริฟคู่กับยูสุครีมซอสต้นกระเทียมและหัวใช้เท้าตุ๋น
-ซุปหัวหอม ( French Burnt Onion )
-ลิปอายสเต็ก ( Grilled Australian Ribeye )

เมนูขนมหวาน
-ข้าวเหนียวมะม่วงมูส ( Mango mousse with sticky rice )
เสิร์ฟด้วยความน่ารักมุ้งมิ้งที่สอดคล้องกับสไตล์การจัดน้ำมะม่วงน้าดอกไม้สุกปั้นกับเฟรสครีมให้มีเนื้อเนียนและเสริฟคูกับข้าวเหนียวมูลและไอครีมกะทิ

แนะนำ โปรโมชั่นร้านล่าสุด…
สัมผัสความสดใหม่อร่อยโดนใจพบกับเมนูใหม่ของห้องอาหารได้แล้ววันนี้ และเมนูพิเศษสำหรับฤดูกาล เสิร์ฟในทุกๆ 4 เดือน ที่เรียกว่า Seasons Change เป็นสีสันอาหารแบบใหม่ ที่มีการเปลี่ยนสีอาหารตามไปฤดู เช่น สีเหลือง แสดงถึงฤดูร้อน เช่น แกงเหลือง, แมงโก้มูส, ไอศกรีมทุเรียน หรือ สีเขียว ตัวแทนฤดูฝน โดยจะเน้นอาหารโทนสีเขียวเป็นหลัก ที่มีความสดชื่น ส่วนฤดูหนาว จะเน้นโทนสีม่วง เช่น บีทรูท หรือมันม่วง ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่วัตถุดิบในการประกอบอาหารในฤดูนั้นๆ ให้ลิ้มลองแบบไม่รู้เบื่อ ร่วมสัมผัสประสบการณ์อาหารแนวใหม่ที่น่าประทับใจ

โรงแรมเดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ
599, 599/1 ถ.ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร: +66 (2) 019 9111
อีเมล: reservations.suv@theparknine.com
เว็บไซต์ www.theparknine.com/suvarnabhumi/
เฟสบุ๊ค theparkninesuvarnbhumi
อีเมล์ : reservations.suv@theparknine.com
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/TheParkNineSuvarnabhumi

#restaurant #alldaydining #foodlover #healthyfood #fooddelivery #theparkninehotelParkNineSuvarnabhumi #eatdrinklove #takeaway #drivethru #foodboxes #Croissant #ชัญญ่าว่าดี #toptotravel